- หน้าแรก
- ชีวิตชนบทของปรมาจารย์ผู้บำเพ็ญเพียร
- บทที่ 1302 สวัสดิการ
บทที่ 1302 สวัสดิการ
บทที่ 1302 สวัสดิการ
บทที่ 1302 สวัสดิการ
ตอนนี้ข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่ววงการยุทธภพระดับสูงว่า เฉินม่อและหลี่หลิงคือยอดฝีมือระดับครึ่งก้าวสู่ขั้นหลอมโอสถแล้วผู้นำตระกูลยุทธภพต่าง ๆ จะไม่สนใจเขาได้ยังไง?
ตระกูลหยวนเองก็รู้สึกเสียดายอย่างสุดซึ้ง! มีขาทองคำให้เกาะอยู่ตรงหน้าแท้ ๆ ทำไมถึงปล่อยหลุดมือไปได้? ลองคิดดูสิ ยอดฝีมือระดับครึ่งก้าวสู่ขั้นหลอมโอสถ แค่ถอนขนหน้าแข้งมาเส้นเดียว ก็เก่งกว่าผู้นำตระกูลของพวกเขาแล้ว ยังไงก็ต้องเกาะขาทองคำนี้ให้ได้!
พอนึกถึงเรื่องนี้ ทุกคนก็นึกถึงหยวนรั่วซานขึ้นมาทันที! เอ๊ะ? ยัยคนพิการที่ตามติดเฉินม่ออยู่ตอนนี้ แถมยังเป็นเพื่อนสนิทกับเขาด้วย ถ้าใช้เธอเป็นสะพาน ตระกูลหยวนก็มีโอกาสได้เกาะขาทองคำกับเขาบ้างไม่ใช่เหรอ?
ดังนั้น คนในตระกูลหยวนจึงเห็นพ้องต้องกันให้หยวนลี่โจวพ่อของหยวนรั่วซาน ไปคุยกับลูกสาว เพื่อหาทางให้ตระกูลหยวนได้เข้าไปตีสนิทกับเฉินม่อ ภายใต้แรงกดดันจากผู้นำตระกูลและคนในตระกูล หยวนลี่โจวจึงต้องโทรหาหยวนรั่วซาน เพื่อถามความเป็นไปได้ในการขอเข้าพบเฉินม่อ
แม้หยวนรั่วซานจะออกจากตระกูลหยวนมาแล้ว แต่หยวนลี่โจวก็ยังเป็นพ่อของเธอ การช่วยส่งข่าวแค่นี้คงไม่มีปัญหา ดังนั้นหลังจากฝึกวิชาเสร็จ เธอจึงเดินมาหาเฉินม่อ เพื่อดูว่าเขาหลับหรือยัง ถ้ายังไม่หลับก็จะได้คุยกัน
ผู้ฝึกยุทธหลังจากฝึกวิชาเสร็จมักจะกระปรี้กระเปร่า ยิ่งพลังยุทธสูง ยิ่งต้องการการนอนหลับน้อยลง เพราะพลังลมปราณช่วยฟื้นฟูร่างกายแทนการนอนหลับได้
แต่หยวนรั่วซานเพิ่งอยู่ระดับขั้นหลังฟ้าขั้นที่สามพลังยุทธยังไม่สูงพอ ยังต้องนอนหลับพักผ่อน แต่ช่วงนี้เธอว่างมาก กิน นอน แล้วก็ฝึกวิชา บางทีฝึกจนดึกดื่นก็ยังไม่ง่วง
นั่นเป็นเหตุผลที่เธอมาหาเฉินม่อดึกขนาดนี้ ถ้าเฉินม่อหลับแล้วก็ไม่เป็นไร แค่เดินกลับไปก็จบ
เฉินม่อพยักหน้ารับรู้ แต่ไม่ได้พูดอะไร เขาเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว
ผ่านไปครู่ใหญ่ เฉินม่อถึงเอ่ยขึ้น “คุณคิดยังไงกับเรื่องนี้?”
“ฉันไม่อยากให้เขามา ฉันไม่อยากให้ความสัมพันธ์ของเรามีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง แม้ตระกูลหยวนจะเลี้ยงดูฉันมา และหยวนลี่โจวก็เป็นพ่อฉัน สายใยความเป็นพ่อลูกตัดไม่ขาด แต่สำหรับเรื่องเพื่อน ฉันไม่อยากให้มีเรื่องผลประโยชน์มาเจือปน” หยวนรั่วซานตอบตามตรง
เฉินม่อหัวเราะเบา ๆ ไม่คิดว่าหยวนรั่วซานจะคิดแบบนี้ แสดงว่าเขาดูคนไม่ผิด เธอเป็นเพื่อนที่คบหาต่อไปได้
เขาหันมามองเธอแล้วพูดว่า “โทรบอกพ่อคุณเถอะว่าไม่ต้องมาหรอก แต่ถ้าวันหน้ามีปัญหาอะไร ก็ให้ติดต่อผ่านคุณมา บอกผมได้เลย!”
“แบบนี้ไม่ดีมั้งคะ” หยวนรั่วซานรู้สึกเกรงใจ เธอรบกวนเฉินม่อมามากแล้ว ไม่อยากเอาเรื่องของตระกูลมารบกวนเขาอีก การช่วยเหลือครั้งสองครั้งถือเป็นน้ำใจ แต่ถ้ามากไป ความสัมพันธ์อาจจืดจาง มิตรภาพต้องมีการตอบแทนซึ่งกันและกัน ตอนนี้เธอพิการ ตอบแทนอะไรเขาไม่ได้ จึงไม่อยากสร้างภาระให้เขา
“ไม่เป็นไรหรอก แค่คุณเอ่ยปาก ผมยินดีช่วยเสมอ อีกอย่าง ตอนนี้ผมก็น่าจะมีหน้ามีตาในวงการยุทธภพพอสมควรนะ” เฉินม่อพูดยิ้ม ๆ
สุดท้าย หยวนรั่วซานก็พยักหน้ายอมรับ แล้วเปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่น
จริง ๆ แล้วเฉินม่อคาดการณ์ไว้แล้วว่า หลังจากความลับเรื่องพลังยุทธของเขาเปิดเผย จะต้องมีคนเข้ามาตีสนิทมากมาย และตระกูลหยวนจะใช้หยวนรั่วซานเป็นสะพานเชื่อมก็อยู่ในความคาดหมาย
สิ่งที่เขาอยากรู้ที่สุดคือความคิดของหยวนรั่วซาน เรื่องอื่นเป็นรอง เพราะเธอคือเพื่อน ถ้าเห็นแก่หน้าเพื่อน เขาช่วยได้ก็ช่วย แต่ถ้าหยวนรั่วซานมีเจตนาอื่นแอบแฝง เขาคงเสียใจมาก
เขาอาจจะช่วยเธอครั้งนี้ แต่หลังจากนั้นคงค่อย ๆ ห่างกันไป แต่โชคดีที่เขาดูคนไม่ผิด หยวนรั่วซานจริงใจกับเขา ไม่คิดจะใช้ประโยชน์จากเขา แถมยังยืนข้างเขาด้วย แค่นี้ก็เพียงพอแล้วที่เขาจะยื่นมือเข้าช่วยตระกูลของเธอ
ทั้งสองคุยกันไม่นาน หยวนรั่วซานก็ขอตัวกลับ
ก่อนกลับ เฉินม่อพูดถึงเรื่องการปรุงยาอีกครั้ง
“ตอนนี้ผมอยู่ระดับครึ่งก้าวสู่ขั้นหลอมโอสถแล้ว รอให้ถึงขั้นหลอมโอสถเต็มตัวเมื่อไหร่ ก็น่าจะปรุงยาเม็ดหยกขาวได้”
หยวนรั่วซานพยักหน้า ซาบซึ้งใจที่เขายังจำสัญญาได้ แต่เธอเลือกที่จะเก็บความรู้สึกขอบคุณไว้ในใจ บางเรื่องไม่ต้องพูดออกมาก็ได้
ค่ำคืนนี้ยังคงเหมือนเดิม เฉินม่อใช้เวลาฝึกแกะสลักและเขียนยันต์ ตอนนี้เขาใช้เวลาเขียนยันต์น้อยลงมาก วันละ 2-3 แผ่นก็พอ เวลาที่เหลือทุ่มเทให้กับการทำฐานค่ายกล
เพื่อจะปลดผนึกระฆังสำริด เขาต้องเตรียมฐานค่ายกลจำนวนมาก ซึ่งทำไปได้เกินครึ่งแล้ว อีกไม่นานคงเสร็จ
เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากเฉินม่อรำมวยเสร็จ กำลังจะให้อาหารต้าหวงและต้าฮุย โทรศัพท์ก็ดังขึ้น
“สวัสดีครับผู้พิทักษ์เฉิน ผมเป็นคนส่งของจากตระกูลหลี่ครับ ไม่ทราบว่าตอนนี้คุณอยู่ที่หมู่บ้านตระกูลเฉินหรือเปล่าครับ?”
“อยู่ครับ”
“โอเคครับ อีกประมาณหนึ่งชั่วโมงผมจะไปถึง”
“ครับ!”
หนึ่งชั่วโมงต่อมา เฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งบินมาลงจอดที่ปากทางเข้าหุบเขาน้ำเต้า ชายสองคนเดินลงมาพร้อมกล่องสินค้าในมือ พวกเขาส่งมอบของให้เฉินม่ออย่างระมัดระวัง
สมุนไพรสดหายาก 10 ต้น บรรจุอยู่ในกล่องเก็บความเย็นพิเศษ เพื่อคงความสดใหม่
“ผู้พิทักษ์เฉิน เชิญตรวจสอบสินค้าครับ”
เฉินม่อใช้จิตสัมผัสตรวจสอบก็รู้ว่าเป็นสมุนไพรที่ต้องการ สภาพสมบูรณ์ไม่มีปัญหา จึงพยักหน้ารับ
ชายทั้งสองกล่าวลาอย่างสุภาพแล้วจากไป
หลังจากพวกเขากลับไป เฉินม่อก็ยกกล่องเข้าไปในบ้านพัก นำสมุนไพรออกมาปลูกในมุกจักรวาลทีละต้น มองดูสมุนไพรที่เพิ่มขึ้นในมุกจักรวาล เขาก็ยิ้มแก้มปริอย่างมีความสุข
ไม่ง่ายเลยกว่าจะเปลี่ยนพื้นที่ว่างเปล่าในมุกจักรวาลให้เขียวขจีไปด้วยสมุนไพรแบบนี้ เขาต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจไปไม่น้อย
วันนี้คงเป็นวันดี เพราะมีเรื่องดี ๆ เข้ามาไม่ขาดสาย ช่วงเที่ยง หลี่ผูเหอก็มาหาเฉินม่อ
“ผู้พิทักษ์เฉิน!” น้ำเสียงของหลี่ผูเหอเปลี่ยนไปจากเดิม เพราะเขาไม่คาดคิดว่าเฉินม่อจากไปแค่ไม่กี่เดือน กลับมาอีกทีสถานะจะเปลี่ยนไปขนาดนี้
จากเจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุนทั่วไป กลายเป็นผู้พิทักษ์ ระดับสูงสุดของสำนักงานพิเศษผู้พิทักษ์มีหลายระดับ แบ่งตามพลังยุทธ และระดับครึ่งก้าวสู่ขั้นหลอมโอสถของเฉินม่อ คือระดับสูงสุด สวัสดิการย่อมดีที่สุด
หลี่ผูเหอรู้สึกอิจฉาเล็กน้อย แต่ไม่มีความริษยา เขาเป็นแค่หัวหน้าทีมแพทย์เล็ก ๆ เทียบกับเฉินม่อไม่ได้เลย ตอนนี้เขามองเฉินม่อด้วยความเคารพเลื่อมใส
“อ้าว? คุณมาเหรอ?” เฉินม่อเพิ่งได้เจอหลี่ผูเหอตั้งแต่กลับมา เพราะตอนเขาไปญี่ปุ่น คนไข้ของสำนักงานพิเศษหายดีหมดแล้ว หลี่ผูเหอก็เลยกลับสำนักงานใหญ่ไปพร้อมกับคนไข้
เห็นสีหน้าของหลี่ผูเหอ เฉินม่อก็ยิ้มรับ เขาชินกับสายตาแบบนี้แล้ว ตราบใดที่ไม่มีเจตนาร้าย เขาก็ไม่ถือสา
“ครับ ผู้พิทักษ์เฉิน” หลี่ผูเหอรีบยื่นซองเอกสารให้เฉินม่อ “นี่ครับ ลองดูเอกสารนี้หน่อย”
“นี่คืออะไร?”
“นี่คือรายละเอียดสวัสดิการของคุณครับ ทางสำนักงานใหญ่อนุมัติมาแล้ว ผมเลยเอามาให้คุณดู ต่อไปนี้คุณจะได้รับสวัสดิการตามรายการนี้ครับ” หลี่ผูเหออธิบาย
เฉินม่อฉีกซองออกดู ข้างในมีกระดาษไม่กี่แผ่น
ในกระดาษระบุรายละเอียดสวัสดิการที่ซือไฉ่ชิงไปปรึกษากับผู้ใหญ่และได้รับการอนุมัติมาเป็นกรณีพิเศษ สำหรับระดับครึ่งก้าวสู่ขั้นหลอมโอสถ และระดับขั้นหลอมโอสถ
แม้สำนักงานพิเศษจะยังไม่มียอดฝีมือขั้นหลอมโอสถ แต่ก็ต้องเตรียมการไว้ก่อน กรณีเฉินม่อเลื่อนขั้นกะทันหัน จะได้ไม่ฉุกละหุกเหมือนคราวนี้ ซือไฉ่ชิงจึงวางแผนล่วงหน้า กำหนดสวัสดิการสำหรับระดับขั้นหลอมโอสถไว้ด้วย
สวัสดิการเดิมของผู้พิทักษ์ถูกเพิ่มเข้าไปอีก 2 ระดับ คือระดับครึ่งก้าวสู่ขั้นหลอมโอสถ และระดับขั้นหลอมโอสถ
เฉินม่ออยู่ในระดับครึ่งก้าวสู่ขั้นหลอมโอสถ ข้อแรกคือเงินเดือนพื้นฐานเดือนละ 100 ล้านหยวน และสามารถเบิกเงินล่วงหน้าได้สูงสุด 10,000 ล้านหยวน โดยไม่มีดอกเบี้ย แต่ต้องคืนภายใน 5 ปี
ข้อนี้เฉินม่อเฉย ๆ เงินร้อยล้านสำหรับเขาถือว่าน้อยนิด ต่อให้กู้ได้หมื่นล้าน เขาก็ไม่ได้ตื่นเต้นอะไร เพราะเขาเคยไปงานประมูลผู้ฝึกยุทธมาแล้ว สมุนไพรดี ๆ ต้นนึง ราคาเริ่มต้นก็พันล้าน บางต้นปาเข้าไปหมื่นล้านก็มี
ข้อสองคือ ได้รับยาเม็ดระดับขั้นก่อกำเนิดเดือนละ 6 เม็ด จริง ๆ ระดับเขาควรได้ยาเม็ดระดับหลอมโอสถ แต่ทั้งตระกูลยุทธภพและสำนักงานพิเศษไม่มียาระดับนี้ เลยชดเชยด้วยการเบิ้ลจำนวนยาเม็ดระดับก่อกำเนิดให้แทน
ยาพวกนี้จะเอาไปใช้ฝึกวิชาหรือรักษาอาการบาดเจ็บก็ได้ แล้วแต่เฉินม่อจะเลือก ถ้าไม่ระบุ ทางสำนักงานก็จะจัดยาสำหรับฝึกวิชามาให้