- หน้าแรก
- ชีวิตชนบทของปรมาจารย์ผู้บำเพ็ญเพียร
- บทที่ 1272 ไม่สนหรอกว่าจะหาใครมา
บทที่ 1272 ไม่สนหรอกว่าจะหาใครมา
บทที่ 1272 ไม่สนหรอกว่าจะหาใครมา
บทที่ 1272 ไม่สนหรอกว่าจะหาใครมา
หลี่จี้เซินมีความสัมพันธ์อันดีกับตระกูลหยวนแห่งเมืองซ่างไห่ จึงรู้สึกเสียดายแทนที่ตระกูลหยวนพลาดโอกาสได้เฉินม่อผู้เป็นดั่งภูผาอันแข็งแกร่งมาหนุนหลัง แต่อย่างไรก็ตาม ใครทำอะไรไว้ก็ต้องรับผลนั้น ในเมื่อตระกูลหยวนมองข้ามเฉินม่อไป ก็ถือเป็นความโชคร้ายของพวกเขา
แต่สำหรับหลี่จี้เซิน เขารู้ดีถึงความสามารถของเฉินม่อ ในเมื่อมีโอกาสสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อกัน เขาย่อมต้องรีบคว้าไว้
“แล้วจะให้จัดการยังไงครับ ผู้พิทักษ์เฉินมีข้อเรียกร้องอะไรเป็นพิเศษไหม?” หลี่จี้เซินถาม เพื่อให้การช่วยเหลือครั้งนี้ถูกใจเฉินม่อที่สุด
“อ้อ! เรื่องอุบัติเหตุ ผมไม่ติดใจอะไร เพราะตามหลักการแล้ว เขาทำถูกทุกอย่าง ผมยอมรับผิด แต่เรื่องที่สงสัยในบัตรประจำตัวของผม แล้วยังยึดบัตรไปอีก เรื่องนี้บอสหลี่ต้องช่วยจัดการหน่อยนะครับ”
เฉินม่อไม่ได้พูดจารุนแรง แม้จะรู้ว่าหูรุ่ยมีเจตนาไม่ดี แต่ขอแค่เรื่องจบ เขาก็พอใจแล้ว ตอนนี้เขาอยากกลับบ้านเต็มแก่ ไม่อยากเสียเวลากับเรื่องพวกนี้
“ได้ครับ ผู้พิทักษ์เฉิน ผมจะจัดการให้เดี๋ยวนี้” หลี่จี้เซินรับปาก สำหรับยอดฝีมือระดับครึ่งก้าวสู่ขั้นหลอมโอสถเขาต้องรีบจัดการให้เรียบร้อย
“โอเคครับ ตอนนี้ผมอยู่ที่เกิดเหตุ รอฟังข่าวดีนะครับ” เฉินม่อบอกความต้องการไปแล้ว เรื่องอุบัติเหตุว่าไปตามผิดถูก เรื่องยึดรถไม่มีปัญหา แต่เรื่องยึดบัตรและสงสัยในสถานะของเขา เป็นเรื่องที่ต้องเคลียร์
“ได้ครับ รอสักครู่นะครับ”
ในเมื่อเฉินม่อฝากฝังมา หลี่จี้เซินก็ต้องทำให้ดีที่สุด
วางสายจากเฉินม่อ หลี่จี้เซินก็โทรหาผู้ใหญ่ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเมืองซีอาน แน่นอนว่าเพราะเห็นแก่หน้าหูซื่อเขาจึงไม่ได้พูดอะไรมาก แค่ขอให้ปล่อยคน คืนบัตร และยืนยันว่าบัตรเป็นของจริง
ส่วนเรื่องรถที่เกิดอุบัติเหตุ ให้ยึดตามระเบียบได้เลย ว่ากันไปตามกฎหมาย ไม่ต้องเกรงใจ แต่ก็กำชับว่าเรื่องที่เกี่ยวกับเฉินม่อ สำนักงานพิเศษสาขาซีอานรับรองให้แล้ว อย่าให้เสียเวลาเฉินม่อ ให้รีบปล่อยตัวไป
เขาไม่ได้บอกว่าเฉินม่อเป็นใคร แต่กำชับเป็นพิเศษ ซึ่งผู้ใหญ่เหล่านั้นก็รับปากแต่โดยดี ตราบใดที่ไม่ผิดกฎระเบียบ ก็จัดการให้ได้
เฉินม่อวางสายแล้วเดินไปหาหูรุ่ย “รออีกสักสองสามนาที เดี๋ยวคงมีคนโทรหาคุณ”
“ได้ ฉันอยากรู้เหมือนกันว่านายจะหาใครมาเคลียร์” หูรุ่ยพูดจาแดกดัน
เฉินม่อไม่สนใจ หันไปรอผลอย่างใจเย็น
ไม่กี่นาทีต่อมา โทรศัพท์ของหูรุ่ยก็ดังขึ้น
หูรุ่ยรับสาย ปรากฏว่าเป็นหัวหน้าสายตรงโทรมา ไม่ได้อธิบายอะไรมาก แค่บอกว่าเฉินม่อที่อยู่ในที่เกิดเหตุ ถือบัตรจริง ให้ปล่อยตัวไป ส่วนเรื่องอุบัติเหตุให้ว่าไปตามกฎหมาย ยึดรถได้ แต่ห้ามยึดคน
“บัตรของเฉินม่อมีปัญหา ผมต้องควบคุมตัวเขาไว้ ไม่อย่างนั้นถ้าปล่อยพวกต้มตุ๋นไป จะเสียชื่อหน่วยงานเราเปล่า ๆ” หูรุ่ยเถียง เขาไม่ค่อยเกรงกลัวหัวหน้าเท่าไหร่ เพราะเขาแซ่หู เป็นคนตระกูลหูแห่งตะวันตกเฉียงใต้ แถมยังเป็นผู้ฝึกยุทธ
การที่เขามาเป็นตำรวจจราจรธรรมดา ๆ ในซีอาน ย่อมมีเส้นสาย ไม่อย่างนั้นคงไม่ได้เป็นหัวหน้าหน่วยง่าย ๆ แบบนี้
หัวหน้าของหูรุ่ยปวดหัวกับลูกน้องคนนี้จริง ๆ คุมยาก แถมยังมีตระกูลหูหนุนหลัง จะดุด่าก็ทำไม่ได้เต็มปาก
“แล้วบัตรที่เขาโชว์ เป็นบัตรอะไร?”
“เขาบอกว่าเป็นคนของสำนักงานพิเศษครับ” หูรุ่ยตอบ
“เฮ้อ! หูรุ่ย อย่าก่อเรื่องได้ไหม? นายไม่รู้จักสำนักงานพิเศษเหรอ? หรือไม่เคยได้ยิน? เฉินม่อคนนี้ ปล่อยเขาไปซะ ส่วนเรื่องอื่นก็ว่าไปตามระเบียบ” หัวหน้าได้รับแจ้งมาว่าเฉินม่อเป็นคนของสำนักงานพิเศษ ตัวจริงเสียงจริง
“หูรุ่ย ฟังนะ คนชื่อเฉินม่อเป็นคนของสำนักงานพิเศษ มีคนยืนยันสถานะมาแล้ว นายเลิกบ้าสักที”
“ฮิฮิ ถึงบัตรจะจริง แต่พาตัวไปตรวจสอบที่โรงพักสักหน่อยก็ไม่เสียหายไม่ใช่เหรอครับ?”
“หูรุ่ย นายฟังภาษาคนรู้เรื่องไหม? ฉันสั่งให้คืนบัตร แล้วปล่อยเขาไป! นี่เป็นคำสั่งจากสำนักงานพิเศษสาขาซีอาน ต้องปฏิบัติตาม!”
หูรุ่ยได้ยินดังนั้น ก็ได้แต่เบ้ปากรับคำ เขาไม่ได้เคารพหรือกลัวหัวหน้าสักเท่าไหร่ สถานะของเขาทำให้เขากล้าทำแบบนี้
เขาถือบัตรของเฉินม่อโบกไปมาเหมือนพัด แล้วพูดว่า “ดูท่านายจะหาคนเส้นใหญ่มาเคลียร์ได้จริง ๆ เบื้องบนสั่งให้ปล่อยนาย แถมยังเป็นคำสั่งตายตัว ดูเหมือนนายจะมีหน้ามีตาในสำนักงานพิเศษพอสมควรนะ”
คำพูดนี้แสดงว่าเขารู้อยู่แล้วว่าบัตรจริง แต่แกล้งทำเป็นไม่รู้ เพื่อจะแกล้งเฉินม่อ
เฉินม้อมองบัตรที่แกว่งไปมาในมือหูรุ่ย ขมวดคิ้วถามว่า “ผมเคยไปทำอะไรให้คุณเจ็บแค้น หรือเราเคยเจอกันมาก่อนไหม?”
หมอนี่ดูมีอคติกับเขามาก แต่เฉินม่อนึกไม่ออกว่าไปทำอะไรให้
หูรุ่ยหัวเราะ "ฮิฮิ" ไม่ตอบคำถาม แต่พูดว่า “ถึงนายจะหาคนมาสั่งให้ปล่อย แต่ฉันไม่ปล่อย! ฉันจะพานายกลับไปโรงพัก อยากรู้นักว่าจะมีใครโทรมาอีก!”
“คุณจะจับผม?”
“ฮ่าฮ่า! แน่นอน! ดูเหมือนนายจะรู้ชะตากรรมตัวเองดีนี่!”
“คำถามเมื่อกี้ คุณยังไม่ตอบผมเลย”
“ฉันไม่ได้มีปัญหาอะไรกับตัวนาย แต่ฉันเกลียดพวกใช้เส้นสายทำลายกฎระเบียบ!”
เฉินม่อพูดไม่ออก หมอนี่หัวแข็งจริง ๆ หรือจะอาศัยบารมีหูซื่อมาหาเรื่องเขา? ไม่เคยเจอกันมาก่อน แต่มาหาเรื่องกันดื้อ ๆ แบบนี้ แสดงว่าความแค้นคงไม่น้อย
แล้วเขาไปทำอะไรให้หมอนี่โกรธแค้นตอนไหนเนี่ย?
“สรุปว่าวันนี้คุณจะพาผมกลับไปให้ได้ใช่ไหม?”
“ถูกต้อง! ฉันเกลียดคนแบบนายที่สุด พอมีปัญหาก็โทรหาคนโน้นคนนี้ ใช้เส้นสาย แต่บอกไว้เลย วันนี้ฉันไม่ปล่อยนายแน่ นายจะทำไม” หูรุ่ยยิ้มเยาะ
เฉินม้อมองหูรุ่ยอย่างลึกซึ้ง แล้วกวาดตามองรอบ ๆ บนทางด่วนคนเยอะมากเพราะอุบัติเหตุ จึงไม่ได้พูดอะไรมาก พยักหน้าแล้วตอบว่า “ดี”
หูรุ่ยหัวเราะ ไม่มองหน้าเฉินม่ออีก หันไปสั่งลูกน้อง “งั้นก็รออยู่ตรงนี้ เสี่ยวจูเฝ้าหมอนี่ไว้ เดี๋ยวฉันจัดการธุระเสร็จจะพาตัวกลับโรงพัก”
“ครับ!” เสี่ยวจูรับคำ แล้วมายืนเฝ้าเฉินม่อ
เฉินม้อมองดูหูรุ่ยจัดการเคลียร์พื้นที่เกิดเหตุอย่างคล่องแคล่ว ดูท่าจะทำงานเก่ง แต่ทำไมถึงจ้องเล่นงานเขา? คิดไปคิดมา ก็นึกถึงความเป็นไปได้หนึ่ง เพราะที่นี่คือเมืองซีอาน และเขาก็เคยได้รับโทรศัพท์เตือน หวังว่าคงไม่ใช่เรื่องนั้นนะ ไม่อย่างนั้นคงต้องคุยกับหมอนี่ให้รู้เรื่องแล้ว!
ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง ตำรวจชุดใหม่ก็มาถึง หูรุ่ยส่งต่องานให้ แล้วเดินกลับมาหาเฉินม่อ
“ไปกันเถอะ วันนี้นายคงต้องไปนอนเล่นที่โรงพักสักพักแล้วล่ะ” หูรุ่ยกล่าว
“ผมขอย้ำอีกครั้ง กรณีของผมไม่จำเป็นต้องกักขังนะครับ!” เฉินม่อขมวดคิ้ว
“ฮิฮิ กรณีของนายไม่ต้องกักขังก็จริง แค่อุบัติเหตุจราจร แต่นายโทรหาคนมาช่วยไม่ใช่เหรอ ฉันเลยอยากรู้ว่าเดี๋ยวจะมีใครโผล่หัวมาช่วยนายอีก” หูรุ่ยยิ้มกวน
หันไปสั่งเสี่ยวจูว่า “เสี่ยวจู นายกลับไปพร้อมคนอื่น เดี๋ยวฉันพาหมอนี่กลับเอง”
“ครับ!” เสี่ยวจูพยักหน้า แล้วเดินจากไป แม้จะสงสัย แต่หัวหน้าเขามีแบ็คดี คงไม่เป็นไรหรอก เรื่องของคนใหญ่คนโต เขาไม่เกี่ยว หลบดีกว่า
หูรุ่ยหยิบกุญแจมือออกมา แล้วพูดกับเฉินม่อว่า “มานี่ อยู่นิ่ง ๆ อย่าขัดขืน” เขามั่นใจว่าจะจัดการเฉินม่อได้ เพราะข้อมูลบอกว่าเฉินม่อแค่ขั้นหลังฟ้าขั้นที่ห้า
ส่วนเขาเป็นถึงขั้นหลังฟ้าขั้นที่หกเฉินม่อไม่มีทางสู้ได้ แน่นอน กุญแจมือธรรมดาเอาไม่อยู่สำหรับผู้ฝึกยุทธ แต่เขาเอาออกมาเพื่อข่มขวัญ ให้เฉินม่อรู้ว่าเขาไม่สนแบ็คของเฉินม่อหน้าไหนทั้งนั้น
เฉินม่อชะงัก ไม่คิดว่าหูรุ่ยจะเล่นไม้นี้
“คุณคิดดีแล้วเหรอที่จะทำแบบนี้?”
“ฮ่าฮ่า! นายก็แค่ขั้นหลังฟ้าขั้นที่ห้า คิดจะขัดขืนเหรอ? ถ้าคิดจะสู้ ก็คิดให้ดี ๆ นะ! บอกไว้ก่อนเลย ฉันไม่สนหรอกว่านายจะไปขอให้ใครมาช่วย ต่อให้เป็นหลี่จี้เซิน หัวหน้าสาขาซีอาน ก็ไม่มีประโยชน์กับฉันหรอก!”
เฉินม่อพยักหน้า คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า “จะไปโรงพักก็ไป แต่ไอ้นี่ผมไม่ใส่! ถ้าคุณอยากให้ใส่จริง ๆ งั้นเรามาสู้กันตรงนี้เลย ให้คนธรรมดาดูว่าผู้ฝึกยุทธเขาสู้กันยังไง”
หูรุ่ยมองไปรอบ ๆ แม้คนจะไม่เยอะ แต่หลายคนก็ยกมือถือขึ้นมาถ่ายคลิป ถ้าเขาสู้กับเฉินม่อตรงนี้ แล้วคลิปหลุดออกไป คงไม่ใช่เรื่องดีแน่