เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 401 หัวมังกรแต่หางงู

บทที่ 401 หัวมังกรแต่หางงู

บทที่ 401 หัวมังกรแต่หางงู


บทที่ 401 หัวมังกรแต่หางงู

“ตอบข้ามาสิว่าตอนนี้โอวหยางซวนมีคุณสมบัติพอแล้วหรือยัง!” โอวหยางเต๋อเร่ยเบิกตากว้างจ้องมองโอวหยางจิ้งเพื่อบีบบังคับให้เขาตอบ

“ท่านอาวุโสโอวหยางเต๋อเร่ย การกระทำของท่านไม่ชอบด้วยกฎ!” หนึ่งในอาวุโสของตระกูลซึ่งเป็นผู้ใหญ่ของโอวหยางจิ้งลุกขึ้นยืนแล้วกล่าวกับโอวหยางเต๋อเร่ย

เหล่าผู้อาวุโสของตระกูลโอวหยางคือผู้ที่มีคุณสมบัติและพลังฝีมือถึงขั้นปราณฟ้าขั้นแปดเป็นอย่างต่ำ พวกเขาจะมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเรื่องสำคัญของตระกูลและสามารถเข้าร่วมการประชุมที่ผู้นำตระกูลเรียกประชุมได้

แน่นอนว่าผู้อาวุโสบางท่านก็รับตำแหน่งสำคัญในตระกูลด้วย! แต่ไม่ว่าจะมีตำแหน่งหรือไม่ก็ตาม ตราบใดที่เข้าเกณฑ์ พวกเขาก็สามารถเป็นผู้อาวุโสของตระกูลและมีส่วนร่วมในกิจการต่าง ๆ ได้

แต่ในการตัดสินใจใด ๆ ผู้นำตระกูลจะมีอำนาจเด็ดขาด ตราบใดที่ไม่มีผู้อาวุโสเกินสองในสามคัดค้านก็ถือว่าผ่านแล้ว อำนาจของผู้นำตระกูลโอวหยางถือว่ายิ่งใหญ่มาก

ดังนั้น การที่โอวหยางเต๋อเร่ยปรากฏตัวและบังคับให้โอวหยางจิ้งพูดจึงเป็นการละเมิดกฎของตระกูลโอวหยางอย่างแน่นอน ทำให้มีผู้อาวุโสลุกขึ้นมาพูดเช่นนี้ ซึ่งผู้อาวุโสท่านนี้ก็เป็นพวกเดียวกับโอวหยางจิ้งย่อมต้องเข้าข้างโอวหยางจิ้งอยู่แล้ว

“ฮ่าฮ่า! ข้าบอกว่าใช้ได้ก็คือใช้ได้ ท่านมีความเห็นอะไรหรือ?” โอวหยางเต๋อเร่ยพูดอย่างไม่สมเหตุสมผล

“ใช่ ข้ามีความเห็น! ท่านกำลังท้าทายอำนาจของผู้นำตระกูล! ถ้าทุกคนทำอย่างนี้ได้ ต่อไปใครก็ตามที่ได้เป็นผู้นำตระกูล คนข้างล่างก็จะสามารถท้าทายอำนาจแบบที่ท่านกำลังทำอยู่นี้ได้เช่นกันหรือ?”

“เจ้า! หึ! ดีมาก!” โอวหยางเต๋อเร่ยก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว พุ่งเข้าหาผู้อาวุโสท่านนั้นแล้วตบเข้าที่หน้าอกของเขาเต็มแรงจนร่างลอยกระเด็นออกไปหลายเมตร ล้มลงอาเจียนเป็นเลือดและหมดสติไป นี่เป็นเพราะเขายังคำนึงถึงความเป็นคนตระกูลโอวหยางจึงได้ยั้งมือไว้

โอวหยางจิ้งรีบวิ่งเข้าไปพยุงผู้อาวุโสท่านนั้นขึ้นมาแล้วสำรวจอาการ โชคดีที่ถึงแม้จะอาเจียนเป็นเลือดแต่อาการบาดเจ็บก็ไม่ได้หนักหนาอย่างที่คิดไว้

“ยังมีใครอีกบ้างที่อยากจะลุกขึ้นมาบอกว่าข้าผิด?” โอวหยางเต๋อเร่ยกวาดตามองไปรอบ ๆ แล้วถามขึ้น

เมื่อเขาเห็นว่าไม่มีใครคัดค้านอีก จึงหันกลับไปเผชิญหน้ากับโอวหยางจิ้งแล้วพูดขึ้นช้า ๆ ว่า “โอวหยางจิ้ง พูดมาสิว่ามีคุณสมบัติพอหรือไม่?”

ดูเหมือนว่าเขาตั้งใจที่จะใช้อำนาจเข้าห้ำหั่นเพื่อให้ได้ตำแหน่งผู้นำตระกูลมาอย่างบ้าเลือด คำถามของเขาก็เป็นเครื่องยืนยันในเจตนานี้

“ท่านอาวุโสเต๋อเร่ย ท่านทำร้ายผู้อาวุโสของตระกูลเช่นนี้ ไม่กลัวกฎตระกูลหรือ?” โอวหยางจิ้งถาม

“ฮ่าฮ่า! ใครกันที่จะมาบอกกฎตระกูลให้ข้าได้?” โอวหยางเต๋อเร่ยหัวเราะเสียงดัง ขณะที่ผู้คนในฝ่ายของโอวหยางซวนก็หัวเราะตามไปด้วย

โอวหยางเต๋อเร่ยรู้ดีว่าตอนนี้ไม่มีใครในตระกูลที่มีพลังฝีมือสูงกว่าเขาได้เลย เว้นแต่พวกอาวุโสที่เก็บตัวฝึกตนอยู่ในที่ปิด แต่ผู้เฒ่าเหล่านั้นจะออกมาแย่งชิงอำนาจกันหรือ?

ส่วนพ่อของโอวหยางจิ้งอย่างโอวหยางเต๋อผู่ ซึ่งเป็นญาติทางสายเลือดเดียวกัน ตอนนี้ก็กำลังเก็บตัวฝึกอยู่เช่นกัน ตราบใดที่วันนี้ผ่านไปและตำแหน่งผู้นำตระกูลตกเป็นของโอวหยางซวน ก็ไม่มีเหตุผลใดที่ตำแหน่งนี้จะกลับไปเป็นของโอวหยางจิ้งได้อีก

อีกทั้งโอวหยางเต๋อผู่ก็มีพลังปราณฟ้าขั้นสิบเช่นเดียวกับเขา แต่โอวหยางเต๋อเร่ยขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ที่เข้าใกล้พลังฟ้าขั้นเซียนที่สุด จึงเป็นไปไม่ได้ที่โอวหยางเต๋อผู่จะเอาชนะเขาได้

ทันใดนั้นห้องประชุมก็ตกอยู่ในความเงียบงันอย่างน่าประหลาดใจ

“เฮ้อ!” เสียงถอนหายใจดังแว่วเข้ามาในห้องโถงก้องอยู่ในหูของทุกคน

“ใคร? ใครกันที่ทำตัวลึกลับซับซ้อน?” โอวหยางเต๋อเร่ยมองไปรอบ ๆ แต่ไม่พบผู้ที่ถอนหายใจ จึงตะโกนถามอย่างไม่สบอารมณ์

“เฮ้อ! ข้าเอง เจ้าเป็นถึงผู้อาวุโสของตระกูลและมีพลังปราณฟ้าขั้นสิบ แต่กลับไม่ยอมฝึกตนอย่างจริงจังในเขาหลังตระกูลเพื่อทะลวงสู่ขั้นเซียน แต่กลับวิ่งออกมาเพื่อแย่งชิงอำนาจ นี่มันกลับตาลปัตรอย่างแท้จริง!”

โอวหยางเต๋อผู่ในชุดฝึกสีขาวนวลและรองเท้าผ้าก้าวเข้ามาจากด้านนอก ร่างกายของเขาสงบนิ่งและเป็นธรรมชาติ เมื่อเทียบกับโอวหยางเต๋อเร่ยแล้ว เขาดูลดความก้าวร้าวลง แต่กลับมีความเป็นธรรมชาติมากขึ้น

โอวหยางเต๋อเร่ยหรี่ตาลง “เป็นเจ้า!”

“ใช่ ข้าเอง!” โอวหยางเต๋อผู่กล่าว “ในเมื่อคนหนุ่มไม่ทำเรื่องที่ควรทำ ผู้อาวุโสอย่างข้าก็ต้องออกมาเอง!”

“หึหึ! ต่อให้เจ้าออกมาแล้วจะทำไม? แต่ก่อนเจ้าก็เคยแพ้ข้ามาก่อนมิใช่หรือ!” โอวหยางเต๋อเร่ยกล่าวอย่างไม่พอใจ

“แล้วถ้าข้าเคยแพ้เจ้าจะทำไม? เจ้าอยากให้เราสองพี่น้องเข่นฆ่ากันเองเหมือนต้มถั่วด้วยฟืนจากเถาถั่วหรืออย่างไร?” โอวหยางเต๋อผู่ถาม

(***ต้มถั่วด้วยฟืนจากเถาถั่ว (煮豆燃豆萁) เป็นสำนวนจีนโบราณที่หมายถึงพี่น้องที่เข่นฆ่ากันเอง)

“แล้วถ้าใช่เล่า?”

“ถ้าเช่นนั้นข้าก็ต้องห้ามเจ้า!”

“ฮ่าฮ่า! เจ้าคิดว่าเจ้าทำได้หรือ?”

“แน่นอน! ข้าทำได้!”

“ถ้าอย่างนั้นข้าจะขอทดสอบเจ้าสักหน่อย!”

โอวหยางเต๋อเร่ยพูดจบก็พุ่งเข้าโจมตีโอวหยางเต๋อผู่ทันที!

แต่เมื่อเข้าใกล้โอวหยางเต๋อผู่ เขาก็พบว่าพลังฝ่ามือของเขาไม่สามารถกระแทกโดนร่างของเขาได้เลย แต่กลับถูกพลังที่อ่อนโยนดึงดูดแล้วโจมตีใส่ความว่างเปล่าแทน

“อะไรกัน? เจ้ากลายเป็นเซียนไปแล้วหรือนี่!” โอวหยางเต๋อผู่ไม่ได้เป็นเซียนแต่เขาก็เคยสัมผัสการโจมตีจากเซียนมาก่อน พลังที่ปัดป้องการโจมตีของเขาเมื่อครู่นี้คือพลังแห่งธรรมชาติ!

เขารู้สึกตกใจมากจนไม่สนใจที่จะโจมตีโอวหยางเต๋อผู่ต่อไป แต่กลับตั้งคำถามด้วยน้ำเสียงอันดัง

“เฮ้อ! ข้ายังไม่เป็นเซียน เพียงแค่ครึ่งก้าวสู่เซียนเท่านั้น” โอวหยางเต๋อผู่กล่าวอย่างเจ็บปวด การจะบรรลุถึงขั้นเซียนนั้นไม่ง่ายเลย หากมีทางลัด ข้าคงไม่ต้องเก็บตัวฝึกฝนมาหลายปีเพื่อไตร่ตรองถึงขั้นเซียนแล้ว!

“อะไรกัน! ครึ่งก้าวสู่เซียน!” โอวหยางเต๋อเร่ยมองเขาด้วยความตกใจอย่างยิ่ง แม้จะไม่ได้เป็นเซียนอย่างที่เขาคิด แต่ก็เหนือกว่าเขาแล้ว และก้าวเข้าสู่ครึ่งก้าวสู่เซียน นั่นหมายถึงถ้าเขาได้ไตร่ตรองต่อไปอีกหน่อย เขาก็อาจจะก้าวเข้าสู่ระดับเซียนได้!

หลังจากตกใจอยู่นาน เขามองไปที่โอวหยางเต๋อผู่และไม่พูดอะไร

โอวหยางเต๋อผู่ก็มองเขาและไม่พูดอะไรเช่นกัน ความจริงแล้วทั้งสองคนเข้าใจดีว่าการต่อสู้ครั้งนี้ได้ตัดสินผู้แพ้ชนะแล้ว

อีกอย่างการแย่งชิงอำนาจในตระกูลจะไม่ทำร้ายคนในตระกูลโอวหยาง ส่วนใหญ่แล้วเมื่อสำเร็จก็จะปลดผู้ที่มีอำนาจที่เป็นศัตรูออกเท่านั้น ดังนั้นถึงแม้โอวหยางเต๋อเร่ยจะโจมตีคนอื่นแต่เขาก็ไม่ได้ลงมือถึงตาย

ด้วยเหตุนี้โอวหยางเต๋อผู่จึงไม่ตอบโต้ แต่รอการตัดสินใจของโอวหยางเต๋อเร่ย

“ดูเหมือนว่าเจ้าจะเป็นผู้ชนะอีกแล้ว!” โอวหยางเต๋อเร่ยกล่าวอย่างไม่เต็มใจ

“อาจจะใช่” โอวหยางเต๋อผู่กล่าว

โอวหยางเต๋อเร่ยหันกลับไปหาโอวหยางซวนแล้วพูดว่า “กลับกันเถอะ ในเมื่อคนอื่นได้เตรียมการไว้แล้ว ก็ไม่มีอะไรให้คาดหวังได้อีก”

สำหรับตำแหน่งผู้นำตระกูล โอวหยางเต๋อเร่ยก็เคยหมายปองมานานแล้วแต่ก็ไม่สามารถคว้ามาได้ ถึงตอนนี้เมื่อเปลี่ยนเป็นโอวหยางซวนแล้วก็ยังคงเหมือนเดิม

หลังจากวันนี้ผ่านไป การจะแย่งชิงตำแหน่งผู้นำตระกูลอีกครั้งก็ไม่ใช่เรื่องง่ายแล้ว

โอวหยางซวนไม่พอใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ในเมื่อไพ่เด็ดในมือถูกใช้ไปหมดแล้ว แต่ยังไม่สามารถพลิกสถานการณ์กลับมาได้ก็ย่อมไม่มีความหวังอีกต่อไป

เขาจึงหันหลังและกวักมือเรียกคนของตนอย่างหมดหนทางให้เดินออกจากห้องประชุม

“เดี๋ยวก่อน โอวหยางซวน เจ้าอย่าลืมเรื่องที่จะไปอวยพรวันเกิดผู้นำตระกูลของตระกูลหาน!” โอวหยางจิ้งกล่าว ในเมื่อเขาชนะแล้ว เขาก็ต้องจัดการทุกเรื่องให้เรียบร้อย ผู้ที่ควรเปลี่ยนก็ต้องเปลี่ยน ผู้ที่ควรถูกปลดก็ต้องถูกปลด และเรื่องไปอวยพรวันเกิดก็ต้องไปอยู่ดี!

“เจ้า!” โอวหยางซวนหันกลับมาอย่างโกรธจัดและมองโอวหยางจิ้ง แต่ก็พูดอะไรไม่ออก

ผู้ชนะคือเจ้าชีวิต ผู้แพ้คือขี้ข้า ย่อมไม่มีอะไรจะพูดได้อีก

“ดี! หวังว่าเจ้าจะเห็นแก่ตระกูลโอวหยางเป็นสำคัญ!” โอวหยางซวนกัดฟันพูด

“ข้าเป็นผู้นำตระกูลย่อมต้องเห็นแก่ตระกูลเป็นสำคัญ เรื่องนี้ท่านวางใจได้เลย!” โอวหยางจิ้งกล่าว

ที่โอวหยางซวนและโอวหยางจิ้งพูดกันนั้นก็เพื่อต้องการสื่อสารกับผู้ที่อยู่เบื้องหลัง

โอวหยางซวนหวังให้โอวหยางจิ้งใจดีและปล่อยวางคนของตน ขอแค่ได้อำนาจกลับคืนไปก็พอแล้ว

โอวหยางจิ้งก็ตอบเช่นนั้นเพื่อให้โอวหยางซวนเข้าใจว่าเขาต้องการเพียงอำนาจเท่านั้น และจะไม่ทำร้ายชีวิตใคร

“ดี!” โอวหยางซวนเข้าใจคำพูดของเขาจึงพยักหน้าแล้วหันหลังพาคนของตนออกไป

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 401 หัวมังกรแต่หางงู

คัดลอกลิงก์แล้ว