- หน้าแรก
- ย้อนเวลามาเป็นคนดี ไหงกลายเป็นเขยสี่ตระกูล
- บทที่ 27 เทพธิดาน้ำแข็งละลายแล้ว
บทที่ 27 เทพธิดาน้ำแข็งละลายแล้ว
บทที่ 27 เทพธิดาน้ำแข็งละลายแล้ว
บทที่ 27 เทพธิดาน้ำแข็งละลายแล้ว
เซี่ยอวี่หนิงตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งร่าง นางใช้เวลาครู่หนึ่งกว่าจะค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นนั่งบนเตียงได้
ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ผุดขึ้นมาในความทรงจำทีละฉาก เซี่ยอวี่หนิงยกมือปิดหน้า อยากจะแทรกแผ่นดินหนีไปเสียเดี๋ยวนี้
นางจำได้ว่านางดื่มเหล้ากับสวีเจ๋ออัน จากนั้นร่างกายก็เริ่มรู้สึกแปลกๆ นางถึงขั้นกอดสวีเจ๋ออันแน่นไม่ยอมปล่อย
ต่อมา นางยังเป็นฝ่ายรุกจูบสวีเจ๋ออัน ลากเขาขึ้นมาบนเตียงแล้วกดทับร่างเขาไว้ ทั้งร้องไห้คร่ำครวญ ออดอ้อน และวอนขอเขาไม่หยุด...
แค่คิดถึงเรื่องพวกนี้ เซี่ยอวี่หนิงก็อยากจะกัดลิ้นตายเสียให้รู้แล้วรู้รอด
แต่ความทรงจำหลังจากนั้น นางกลับอดไม่ได้ที่จะเริ่มหวนนึกถึงมัน แถมยังจำรายละเอียดได้ชัดเจนเสียด้วย
โดยเฉพาะใบหน้าของสวีเจ๋ออัน และวิธีการที่เขาปลอบประโลมเอาใจนางอย่างอ่อนโยนนุ่มนวล ประทับตราตรึงลึกเข้าไปในจิตใจของเซี่ยอวี่หนิง
ยิ่งคิด ใบหน้าของเซี่ยอวี่หนิงก็ยิ่งแดงก่ำ นางกำผ้าห่มแพรในมือแน่น ขบกัดริมฝีปากเบาๆ พลางหลุบตาลง เผยให้เห็นท่าทีขัดเขินของหญิงสาวที่เพิ่งผ่านประสบการณ์ใกล้ชิดเป็นครั้งแรก
เสี่ยวฉานและเสี่ยวเยว่รออยู่ภายในห้อง เมื่อเห็นว่าเซี่ยอวี่หนิงตื่นแล้ว ทั้งสองก็รีบเข้ามาดูอาการทันที
"คุณหนูตื่นแล้ว! รู้สึกไม่สบายตรงไหนไหมเจ้าคะ? บ่าวไปขอยาจากป้าหลี่มาแล้ว นางบอกว่าทาตรงนั้นแล้วจะหายเจ็บเจ้าค่ะ"
เซี่ยอวี่หนิงเบือนหน้าหนีด้วยความอาย "ไม่จำเป็นหรอกเสี่ยวฉาน จริงๆ แล้ว... มันก็ไม่ได้เจ็บมากนัก"
เดิมทีเพราะฤทธิ์สุรา เซี่ยอวี่หนิงก็รู้สึกวาบหวามอยู่แล้ว บวกกับสวีเจ๋ออันที่ทั้งอดทนและอ่อนโยนเป็นพิเศษ เล้าโลมจนนางพร้อม ถึงตอนนั้นนางแทบไม่รู้สึกเจ็บเลยด้วยซ้ำ หลังจากนั้นก็มีแต่ความสุขสมล้วนๆ
เสี่ยวฉานทำหน้าไม่เชื่อ "จะเป็นไปได้ยังไงเจ้าคะคุณหนู คุณหนูเลือดออกด้วยนะ ผ้าปูเตียงมงคลมีรอยเปื้อนเต็มไปหมด จะไม่เจ็บได้ยังไง?"
เซี่ยอวี่หนิงงุนงงเล็กน้อย นางจำได้ว่ามีเลือดออก แต่เพราะสวีเจ๋ออันถนอมนางมาก มันก็น่าจะมีแค่ไม่กี่หยด จะไปชุ่มผ้าปูเตียงได้อย่างไร?
คุณหนูตระกูลสูงศักดิ์สมัยโบราณหลายคนไม่เข้าใจเรื่องนี้ รวมถึงพวกผู้ชายด้วย ต่างคิดกันไปเองว่าผู้หญิงต้องเลือดออกเยอะในครั้งแรก แต่มันไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป
สาเหตุที่มีเลือดพรหมจรรย์ไหลออกมามากในครั้งแรก มักเป็นเพราะสตรีในสมัยโบราณแต่งงานตั้งแต่อายุยังน้อยเกินไป ทำให้บาดเจ็บได้ง่าย อีกทั้งผู้ชายบางคนก็ไม่รู้จักความอ่อนโยนทะนุถนอม กระทำรุนแรงจนทำให้มดลูกฉีกขาดและเลือดออกมาก
บางคนถึงกับจงใจใช้กำลังเพื่อให้เลือดไหลออกมามากๆ จนชุ่มผ้าปูเตียง เพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์
เซี่ยอวี่หนิงเป็นสาวบริสุทธิ์จริงๆ แต่เลือดที่นางเสียไปก็ไม่มากพอจะทำให้ผ้าปูเตียงชุ่มโชกได้
ตระกูลเซี่ยไม่ใช่ตระกูลที่ไร้ความรู้ พวกแม่นมที่มีประสบการณ์ในตระกูลก็เคยบอกไว้ว่าไม่ใช่ผู้หญิงทุกคนที่จะเลือดออกจนชุ่มผ้าปูเตียงในครั้งแรก
เสี่ยวฉานเอ่ยด้วยความแปลกใจ "แต่บ่าวเห็นเลือดบนผ้าปูเตียงเยอะมากเลยนะเจ้าคะ"
เซี่ยอวี่หนิงขมวดคิ้ว "สวีเจ๋ออันทำอะไรหลังจากที่ข้าหลับไปหรือเปล่า?"
เสี่ยวเยว่นึกถึงใบหน้าที่ซีดเผือดเล็กน้อยของสวีเจ๋ออันก่อนหน้านี้ แล้วจู่ๆ ก็กระจ่างแจ้ง "เมื่อกี้บ่าวนึกว่าเขยขวัญร่างกายอ่อนแอ ถึงได้หน้าซีดหลังจากเข้าหอ ที่แท้เขาอาจจะกรีดเลือดตัวเองเพื่อให้ผ้าปูเตียงชุ่มหรือเปล่าเจ้าคะ?"
เซี่ยอวี่หนิงตะลึงงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าถาม "แล้วเขาไปไหนแล้ว?"
เสี่ยวฉานตอบอย่างจนใจปนขบขัน "เขารู้สึกว่าสิ่งที่ทำลงไปเป็นการฉวยโอกาสและล่วงเกินคุณหนู ก็เลยออกไปสำนึกผิดอยู่ข้างนอกเจ้าค่ะ ดูสิ อาหารบนโต๊ะเขาก็ไม่ยอมแตะเลย"
เซี่ยอวี่หนิงหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ "เจ้าทึ่มเอ๊ย..."
ปากก็หัวเราะเยาะเขา แต่ในใจเซี่ยอวี่หนิงกลับรู้สึกว่าสวีเจ๋ออันช่างเป็นสุภาพบุรุษที่แท้จริง
เพราะนางจำได้ว่าตอนนั้นสวีเจ๋ออันพยายามผลักไสนาง และถึงกับเรียกเสี่ยวฉานเข้ามา ถ้าไม่ใช่เพราะนางเป็นฝ่ายรุกเข้าหา สวีเจ๋ออันคงยอมขาดใจตายดีกว่าจะแตะต้องนาง
เสี่ยวเยว่เสริมว่า "คุณหนู เขยขวัญยังช่วยเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้คุณหนูด้วยนะเจ้าคะ ไม่ใช่ว่าบ่าวกับเสี่ยวฉานขี้เกียจ พวกเราเตรียมน้ำรออยู่หน้าประตูแล้ว แต่เขยขวัญยืนกรานจะทำเองเจ้าค่ะ"
เสี่ยวฉานรีบพูดต่อ "เขยขวัญบอกว่าต้องรับผิดชอบคุณหนู ก็เลยลงมือเช็ดตัวเปลี่ยนชุดให้คุณหนูด้วยตัวเองเลยเจ้าค่ะ"
ผู้ชายส่วนใหญ่ทำเรื่องแบบนี้ไม่เป็นหรอก
ในต้าเซี่ย สามีถือเป็นใหญ่ สามีที่อ่อนโยนและเอาใจใส่เช่นนี้หาได้ยากยิ่ง
เซี่ยอวี่หนิงรู้สึกอบอุ่นวาบในหัวใจ ดูเหมือนการแต่งงานครั้งนี้จะดีกว่าที่นางจินตนาการไว้มากนัก
เซี่ยอวี่หนิง "รีบไปตามเขาเถอะ อย่าให้ต้องตากลมจนไม่สบายไปอีก"
เสี่ยวเยว่รับคำ "เจ้าค่ะ" แล้วหันหลังเดินออกจากห้องไปตามหาสวีเจ๋ออัน
นางถามทางไปเรื่อยๆ จนในที่สุดก็พบสวีเจ๋ออันที่ริมทะเลสาบ
สวีเจ๋ออันเห็นร่างของเสี่ยวเยว่แต่ไกล ก็เริ่มเปิดฉากละครตบตากับอู๋เหยียน สองนายบ่าวผู้รู้ใจ
"คุณชาย ถ้าท่านยังทำแบบนี้ ร่างกายจะแย่เอานะขอรับ ไปหาหมอทำแผลเถอะ"
"ข้าไม่เป็นไร แค่แผลเล็กน้อย"
"แผลเล็กน้อยที่ไหนกัน หน้าท่านซีดขนาดนี้"
"ข้าเคยเจ็บกว่านี้มาตั้งเท่าไหร่ แผลแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้ ทำเรื่องพรรค์นั้นลงไป นี่คือสิ่งที่ข้าสมควรได้รับแล้ว"
"คุณชาย อย่าทำแบบนี้เลย คุณหนูเซี่ยอาจจะไม่โทษท่านก็ได้"
"นางไม่โทษข้าคือน้ำใจของนาง แต่ไม่ได้หมายความว่าข้าไม่ผิด"
...
เสี่ยวเยว่ได้ยินดังนั้นก็รู้สึกว่าสวีเจ๋ออันช่างซื่อบื้อและจริงใจเหลือเกิน
นางรีบเดินเข้าไปห้ามปราม "เขยขวัญ อย่ามายืนตากลมหนาวอยู่ตรงนี้เลยเจ้าค่ะ คุณหนูเรียกท่านกลับไปแล้ว"
สวีเจ๋ออันทำท่าทางราวกับให้อภัยตัวเองไม่ได้ หันหน้าหนีแล้วกล่าวว่า "เสี่ยวเยว่ ข้าต้องการสงบสติอารมณ์ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวข้าเผลอทำเรื่องเกินเลยยิ่งกว่านี้จะทำอย่างไร?"
เสี่ยวเยว่ส่งสายตาให้อู๋เหยียน แล้วพูดต่อ "งั้นทำไมท่านไม่ไปขอโทษต่อหน้าคุณหนูล่ะเจ้าคะ? กลับกันก่อนเถอะ ยืนตากลมอยู่ตรงนี้ก็ไม่ได้ช่วยอะไร"
พูดจบ นางก็กระซิบกับอู๋เหยียนเร็วๆ "รีบช่วยพาคุณชายของเจ้ากลับไปเร็วเข้า! ยืนบื้ออยู่ทำไม เจ้าเด็กโง่?"
นายบ่าวคู่นี้ช่างบื้อพอกันจริงๆ
อู๋เหยียนทำหน้าเอ๋อๆ "อ้อ ใช่ๆ พี่สาวคนสวยพูดถูก ทิ้งคุณหนูเซี่ยไว้แบบนั้นโดยไม่สนใจใยดี มันผิดมหันต์จริงๆ"
เสี่ยวเยว่ตาหยีด้วยรอยยิ้มเมื่อได้ยินอู๋เหยียนเรียกว่าพี่สาวคนสวย
ในที่สุด อู๋เหยียนกับเสี่ยวเยว่ก็ทั้งลากทั้งประคองสวีเจ๋ออันกลับมาที่เรือนของเซี่ยอวี่หนิงจนได้
พอมาถึงหน้าประตูห้อง สวีเจ๋ออันกลับดื้อดึงไม่ยอมเข้าไปข้างใน
เสี่ยวเยว่กับอู๋เหยียนต่างก็จนปัญญา
สุดท้าย เซี่ยอวี่หนิงจึงลุกจากเตียงเดินมาที่ประตูแล้วเรียกเขา "ทำไมถึงไม่เข้ามา?"
พอเห็นเซี่ยอวี่หนิงลุกจากเตียง สวีเจ๋ออันก็มีสีหน้าตื่นตระหนก รีบตรงเข้าไปอุ้มนางขึ้นแนบอก แล้วพากลับไปวางบนเตียงทันที
"ทำไมไม่พักผ่อนให้ดีๆ? ลุกเดินเหินทำไม?"
พอตกใจ สวีเจ๋ออันก็ลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง พูดจบเขาก็ห่มผ้าให้นางอีกครั้ง
เซี่ยอวี่หนิงเห็นท่าทีของเขา แววตาก็อ่อนลงเล็กน้อย
นางเอ่ยตำหนิเสียงเบาอย่างนุ่มนวล "มัวแต่ว่าข้า? แล้วทำไมท่านถึงไม่ยอมกินข้าว?"
สวีเจ๋ออันไม่กล้าสบตาเซี่ยอวี่หนิง ได้แต่ก้มหน้าตอบเสียงอู้อี้ "ข้าไม่หิว"
เซี่ยอวี่หนิงยื่นมือไปกุมมือที่เย็นเฉียบของสวีเจ๋ออันไว้ แล้วกล่าวอย่างอ่อนโยน "ข้าไม่โทษท่านหรอก อย่าโทษตัวเองอีกเลย กินอะไรหน่อยเถอะนะ เจ๋ออัน"
อู๋เหยียนที่เห็นฉากนี้ถึงกับอ้าปากค้าง
เอ่อ นี่ใช่คุณหนูเซี่ยผู้เย็นชาดุจน้ำแข็งคนนั้นจริงหรือ? เทพธิดาน้ำแข็งที่ตะโกนปาวๆ ว่าจะฆ่าแกงคนหายไปไหนเสียแล้วล่ะเนี่ย!?