- หน้าแรก
- ระบบมอบชีวิตอมตะ ขอแค่รอดไปได้ ข้าจะไร้เทียมทาน
- บทที่ 13 ย่างกรายเข้าสู่เทือกเขาหนิงหยุน ปะทะสัตว์อสูรครั้งแรก
บทที่ 13 ย่างกรายเข้าสู่เทือกเขาหนิงหยุน ปะทะสัตว์อสูรครั้งแรก
บทที่ 13 ย่างกรายเข้าสู่เทือกเขาหนิงหยุน ปะทะสัตว์อสูรครั้งแรก
บทที่ 13 ย่างกรายเข้าสู่เทือกเขาหนิงหยุน ปะทะสัตว์อสูรครั้งแรก
วันรุ่งขึ้น ยามฟ้าสาง
เฉินสวินและ เหล่าหนิว ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ทิศตะวันตก ร่างเงาค่อยๆ เลือนหายไปจากปลายสุดของถนน
เมื่อรุ่งเช้ามาเยือน ชาวบ้านต่างได้ยินข่าวว่าเฉินสวินออกจากโรงหมอไปแล้ว บ้างก็ดีใจออกนอกหน้า ราวกับเพิ่งขับไล่คนชั่วออกจากเมืองได้สำเร็จ
บ้างก็รู้สึกใจหาย เพราะลึกๆ แล้วเฉินสวินก็เป็นหมอที่ดีคนหนึ่ง ไม่เคยทำเรื่องเลวร้ายอันใด
ทว่าเพียงไม่กี่วัน เรื่องราวของเขาก็เลือนหายไปจากความทรงจำของผู้คน ไม่ว่าเฉินสวินจะอยู่หรือไป รายได้ของพวกเขาก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นสักอีแปะ ในโลกที่ต้องดิ้นรนเช่นนี้ ใครจะมีเวลามาใส่ใจคนแปลกหน้ากันเล่า
...
เทือกเขาหนิงหยุน
ขุนเขาที่ตั้งตระหง่านค้ำฟ้า เป็นดั่งกระดูกสันหลังของแผ่นดิน ยืนหยัดท้าทายกาลเวลามาเนิ่นนาน หน้าผาสูงชันดำทะมึนราวกับถูกเทพเจ้าใช้ขวานยักษ์ฟาดฟัน สันเขาทอดตัวคดเคี้ยวประหนึ่งมังกรยักษ์ที่กำลังหลับใหล
มองลงไปเบื้องล่างเห็นเพียงทะเลหมอกขาวโพลน มองไปรอบกายเห็นเพียงยอดเขาเสียดฟ้าที่ถูกโอบล้อมด้วยเมฆหมอก
บนทางเดินเล็กๆ กลางหุบเขา เด็กหนุ่มผู้หนึ่งสะพายตะกร้าไม้ไผ่ ก้มๆ เงยๆ มองหาสมุนไพร โดยมีวัวดำตัวใหญ่เดินตามต้อยๆ
สามปีมานี้ เฉินสวินยังคงมุ่งมั่นอัปค่า [ความเร็ว] อย่างต่อเนื่อง เขาอยากรู้เหลือเกินว่าถ้าค่าความเร็วแตะ 20 แต้ม จะติดคอขวดเหมือนค่าพลกำลังหรือไม่
สถานะปัจจุบัน: พลกำลัง 21, ความเร็ว 18
ด้วยความเร็วระดับนี้ หากเฉินสวินออกวิ่งเต็มสปีด สายตาคนธรรมดาแทบจะมองตามไม่ทัน เร็วชนิดเวอร์วังอลังการ
"เหล่าหนิว ช่วยกันหาดีๆ นะเว้ย"
ในตะกร้าของเฉินสวินเต็มไปด้วยสมุนไพร "เผื่อฟลุคเจอสมุนไพรวิเศษในตำนาน กินปุ๊บหายป่วยปั๊บ รวยเละแน่งานนี้"
เทือกเขาหนิงหยุนแห่งนี้มักมีชาวบ้านโชคดีเก็บสมุนไพรวิเศษอายุหลายร้อยปีได้ เอาไปขายในเมืองทีเดียวนอนกินไปได้ทั้งชาติ
มอ มอ!
เหล่าหนิว วิ่งพล่านไปทั่วอย่างมีความสุข มันจำสมุนไพรได้แม่นยำ ต้องขอบคุณพลังแห่งความรู้ สมองของมันแจ่มใสขึ้นเยอะ
"แต่อย่าเข้าไปลึกเกินไปนะ ได้ยินว่าข้างในมีสัตว์อสูร พวกนี้มันคนละชั้นกับสัตว์ป่าทั่วไปเลยนะ"
เฉินสวินทำท่าระแวดระวัง "ขืนซวยไปเจอผู้บำเพ็ญเพียรเข้า เกิดมันหมั่นไส้ฆ่าเราทิ้งขึ้นมาจะซวยเอา"
มอ!
เหล่าหนิว ขานรับ เข้าใจแล้วจ้า
"อ๊าก!!"
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังลั่นป่า นกกาแตกตื่นบินว่อน เฉินสวินรีบคว้าผ้าโพกหัวมาปิดหน้าตามสัญชาตญาณ เหล่าหนิว ชะงักฝีเท้า ทั้งคู่สบตากันเลิ่กลั่ก
"สัตว์อสูร!! มีสัตว์อสูร!!"
ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งวิ่งหน้าตื่นหนีตายมาแต่ไกล พอเห็นผ้าโพกหัวโจรของเฉินสวินก็ชะงักไปแวบหนึ่ง ก่อนจะตะโกนเตือน "หนีเร็ว! สัตว์... สัตว์อสูรมาแล้ว!"
"เหล่าหนิว โกยเถอะโยม!"
เฉินสวินใจสั่นริกๆ พา เหล่าหนิว วิ่งหน้าตั้ง ทันใดนั้นเสียงคำรามกึกก้องก็ดังไล่หลัง สัตว์อสูรหน้าตาครึ่งเสือครึ่งหมาป่าพุ่งทะยานออกมา ตัวใหญ่กว่าเสือโคร่งเสียอีก ดวงตาสีแดงฉานน่าสยดสยอง
"เชี่ยเอ๊ย! ตัวบ้าอะไรวะเนี่ย น่ากลัวชิบเป๋ง!"
"มอ! มอ!"
เฉินสวินและ เหล่าหนิว ร้องเสียงหลง เกิดมาเพิ่งเคยเห็นตัวประหลาดแบบนี้
หนึ่งคนหนึ่งวัวใส่เกียร์หมา กิ่งไม้แห้งถูกเหยียบหักเป็นทาง กลายเป็นสายลมสองสายพัดผ่านหน้าชาวบ้านกลุ่มนั้นไป ชาวบ้านถึงกับอ้าปากค้าง... 'ไอ้บ้าเอ๊ย วิ่งเร็วนรกแตก'
สัตว์อสูรโกรธจัด ดวงตายิ่งแดงก่ำ น้ำลายไหลยืด มันโปรดปรานเหยื่อที่วิ่งเร็วเป็นที่สุด
"อ๊าก!! มันมาแล้ว!"
ชาวบ้านกรีดร้อง บางคนถึงกับเป็นลมล้มพับ แต่ทว่า... เจ้าสัตว์อสูรกลับกระโดดข้ามหัวพวกเขาไปเฉยเลย มันมุ่งหน้าไล่กวดหนึ่งคนหนึ่งวัวคู่นั้นอย่างบ้าคลั่ง
"เฮ้ย! เอ็งเป็นบ้าอะไรวะ?! ทำไมต้องตามพวกข้าด้วย!"
เฉินสวินตาถลน สัตว์อสูรตัวนี้ความเร็วเหนือกว่าสัตว์ป่าทั่วไปหลายขุม
"มอ! มอ!" เหล่าหนิว วิ่งจนเหงื่อตกกีบ สัตว์อสูรตัวนี้โหดเกินไปแล้ว
มอ~~! ตูม!!
ด้วยความตื่นตระหนก เหล่าหนิว วิ่งไม่ดูตาม้าตาเรือ ชนต้นไม้ใหญ่เข้าอย่างจัง! ต้นไม้แตกเป็นรอยร้าว เอียงกระเท่เร่จนรากแทบถอนออกมา
"เหล่าหนิว!" เฉินสวินเบรกตัวโก่ง รีบวิ่งกลับไปดูอาการด้วยความเป็นห่วง จับหัววัวดำมาสำรวจ
มอ~~
เหล่าหนิว มึนหัวตึบๆ แต่ยังไหว แค่ถลอกนิดหน่อย มันเอาหัวถูไถเฉินสวินเป็นการปลอบขวัญ
โฮก!
สัตว์อสูรตามมาทันแล้ว แววตาฉายความตื่นเต้น เหยื่อที่วิ่งเร็วขนาดนี้มันเพิ่งเคยเจอ
เฉินสวินและ เหล่าหนิว ถูกต้อนจนมุม ยืนตัวสั่นงันงก สายตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว หน้าตาของมันช่างอัปลักษณ์น่ากลัวเกินบรรยาย
"จบเห่แล้ว เหล่าหนิว..."
เฉินสวินเสียงสั่น มือข้างหนึ่งกอดหัววัวแน่น เหล่าหนิว เองก็ตัวสั่นเทิ้ม ขาสั่นพั่บๆ หรือหนทางอมตะจะสิ้นสุดลงตรงนี้?
สัตว์อสูรน้ำลายยืด เดินวนรอบเหยื่ออย่างย่ามใจ เหยื่อขี้ขลาดตาขาวแบบนี้ไม่มีพิษสงอะไรให้ต้องระวัง
ทันใดนั้น มันย่อตัวลง แววตาอำมหิต น้ำลายหยดลงพื้น ก่อนจะพุ่งเข้าใส่เฉินสวินอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ!
แววตาของมันเปี่ยมไปด้วยความกระหายเลือด ระยะห่างหดสั้นลงเรื่อยๆ
แต่ทว่า... วินาทีนั้นเอง สีหน้าของมนุษย์ผู้นั้นกลับเปลี่ยนไป... ความหวาดกลัวหายวับ แทนที่ด้วยความเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง
ฟึ่บ!
เกิดกระแสลมหมุนรุนแรง ร่างของเฉินสวินกลายเป็นภาพติดตา ความเร็วระดับนรกแตกจนสายตาสัตว์อสูรตามไม่ทัน มันเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
"แม้เจ้าจะเก่งกาจ แต่ก็ยังไม่คู่ควรให้ข้าใช้ขวานเล่มที่สอง"
เฉินสวินมายืนอยู่ด้านหลังมันตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ยืนหันหลังให้อย่างเท่ๆ ในมือถือขวานเบิกภูผาเปื้อนเลือด ผ้าโพกหัวปิดบังใบหน้า เหลือเพียงดวงตาคมกริบที่เย็นยะเยือก
ฉัวะ!
ความเจ็บปวดแล่นพล่านที่หน้าท้อง สัตว์อสูรล้มกลิ้งลงไปดิ้นพราดๆ เลือดสดๆ ไหลทะลักนองพื้น
เหล่าหนิว กระโดดลอยตัวสูง ทิ้งดิ่งพสุธา! กีบเท้าคู่หน้ากระแทกร่างสัตว์อสูรเต็มแรง!
ผัวะ!!
พื้นดินยุบเป็นหลุมขนาดใหญ่ ไส้ทะลักออกมาไหลกองกับพื้น ตายสนิทศิษย์หามลง
เฉินสวินลงมือโหดเหี้ยม ซ้ำด้วยขวานอีกที เลือดสาดกระเซ็น
"แค่นี้อะนะ?! โธ่เว้ย! นึกว่าแน่!"
"มอ! มอ!"
"ขู่พ่อเจ้าเหรอ! แน่จริงก็เห่าอีกสิวะ!"
"มอ มอ!"
หนึ่งคนหนึ่งวัวรุมสกรัมศพสัตว์อสูรอย่างบ้าคลั่ง ระบายความอัดอั้นตันใจเมื่อครู่... แม่งเอ๊ย ตกใจแทบแย่!
ตั้งหม้อ ต้มน้ำเดือด... แม่มเอ๊ย เปิดเปิบพิสดารทันที!
"เหล่าหนิว ครั้งนี้ถือว่าโชคดีนะเว้ย ไอ้นี่มันสัตว์อสูร มันมีวิชาอาคมพวกพ่นไฟพ่นน้ำแข็งได้ด้วยนะ"
เฉินสวินนึกขึ้นได้ เขาเคยได้ยินตำนานสัตว์อสูรในเมือง "ปกติมีแต่ผู้บำเพ็ญเพียรถึงจะฆ่ามันได้... แต่เนื้อแม่งอร่อยฉิบหายเลยว่ะ"
"มอ มอ~~"
เหล่าหนิว ร้องอย่างมีความสุข เนื้อรสเลิศแบบนี้เกิดมาเพิ่งเคยลิ้มลอง
พอกินเสร็จ ก็รีบทำลายหลักฐาน ขุดหลุมฝังกลบเศษซาก ข้าวของเครื่องใช้เก็บเรียบ
เฉินสวินจัดฉากอย่างประณีต โปรยเถ้ากระดูกสัตว์อสูรไปทั่วทิศทาง ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
จากนั้นก็รีบหนีไปให้ไกลที่สุด หาทำเลเหมาะๆ ในป่าทึบที่สัตว์ป่าน้อยๆ
"เหล่าหนิว กระต่ายตื่นตูมยังมีสามโพรง เราจะน้อยหน้ากระต่ายไม่ได้... ขุด!"
"มอ!"
มีแรงเยอะมันดีอย่างนี้นี่เอง เฉินสวินงัดทักษะการขุดรูระดับปรมาจารย์ออกมาใช้ ทั้งตอกเสาเข็ม ฉาบดินเหนียว เขาไม่ยอมนอนกลางดินกินกลางทรายเด็ดขาด
สุดท้าย เฉินสวินยกหินยักษ์มาปิดปากหลุม เหลือช่องระบายอากาศไว้เล็กน้อย อำพรางด้วยหญ้าและใบไม้แห้ง มองจากภายนอกไม่มีทางรู้เลยว่ามีโพรงอยู่ข้างใต้
จุดเทียนไขสว่างไสว... โลกทั้งใบกลับมาปลอดภัยอีกครั้ง
"สบายใจเฉิบ"
"มอ มอ!"
เฉินสวินเอนตัวพิง เหล่าหนิว ครุ่นคิดอย่างหนัก โลกใบนี้อันตรายเกินไปแล้ว โดยเฉพาะสัตว์อสูรวันนี้ เล่นเอาขวัญหนีดีฝ่อเกือบราด
เขาลังเลอยู่นาน สุดท้ายก็ตัดสินใจหยิบตำราที่ซุนข่ายเล่อมอบให้ขึ้นมา... 《เคล็ดวิชาฝึกปราณ》
จบตอนที่ 13