เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 วิญญูชนล้างแค้น ยี่สิบปีมิสาย

บทที่ 4 วิญญูชนล้างแค้น ยี่สิบปีมิสาย

บทที่ 4 วิญญูชนล้างแค้น ยี่สิบปีมิสาย


บทที่ 4 วิญญูชนล้างแค้น ยี่สิบปีมิสาย

วิชาการดำรงชีพในป่าเขาลำเนาไพร เฉินสวินล้วนเรียนรู้จนแตกฉาน แม้มิได้เชี่ยวชาญถึงขั้นบรรลุยอดวิชา แต่ก็นับว่ารอบรู้สารพัด

มอ~~

เหล่าหนิว ทอดสายตามองไปยังผืนนาด้วยความอาลัยอาวรณ์ นี่คือหยาดเหงื่อแรงงานที่มันอุตส่าห์ตรากตรำไถหว่านมากับมือ

"ไม่เป็นไรน่า วันหน้าพวกเราค่อยไปหาที่นาผืนงามๆ ใหม่ เอาให้ใหญ่กว่านี้สักหลายเท่าตัว!"

"มอ! มอ!"

เหล่าหนิว พยักหน้าหงึกๆ อย่างบ้าคลั่ง เฉินสวินเริ่มวาดวิมานในอากาศ หว่านล้อมเสียจนเจ้าวัวดำเคลิบเคลิ้ม เชื่อสนิทใจ

"ทว่า... หนี้แค้นบัญชีเลือดของพวกเรายังไม่ได้สะสาง หากจากไปเช่นนี้ย่อมมิใช่วิถีแห่งวิญญูชน"

เฉินสวินลุกพรวดขึ้นยืน ควงขวานเบิกภูผาในมือจนเกิดเสียงลมหวีดหวิว "ป่านนี้คนพวกนั้นคงแก่ชราไม้ใกล้ฝั่งเต็มที เหล่าหนิว! ถือคติ 'ซ้ำเติมยามป่วยไข้ เอาให้วายชีวา' ไปทวงข้าวสารของเราคืนมา!"

มอ!!

พื้นดินสั่นสะเทือน เศษหินปลิวว่อน เหล่าหนิว บันดาลโทสะ เขาของมันเพิ่งงอกออกมาได้เพียงนิดเดียว ไม่รู้ว่าอีกกี่เดือนกี่ปีจึงจะคืนสภาพเดิม จนป่านนี้แม่วัวสาวๆ ในหมู่บ้านยังไม่ค่อยจะแลตามันเลยด้วยซ้ำ

ภายในถ้ำ พวกเขาจัดแจงเก็บข้าวของ ปี่สัวน่าและเครื่องดนตรีทำมาหากินล้วนขาดไม่ได้ ถูกบรรทุกไว้บนหลังวัวดำจนหมด

ด้วยพละกำลังของพวกเขาในยามนี้ การหยิบฉวยหม้อไหจานชามนั้นเบาราวกับปุยนุ่น ส่วนสิ่งใดที่แบกไปไม่ไหวจริงๆ ก็ทิ้งไว้ให้ครอบครัวเสี่ยวเฮยจื่อ รวมทั้งที่นาผืนงามแห่งนั้นด้วย

วันรุ่งขึ้น

หน้าบ้านของเสี่ยวเฮยจื่อ บ้านช่างตีเหล็ก บ้านช่างไม้ และบ้านของใครก็ตามที่เคยยื่นมือเข้าช่วยเหลือเฉินสวิน ต่างมีกระสอบข้าวสารวางกองไว้หน้าประตู พวกเขาเห็นแล้วต่างดีใจจนเนื้อเต้น พากันสรรเสริญว่าสวรรค์มีตา

ภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากของเสี่ยวเฮยจื่อกำลังตรวจนับข้าวของ ใบหน้าเปื้อนยิ้มจนหุบไม่ลง ไม่นึกว่าจะมีลาภลอยเช่นนี้

ภายในบ้าน เสี่ยวเฮยจื่อที่ย่างเข้าสู่วัยกลางคน ดูสุขุมขึ้นตามวัย ในมือถือจดหมายฉบับหนึ่ง เขาเคยได้รับการสอนสั่งให้อ่านออกเขียนได้จากเฉินสวิน ย่อมอ่านใจความในจดหมายได้ทะลุปรุโปร่ง

"เสี่ยวเฮยจื่อ ที่นาผืนงามนอกถ้ำข้ายกให้เจ้า ดูแลเจ้าต้าเฮยจื่อให้ดีเล่า"

"การจากลาครั้งนี้ ไม่รู้ชาตินี้จะได้พบกันอีกหรือไม่ โลกหล้ากว้างใหญ่ไพศาล ไพจิตรตระการตา อย่างไรเสียก็ต้องออกไปเปิดหูเปิดตาดูบ้าง จงจำไว้... รักษาจิตใจให้เบิกบาน มองโลกในแง่ดี... จากพี่สวินผู้หล่อเหลาและอิสระเสรีของเจ้า"

เสี่ยวเฮยจื่ออ่านทีละตัวอักษรจนจบ นัยน์ตาเริ่มมีม่านหมอกบดบัง เขาเป็นลูกไล่วิ่งตามหลังเฉินสวินมาตั้งแต่เล็ก ในใจนับถืออีกฝ่ายดุจพี่ชายแท้ๆ

ภาพความทรงจำไหลบ่าเข้ามาในห้วงความคิด... ข้าวสารที่ถูกขโมย กระท่อมมุงจากที่ถูกเผาวอด การถูกไล่ตะเพิดเวลาไปรับจ้างทำงาน แม้ชีวิตจะรัดทดเพียงใด แต่พี่สวินดูเหมือนจะเปี่ยมด้วยไฟแห่งความหวังในการใช้ชีวิตเสมอ

"พี่สวิน... ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ"

เสี่ยวเฮยจื่อแย้มยิ้มอย่างอบอุ่น มองออกไปนอกหน้าต่าง วันนี้ท้องฟ้าแจ่มใสไร้เมฆหมอก ช่างเป็นฤกษ์งามยามดีสำหรับการออกเดินทาง

...

สามเดือนให้หลัง ณ หลุมดินแห่งหนึ่งนอกหมู่บ้านข้างเคียง

หนึ่งคนหนึ่งวัวสภาพมอมแมมฝุ่นจับเต็มกาย ผ่านลมผ่านแล้งมาอย่างโชกโชน เฉินสวินถือแผ่นแป้งย่างในมือ กัดกินคำโตอย่างดุดัน ก่อนจะยื่นให้ เหล่าหนิว กัดอีกคำ

"เป็นไปตามคาด ข้าสืบตื้นลึกหนาบางของหมู่บ้านนี้จนทะลุปรุโปร่ง เริ่มเชือดไก่ให้ลิงดูที่ตระกูลหวังก่อนเลย!"

นัยน์ตาเฉินสวินฉายแววอำมหิต สิ่งที่เขามีเหลือเฟือที่สุดก็คือความอดทนและเวลา... หลุมศพบรรพชนตระกูลหวัง ที่นาตระกูลหวัง และคนที่เคยรุมทำร้ายพวกเขา ล้วนถูกเขาตรวจสอบบัญชีหนังหมาไว้ครบถ้วนแล้ว

"เหล่าหนิว ลงมือ!"

เฉินสวินโพกผ้าคลุมหน้าอำพรางโฉมดุจโจรป่า เผยให้เห็นเพียงดวงตา จมูก และปาก พร้อมทั้งเตรียมชุดอำพรางให้ เหล่าหนิว ใส่ด้วยเช่นกัน

คืนเดือนมืด ลมกรรโชกแรง หนึ่งคนหนึ่งวัวยืนตระหง่านอยู่บนเนินดิน ร่างกายตั้งตรงไม่ไหวติงตามแรงลม แผ่กลิ่นอายโจรผู้ร้ายออกมาอย่างเต็มเปี่ยม

พวกเขาย่างสามขุมขึ้นไปบนเขา แสงจันทร์สาดส่อง ลมเย็นยะเยือกพัดหวีดหวิว สุสานเงียบงันน่าสะพรึงกลัว แต่เมื่อเทียบกับความคับแค้นที่พวกเขาเคยได้รับ เรื่องแค่นี้จิ๊บจ๊อยนัก

"หลุมศพหวังเต๋อฟา"

นัยน์ตาเฉินสวินวาวโรจน์ ต้องหลุมนี้แหละ! เขาคำรามเสียงต่ำ "เหล่าหนิว ขุด!"

มอ!

เหล่าหนิว ตื่นเต้นจนตัวสั่น คำรามลั่น สี่เท้าตะกุยดินประหนึ่งติดพายุหมุน ขุดคุ้ยอย่างบ้าคลั่ง เฉินสวินกระโดดถีบป้ายวิญญาณจนแตกกระจาย ตะโกนร้องอย่างสะใจ เศษดินเหลืองปลิวว่อน จนกระทั่งโลงศพปรากฏแก่สายตา

งัดมันขึ้นมา! เผยให้เห็นโครงกระดูกขาวโพลนด้านใน... เสร็จภารกิจ หนึ่งคนหนึ่งวัวก็เปิดแน่บ หายวับไปกับความมืดทันที

ณ ที่นาตระกูลหวัง เหล่าหนิว ระบายความแค้นด้วยการไถดะ ดินโคลนสาดกระเซ็น มันกำลังระเบิดโทสะออกมา เฉินสวินมองดูจนหนังตากระตุก เจ้าวัวแก่นี่เจ้าคิดเจ้าแค้นยิ่งกว่าเขาเสียอีก

ผืนนาทั้งแถบเละเทะไม่มีชิ้นดี เฉินสวินและ เหล่าหนิว ยืนมองผลงานชิ้นเอกด้วยความพึงพอใจ ความอัดอั้นในอกถูกปลดปล่อยจนโล่งสบาย

วันรุ่งขึ้น เฉินสวินพา เหล่าหนิว บุกเข้าไปในบ้านตระกูลหวัง

"ใครกัน!"

ชายชราวัยกว่าห้าสิบปีที่ถือไม้เท้าค้ำยันร้องตะโกนด้วยความตกใจ เมื่อเห็นผู้บุกรุกโพกหน้าปิดตาดูน่ากลัว

"ข้าคือบิดาที่พลัดพรากจากกันไปนานของเจ้าอย่างไรเล่า!"

เฉินสวินคำรามก้อง จำหน้ามันได้ทันที... หวังเทียนหมิง! ตอนนั้นไอ้แก่นี่แหละที่ลงมือหนักที่สุด เฉินสวินเตะเปรี้ยงเดียว ไม้เท้าหักสะบั้น

เขาสืบเท้าไปข้างหน้า ควบคุมแรงให้พอเหมาะ ตบฉาดเข้าที่ใบหน้าเหี่ยวย่น ฟันที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่ซี่ร่วงกราวออกจากปาก

"ท่านจอมยุทธ์! ไว้ชีวิตด้วย! ท่านจอมยุทธ์!"

หวังเทียนหมิงบ้วนเลือดปนฟันออกมา คิดว่าตนโดนโจรปล้นบ้านเข้าแล้ว

"หนี้แค้นที่เจ้าพาคนไปขโมยข้าวสารข้าเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน วันนี้ข้ามาทวงคืนแล้ว!"

"หา?!"

หวังเทียนหมิงเบิกตากว้าง เรื่องเมื่อยี่สิบปีก่อนเขาแทบจะลืมไปหมดสิ้นแล้ว แต่พอหันไปเห็นวัวดำที่ยืนทะมึนอยู่หน้าประตู ความทรงจำบางอย่างก็ผุดขึ้นมา

มอ!

สุนัขสีเหลืองตัวใหญ่เดินผ่านหน้าบ้านตระกูลหวังพอดี เหล่าหนิว พุ่งเข้าชนเต็มรัก! เจ้าด่างกระเด็นลอยละลิ่วตกลงพื้นร้องเอร๋ง วิ่งหนีหางจุกตูด

เฉินสวินไม่คิดจะปล่อยตระกูลหวังไปง่ายๆ ไข่ไก่ในเล้าถูกเขาจับเขย่าจนไข่แดงกับไข่ขาวผสมกันเป็นเนื้อเดียว ไส้เดือนดินบนพื้นยังถูกขวานเบิกภูผาสับเป็นแปดท่อน

หวังเทียนหมิงนั่งกองกับพื้น ร้องโอดโอยเรียกคนช่วย

"ท่านพ่อ! โจรชั่วมาจากไหน!"

"บังอาจนัก! กล้ามาก่อเหตุในตระกูลหวัง!"

...

เสียงตะโกนโหวกเหวกโวยวายดังมาจากด้านนอก ชายฉกรรจ์นับไม่ถ้วนถือจอบเสียมมีดพร้าวิ่งกรูกันเข้ามา

"เหล่าหนิว ถอย!"

เฉินสวินตะโกนลั่น หนึ่งคนหนึ่งวัวกระโดดข้ามกำแพงหนีไป เฉินสวินยังมิวายช่วยดันก้นวัวส่งแรงให้ด้วย

"หยุดนะเจ้าโจรชั่ว!"

"แน่จริงก็หยุดมาดวลกันตัวต่อตัวสิวะ!"

"อย่าให้จับได้นะโว้ย ไอ้พวกหนูขี้ขลาด สารเลวเอ๊ย!"

...

คนทั้งหมู่บ้านแตกตื่น ชาวบ้านนับร้อยถืออาวุธไล่ล่าพวกเขา ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่ว

"ฮ่าๆๆ... แน่จริงก็ตามให้ทันสิวะ"

เฉินสวินหันกลับไปหัวเราะเยาะ พา เหล่าหนิว วิ่งหนีสุดฝีเท้า มองดูกลุ่มควันด้านหลังด้วยสายตาดูแคลน "น้ำหน้าอย่างพวกเอ็งน่ะรึ?!!"

โฮก! โฮก!

รังแกกันเกินไปแล้ว! เหล่าชายฉกรรจ์คำรามต่ำ เร่งฝีเท้าไล่กวดอย่างบ้าคลั่ง แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ตามไม่ทัน ได้แต่ทำตาปริบๆ มองดูพวกมันทิ้งห่างออกไปเรื่อยๆ

ที่น่าเจ็บใจที่สุดคือ... แม้แต่วัวตัวนั้นยังวิ่งเร็วกว่าพวกเขา!

มอ! มอ!

ปู้ด—!

เสียงผายลมกัมปนาทประหนึ่งฟ้าผ่า เหล่าหนิว เหมือนจะอั้นตดมาหลายวัน กลิ่นเหม็นโฉ่คละคลุ้งจนแทบขาดใจตาย เฉินสวินหน้าเขียวคล้ำเหมือนเพิ่งกินอุจจาระเข้าไป

"อ๊าก! เหม็นบรรลัย!"

"ไอ้สารเลวเอ๊ย!!"

อ้วก!

ชาวบ้านที่ไล่กวดมาด้านหลังแข้งขาอ่อนระทวย ทรุดลงไปโก่งคออาเจียนอย่างหมดสภาพ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าในโลกนี้จะมีตดที่อานุภาพทำลายล้างรุนแรงเพียงนี้

หวังเทียนหมิงตามมาสมทบทีหลังด้วยความโกรธจัด หากเขาย้อนเวลากลับไปเป็นหนุ่มได้อีกสักยี่สิบปี เขาจะแล่เนื้อเจ้าพวกนี้เป็นหมื่นชิ้น!

"เฒ่าหวัง! ฮวงซุ้ยบรรพชนบ้านแกโดนขุด! โลงศพถูกงัดจนหงายท้องชี้ฟ้าแล้ว!"

"หา?!"

"เฒ่าหวัง! รีบกลับไปดูที่นาเร็วเข้า สภาพเหมือนโดนฝูงหมูป่าลงลงแขกเลย!"

"หา?!"

หวังเทียนหมิงได้ยินข่าวร้ายซ้ำซ้อนประดังเข้ามา หน้ามืดตามัว โลกหมุนคว้าง ก่อนจะสิ้นสติล้มพับไปทันที

ส่วนหนึ่งคนหนึ่งวัวนั้นได้หนีหายลับไปไกลแล้ว ทิ้งไว้เพียงตำนานโจรชั่วให้เล่าขานสืบไปในหมู่บ้านแห่งนี้

จบบทที่ บทที่ 4 วิญญูชนล้างแค้น ยี่สิบปีมิสาย

คัดลอกลิงก์แล้ว