- หน้าแรก
- หลังจากที่ผมฝันว่าได้มีลูกกับภรรยาทั้งสี่คน ความฝันเหล่านั้นก็เป็นจริงทั้งหมด
- บทที่ 24 ท่านพ่อ นั่นดูเหมือนท่านแม่เลย
บทที่ 24 ท่านพ่อ นั่นดูเหมือนท่านแม่เลย
บทที่ 24 ท่านพ่อ นั่นดูเหมือนท่านแม่เลย
บทที่ 24 ท่านพ่อ นั่นดูเหมือนท่านแม่เลย
หลังจากปัดป้องอยู่หลายครั้ง หลินชวนก็ไม่อาจต้านทาน สุดท้ายไข่มุกวิเศษก็ตกมาอยู่ในกระเป๋าของเขาจนได้
"เฮ้อ ขอบพระคุณท่านนักพรตขอรับ"
หลินชวนเดาเจตนาของนักพรตชิงอวี้ไม่ออก จึงเลิกคิดให้ปวดหัว อย่างน้อยตอนนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแย่อะไร
หากนักพรตชิงอวี้ต้องการร่างกายของเขาจริงๆ เขาก็อาจจะลองเก็บไปพิจารณาดู
เพราะถึงอย่างไรเขาก็ยังเป็นชายหนุ่มผู้บริสุทธิ์ผุดผ่อง
บางครั้งการพาเหมิงเหมิงออกไปเที่ยวเล่นทุกวันก็เหนื่อยเอาการ หาแม่ใหม่ให้เด็กสักคนก็คงดีไม่น้อย
หลังจากมอบของขวัญพบหน้า อวิ๋นจื่ออีก็เดินมาส่งหลินชวนและหนูน้อยหรูมู่ถึงประตู สีหน้าท่าทางเหมือนมีคำพูดติดอยู่ที่ริมฝีปาก
นางอยากจะรั้งอยู่ต่ออีกสักหน่อย อยากจะทำความรู้จักหลินชวนให้มากกว่านี้
"ท่านนักพรต ว่างๆ เชิญแวะไปนั่งเล่นที่บ้านข้าบ้างนะขอรับ ไปทานข้าวที่บ้านข้าสักมื้อ"
ก่อนจากกัน หลินชวนกล่าวเชิญตามมารยาท
ทันทีที่สิ้นเสียง นักพรตชิงอวี้ที่เดิมทีกำลังจะหายตัวกลับเข้าจวน ก็หยุดชะงัก หลินชวนสัมผัสได้ถึงบางอย่างจึงหันกลับไปมอง
นักพรตชิงอวี้พยักหน้า "คืนนี้ข้าว่างพอดี"
"..."
หลินชวนยืนนิ่งทำตัวไม่ถูก
ท่านนักพรต ไหงท่านไม่เล่นตามธรรมเนียมเล่า
ในเมื่อพูดออกไปแล้ว จะให้กลืนน้ำลายตัวเองก็คงไม่ได้ หลินชวนหัวเราะแห้งๆ สองที "เชิญขอรับ"
ทั้งสามเดินเคียงไหล่กันไป หลินชวนอยู่ซ้าย หนูน้อยหรูมู่อยู่ตรงกลาง และอวิ๋นจื่ออีอยู่ขวา ราวกับครอบครัวพ่อแม่ลูกสามคน
ช่างเป็นภาพที่ดูอบอุ่นและปรองดองยิ่งนัก
ทว่าความปรองดองนั้นดำรงอยู่ได้เพียงไม่กี่ก้าว
จู่ๆ อวิ๋นจื่ออีก็หยุดชะงัก เงยหน้าขึ้นมองไปยังทิศทางไกลลิบอย่างฉับพลัน
"มีไอปีศาจ!"
ในสัมผัสรับรู้ของนาง มีราชันปีศาจขอบเขตปราชญ์สี่ตนซ่อนตัวอยู่ในความว่างเปล่า
มิหนำซ้ำเบื้องหลังราชันปีศาจทั้งสี่ ยังมีขุมพลังอันแข็งแกร่งมหาศาล ยิ่งกว่านางเสียอีก
"เกิดอะไรขึ้น?"
"แค่สี่ราชันปีศาจมารวมตัวกันในที่เล็กๆ อย่างแคว้นชิงอวิ๋นก็น่าแปลกแล้ว ทำไมแม้แต่ผู้บำเพ็ญเพียรวิถีมารที่เกือบจะก้าวเข้าสู่ขอบเขตตำนานถึงมาอยู่ที่นี่ได้?!"
"จิตสังหารรุนแรงขนาดนี้ พุ่งเป้ามาที่ข้าหรือ?"
อวิ๋นจื่ออีขมวดคิ้วแน่น
ยังดีที่อีกฝ่ายยังไม่ได้ก้าวเข้าสู่ขอบเขตตำนานอย่างแท้จริง นางจึงพอที่จะต่อกรได้
"ท่านนักพรต เป็นอะไรไปหรือขอรับ?"
หลินชวนไม่รู้จะบ่นนักพรตหญิงจอมเพี้ยนตรงหน้านี้อย่างไรดี
เดินไม่กี่ก้าวก็เปลี่ยนใจไปมา ไม่มีใครเขาทำกันหรอกนะ
เมื่อมองตามสายตาของท่านนักพรตไป ท้องฟ้าก็ปลอดโปร่งไร้เมฆหมอก ไม่มีอะไรพิเศษให้น่ามอง
ทำไมท่านนักพรตถึงได้จ้องเขม็งปานนั้น
น้ำเสียงของอวิ๋นจื่ออีเริ่มเคร่งเครียดขึ้นเรื่อยๆ "หลินชวน ท่านพาลูกรักกลับไปก่อน ข้ายังมีธุระต้องจัดการ"
"ได้ขอรับ"
หลินชวนรู้ตัวว่าสถานการณ์ไม่ปกติ แต่ก็ไม่ได้ซักไซ้ไล่เลียง เขาเพียงต้องการรับประกันความปลอดภัยของลูกสาวและตัวเอง จะได้ไม่โดนลูกหลงเข้าไปในวังวนความขัดแย้ง
ในสายตาของอวิ๋นจื่ออี เบื้องหลังสี่ราชันปีศาจ สตรีผู้หนึ่งค่อยๆ ปรากฏกายขึ้น
เดิมทีสตรีนางนั้นสวมชุดเซียนกระโปรงยาวสีฟ้า ทว่าพริบตาต่อมากลับถูกเปลวเพลิงโหมกระหน่ำเผาผลาญ เปลี่ยนอาภรณ์ให้กลายเป็นสีแดงชาด
พร้อมกันนั้น ท่วงท่าที่เคยอ่อนโยนก็แปรเปลี่ยนเป็นพลังปีศาจอันบ้าคลั่งราวกับสัตว์ร้าย
"เจ้าเป็นใคร"
อวิ๋นจื่ออีส่งเสียงถามผ่านอากาศธาตุ
"คำถามนี้เปิ่นจุนต้องเป็นฝ่ายถามเจ้าต่างหาก! เจ้าเป็นใครกันแน่!"
ม่อซางอวี้ในร่างมารโลหิตผู้บ้าคลั่งไร้ซึ่งเหตุผลโดยสิ้นเชิง นางต้องการเพียงกำจัดอุปสรรคทั้งปวง
ใครก็ตามที่กล้าแย่งชิงสามีของนาง มันผู้นั้นต้องตาย!
ฟุ่บ!
ชั่วพริบตา ม่อซางอวี้ในชุดแดงก็ฉีกกระชากห้วงมิติมาปรากฏกายเบื้องหน้าอวิ๋นจื่ออี ทั้งสองกลายเป็นลำแสงยาวสีเขียวและสีแดง พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องนภา
แรงสั่นสะเทือนอันน่าสะพรึงกลัวดึงดูดความสนใจของผู้บำเพ็ญเพียรทั่วทั้งแคว้นชิงอวิ๋นทันที
โดยเฉพาะชาวบ้านในอำเภอโยวสุ่ยที่อยู่ใจกลางเหตุการณ์ ต่างเบิกตากว้างราวกับเห็นปาฏิหาริย์ลงมาจุติ
"เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?"
หลินชวนงุนงงไปหมด
นักพรตชิงอวี้สู้กับใครกัน?
กลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ ทำไมถึงให้ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด
"หรือข้าจะฝันมากเกินไป จนแยกแยะความจริงกับความฝันไม่ออก ทำให้มองอะไรก็คุ้นตาไปหมด?"
การกลับชาติมาเกิดในความฝันแต่ละครั้ง คือประสบการณ์ในโลกอันยิ่งใหญ่
โดยเฉพาะโลกแฟนตาซีในฝันเรื่อง นางมารผู้สมบูรณ์แบบ และ เจ้าชายยุทธภพ ซึ่งทิ้งความประทับใจให้เขาอย่างลึกซึ้ง เพราะองค์ประกอบในความฝันนั้นหลากหลายยิ่งนัก
คงจะเป็นแค่ความรู้สึกไปเองกระมัง?
หลินชวนไม่อาจเข้าใจการต่อสู้อันลึกซึ้งบนท้องนภานั้นได้
เขาได้แต่สรุปสั้นๆ ว่า "แม่เจ้าโว้ย! สุดยอดไปเลย!"
ทั้งสองฝ่ายสู้กันดุเดือดขนาดนี้ ผู้บำเพ็ญเพียรของราชวงศ์ต้าเยี่ยนมัวทำอะไรกันอยู่?
ไม่มีใครขึ้นไปห้ามทัพสักคนเลยหรือ?
ในขณะที่ถอนหายใจ หลินชวนก็อดคิดไม่ได้ นักพรตชิงอวี้แข็งแกร่งขนาดนี้ กล้าเมินเฉยต่อราชวงศ์ต้าเยี่ยน อย่างน้อยนางต้องเป็นผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตปราชญ์แน่ๆ
แล้วทำไมยอดฝีมือระดับปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ถึงมาคบหากับเขาเล่า?
แปดขอบเขตแห่งการบำเพ็ญเพียร ได้แก่ ขอบเขตฝึกปราณ ขอบเขตเปิดเส้นชีพจร ขอบเขตเหินเวหา ขอบเขตผลัดเปลี่ยนกายา ขอบเขตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ขอบเขตผสานฟ้า ขอบเขตปราชญ์ และขอบเขตสูงสุด
ในฐานะขอบเขตที่เจ็ด ขอบเขตปราชญ์ถือว่าแข็งแกร่งมากแล้ว
เพราะใช่ว่าทุกแคว้นจะมีผู้บรรลุขอบเขตสูงสุดได้
คู่ต่อสู้ของนักพรตชิงอวี้ดูเหมือนจะแข็งแกร่งยิ่งกว่า แถมยังดุร้ายอำมหิตสุดๆ
"ช่วงนี้โลกวุ่นวายขึ้นทุกวัน"
หลินชวนถอนหายใจพลางก้มมองดู ก็เห็นหนูน้อยหรูมู่เบิกตากว้างจ้องมองเขม็ง เด็กคนอื่นคงร้องไห้จ้าด้วยความตกใจไปนานแล้ว แม้แต่ผู้ใหญ่ยังพากันก้มกราบตัวสั่น
แต่เด็กคนนี้กลับไม่กลัวเลยสักนิด?
"ท่านพ่อ ดูสิ! ดูเร็วเข้า!"
"ไม่ต้องดูแล้วลูก รีบเข้าบ้านกันเถอะ"
หลินชวนอุ้มเด็กน้อยขึ้นมาเตรียมจะวิ่งหนี แต่คำพูดประโยคถัดมาของหนูน้อยหรูมู่กลับทำให้เขาสะดุดขาตัวเองแทบหัวทิ่ม
"ท่านพ่อ คนนั้นหน้าเหมือนท่านแม่เลย!"
หนูน้อยหรูมู่ชี้ไปที่เงาสีแดงฉานบนท้องฟ้าแล้วตะโกนลั่น
"บรรพชนตัวน้อยของพ่อ เจ้าจะจำพ่อผิดก็ได้ แต่เจ้าจะจำแม่ผิดอีกคนไม่ได้นะลูก!"
ร่ำลือกันว่าผู้มีตบะแก่กล้าสามารถรับรู้เรื่องราวได้ไกลนับพันลี้เพียงแค่กระดิกนิ้ว หากนางได้ยินเข้า เขาคงตายอย่างอนาถแน่
หลินชวนแบกหนูน้อยหรูมู่ขึ้นบ่าแล้วออกวิ่งจู๊ดกลับบ้านทันที
หนูน้อยหรูมู่ดิ้นขลุกขลักอยู่บนบ่า สายตายังคงพยายามมองขึ้นไปบนฟ้า นิ้วน้อยๆ ยังคงชี้ขึ้นไปแม้ตัวจะโยกเยก
"ท่านพ่อ นั่นคือท่านแม่จริงๆ นะ!"
"ท่านพ่อ พวกเราไปหาท่านแม่กันเถอะ ท่านแม่ไม่โกรธท่านพ่อแล้ว"
หลินชวนทำหูทวนลมกับคำพูดของลูกสาว
อยู่ไกลขนาดนั้น เขาดูไม่ออกเลยสักนิด เหมิงเหมิงจะไปจำแม่ได้ยังไง เป็นไปไม่ได้ เด็กต้องเพ้อเจ้อแน่ๆ!
ขณะที่วิ่ง หลินชวนก็เริ่มรู้สึกทะแม่งๆ หัวใจหล่นวูบ ฝีเท้าค่อยๆ ชะลอลง เขาวางเด็กลงจากบ่า
เขานั่งยองๆ จับแขนสองข้างของเด็กน้อยแล้วมองอย่างจริงจัง
"เหมิงเหมิง ห้ามโกหกนะ บอกพ่อมาซิ คนที่บินว่อนอยู่บนฟ้านั่นคือแม่ของเจ้าจริงๆ หรือ"
"ใช่เจ้าค่ะ จริงแท้แน่นอน"
ในดวงตาไร้เดียงสาของหนูน้อยหรูมู่มีแต่ความจริงใจ ไร้ซึ่งร่องรอยของการโกหกหรือตื่นตระหนก
"เหมิงเหมิงไม่มีทางจำท่านพ่อกับท่านแม่ผิดแน่นอน"
"..."
หลินชวนพูดไม่ออก
เมื่อพิจารณาถึงความแปลกประหลาดสารพัดของหนูน้อยหรูมู่ บางเรื่องก็ต้องมองในมุมที่ไม่ธรรมดา
บางทีคนที่บินอยู่บนฟ้าอาจจะเป็นแม่บังเกิดเกล้าของเหมิงเหมิงจริงๆ
เขาถึงขั้นสงสัยตัวเองขึ้นมาวูบหนึ่ง
หรือว่าเขาเคยมีความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนกับหญิงสาวสักคนจนมีลูกสาวคนนี้ออกมา แล้วนางตามหาเขามาหลายปีจนมาพบที่นี่?
เขาเคยเห็นเรื่องราวพิลึกพิลั่นมาเยอะ อย่างเช่นจักรพรรดินีโดนวางยาปลุกกำหนัดแล้วต้องการคนถอนพิษ แล้วเขาก็กลายเป็นผู้โชคดีคนนั้น
หรือบางทีเขาเองนั่นแหละที่ความจำเสื่อมและลืมเลือนความรักอันแสนเจ็บปวดไป
อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น
หลินชวนสูดหายใจลึก อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหนาวเหน็บในใจ มองดูนิสัยอารมณ์ร้อนดั่งไฟบรรลัยกัลป์ของอีกฝ่าย ถ้าได้แต่งภรรยาแบบนี้จริงๆ อนาคตคงไม่พ้นต้องคุกเข่าบนกระดานซักผ้าเป็นแน่
เทียบกันแล้ว นักพรตชิงอวี้ยังดูดีกว่าเยอะ
"ถุย! ข้ากำลังคิดบ้าอะไรเนี่ย"
ยิ่งคิดก็ยิ่งเลอะเทอะ หลินชวนรีบหยุดความคิดเตือนสติโง่ๆ ของตัวเองทันที
เจ้าหนุ่ม จะมาเลือกมากอะไรตอนนี้
เอาชีวิตให้รอดก่อนเถอะ
...
บนท้องนภา การต่อสู้ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
ม่อซางอวี้ชุดแดงสู้ไปด่าไป ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห
นางเพิ่งจะเก็บตัวบำเพ็ญเพียรไปได้พักเดียว บ้านเกือบจะโดนขโมยไปเสียแล้ว?
จะให้ยอมทนได้อย่างไร!
อวิ๋นจื่ออียิ่งเดือดดาลกว่า อีกฝ่ายหมายความว่าอย่างไรที่เรียกเขาว่า สามี?
นี่มันสามีของข้าชัดๆ!