เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 แขกผู้มาเยือนจากกองปราบมาร

บทที่ 20 แขกผู้มาเยือนจากกองปราบมาร

บทที่ 20 แขกผู้มาเยือนจากกองปราบมาร


บทที่ 20 แขกผู้มาเยือนจากกองปราบมาร

เมื่ออ่านตำราจบเล่ม

หลินหยางหยางยังคงตกอยู่ในภวังค์เป็นเวลานานกว่าจะได้สติกลับคืนมา

"สรุปว่า ข้าคืออัจฉริยะด้านการบำเพ็ญเพียรที่หาตัวจับยากงั้นหรือ"

ในตำราระบุไว้ว่า ผู้บำเพ็ญเพียรทั่วไปต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งเดือนจึงจะสัมผัสพลังปราณได้ บวกกับขั้นตอนการชักนำปราณเข้าสู่ร่างกาย ปรับสภาพร่างกาย และโคจรพลังให้ครบรอบวัฏจักรฟ้า รวมแล้วต้องใช้เวลาสามเดือนขึ้นไป

จึงจะนับว่าก้าวเข้าสู่ธรณีประตูของขอบเขตกลั่นลมปราณได้

ทว่านางใช้เวลาเพียงครึ่งเดือนก็ก้าวเข้าสู่ขอบเขตเปิดเส้นชีพจรแล้ว ซ้ำยังเปิดเส้นชีพจรวิญญาณได้ถึงหกเส้น

ยิ่งไปกว่านั้น นางยังเลยช่วงวัยที่ดีที่สุดสำหรับการเริ่มต้นบำเพ็ญเพียรมาแล้วด้วย

หากนางเริ่มฝึกฝนเร็วกว่านี้ ป่านนี้นางคงกลายเป็นยอดฝีมือผู้เก่งกาจไปแล้ว

"จะคิดมากไปทำไม มีสิ่งที่ข้ามีอยู่ในตอนนี้ก็นับว่าดีมากแล้ว" หลินหยางหยางสลัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไป นางไม่ใช่คนโลภมาก

สิ่งที่ได้มาคือวาสนา สิ่งที่เสียไปคือโชคชะตา

นางพอใจกับผลลัพธ์ที่เป็นอยู่ตอนนี้มากแล้ว

"ท่านพี่ พวกเราเลิกกิจการของตระกูลหลินกันดีไหม ต่อไปสองพี่น้องเราจะได้มุ่งเน้นแต่การบำเพ็ญเพียร ทรัพย์สมบัติทางโลกคงจะมีประโยชน์กับพวกเราน้อยลงเรื่อยๆ"

ในเมื่อเป็นผู้บำเพ็ญเพียรกันแล้ว แถมยังก้าวหน้าเร็วปานนี้

หลินชวนอยากจะยุติกิจการของตระกูล แล้วหันมาทุ่มเทให้กับการฝึกฝนพร้อมกับพี่สาว เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่จะตามมา

"กิจการตระกูลหลินเลิกไม่ได้เด็ดขาด"

หลินหยางหยางส่ายหน้า "ในตำราบอกไว้ว่า การบำเพ็ญเพียรไม่ได้อาศัยแค่พรสวรรค์เท่านั้น ปัจจัยสี่อย่าง วิถี ชัยภูมิ ทรัพย์สิน และสหายธรรม ล้วนขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปไม่ได้"

"ช่วงนี้พี่เจริญอาหารขึ้นทุกวัน การสิ้นเปลืองทรัพยากรในการบำเพ็ญเพียรก็เพิ่มขึ้นมาก ในอนาคตมันจะต้องเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลแน่นอน"

"ถ้าเรามัวแต่ฝึกฝน แล้วเราจะเอาทรัพยากรมาจากไหน"

ในฐานะแม่ค้า หลินหยางหยางมองเห็นประเด็นสำคัญที่สุดได้อย่างทะลุปรุโปร่ง

"ก็จริงของท่าน"

ความคิดของหลินชวนนั้นเรียบง่ายกว่ามาก

เพราะการมีอยู่ของระบบ เขาจึงรู้สึกว่าทุกอย่างสามารถแก้ไขได้ด้วยการเวียนว่ายในความฝัน จึงขาดการไตร่ตรองอย่างรอบคอบ

ในสถานการณ์ปกติ แนวคิดของหลินหยางหยางพี่สาวของเขาต่างหากที่ถูกต้องที่สุด

หลินหยางหยางยิ้มกล่าวว่า "กิจการของตระกูลหลินยังต้องทำต่อ แต่ต้องเปลี่ยนแปลงรูปแบบ เราต้องหันมาทำการค้ากับผู้บำเพ็ญเพียร ไม่ใช่กับปุถุชนคนธรรมดา"

แม้ว่าตอนนี้ช่องทางในการติดต่อกับผู้บำเพ็ญเพียรของนางจะน้อยนิดจนน่าใจหาย แต่หลินหยางหยางมั่นใจมากว่า เมื่อระดับพลังของนางสูงขึ้น ทุกอย่างก็จะเข้ามาหาเองตามธรรมชาติ

โดยเนื้อแท้แล้ว มันก็คือการแลกเปลี่ยน และนางมั่นใจว่านางจัดการได้

"เรื่องกิจการเจ้าไม่ต้องกังวล ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพี่เอง"

หลินหยางหยางเชิดหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิ "ตอนเจ้ายังเด็ก พี่เลี้ยงเจ้ามาได้ ในอนาคตพี่ก็จะทำให้เจ้ามีทรัพยากรใช้ในการบำเพ็ญเพียรอย่างไม่ขัดสนได้เช่นกัน"

"ฮ่าๆ ถ้าอย่างนั้นข้าก็จะขอเกาะแข้งเกาะขาท่านพี่ไปตลอดเลยแล้วกัน"

หลินชวนชินเสียแล้ว

ตั้งแต่เล็กจนโต สองพี่น้องพึ่งพาอาศัยกัน คอยประคับประคองซึ่งกันและกันมาตลอด

ต่อให้พี่สาวทำตามสัญญาที่ให้ไว้ในวันนี้ไม่ได้ เขาก็จะช่วยให้นางทำมันจนสำเร็จเอง

ณ ห้วงมิตินอกคฤหาสน์ตระกูลหลิน

สี่ราชาปีศาจแห่งป่าโบราณอวิ๋นเมิ่งกำลังเฝ้ามองฉากนี้อยู่ แววตาของพวกมันวูบไหว

"ท่านผู้นั้นบอกว่า ขอเพียงพวกเราช่วยให้ท่านอาวุโสหลินชวนฟื้นคืนความทรงจำได้ เขาจะถ่ายทอดเคล็ดวิชาในการก้าวสู่ขอบเขตสูงสุดให้พวกเรา"

"พวกเราติดอยู่ในขอบเขตปราชญ์มากี่ปีแล้ว บางทีนี่อาจจะเป็นโอกาสเดียวของพวกเรา"

แววตาของราชาพยัคฆ์จินซื่อลุกโชนไปด้วยไฟแห่งความหวัง

"ราชาพยัคฆ์ แล้วเจ้าคิดว่าเราควรทำอย่างไร" ราชาอสรพิษสามเศียรผู้เย้ายวนเอ่ยถาม

"การจะช่วยท่านอาวุโสหลินชวนฟื้นความทรงจำ เราต้องหาเหตุผลที่เหมาะสมในการเข้าหา แต่ท่านอาวุโสหลินชวนถ้าไม่เล่นกับลูกสาวก็นอนหลับ"

"ไม่มีจังหวะที่เหมาะสมเลย"

"ในความคิดของข้า ทำไมเราไม่เข้าทางพี่สาวของท่านอาวุโสหลินชวนล่ะ นางต้องการทำธุรกิจในโลกผู้บำเพ็ญเพียรและกำลังขาดผู้นำทาง เราสามารถฉวยโอกาสนี้เข้าไปร่วมมือได้"

ราชาพยัคฆ์จินซื่อบอกเล่าแผนการของตน

ราชาวิหคเพลิงทมิฬยิ้มกล่าวว่า "พรสวรรค์ของหลินหยางหยางดูเหมือนจะเหนือกว่าท่านอาวุโสหลินชวนเสียอีก บางทีชาติก่อนนางอาจจะเป็นยอดคนผู้ยิ่งใหญ่ก็เป็นได้"

ราชาพยัคฆ์จินซื่อพยักหน้า "ดังนั้น การผูกมิตรกับสองพี่น้องคู่นี้ไม่มีทางเสียหาย อนาคตอันสดใสกำลังรอเราอยู่"

สี่ราชาปีศาจบรรลุข้อตกลงร่วมกันในเรื่องนี้

ก๊อก ก๊อก ก๊อก!

ทันใดนั้น ประตูหน้าคฤหาสน์ตระกูลหลินก็ถูกเคาะ

"คุณหนูใหญ่ นายน้อย ด้านนอกมีกลุ่มคนแต่งกายประหลาด อ้างว่าเป็นหน่วยลับของทางการ ต้องการขอพบท่านทั้งสองขอรับ"

บ่าวรับใช้รีบวิ่งมารายงาน

"เชิญพวกเขาเข้ามา"

หลินหยางหยางไม่แปลกใจเลย ตั้งแต่ข่าวเรื่องน้องชายเป็นผู้บำเพ็ญเพียรแพร่สะพัดออกไป คนของทางการย่อมต้องมาเยือนเป็นธรรมดา

นางยังรู้สึกว่าพวกเขามาช้าไปด้วยซ้ำ

ไม่นานนัก คนสามคนก็เดินเข้ามาในลานบ้าน ทั้งสามสวมชุดคลุมไหมแพรสีดำ ที่เอวปักลวดลายคล้ายปลา

ปลาตัวนั้นมีปีก ไม่รู้ว่ามีความหมายสื่อถึงสิ่งใด

ความแตกต่างอยู่ที่เอวของคนนำขบวนมีลายปลาสามตัว ส่วนผู้ติดตามอีกสองคนมีลายปลาเพียงตัวเดียว

"อู๋เฟยฝาน ผู้ตรวจการปราบมารระดับสามลาย จากกองปราบมาร รับคำสั่งจากหัวหน้ากองฯ ให้มาตรวจสอบเรื่องของ หลินชวน ผู้บำเพ็ญเพียรตระกูลหลินแห่งอำเภอโยวสุ่ย และเรื่องปีศาจสิงกำแพง"

"กองปราบมาร?"

นี่เป็นครั้งแรกที่สองพี่น้องตระกูลหลินได้ยินชื่อหน่วยงานนี้

ฟังดูเข้าใจง่าย

น่าจะเป็นหน่วยงานที่ดูแลเกี่ยวกับผู้บำเพ็ญเพียร ซึ่งขึ้นตรงต่อราชสำนัก

"ข้ายินดีให้ความร่วมมือในการตรวจสอบ"

หลินชวนประสานมือคารวะ และสั่งให้สาวใช้รินน้ำชาร้อนให้แก่ผู้ตรวจการปราบมารทั้งสาม

ทว่าสายตาของอู๋เฟยฝานกลับจับจ้องไปที่หลินหยางหยาง

"ตามคำให้การของนักปราบมารจ้าวจื้อหมิง ตระกูลหลินมีผู้บำเพ็ญเพียรเพียงคนเดียว คือหลินชวน และอยู่ในขอบเขตกลั่นลมปราณ"

"เหตุใดข้าถึงสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายผู้บำเพ็ญเพียรจากพวกท่านทั้งสองพี่น้อง ซ้ำยังเป็นขอบเขตเปิดเส้นชีพจร มิใช่ขอบเขตกลั่นลมปราณ"

"ในคืนที่กำจัดปีศาจสิงกำแพง พวกท่านปกปิดพลังฝีมือไว้ใช่หรือไม่"

สายตาของอู๋เฟยฝานเฉียบคม แฝงไว้ด้วยอำนาจบารมี

"ใช่แล้ว"

หลินชวนรับคำ พลางยิ้มกล่าว "การปกปิดพลังฝีมือ ไม่น่าจะผิดกฎหมายของราชวงศ์ต้าเยี่ยนกระมัง"

"ย่อมไม่ผิด"

สีหน้าของอู๋เฟยฝานไม่เปลี่ยนแปลง "อย่างไรก็ตาม เพื่อป้องกันไม่ให้เผ่าพันธุ์ปีศาจลักลอบเข้ามาในพรมแดนและปลอมตัวเป็นผู้บำเพ็ญเพียรเผ่ามนุษย์เพื่อก่อความวุ่นวาย ข้าจำเป็นต้องขอให้พวกท่านทั้งสองร่วมมือในการตรวจสอบตามระเบียบ"

พูดจบ เขาก็หยิบกระจกบานหนึ่งออกมา

"นี่คือกระจกส่องปีศาจ สามารถแยกแยะไอปีศาจได้ ขอเพียงท่านทั้งสองส่งพลังปราณเข้าไปในกระจกเล็กน้อย ก็สามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้แล้ว"

"ตกลง"

สองพี่น้องตระกูลหลินบริสุทธิ์ใจ ย่อมปฏิบัติตามโดยดี

เมื่อส่งพลังปราณเข้าไป กระจกส่องปีศาจนิ่งสนิทไร้ปฏิกิริยาอยู่นาน เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าสองพี่น้องตระกูลหลินไม่ใช่ปีศาจ และมีความเป็นไปได้สูงว่าจะไม่ใช่ผู้บำเพ็ญเพียรวิถีมารด้วย

อู๋เฟยฝานประสานมือกล่าว "ในเมื่อทั้งสองท่านเป็นผู้บำเพ็ญเพียร สามารถไปลงทะเบียนที่กองปราบมารเพื่อเป็นนักปราบมารอิสระ รับภารกิจและรับของรางวัลได้"

"บนเส้นทางแห่งการบำเพ็ญเพียรมีเรื่องต้องระวังมากมาย บางครั้งการซ่อนตัวมิดชิดเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป"

"พวกท่านจะเลือกเดินเส้นทางไหน ก็สุดแล้วแต่ความสมัครใจของพวกท่าน ข้าขอตัวลา"

เมื่อธุระเสร็จสิ้น คนจากกองปราบมารทั้งสามก็หันหลังเดินจากไปโดยไม่รั้งรอ

"ถูกกองปราบมารเพ่งเล็ง ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องดีหรือร้าย"

หลินชวนถอนหายใจเบาๆ

เขากังวลว่าเมื่อพรสวรรค์ในการบำเพ็ญเพียรของเขากับพี่สาวถูกเปิดเผย จะดึงดูดความสนใจจากผู้ไม่ประสงค์ดี ซึ่งนั่นคงเป็นปัญหาไม่น้อย

เรื่องนี้คงปิดบังไว้ได้ไม่นาน

หลินหยางหยางยิ้มอย่างเปิดเผย ไม่เก็บมาใส่ใจ

"ในความคิดของพี่ เรื่องนี้มีดีมากกว่าเสีย ราชวงศ์ต้าเยี่ยนต้องการผู้บำเพ็ญเพียรที่มีฝีมือ หากเราแสดงพรสวรรค์ออกมา เราอาจได้รับการสนับสนุนจากทางการและได้รับทรัพยากรมากขึ้น"

"ส่วนเรื่องที่ใครจะมาคิดร้าย อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด"

เรียนรู้การค้าขายกับพ่อแม่ตั้งแต่หกเจ็ดขวบ รับช่วงต่อกิจการตระกูลหลินตอนสิบสอง แถมยังต้องเลี้ยงดูน้องชายวัยสามขวบในตอนนั้น

หลินหยางหยางผ่านความยากลำบากมามากเหลือเกิน

ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา มีกี่คนที่อยากจะโค่นล้มตระกูลหลิน? สุดท้ายแล้วคนพวกนั้นไม่ได้ถูกกวาดล้างไปหมดหรอกหรือ?

โลกแห่งการบำเพ็ญเพียรอันตรายกว่างั้นหรือ?

ตัวนางเองก็แข็งแกร่งขึ้นไม่ใช่หรือ?

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อก่อนนางแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียว แต่วันนี้น้องชายของนางเติบโตขึ้นและยืนอยู่เคียงข้างนาง จะมีอะไรให้ต้องกลัวอีก

ณ ห้วงมิติ

สี่ราชาปีศาจยังคงปรึกษากัน ยิ่งดูพวกมันก็ยิ่งรู้สึกแปลกๆ

ราชาพยัคฆ์จินซื่อขมวดคิ้ว "ทำไมข้าถึงรู้สึกว่า กลิ่นอายของพี่สาวผู้นี้ช่างเหนือล้ำกว่าท่านอาวุโสหลินชวนมากนัก"

ต่อหน้าหลินหยางหยาง ท่านอาวุโสหลินชวนดูเหมือนเป็นแค่น้องชายตัวน้อยจริงๆ

จบบทที่ บทที่ 20 แขกผู้มาเยือนจากกองปราบมาร

คัดลอกลิงก์แล้ว