- หน้าแรก
- มือปราบมารสะท้านแดนเถื่อน
- บทที่ 38 พี่เจ็ด ข้ายอมแพ้แล้ว
บทที่ 38 พี่เจ็ด ข้ายอมแพ้แล้ว
บทที่ 38 พี่เจ็ด ข้ายอมแพ้แล้ว
บทที่ 38 พี่เจ็ด ข้ายอมแพ้แล้ว
"บัด! ซบ!"
เจียงปาฮวงได้ยินแบบนั้นก็ของขึ้นทันควัน จ้องเจียงชีเย่ด้วยความเหลือเชื่อ นี่มันคำท้าทายซึ่งหน้าชัดๆ ใครจะไปทนไหว!
เขาลุกพรวดขึ้นคำราม "เจ้าเจ็ด! ในเมื่อรนหาที่ตาย วันนี้ข้าจะสงเคราะห์ให้! รับหมัดข้าไปซะ——"
สิ้นเสียงตะโกน เขาก้าวเท้ากระทืบพื้นพุ่งเข้าใส่ ซัดหมัดตรงเข้ากลางอกเจียงชีเย่!
หมัดแหวกอากาศดังหวีดหวิว รุนแรงน่าเกรงขาม!
แต่ดูจากท่าที เขาก็ยังรู้จักยั้งมือ ไม่ได้ใส่เต็มแรงกะเอาตาย
เจียงชีเย่กลับยิ้มอย่างใจเย็น ไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย
เขาย่อตัวลงในท่าม้า แขนแนบข้างลำตัว ยืดอกขึ้นรับ... คิดจะใช้หน้าอกรับหมัดตรงๆ!
"เจ้า... อวดดี!"
เจียงปาฮวงยิ่งโมโห เร่งความเร็วหมัดขึ้นอีก กระแทกเข้ากลางอกเจียงชีเย่เต็มรัก!
ปึ้ก!
เสียงทึบหนักแน่น ราวกับทุบลงบนแผ่นเหล็กกล้า
ร่างของเจียงชีเย่มั่นคงดั่งขุนเขา ไม่ถอยแม้แต่ครึ่งก้าว ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย
กลับเป็นเจียงปาฮวงที่ต้องเซถอยหลังไปก้าวหนึ่ง กำปั้นเจ็บแปลบแสบร้อน สายตาเต็มไปด้วยความตกตะลึงระคนสงสัย
หมัดเมื่อกี้แม้จะออมแรง แต่ก็เพียงพอจะผ่าหินทลายศิลา ผู้ฝึกยุทธ์ระดับต่ำกว่าแปดต้องกระอักเลือดแน่
แต่ทว่า... ผลลัพธ์กลับเป็นแบบนี้...
เขาอดถามไม่ได้ "เจ้าเจ็ด เจ้าไปฝึกวิชากายาเหล็กมาตั้งแต่เมื่อไหร่?"
"ก็ตอนที่เจ้ามัวแต่กกผู้หญิง ข้าก็แอบฝึกไง"
เจียงชีเย่ตอบแบบไม่ยี่หระ
"ไอ้เชี่ย! กวนตีน!"
เจียงปาฮวงแทบอกแตกตาย!
เขาพุ่งเข้าใส่อีกครั้ง คราวนี้ประเคนทั้งหมัด ฝ่ามือ นิ้ว และเท้า ระดมโจมตีใส่เจียงชีเย่แบบสามร้อยหกสิบองศาไร้จุดบอด แม้แต่จุดยุทธศาสตร์หว่างขาก็ไม่เว้น
จากออมแรง เริ่มกลายเป็นใส่เต็มเหนี่ยว ลงมืออำมหิตขึ้นเรื่อยๆ
ปัง ปัง ปัง——
เสียงปะทะทึบหนักดังระรัวไม่ขาดสาย
เจียงปาฮวงฝึกฝน 'คัมภีร์พยัคฆ์ขาว' ประจำตระกูลเจียง เลือดลมหนาแน่นมหาศาล ในรุ่นเดียวกันหาคู่ต่อกรยาก แม้แต่ระดับหกเขาก็ยังมั่นใจว่าสู้ได้
แต่ตอนนี้ เขาออกอาวุธไปกว่าร้อยกระบวนท่า กลับไม่สามารถสร้างรอยขีดข่วนให้เจียงชีเย่ได้เลย แม้แต่จะทำให้ขยับตัวยังทำไม่ได้
กลับเป็นตัวเขาเองที่มือไม้บวมแดงเจ็บปวดไปหมด
ความรู้สึกของเจียงปาฮวงเปลี่ยนจากโกรธ เป็นประหลาดใจ เป็นตกตะลึง และสุดท้ายเหลือเพียงความว่างเปล่าและหมดหนทางสู้
'จากกันสามวันให้มองด้วยสายตาใหม่' คำนี้เขารู้จักดี
แต่ภาพตรงหน้ามัน... เวอร์เกินไปไหม!
เขาโตมากับเจียงชีเย่ กินนอนอยู่เรือนเดียวกัน ดื่มเหล้าเคล้านารีด้วยกันมาตลอด...
แต่พี่เจ็ดคนนี้ กลับแอบฝึกกายาเหล็กจนถึงขั้นนี้โดยที่เขาไม่ระแคะระคายเลยสักนิด!
เห็นว่าพอหอมปากหอมคอแล้ว เจียงชีเย่ก็เลิกเป็นกระสอบทราย
ขณะที่เจ้าแปดง้างหมัดจะต่อยอีกรอบ เจียงชีเย่ก้าวเท้าสวนไปด้านข้าง แล้วกระแทกไหล่เข้าใส่หน้าอกเจ้าแปดเบาๆ!
ตูม!
เสียงกระแทกดังสนั่น!
เจียงปาฮวงรู้สึกเหมือนถูกภูเขาชน ร่างลอยละลิ่วปลิวไปไกลกว่าสิบเมตร แล้วยังต้องซอยเท้าถอยหลังอีกเจ็ดแปดก้าวกว่าจะทรงตัวอยู่ ตาแทบถลนออกนอกเบ้า
"เป็นไปไม่ได้... เป็นไปไม่ได้..."
เขาหอบหายใจแฮ่กๆ จ้องมองเจียงชีเย่ด้วยความหวาดผวาและไม่อยากจะเชื่อ
เขารู้ดีว่า ถ้าเจียงชีเย่ไม่ยั้งแรงไว้ การกระแทกเมื่อครู่คงทำให้เขากระดูกป่นแหลกเหลว ไม่ใช่แค่กระเด็นออกมาแบบนี้
เจียงชีเย่พ่นลมหายใจ ยิ้มสบายๆ "เป็นไง? ยอมรึยัง?"
นี่ขนาดเขายังไม่ได้เปิดใช้ 'สนามพลัง' นะ
ไม่งั้นเจียงปาฮวงคงไม่มีปัญญาเข้าใกล้เขาในระยะสามเมตรได้ด้วยซ้ำ
เจียงปาฮวงจ้องตาเจียงชีเย่อยู่ครู่ใหญ่ ก้มมองมือที่บวมเป่งของตัวเอง แล้วถอนหายใจด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว
"เจ้าพูดถูก... หลายปีมานี้ ข้าเอาเวลาไปทิ้งขว้างจริงๆ!"
"เมื่อก่อนในบรรดาพี่น้อง ข้าคิดเสมอว่าท่านอ่อนที่สุด แอบหัวเราะเยาะท่านลับหลังว่ามีทรัพยากรก็ใช้ไม่คุ้มค่า เป็นที่โหล่ของตระกูล"
"แต่วันนี้ข้าถึงได้รู้... ว่าตัวตลกที่แท้จริงคือข้าเอง"
"พี่เจ็ด... ข้ายอมแพ้แล้ว..."
เจียงปาฮวงหน้าเศร้าสร้อย สำนึกผิดในการกระทำเหลวไหลที่ผ่านมา แทบอยากจะตบหน้าตัวเอง
เจียงชีเย่ขมวดคิ้ว รู้สึกว่าบรรยากาศเริ่มจะดราม่าเกินไปแล้ว
น้องชายคนนี้ดูจะจิตตกเกินเหตุ นี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ
เขากระแอมเบาๆ ปลอบใจ "เจ้าแปด อย่าดูถูกตัวเองไปเลย
ความจริงฝีมือและพรสวรรค์ของเจ้า ในรุ่นเดียวกันถือว่าเป็นระดับหัวกะทิแล้ว
เพียงแต่อัจฉริยะเหนือโลกอย่างพี่เจ็ดของเจ้า... มันหาได้ยากยิ่งดุจขนวิหคเพลิง..."
"ท่านพูดถูก!"
ยังพูดไม่ทันจบ เจียงปาฮวงก็ฟื้นคืนชีพกลับมามั่นหน้าเหมือนเดิมทันควัน
เขากำหมัดแน่น กล่าวด้วยความโอหัง "พี่เจ็ด ท่านแค่เจอทางที่ใช่ของตัวเอง เลยนำหน้าข้าไปก่อนชั่วคราว!
ในสายกายาเหล็ก ท่านอาจจะมีพรสวรรค์สูงส่ง
แต่ข้าก็ไม่ด้อยกว่าใคร!
เมื่อก่อนข้าแค่ไม่ขยันพอ!
วิชากายาเหล็กเรียนง่ายแต่ชำนาญยาก ต่อไปท่านจะก้าวหน้ายากขึ้นเรื่อยๆ
เชื่อเถอะ อีกไม่นาน ข้าจะแซงหน้าท่านให้ดู!"
"เอ่อ..."
เจียงชีเย่พูดไม่ออก
เอาเถอะ... ที่เขาเป็นห่วงมันเสียเวลาเปล่า
คนหลงตัวเองอย่างเจ้าแปด ไม่ต้องการกำลังใจหรอก ต้องการแค่แรงถีบเท่านั้น
เขาเดินนำออกไป กล่าวอย่างอ่อนใจ "ไปเถอะ ข้าจะพาเจ้าเดินดูงาน..."
ดวงตะวันลอยสูงขึ้น อากาศแจ่มใส
ณ ลานฝึกกองปราบปราม
ชายฉกรรจ์หลายร้อยคนกำลังฝึกซ้อมกันอย่างขะมักเขม้น เหงื่อไหลไคลย้อย
บ้างฝึกดาบ บ้างฝึกกระบี่ บ้างฝึกทวน บ้างฝึกร่างกาย... บ้างก็ฝึกจัดกระบวนทัพม้าศึก บรรยากาศคึกคักเร่าร้อน
เจียงชีเย่พาเจียงปาฮวงเดินชมหน่วยงานต่างๆ ของกองปราบจนทั่ว แล้วมานั่งพักที่ก้อนหินใหญ่ริมสนาม
คนหนึ่งจิบเหล้าสบายใจ อีกคนแทะขนมเปี๊ยะไส้เนื้อ
"เจ้าแปด แม้อาสี่จะอยากให้เจ้ามาอยู่กับข้า แต่ข้าว่า... ฟังความเห็นเจ้าก่อนดีกว่า"
"กองปราบแบ่งเป็นห้าหน่วย: ลาดตระเวน, สืบสวน, ลงทัณฑ์, คลังอาวุธ, และคุกหลวง"
"งานในคุกจุกจิก ความเสี่ยงต่ำ เน้นฝึกทักษะการเข้าสังคม มั่นคงปลอดภัย"
"หน่วยลาดตระเวนค่อนข้างอิสระ ความเสี่ยงปานกลาง อยากทำงานก็มีให้ทำเยอะแยะ ไม่อยากทำก็มีเวลาฝึกวิชา"
"หน่วยสืบสวนรับแต่พวกหัวกะทิ สวัสดิการดีสุด แต่เสี่ยงตายสูง พี่หกเจ้าก็อยู่ที่นั่น ข้าไม่แนะนำ และอาสี่คงไม่ยอมแน่"
"คลังอาวุธกับฝ่ายลงทัณฑ์ เป็นที่ของพวกขุนนางและบัณฑิต เจ้าเข้าไปก็นั่งตบยุงเปล่าๆ"
"ข้าแนะนำให้เลือกเอาระหว่างคุกหลวง กับหน่วยลาดตระเวน"
เจียงชีเย่จิบเหล้าไปพลาง แนะนำไปพลาง
อืม... ขนมเปี๊ยะเมื่อเช้าเค็มชะมัด ต้องกินเหล้าล้างคอสักหน่อย อย่างไรเสียเหล้าโลกนี้ก็รสชาติเหมือนน้ำเปล่าอยู่แล้ว
เจียงปาฮวงยัดขนมเปี๊ยะคำสุดท้ายเข้าปาก เคี้ยวตุ้ยๆ ครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วตัดสินใจ
"พี่เจ็ด ข้าเลือกหน่วยลาดตระเวน
ได้เดินตรวจตรา ได้ฝึกวิชา ได้สู้จริง ถูกจริตข้าที่สุด"
เจียงชีเย่พยักหน้า "ดี งั้นเจ้ามาอยู่กับข้าที่คุกหลวง"
"หา?"
เจียงปาฮวงงงเต็ก "พี่เจ็ด นี่ท่านกวนประสาทข้าเหรอ?"
"เปล่า ข้าแค่จะสอนบทเรียนแรกให้เจ้า... ในระบบราชการ ไม่มีใครทำตามใจชอบได้หรอก
อยากทำอะไรก็ได้ทำ... สิทธิ์นั้นแม้แต่ท่านเจ้ากรมยังไม่มี เจ้าต้องหัดปรับตัว" เจียงชีเย่ฉีกยิ้มกว้าง
แม่งเอ้ย!
เส้นเลือดบนหน้าผากเจียงปาฮวงปูดโปน อยากจะซัดหน้าพี่ชายสักหมัด
แต่พอนึกขึ้นได้ว่าสู้ไม่ได้ ก็ต้องจำใจกลืนเลือดลงคอ
เจียงชีเย่ลุกขึ้น กล่าวต่อ "ตำแหน่งข้าในคุกตันแล้ว อีกไม่นานคงย้ายไปอยู่หน่วยลาดตระเวน
แต่คุกหลวงมีประโยชน์กับข้ามาก ทิ้งไม่ได้
รอข้าจัดการระเบียบในคุกเสร็จ ข้าต้องการคนมาเฝ้าที่นี่แทนข้า และคนคนนั้นข้าหวังว่าจะเป็นเจ้า... หือ? มีคนมา"