- หน้าแรก
- มือปราบมารสะท้านแดนเถื่อน
- บทที่ 32 เสี่ยวเอ้อร์! ขอสุรา!
บทที่ 32 เสี่ยวเอ้อร์! ขอสุรา!
บทที่ 32 เสี่ยวเอ้อร์! ขอสุรา!
บทที่ 32 เสี่ยวเอ้อร์! ขอสุรา!
บนพื้นถนนปรากฏรอยดาบยาวกว่าสิบเมตร ลึกหลายเมตร ผ่าพื้นดินแยกเป็นร่องลึก ทำให้แผ่นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น
หลังฟันดาบที่น่าสะพรึงกลัวนี้ออกไป
เจียงชีเย่ก็ไม่สนใจจะฟังเจียงเจิ้นตงพล่ามอะไรอีก เขาบังคับลาหันหลังกลับอย่างใจเย็น เดินตรงเข้าสู่ประตูใหญ่ของหอเทียนเหรินจู
ทิ้งให้คนตระกูลเจียงยืนอ้าปากค้างมองรอยดาบสยองขวัญอย่างทำอะไรไม่ถูก
เจียงเจิ้นตงยืนแข็งทื่อ ร่างกายชาวาบ สมองมึนงง
ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย ทั้งโกรธแค้น เจ็บปวด เสียใจ และ... อยากฆ่า ลมปราณในกายปั่นป่วน เดี๋ยวสูงเดี๋ยวต่ำ ราวกับจะธาตุไฟเข้าแทรก
ทันใดนั้น เขากัดฟันกรอด แววตาเปลี่ยนเป็นแน่วแน่และบ้าคลั่ง ตะโกนลั่น "ข้าไม่ได้ทำ! ข้าไม่ผิด! คนผิดคือนางต่างหาก! นางหลอกลวงข้า! เจ้า——ไอ้ลูกทรพี! อึก——"
ใบหน้าแดงก่ำ ก่อนจะแหงนหน้ากระอักเลือดออกมาคำโต ร่างกายเซถลาเกือบล้ม
"พี่ใหญ่!"
"ท่านประมุข!"
ญาติพี่น้องรีบเข้าไปประคองเจียงเจิ้นตงไว้
เจียงชีเย่ไม่หันกลับไปมอง เขาพ่นลมหายใจเบาๆ แววตาเย็นชาไร้ความรู้สึก
คำพูดเหล่านั้น อัดอั้นอยู่ในใจเขามานานหลายปี
วันนี้เขาคิดว่าจะได้ตะโกนระบายความโกรธออกมาให้สะใจ
แต่แปลกที่ใจกลับสงบนิ่งราวกับคนนอกที่ยืนมองเหตุการณ์
วันนี้เขาคิดว่าจะได้ปลดปล่อยความอัดอั้น
แต่เอาเข้าจริง ก็ไม่ได้รู้สึกสะใจอะไรมากมาย กลับรู้สึกว่ามันไร้สาระเสียด้วยซ้ำ
พูดตรงๆ เขาไม่เคยเห็นเจียงเจิ้นตงเป็นพ่อจริงๆ เลยสักครั้ง
ถ้าไม่ใช่เพราะเคารพคำสั่งเสียสุดท้ายของแม่ เมื่อกี้เขาคงฟันเจียงเจิ้นตงขาดสองท่อนไปแล้ว!
แต่ถึงจะไม่ทวงความยุติธรรมให้แม่
ความทุกข์ทรมานที่เขาได้รับมาตลอดหลายปี ก็ต้องมีการชดใช้!
ความแค้นที่สุมอกนี้ ต้องได้รับการระบาย!
ไม่งั้นใจเขาคงไม่สงบ!
นี่ไม่ใช่การแก้แค้นให้แม่ แต่เป็นการแก้แค้นให้ตัวเอง!
วันนี้พอแค่นี้ก่อน
บัญชีหนี้นี้... อีกสองวันค่อยมาคิดทบต้นทบดอก!
เพื่อหลีกเลี่ยงข้อหาลูกทรพีฆ่าพ่อ เขาต้องหา 'ผ้าบังหน้า' มาปิดสักหน่อย...
นับจากนี้ ข้าก็คือข้า เจียงชีเย่
ในใจข้าจะมีเพียงวิถียุทธ์ที่แท้จริงและหนทางสู่ความแข็งแกร่ง และเตรียมพร้อมทำตามสัญญาหมั้นหมาย เป็นเขยแต่งเข้าจวนอ๋อง หรือ... เป็นบุรุษข้างกายจักรพรรดินีในอนาคต...
"เสี่ยวเอ้อร์! ขอสุรา!"
ณ หอเทียนเหรินจู เจียงชีเย่นั่งลงกลางโถงใหญ่ ดึงดูดสายตาแขกเหรื่อทันที
แม้เหตุการณ์เมื่อครู่ตระกูลเจียงจะปิดถนน แต่ก็มีคนเห็นไม่น้อย
โดยเฉพาะฉากที่เจียงชีเย่ฟันยอดฝีมือพรรคหมื่นอสรพิษตายเกลื่อน จนเฟยหลงขาเป๋หนีหางจุกตูด กลายเป็นที่โจษจันไปทั่วทั้งหอ
ตอนนี้ทุกคนต่างมองมาด้วยความยำเกรงและหวาดระแวง เสียงพูดคุยในร้านเบาลงถนัดตา
"มาแล้วๆ ขอรับ!"
เสี่ยวเอ้อร์วิ่งแจ้นเข้ามา ใบหน้ายิ้มแย้มประจบสอพลอ วางกาเหล้าลงอย่างนอบน้อม "คุณชายเจ็ด วันนี้รับกับแกล้มอะไรดีขอรับ?"
เจียงชีเย่ตอบสบายๆ "เอาเมนูแนะนำมาให้หมดทุกอย่าง!"
"หา?"
เสี่ยวเอ้อร์ชะงัก เกาหัวแกรกๆ ยิ้มแหย "เมนูแนะนำของร้านเรามีเยอะมากนะขอรับ เกรงว่าคุณชายจะทานไม่หมด จะสิ้นเปลืองเปล่าๆ..."
"ไม่เป็นไร ยังไงก็ลงบัญชีนายน้อยของพวกเจ้าอยู่แล้ว เปลืองหน่อยจะเป็นไรไป" เจียงชีเย่ตอบอย่างหน้าตาเฉย
เสี่ยวเอ้อร์ถึงกับไปไม่เป็น
แต่ก็ไม่กล้าขัด รีบถอยออกไปอย่างรู้งาน เพื่อไปกระซิบบอกนายน้อย
ไม่นาน อาหารชุดใหญ่ก็ถูกลำเลียงมาวางเต็มโต๊ะ
พร้อมกับเจ้าอ้วนหน้ามุ่ย 'อวี๋เสี่ยวไป๋'
อวี๋เสี่ยวไป๋ผิวขาวผ่องอ้วนกลม ต่อให้ทำหน้าบึ้งก็ยังดูตลกน่าเอ็นดู
เป็นประเภทที่เห็นแล้วน่าแกล้ง และแกล้งได้วันละสามเวลาหลังอาหารโดยไม่เบื่อ
ดังนั้น เวลาเจียงชีเย่อารมณ์บ่อจอย ก็ชอบมาหาเรื่องอวี๋เสี่ยวไป๋เพื่อคลายเครียด โดยเฉพาะตอนที่มันทำท่าพยศ...
พอเจอหน้า อวี๋เสี่ยวไป๋ก็บ่นอุบ
"เฮ้ยๆ! เจียงเจ็ด! เจ้ามันจะเกินไปแล้วนะ!
เมื่อเช้าเพิ่งไถค่าขนมข้าไป ตกเย็นมากินฟรีอีก หน้าด้านเกินไปแล้วมั้ง?
แล้วรู้ไหมทำไมข้าถึงมีเงินติดตัวไม่เคยเกินสิบตำลึง?
ก็เพราะเจ้าเล่นมากินแล้วชักดาบทุกครั้ง จนข้าต้องเอาเงินค่าขนมมาจ่ายแทนไงเล่า!"
เจียงชีเย่หัวเราะ "อย่ามาตลก! สองปีมานี้ข้าแทบไม่ค่อยมาร้านเจ้า ก็ไม่เห็นเงินเจ้าจะเพิ่มขึ้นเลย
อีกอย่าง ข้าเคยชักดาบที่ไหน?
ก็มีเจ้าที่เป็นนายน้อยมาเลี้ยงไม่ใช่รึไง?"
"เจ้า!"
เจ้าอ้วนหน้าสั่น ชี้หน้าเจียงชีเย่พูดไม่ออก
แต่พอนึกขึ้นได้ว่าสู้ไม่ได้ ก็เปลี่ยนความแค้นเป็นความหิว นั่งลงโซ้ยแหลก
"เฮ้ย! ไอ้หมูตอน! นี่มันกับแกล้มข้านะ ทำตัวให้น่ารักหน่อยได้ไหม?" เจียงชีเย่ทำหน้าขยะแขยง
อวี๋เสี่ยวไป๋เคี้ยวตุ้ยๆ เถียงอู้อี้ "ฮึ! นี่มันเงินจากหยาดเหงื่อแรงงานข้าทั้งนั้น กินน้อยก็ขาดทุนสิวะ..."
เจียงชีเย่ส่ายหน้า ไม่อยากถือสา รีบคีบอาหารแข่งบ้าง
เรื่องมากินฟรีที่นี่ จะโทษเจียงชีเย่ฝ่ายเดียวก็ไม่ถูก
เมื่อเจ็ดแปดปีก่อน ตอนเรียนหนังสือด้วยกัน อวี๋เสี่ยวไป๋ไปก่อเรื่อง ไปแหย่ 'นางมารน้อย' ประจำโรงเรียนเข้า จนไม่กล้าไปเรียน ไม่กล้ากลับบ้าน
สุดท้ายต้องมาขอร้องเจียงชีเย่ โดยยื่นข้อเสนอว่า ถ้าเจียงชีเย่ช่วยเคลียร์นางมารน้อยให้ จะเลี้ยงข้าวที่เทียนเหรินจูตลอดชีวิต
เจียงชีเย่ตอนนั้นก็ใจเด็ด แถมเล็งอาหารเหลาที่นี่ไว้นานแล้ว
เลยบุกไปรับหน้าแทนน้องชาย ยอมรับผิดแทน
เรื่องมันก็น่าจะจบแค่นั้น
แต่พอกลับบ้าน เจียงชีเย่โดนเจียงเจิ้นตงฟาดด้วยแส้ไปห้าสิบที แถมต้องคุกเข่าในศาลบรรพชนอีกสามวัน เกือบตาย
เพราะงั้น ต่อให้มากินฟรีตลอดชีวิต เขาก็ถือว่าสมควรแล้ว
นี่มันแลกมาด้วยเลือดเนื้อนะเว้ย
เอิ๊ก!
อวี๋เสี่ยวไป๋กินอิ่มแปล้ กวาดอาหารไปครึ่งโต๊ะ
เจียงชีเย่ก็ไม่น้อยหน้า ฟาดเรียบอีกครึ่งที่เหลือ
เขายกจอกเหล้าขึ้นจิบ สายตาจับจ้องอวี๋เสี่ยวไป๋เหมือนมีเลศนัย
อวี๋เสี่ยวไป๋โดนจ้องจนขนลุก ถามเสียงสั่น "มองทำไม? มีไร?"
เจียงชีเย่พยักหน้า "มีเรื่องนิดหน่อย อยากให้ช่วย"
อวี๋เสี่ยวไป๋รู้จักนิสัยเจียงชีเย่ดี พอเห็นสีหน้าแบบนี้ ใจก็เต้นตุ้มๆ ต่อมๆ รีบปฏิเสธ
"หยุด! ข้าไม่สนิทกับเจ้า ต่อไปนี้เราไม่รู้จักกัน อย่ามาพูดดีกว่า! หม้อต้มซุปหลังร้านยังไม่ได้ปิดไฟ ข้าไปก่อนนะ!"
พูดจบเตรียมจะชิ่ง
เจียงชีเย่ยิ้มมุมปาก เอ่ยเนิบๆ "ความจริงก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ถ้าเจ้ายอมช่วยข้าครั้งนี้ ครั้งหน้ามากินข้าวที่นี่ ข้าจะจ่ายเอง
ตอนนี้ข้าก็พอมีหน้ามีตา เงินแค่นี้ไม่ระคายขนหน้าแข้งหรอก"
"หา? พูดจริงดิ?"
อวี๋เสี่ยวไป๋ชะงัก ขาตายทันที
เรื่องที่เขาเสียใจที่สุดในชีวิต คือการให้เจียงชีเย่รับหน้าแทนในวันนั้น
ทำให้หลายปีมานี้ เงินเดือนจากการทำงานหนักในร้าน ต้องถูกหักไปจ่ายค่าอาหารเจียงชีเย่เกือบครึ่ง
ตอนนี้มีโอกาสปลดแอกตัวเอง เขาหรือจะพลาด
"จริงแท้แน่นอน เขียนสัญญาให้ก็ได้" เจียงชีเย่หมุนจอกเหล้าเล่น ยิ้มเจ้าเล่ห์
อวี๋เสี่ยวไป๋ลังเลแวบหนึ่ง ก่อนจะนั่งลง "ก็ได้ ว่ามา! แต่บอกก่อนนะ เรื่องผิดศีลธรรมข้าไม่ทำ!"
"วางใจเถอะ ไขมันอุดตันอย่างเจ้า คงไม่มีปัญญาไปทำเรื่องเลวร้ายอะไรหรอก"
เจียงชีเย่ส่ายหน้าขำๆ "เรื่องที่ให้ช่วยง่ายมาก ช่วยจัดฉากให้หน่อย ข้าอยากเจอพี่สาวเจ้า"
พอได้ยินเรื่องนี้ อวี๋เสี่ยวไป๋ของขึ้นทันที แยกเขี้ยวยิงฟันตะโกนลั่น "เจียงเจ็ด! เจ้ายังคิดไม่ซื่อกับพี่สาวข้าอยู่อีกเรอะ! บอกเลยนะ ฝันไปเถอะ..."
"หยุด!"
เจียงชีเย่กดไหล่เจ้าอ้วนที่กำลังคลุ้มคลั่งให้นั่งลง ถามงงๆ "จะตื่นเต้นทำไม? ข้าไม่ได้คิดอะไรเกินเลยกับพี่สาวเจ้าแล้ว ครั้งนี้แค่จะขอคำปรึกษา... เรื่องการบำเพ็ญเซียน..."