เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 442 การโน้มน้าว

บทที่ 442 การโน้มน้าว

บทที่ 442 การโน้มน้าว


กั่วเจียทำตามนโยบายที่เย่ปิงได้อธิบายไว้ แล้วมอบหมายให้หยูหลันไปบอกผู้นำทุกคน เมื่อก่อนทุกคนเคยเรียกหยูหลันอย่างติดตลกว่าเป็นโฆษกตัวน้อยของเมืองหยู่เปิง ดังนั้นเธอจึงไม่ได้ติดขัดอะไรกับหน้าที่นี้

นอกจากนี้ เย่ปิงได้มอบหมายภารกิจนี้ให้กับหยูหลันโดยเฉพาะ

“ท่าหยูหลัน เมื่อติดต่อกับเจ้าเมืองต่างๆ เหล่านั้น ท่านต้องระวังคำพูดของท่าน เมื่อเมืองต่างๆ กำลังเข้าร่วม อาณาจักรเทียนหลานที่ยิ่งใหญ่ของเราจะต้องแสดงท่าทางต้อนรับพวกเขา”

กั่วเจียแนะนำ ท้ายที่สุดแล้ว เขาเชื่อว่าการเลือกอยู่ร่วมกันอย่างสันติและหลีกเลี่ยงสงครามเป็นแนวทางที่ดีที่สุด

แต่แน่นอนว่า เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูที่แท้จริงแล้ว การปล่อยให้พวกเขาหนีไปง่ายๆ ไม่ใช่ทางเลือก

เป็นที่น่าสังเกตว่าในช่วงยุคที่เขาจากมา กั่วเจีย ยังเป็นอัจฉริยะทางการทหาร ผู้ที่สามารถอธิบายได้ว่าเป็นผู้มีฝีมืออันศักดิ์สิทธิ์ในการสงคราม

หยูหลันรู้เรื่องนี้ แต่ทัศนคติของเธอแตกต่างจากเจ้าหน้าที่พลเรือนทั่วไป

เธออาจไม่ก้าวร้าวเท่านายพลทหารของเย่ปิง แต่เธอไม่ใช่คนที่น่าล้อเล่น

หลังจากได้ฟังเงื่อนไขที่เย่ปิงแจ้งเธอแล้ว ก็ตระหนักได้ว่า การจำกัดจำนวนทหารอาจเป็นสิ่งที่หลายคนไม่เห็นด้วย หากใช้คำพูดโน้มน้าวใจ คงไม่เห็นผล

วิธีการของผู้หญิงสมัยใหม่คือการให้โอกาส หากคุณไม่ต้องการเข้าร่วมก็ออกไปโดยไม่ต้องวุ่นวาย

อย่างไรก็ตาม เย่ปิงต้องแน่ใจว่าไม่มีกองกำลังต่อต้านอยู่รอบๆ ดินแดนของเขา เนื่องจากนี่เป็นหนึ่งในเงื่อนไขในการเลื่อนตำแหน่งเป็นอาณาจักร

ดังนั้น หากไม่ยอมรับเงื่อนไข พวกเขาก็สามารถจากไปได้ แต่ต้องอยู่นอกอาณาเขตของอาณาจักรเทียนหลาน!

หากพวกเขาไม่ต้องการออกหรือลดกำลังทหาร และแสวงหาการปกป้องและการเติบโต ไม่มีทางอื่นแล้ว นอกจากการถูกครอบงำด้วยพลังของเมืองกลไกซวนหวู่!

เมืองขนาดใหญ่ที่เรียกว่า เมืองกลไกซวนหวู่ มีขนาดใหญ่กว่าเมืองเล็กๆ หรือเมืองหลักอื่นๆ อย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งเป็นกองกำลังเดียวก็ที่สามารถปราบปรามเมืองนับไม่ถ้วน

“ไม่ต้องห่วงทุกคน ในเมื่อลูกพี่ไว้ใจมอบหมายงานนี้ให้ฉัน ฉันจะเกลี้ยกล่อมผู้คนด้วยเหตุผลอย่างแน่นอน…”

กั่วเจียยิ้มและโบกพัดของตัวเอง:

"ข้าดีใจที่ได้ยินแม่นางหยูหลันพูดเช่นนั้น เวลาเป็นสิ่งสำคัญ ข้าคิดว่าการเลื่อนตำแหน่งของอาณาจักรใกล้เข้ามาแล้ว เป็นการดีที่สุดที่จะจัดการกับปัญหาในดินแดนโดยเร็วที่สุด"

หยูหลันพยักหน้าและสั่งให้เมืองกลไกซวนหวู่เตรียมตัว ทันทีที่เธอขึ้นไปยังเมืองกลไกซวนหวู่ เธอจะออกเดินทางในทันที

เมื่อเห็นสิ่งนี้ กั่วเจียก็ตกตะลึง:

"แม่นางหยูหลัน นี่ไม่ยิ่งใหญ่เกินไปหน่อยเหรอ? ข้าสามารถส่งกองทหารไปช่วยเจ้าได้ แต่การนำเมืองกลไกซวนหวู่ไปด้วยนั้นมันมากเกินไป เจ้ากลัวเอาชนะพวกเขาไม่ได้อย่างนั้นหรือ?"

หยูหลันสะบัดผมของเธอ: "ข้าตั้งใจจะเกลี้ยกล่อมด้วยพลัง ไม่ต้องเป็นกังวลท่านผู้เฒ่ากั่วเจีย รอฟังข่าวดีของข้าได้เลย"

ริมฝีปากของกั่วเจียกระตุกสองสามครั้ง ในขณะที่เมืองกลไหเคลื่อนที่ ทันใดนั้นเขาก็มีลางสังหรณ์ไม่ดี:

"แม่นางหยูหลัน! แม่นางหยูหลัน! บางทีเจ้าควรพิจารณาใหม่!"

กั่วเจียเกือบจะสูญเสียเสียงของเขาหลังจากตะโกน แต่มันก็ไร้ประโยชน์ เมืองกลไกซวนหวู่ขนาดมหึมาเริ่มเดินเครื่องแล้ว และมันพุ่งออกไปด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ

ในขณะนั้น กั่วเจียสงสัยว่าวัตถุขนาดใหญ่ถูกออกแบบมาให้เคลื่อนที่ได้เร็วขนาดนี้ได้อย่างไร เนื่องจากขนาดมหึมาของเมืองกลไกซวนหวู่

ซึ่งการเคลื่อนไหวแต่ละครั้งนั้นสั่นสะเทือนไปทั่วบริเวณ เย่ปิงในพระราชวังต้องห้ามรู้สึกถึงมัน และเห็นพายุฝุ่นที่มองเห็นได้แม้จากภายในเมือง

เขาเข้าใจทันที นอกเหนือจากเมืองกลไกซวนหวู่แล้ว จะเป็นใครอื่นไปไม่ได้

น่าประทับใจ! เขามอบหมายงานให้กับหยูหลัน และเธอก็ดำเนินการอย่างเด็ดขาด!

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการภารกิจนี้เหมาะกับเธออย่างสมบูรณ์แบบ ไม่แปลกใจเลย ด้วยนิสัยของเธอ เธอจึงอยู่เคียงข้างเย่ปิงได้นานโดยที่เขาไม่เคยรู้สึกรำคาญ

พวกเขามีบุคลิกที่เข้ากันได้ไม่เลว

ไม่นาน กั่วเจียก็กลับมาด้วยท่าทางค่อนข้างยุ่งเหยิง

เดิมทีเขาควรจะดูแลความคืบหน้าของพระราชวังแวร์ซายโดยตรง แต่เขากังวลเกินกว่าจะปล่อยเรื่องนี้ไปได้ ดังนั้นเขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องกลับมาก่อน

“ฝ่าบาท ข้าขอร้องให้ท่านส่งกองทหารอีกกองหนึ่งไปช่วยข้าสกัดกั้นแม่นางหยูหลัน นี่เป็นการริเริ่มสงครามครั้งแรกกับเมืองต่างๆ อาณาจักรเทียนหลานอันยิ่งใหญ่ของเราควรแสดงความเอื้อเฟื้อ หากเราปฏิบัติตามแม่นางหยูหลันเอาชนะผู้อื่นด้วยการใช้ความรุนแรง ชื่อเสียงที่ออกไปอาจทำให้เมืองอื่นๆ ไม่เข้าร่วมกับพวกเราในอนาคต”

เย่ปิงรู้ว่านี่เป็นความคิดทั่วไปของข้าราชการพลเรือน ไม่ใช่ว่าพวกเขาขาดความเด็ดขาด แต่พวกเขาชอบการเจรจามากกว่าความขัดแย้ง

เย่ปิงส่ายหัวและพูดกับกั่วเจียโดยตรงว่า:

"ท่านกั่วเจีย บางทีวันหนึ่งโลกอาจทำตามที่ท่านแนะนำ แต่ไม่ใช่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อเช่นนี้ ในโลกปัจจุบัน มันไม่เกี่ยวกับว่าเราจะโน้มน้าวอีกฝ่ายได้หรือไม่ แต่ถ้าเราเอาชนะพวกเขาได้! พวกเขาจะเข้าร่วมโดยปริยาย ท่านไม่ต้องเป็นกังวลไปในเรื่องนี้ ในเมื่อเราสามารถกำหนดกติกาของโลกนี้ได้ จะมีใครหน้าไหนที่กล้าจะไม่เข้าร่วม”

****ช่วงนี้บทมันสั้นผู้แปลฟรีหนึ่งนะครับ สลับกันไป ผู้แปลขอขอบคุณอย่างสุดซึ้งที่ทุกคนติดตามอ่านมาจนถึงตอนนี้ ผู้แปลได้แปรนิยายนี้เป็นเรื่องที่สอง หากผิดพลาดอันใดขออภัยด้วยนะครับ ผู้แปลจะพยายามปรับปรุงให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ขอบคุณมากๆ นะครับ

จบบทที่ บทที่ 442 การโน้มน้าว

คัดลอกลิงก์แล้ว