- หน้าแรก
- คุณหนูครับ อย่าคิดว่าผมรู้ไม่ทัน
- บทที่ 30 ไม่แค้นชาติก่อน ก็ต้องแค้นชาตินี้แหละ
บทที่ 30 ไม่แค้นชาติก่อน ก็ต้องแค้นชาตินี้แหละ
บทที่ 30 ไม่แค้นชาติก่อน ก็ต้องแค้นชาตินี้แหละ
บทที่ 30 ไม่แค้นชาติก่อน ก็ต้องแค้นชาตินี้แหละ
"ช่างน่าสงสารจริงเชียว เอาเถอะๆ วันนี้ศิษย์พี่จะเลี้ยงอาหารวิเศษระดับพิเศษเจ้าเอง อยากกินอะไรก็สั่งได้เลยเต็มที่" 'ชูไป๋' สะบัดพัดในมือพลางเอ่ยเสียงดัง ทนดูท่าทางน่าเวทนาของลู่ซิงเหยียนไม่ไหว
เล่อเจิ้งเหยียนตวัดสายตามองค้อนขวับทันที
แย่ง แย่ง แย่ง!
จะแย่งอะไรกันนักกันหนา?
ไม่รู้จักคำว่ามาก่อนได้ก่อนหรือไง?
เขาเป็นคนเอ่ยปากชวนก่อนแท้ๆ แต่กลับมีคนมาตัดหน้าแย่งตัวนางไปกลางคันแบบนี้ แล้วจอมมารอย่างเขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?
อารมณ์ของเล่อเจิ้งเหยียนหลุดออกมาเพียงชั่วพริบตา ก่อนที่เขาจะรู้สึกตัวและเก็บซ่อนมันกลับไป
ทว่าแม้จะเป็นเพียงเสี้ยววินาที ชูไป๋ก็ยังสังเกตเห็น
เขามองตามสายตานั้นไปยังเล่อเจิ้งเหยียน แต่กลับพบเพียงเด็กหนุ่มท่าทางเรียบร้อย แววตาใสซื่อไร้เดียงสาตามแบบฉบับศิษย์ใหม่ที่เพิ่งเข้าสำนัก
การค้นพบนี้ทำให้ชูไป๋รู้สึกตะขิดตะขวงใจขึ้นมาทันที
จิตสังหารที่สัมผัสได้เมื่อครู่นี้ ไม่ได้มาจากเล่อเจิ้งเหยียนงั้นรึ?
ไม่สิ สัญชาตญาณของเขาแม่นยำเสมอ ไม่มีทางพลาดแน่
เขามั่นใจว่าเขากับศิษย์น้องเล็กผู้นี้ต้องมีความแค้นต่อกันแน่นอน
ไม่ใช่ความแค้นจากชาติปางก่อน ก็ต้องเป็นความแค้นในชาตินี้นี่แหละ!
"ศิษย์พี่ชูไป๋ วันนี้คงไม่ได้ เอาเป็นพรุ่งนี้ได้ไหมเจ้าคะ?" ลู่ซิงเหยียนไม่อยากพลาดมื้ออาหารของตัวร้ายน้อย
"อีกอย่าง พรุ่งนี้เป็นวันสิบห้าพอดี หออาหารวิเศษจะมีเมนูที่ทำจากสมุนไพรระดับเซียนด้วย"
"ย่อมได้ พรุ่งนี้ศิษย์น้องอยากกินอะไรก็สั่งได้ไม่อั้น" ชูไป๋คลี่ยิ้มโบกพัดไปมา เขาเบนสายตาไปทางเล่อเจิ้งเหยียน พลางนึกถึงจิตสังหารที่สัมผัสได้เมื่อครู่ จึงเอ่ยชวนอย่างอบอุ่น "ศิษย์น้องก็มาด้วยกันสิ ถือเสียว่าเป็นงานเลี้ยงต้อนรับที่ศิษย์พี่จัดให้เจ้าในโอกาสที่เข้าสู่สำนักเสวียนหลิงก็แล้วกัน"
เขาต้องหาโอกาสสังเกตดูหน่อยว่าศิษย์น้องเล็กผู้นี้มีอะไรแปลกประหลาดซ่อนอยู่กันแน่
เล่อเจิ้งเหยียนเอียงคอเล็กน้อย หันไปมองลู่ซิงเหยียนเพื่อขอความเห็น ท่าทางดูลังเลและขลาดกลัว จนกระทั่งลู่ซิงเหยียนพยักหน้าอนุญาต เขาถึงได้ยิ้มออกมาและตอบกลับว่า "ขอบคุณขอรับศิษย์พี่"
【ตายจริง ตอแหลเก่งขึ้นทุกวันเลยนะพ่อคุณ】 ลู่ซิงเหยียนชักจะทนดูการแสดงของเล่อเจิ้งเหยียนไม่ไหวแล้ว
แต่พอคิดว่าจะได้กินอาหารวิเศษฟรีสองวันติด นางก็มีความสุขจนลืมเรื่องอื่นไปหมด
จนกระทั่งนั่งอยู่บนหลังนกกระเรียนเซียนมุ่งหน้าไปยังหอภารกิจ ชูไป๋ก็เอ่ยเตือนนางขึ้นมา "ศิษย์น้อง ข้าได้ยินมาว่าเมื่อวานอาจารย์อาฉางเฟิงเล็งศิษย์น้องเล่อเจิ้งไว้เป็นคนแรก แต่สุดท้ายกลับถูกเจ้าแย่งตัวไป ทำให้ท่านโกรธจนการเลื่อนขั้นเป็นนักปรุงยาระดับกึ่งเทพต้องล้มเหลว เตาหลอมระดับเซียนระเบิดเป็นจุณ แถมตัวท่านยังได้รับบาดเจ็บภายในอีกด้วย"
"ตอนที่ข้าไปถึง ศิษย์น้องยังไม่ได้เข้าสังกัดยอดเขาจิ่วอวิ๋นสักหน่อย เขายังเป็นอิสระอยู่ อีกอย่าง ทางหนึ่งเป็นศิษย์สายในของยอดเขาจิ่วอวิ๋น อีกทางเป็นศิษย์สายตรงของยอดเขาเซียวเหยา ใครไม่ใช่คนโง่ก็ต้องเลือกยอดเขาเซียวเหยาของข้าอยู่แล้ว" ลู่ซิงเหยียนตอบกลับ
พูดจบนางก็หันไปมองเล่อเจิ้งเหยียน "เจ้าดูสิ ศิษย์น้องของข้าก็ไม่ใช่คนโง่เหมือนกัน"
เล่อเจิ้งเหยียน: "???"
ถึงประโยคนี้จะเหมือนคำชม...
แต่ทำไมฟังแล้วมันทะแม่งๆ ชอบกล?
"เตาหลอมระดับเซียนก็ระเบิดด้วยเหรอเนี่ย" จุดโฟกัสของลู่ซิงเหยียนช่างแปลกประหลาดนัก "ก็จริงนะ การจะปรุงยาระดับสูง ก็ต้องใช้เตาหลอมในระดับเดียวกัน"
"การปรุงยาระดับกึ่งเทพต้องใช้สมุนไพรระดับเซียนอย่างน้อยสิบชนิด ลองคำนวณดูเล่นๆ แค่การเลื่อนขั้นล้มเหลวบวกกับเตาระเบิด อาจารย์อาฉางเฟิงน่าจะสูญเงินไปไม่ต่ำกว่าหนึ่งหมื่นหินปราณระดับสูงเลยสินะ?" ลู่ซิงเหยียนทำตาโตด้วยความตกใจ พร้อมกับเผยรอยยิ้มขมขื่นตามประสาคนยากจน
"ข้ากำลังจะเตือนเจ้าเรื่องนี้แหละ เจ้ารู้นิสัยขี้งกของอาจารย์อาฉางเฟิงดี งานนี้เขาคงโยนความผิดทั้งหมดมาที่เจ้าแน่ๆ เห็นว่าตอนมาถึงยอดเขาหลักวันนี้หน้าตาบอกบุญไม่รับสุดๆ" ชูไป๋เอ่ยเสียงขรึม
ลู่ซิงเหยียนไม่ได้ตื่นตระหนกกับเรื่องนี้เลยสักนิด
"ถ้าเขากล้า ก็ให้เขามาทุบข้าต่อหน้าท่านเจ้าสำนักสิ" ลู่ซิงเหยียนแค่นเสียงฮึ "ตอนนั้นศิษย์น้องเล่อเจิ้งยังไม่ได้เหยียบเข้าไปในเขตยอดเขาจิ่วอวิ๋นด้วยซ้ำ เขายังมีอิสระเต็มที่ ข้าจะชวนเขามาอยู่ยอดเขาเซียวเหยาแล้วมันผิดตรงไหน?"
"ถ้าเขาคิดจะรังแกศิษย์หลานตอนที่อาจารย์ของข้าไม่อยู่ล่ะก็ ข้าจะฝากข้อความจากอาจารย์ไปบอกเขาเอง"