- หน้าแรก
- คุณหนูครับ อย่าคิดว่าผมรู้ไม่ทัน
- บทที่ 21 วิถีแห่งข้าคือความอิสระ
บทที่ 21 วิถีแห่งข้าคือความอิสระ
บทที่ 21 วิถีแห่งข้าคือความอิสระ
บทที่ 21 วิถีแห่งข้าคือความอิสระ
ทว่าด้วยตบะเพียงขอบเขตสร้างรากฐาน เมื่อต้องเผชิญหน้ากับมหาอำนาจระดับผสานร่างอย่างเซียวชิงเกอ อานุภาพของแดนลับที่มีชีวิตซึ่งนางกางไว้จึงเปี่ยมด้วยพลังกดดันอันมหาศาล ไม่อาจต้านทานได้แม้เพียงชั่วอึดใจ
เป็นไปตามคาด เปลวเพลิงปราณที่ลู่ซิงเหยียนเพิ่งจุดขึ้นเมื่อครู่ มอดดับลงในพริบตา
"ศิษย์พี่ พวกเราไปหาที่อื่นกันเถอะ" เล่อเจิ้งเหยียนที่มีระดับการบำเพ็ญเพียรต่ำเตี้ยเรี่ยดินยิ่งกว่า ยังไม่ทันจะผ่านการชำระไขกระดูกด้วยซ้ำ ตอนนี้หนาวสั่นจนแข็งทื่อกลายเป็นมนุษย์หิมะไปแล้ว
"ศิษย์น้อง เจ้าเป็นอะไรไหม? อย่าเพิ่งเป็นอะไรไปนะ" นางไม่ได้หันไปมองเพียงไม่กี่วินาที ใครจะรู้ว่าเขาจะหนาวจนหน้าเขียวม่วงไปเสียแล้ว
ลู่ซิงเหยียนรีบเร่งเจ้าห่านยักษ์ให้บินออกไป พร้อมกับโคจรพลังปราณธาตุไฟมาไว้ที่ฝ่ามือทั้งสองข้างเพื่อมอบความอบอุ่นให้แก่เล่อเจิ้งเหยียน หวังให้เขาคลายหนาวลงบ้าง
เพื่อป้องกันไม่ให้เปลวไฟที่จุดขึ้นถูกเกล็ดหิมะดับวูบไปในเสี้ยววินาที ครั้งนี้ลู่ซิงเหยียนจึงทุ่มเทพลังปราณธาตุไฟทั้งหมดที่มีออกมาอย่างสุดกำลัง
ด้วยรากปราณธาตุไฟที่อัปเกรดจนเต็มพิกัด พลังปราณในยามนี้ย่อมเทียบไม่ได้เลยกับรากปราณที่มีค่าพรสวรรค์เพียงสิบแต้มในอดีต
ลู่ซิงเหยียนทุ่มสุดตัว ส่งผลให้แสงไฟลุกโชนเสียดฟ้าในชั่วพริบตา เล่อเจิ้งเหยียนถูกโอบล้อมด้วยทะเลเพลิงโดยไม่ทันตั้งตัว
ยังไม่ทันที่เขาจะตอบสนอง แสงไฟอันร้อนแรงก็ถูกหิมะขนห่านที่โปรยปรายลงมาจากฟากฟ้าดับลงเสียก่อน
ทว่าสิ่งที่น่าแปลกคือ ท่ามกลางความหนาวเหน็บกัดขั้วหัวใจ เล่อเจิ้งเหยียนกลับได้กลิ่นไหม้จางๆ ลอยมาเตะจมูก
ลางสังหรณ์ไม่ดีผุดขึ้นในใจทันที
ดวงตาดอกท้อคู่งามจับจ้องไปที่ลู่ซิงเหยียนเขม็ง ริมฝีปากขยับเอ่ยถาม "ศิษย์พี่ ท่านได้กลิ่นแปลกๆ บ้างหรือไม่?"
"มะ... ไม่นี่ ข้าไม่ได้กลิ่นอะไรเลย..." ลู่ซิงเหยียนรีบเบนสายตาหนีจากเส้นผมยาวสลวยที่ถูกไฟปราณเล็มจนไหม้เกรียมของเขา
"ตายล่ะ เผลอทำผมของตัวร้ายน้อยไหม้ซะแล้ว"
"ถ้าข้าบอกว่ามียาปลูกผมที่เห็นผลในหนึ่งวินาที เจ้าว่าเขาจะเชื่อและยกโทษให้ข้าไหม?"
"เชื่ออะไร? เชื่อคำพูดเพ้อเจ้อของโฮสต์น่ะเหรอ?"
"แล้วจะยกโทษให้เรื่องไหนดีล่ะ? ยกโทษที่พาเขามาเสี่ยงตายที่ยอดเขาเซียวเหยา วันเดียวเจอเรื่องเฉียดตายถี่กว่าตอนอยู่ยอดเขาเก้าเมฆาเป็นเดือนในเนื้อเรื่องเดิมอีกเนี่ยนะ?"
ระบบ 666 อดไม่ได้ที่จะตั้งคำถามแทงใจดำ "โฮสต์ เรามาเพื่อลดค่าความวิปลาสของเขานะ ไม่ได้มาเพื่อเพิ่มมัน ฮือๆๆ"
เล่อเจิ้งเหยียนเองก็อยากจะถามลู่ซิงเหยียนเหมือนกัน ว่านี่ทำเพื่อลดหรือเพิ่มค่าความวิปลาสของเขากันแน่
ที่น่าโมโหกว่านั้นคือ ผมยาวสลวยทั้งหัวของเขาถูกลู่ซิงเหยียนเผาจนหงิกงอ ก้มมองดูก็เห็นรอยไหม้ที่ปลายผมได้อย่างชัดเจน
เจอเรื่องขนาดนี้ แต่เจ้าสัตว์พันธะ 'เหล่าลิ่ว' หน้าตายนั่นกลับไม่แจ้งเตือนค่าความวิปลาสที่เพิ่มขึ้นเลยสักแอะ
"ศิษย์น้อง ศิษย์พี่ตัดผมเป็นนะ เดี๋ยวข้าจะช่วยเล็มให้ รับรองว่าเจ้าจะได้ผมทรงใหม่ที่พลิ้วไสวสวยงามแน่นอน" พอเห็นว่ามีแค่หน้าม้ากับปลายผมที่ไหม้ ลู่ซิงเหยียนก็รู้สึกว่ายังพอมีทางเยียวยา
สายตาของเล่อเจิ้งเหยียนเลื่อนไปมองมวยผมอันประณีตงดงามของนาง ครุ่นคิดครู่หนึ่งจึงตัดสินใจยอมเสี่ยงเชื่อฝีมือนางดูสักครั้ง
ถ้าครั้งนี้ลู่ซิงเหยียนหลอกเขาอีก เขาจะแอบใช้พลังปราณอัสนีช็อตปลายผมนางให้ไหม้บ้างคอยดู!
เขาปัดเกล็ดหิมะออกจากขนตา ใบหน้าเปี่ยมด้วยความซาบซึ้ง "เช่นนั้น คงต้องรบกวนศิษย์พี่แล้ว"
"ไม่รบกวนหรอก ไม่รบกวนเลย" ลู่ซิงเหยียนโบกมือหยอยๆ
"เฮ้อ เวรกรรมที่ข้าก่อเองแท้ๆ"
"แต่จะว่าไป ถ้าไม่ใช่เพราะอาณาเขตน้ำแข็งของอาจารย์ พลังไฟของข้าเมื่อกี้ต้องรุนแรงมากแน่ๆ!"
"มันแน่อยู่แล้ว!"
พอพูดถึงเรื่องรากปราณ ระบบ 666 ก็ยืดอกภูมิใจทันที
ที่พำนักของเซียวชิงเกอหนาวเหน็บเทียบเท่าแดนน้ำแข็งขั้วโลก ไม่ใช่อะไรที่คนจะอยู่อาศัยได้ ลู่ซิงเหยียนจำต้องพาเล่อเจิ้งเหยียนกลับมาที่เดิม วางแผนว่าจะตั้งแคมป์ริมแม่น้ำคืนนี้
เพื่อไม่ให้เล่อเจิ้งเหยียนรู้สึกตกต่ำเกินไป ลู่ซิงเหยียนจึงกระแอมไอแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม "ศิษย์น้อง อันที่จริงสำหรับชาวเราแห่งยอดเขาเซียวเหยาแล้ว จะมีถ้ำบำเพ็ญเพียรหรือไม่ก็มีค่าเท่ากัน"
"ในเมื่อเจ้าเข้าสู่ยอดเขาเซียวเหยา เส้นทางเซียนของเจ้าย่อมต้องดำเนินตามวิถีแห่งเซียวเหยา"
"และวิถีแห่งเซียวเหยาของเรา เน้นความอิสระเสรี ปล่อยวางไปตามธรรมชาติ"
"ศิษย์พี่กล่าวได้ถูกต้องแล้ว" ในฐานะอดีตจอมมารผู้เคยเข้าสู่วิถีมารและเน้นการฆ่าฟันในชาติก่อน เล่อเจิ้งเหยียนพยักหน้าตอบรับอย่างว่างง่าย
ลู่ซิงเหยียน: จงตามศิษย์พี่มาเถิด
เล่อเจิ้งเหยียน: ตามไปหาเรื่องซวยวันละสองรอบน่ะหรือ?