- หน้าแรก
- คุณหนูครับ อย่าคิดว่าผมรู้ไม่ทัน
- บทที่ 10 โฮสต์ อย่าขู่กันสิ เดี๋ยวข้าก็หัวใจวายตายหรอก
บทที่ 10 โฮสต์ อย่าขู่กันสิ เดี๋ยวข้าก็หัวใจวายตายหรอก
บทที่ 10 โฮสต์ อย่าขู่กันสิ เดี๋ยวข้าก็หัวใจวายตายหรอก
บทที่ 10 โฮสต์ อย่าขู่กันสิ เดี๋ยวข้าก็หัวใจวายตายหรอก
"ศิษย์พี่ ชุดสองชุดนี้ต้องสวมเมื่อใดหรือขอรับ?" เล่อเจิ้งเหยียนเอ่ยถามด้วยความใคร่รู้
"นี่เป็นชุดเครื่องแบบของยอดเขาเซียวเหยาเรา อาจารย์สั่งตัดเย็บพิเศษจากหออาภรณ์เซียน มีเพียงศิษย์ยอดเขาเซียวเหยาเท่านั้นที่มี" ลู่ซิงเหยียนตอบกลับ
เมื่อได้ยินดังนั้น เล่อเจิ้งเหยียนจึงหยิบชุดคลุมต่วนสีแดงทั้งสองชุดออกมาดู และพบว่าเป็นชุดคลุมวิเศษจริงเสียด้วย
แถมยังเป็นชุดคลุมวิเศษประเภทป้องกันระดับกลางค่อนไปทางสูงอีกต่างหาก
หากเป็นชาติก่อนยามที่เขาขึ้นเป็นจอมมารแล้ว แน่นอนว่าคงไม่จำเป็นต้องพึ่งพาชุดคลุมวิเศษระดับนี้
ทว่าเมื่อได้กลับมาใช้ชีวิตใหม่อีกครั้ง ทุกอย่างเริ่มต้นใหม่หมด เล่อเจิ้งเหยียนตระหนักดีว่าด้วยความแข็งแกร่งอันน้อยนิดในตอนนี้ การเก็บงำประกายและทำตัวสงบเสงี่ยมคือหนทางที่เหมาะสมที่สุด
การได้รับสมบัติวิเศษกองโตทันทีที่เข้าสำนัก เขาเตรียมจะเอ่ยเยินยอท่านอาจารย์ที่ยังไม่เคยพบหน้าผู้นั้นให้ลู่ซิงเหยียนฟังตามมารยาท
ทว่าพลันได้ยินเสียงในใจของลู่ซิงเหยียนดังขึ้นเสียก่อน
'ปากบอกว่าเป็นเครื่องแบบสำนัก แต่ความจริงมันคือชุดแม่ลูกต่างหาก'
'ตราบใดที่ท่านอาจารย์ยังอยู่บนยอดเขาเซียวเหยา พวกเราก็จำต้องสวมชุดนี้'
'แบบนี้เวลาออกไปข้างนอก ใครบ้างจะดูไม่ออกว่าพวกเราคือลูกสาวลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของนาง'
เล่อเจิ้งเหยียน "..." ฟังดูแล้ว นี่เขากราบอาจารย์หรือกราบแม่กันแน่?
"ศิษย์น้อง วันนี้เจ้าพักผ่อนให้คุ้นชินกับสถานที่ไปก่อน พรุ่งนี้ศิษย์พี่จะพาเจ้าไปคารวะท่านเจ้าสำนักและศิษย์ลุงตามยอดเขาต่างๆ" ลู่ซิงเหยียนขยับเข้าไปใกล้เล่อเจิ้งเหยียน ก่อนจะฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์ "มีของขวัญแรกพบด้วยนะ"
หลังจากกล่าวขอบคุณ เล่อเจิ้งเหยียนก็หันกลับไปทำความสะอาดถ้ำพำนักของตนต่อ
การมัวแต่นั่งอยู่ในถ้ำมองดูเจ้าวายร้ายตัวน้อยทำความสะอาดอยู่ฝ่ายเดียวโดยไม่ยื่นมือเข้าช่วยนั้นดูจะไม่เหมาะสมนัก
ทว่าลู่ซิงเหยียนเป็นประเภทต่อให้ต้องไปฝึกกระบี่ก็จะไม่ยอมทำงานบ้านเด็ดขาด
นางจึงหาข้ออ้างว่าจะไปนำอาหารมาให้เล่อเจิ้งเหยียน ก่อนจะกระโดดขึ้นหลังเจ้าห่านยักษ์แล้วบินออกจากยอดเขาเซียวเหยาไป
ทันทีที่นางจากไปไกล เล่อเจิ้งเหยียนก็ไม่ได้ยินเสียงในใจของนางอีก
จากการทดสอบเมื่อครู่ เขาพบว่าตนเองจะได้ยินเสียงในใจของนางก็ต่อเมื่ออยู่ภายในรัศมีห้าสิบเมตรรอบตัวลู่ซิงเหยียนเท่านั้น
สายลมพัดผ่านกระทบใบหน้า ลู่ซิงเหยียนเอ่ยเรียกเจ้าระบบ 'เจ้าหก' ขึ้นมา
"เจ้าหก ตอนนี้ข้ามีสิบคะแนนแล้ว ร้านค้าคะแนนที่เจ้าว่าอยู่ที่ไหน?"
[มาแล้ว มาแล้ว~]
[โฮสต์ขอรับ เนื่องจากค่าความดำมืดของตัวร้ายสูงเกินไป ข้าเลยตกใจแทบตายจนระบบรีสตาร์ทตัวเอง ทางสำนักงานใหญ่เลยทำการปรับปรุงร้านค้าคะแนนใหม่เรียบร้อยแล้ว]
"อันดับแรก เอาของเหลววิญญาณที่ข้าต้องการที่สุดเพื่อยกระดับรากปราณขึ้นมาดูหน่อย" ลู่ซิงเหยียนเอ่ยอย่างร้อนรน
ลูกหลานชาวจีนคนไหนบ้างไม่มีความฝันอยากบำเพ็ญเซียน?
นางข้ามภพมายังแดนวิญญาณ แต่เพราะกำเนิดและเติบโตบนดาวเคราะห์ที่ไร้ซึ่งพลังปราณมาตั้งแต่เด็ก จึงย่อมไม่มีรากปราณติดตัวมาตามธรรมชาติ
นางทำได้เพียงแลกรับรากปราณผ่านระบบ ดังนั้นรากปราณของนางจึงแตกต่างจากผู้บำเพ็ญเพียรในแดนวิญญาณแห่งนี้
ปัจจุบัน รากปราณทั้งสิบสายของนางมีค่าพรสวรรค์เพียงสิบแต้มเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ ต่อให้นางจะมีความเข้าใจในวิถีการบำเพ็ญเพียรสูงส่งเพียงใด ก็ยังคงติดแหง็กอยู่ที่ขอบเขตกลั่นลมปราณเพราะข้อจำกัดทางกายภาพ
แต่ตอนนี้สถานการณ์ดีขึ้นแล้ว ค่าความดำมืดระดับยี่สิบล้านของตัวร้าย น่าจะเพียงพอให้นางกอบโกยคะแนนมาใช้ได้อย่างเหลือเฟือ
สายตาของลู่ซิงเหยียนจับจ้องไปที่ของเหลววิญญาณสำหรับรากปราณที่ปักหมุดอยู่ด้านบนสุดของร้านค้าเป็นอันดับแรก
ทว่าเมื่อเห็นว่าสิบคะแนนแลกของเหลววิญญาณได้เพียงหนึ่งหยด และหนึ่งหยดยังเพิ่มค่าพรสวรรค์ได้แค่หนึ่งแต้มสำหรับหนึ่งรากปราณ นางถึงกับนิ่งอึ้งไป
"ข้าต้องใช้ตั้งหมื่นคะแนนเชียวหรือกว่ารากปราณจะเต็ม!" อารมณ์ดีๆ ของลู่ซิงเหยียนพลันปลิวหายไปกับสายลม
[โฮสต์ อย่าเพิ่งเศร้าไปสิ พื้นฐานเดิมของแต่ละรากปราณโฮสต์มีอยู่สิบแล้ว ดังนั้นใช้แค่เก้าพันคะแนนก็พอ]
[ค่าความดำมืดของเจ้าวายร้ายตัวน้อยมีตั้งยี่สิบล้าน เราต้องการแค่ไม่ถึงหมื่น เดี๋ยวเราค่อยๆ รีดไถจากเขาก็ได้!]
ลู่ซิงเหยียนตรองดูแล้วก็เห็นว่ามีเหตุผล
แม้จะไม่เข้าใจว่าเหตุใดค่าความดำมืดของเจ้าวายร้ายตัวน้อยถึงได้สูงลิ่วปานนั้น ทั้งที่ยังไม่ได้เข้าสำนักอย่างเป็นทางการและเนื้อเรื่องช่วงที่โหดร้ายที่สุดก็ยังมาไม่ถึง
ขณะที่ครุ่นคิด ลู่ซิงเหยียนผู้อ่านนิยายมานับไม่ถ้วนก็พลันเกิดความคิดบ้าบิ่นขึ้นมา
นางทำหน้าตื่นตระหนก "เจ้าหก เจ้าแน่ใจนะว่าค่าความดำมืดของเจ้าวายร้ายตัวน้อยน่ะปกติ? แค่ใช้ชีวิตในตระกูลเล่อเจิ้งสิบห้าปี ค่าความดำมืดพุ่งถึงยี่สิบล้าน ข้าเคยเห็นพล็อตเรื่องแบบนี้มาก่อน หรือว่าเจ้าวายร้ายตัวน้อยจะ... กลับชาติมาเกิด?"
[ข้ายิ่งขวัญอ่อนอยู่ อย่าขู่กันสิ! เดี๋ยวข้าก็หัวใจวายตายหรอก!]
ข้อสันนิษฐานของลู่ซิงเหยียนทำให้ระบบเจ้าหกตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อจริงๆ
ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล หัวใจดวงน้อยๆ ของมันเริ่มตื่นตระหนก
[ใช่แล้ว ข้าเห็นระบบอื่นทำภารกิจ ขีดจำกัดค่าความดำมืดของตัวร้ายสูงสุดแค่ร้อยเดียวเอง ฮือๆๆ โฮสต์ หรือว่าเจ้าวายร้ายตัวน้อยของเราจะกลับชาติมาเกิดจริงๆ?]
[แล้วถ้าเขาเกิดใหม่จริงล่ะ? ข้าจะตายไหม?]
[ไม่การแล้ว ข้าต้องกลับไปตรวจสอบที่สำนักงานใหญ่เดี๋ยวนี้]
[ฮือๆๆ ข้ายังเด็กอยู่เลย ข้ายังไม่อยากตาย โฮสต์ รอข้าเดี๋ยวนะ ข้าจะรีบกลับมา]