- หน้าแรก
- จ้าวโลก เริ่มต้นจากการ์ดเด็กเต๋า
- บทที่ 33 สวัสดิการจากความสำเร็จสุดโหด
บทที่ 33 สวัสดิการจากความสำเร็จสุดโหด
บทที่ 33 สวัสดิการจากความสำเร็จสุดโหด
บทที่ 33 สวัสดิการจากความสำเร็จสุดโหด
คนข้างๆ เอ่ยถามพี่คนนั้นว่า "ศิษย์พี่ พอจะรู้ไหมว่าความสำเร็จนี้ให้อะไรกับหอคอยแห่งการทดสอบบ้าง?"
พี่คนนั้นพยักหน้าตอบ "รู้สิ หอคอยแห่งการทดสอบที่ทำความสำเร็จ เตะบ้านพักคนชรา ต่อยโรงเรียนอนุบาล ได้ ในอีกสิบปีข้างหน้า โควตาเข้าหอคอยในระดับชั้นที่เกี่ยวข้องจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า!"
"หา! โควตาเพิ่มสองเท่า!"
พอได้ยินผลลัพธ์นี้ คนรอบข้างก็ส่งเสียงเฮกันลั่น
หลี่เชียนจวินได้ยินว่าโควตาเพิ่มสองเท่าในสิบปี สีหน้าก็เผยแววตกใจเช่นกัน!
พี่คนเดิมกลัวคนจะเข้าใจผิด เลยรีบย้ำ "ไม่ใช่ทุกระดับชั้นนะ เฉพาะโควตาของลานประลองที่เกี่ยวข้องเท่านั้น รอบนี้เป็นลานประลองขั้นหนึ่ง เพราะงั้นโควตาที่เพิ่มคือนักเรียนระดับผลัดเปลี่ยนกายาลงไป!"
พอได้ยินคำอธิบาย สีหน้าของหลี่เชียนจวินก็คลายลงหน่อย แต่สำหรับนักเรียนในสำนักศึกษา นี่คือข่าวดีระดับฟ้าประทาน!
นักเรียนในสำนักศึกษาอย่างน้อยครึ่งหนึ่งก็เป็นจ้าวโลกระดับผลัดเปลี่ยนกายาลงไปทั้งนั้น โควตาเพิ่มสองเท่า หมายความว่าทางโรงเรียนจะแจกจ่ายโควตาให้นักเรียนได้มากขึ้นโข
มีโควตาเพิ่มขึ้น ต่อให้รอบหน้าไม่ได้เพิ่มถึงสองเท่า อย่างน้อยๆ ก็ต้องได้เพิ่มมาอีกสักครึ่งหนึ่ง
เรื่องผลประโยชน์เข้าตัวจังๆ แบบนี้ มีหรือที่นักเรียนจะไม่ดีใจ
ทำให้ชื่อของ นักพรตหงจวิน ได้ใจคนไปเต็มๆ ตั้งแต่เปิดตัว
กูรูคนเดิมพูดต่อ "ยังไม่หมดแค่นั้น!"
"หอคอยแห่งการทดสอบที่ทำความสำเร็จนี้ได้ ในอีกสิบปีข้างหน้า จะได้สิทธิ์ฟื้นคืนชีพเพิ่มอีกหนึ่งในลานประลองที่เกี่ยวข้อง..."
"สิทธิ์ฟื้นคืนชีพเพิ่มอีกหนึ่ง?"
"ใช่ เพิ่มอีกหนึ่ง ถ้าเจ้าแพ้ในลานประลองขั้นหนึ่งและยังมีสิทธิ์ฟื้นคืนชีพอยู่ จะไม่ถูกหักจำนวนครั้งการเข้าหอคอย!"
"ว้าว งั้นก็เท่ากับเข้าลานประลองได้สองรอบอะดิ!"
"ถูกต้อง!"
ฝูงชนรอบหอคอยแห่งการทดสอบโห่ร้องยินดีกันอีกระลอก
มีคนตะโกนถาม "ศิษย์พี่ อย่ามัวแต่อมพะนำ รีบบอกสวัสดิการของความสำเร็จ เตะบ้านพักคนชรา ต่อยโรงเรียนอนุบาล มาให้หมดเลยสิครับ"
ศิษย์พี่คนนั้นหัวเราะ "ไม่ได้อมพะนำ แต่พวกเอ็งไม่เปิดช่องให้ข้าพูดจบต่างหาก!"
"เอาล่ะ สวัสดิการอย่างสุดท้าย ในอีกสิบปีข้างหน้า แต้มชัยชนะในลานประลองที่เกี่ยวข้องจะบวกเพิ่มให้อีกหนึ่งแต้ม..."
รอบหอคอยแห่งการทดสอบเกิดเสียงโห่ร้องดั่งผีเปรตขอส่วนบุญด้วยความดีใจ
ฟังเสียงนักเรียนเฮลั่น หลี่เชียนจวินเงยหน้ามองดอกไม้ไฟที่ยังบานสะพรั่ง แล้วหันไปถามอาจารย์หลิวข้างๆ "ท่านหลิวอี้ ที่เด็กคนนั้นพูดมา ถูกต้องไหม?"
หลิวอี้พยักหน้า "ถูกต้องทุกประการ!"
จ้าวโลกระดับโลกพันใบอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆ เสริมขึ้น "ชื่อความสำเร็จฟังดูตลก แต่สวัสดิการที่ให้มานี่ของจริงแฮะ"
หลี่เชียนจวินพยักหน้าเงียบๆ แล้วเสริมว่า "ติดตรงที่เวลามันสั้นไปหน่อย แค่สิบปีเอง!"
หลิวอี้พยักหน้าเห็นด้วย "ใช่ สิบปีมันสั้นไป จริงๆ แล้วความสำเร็จนี้เป็นแค่ทางผ่านของอีกความสำเร็จหนึ่ง สวัสดิการเลยเป็นเวอร์ชัน 'ลดรูป' ของความสำเร็จนั้น"
หลี่เชียนจวินถามด้วยความสงสัย "ความสำเร็จอะไร?"
"ร้อยศึกไร้พ่าย!"
จางจื้อไม่รู้เรื่องรู้ราวเลยว่าความสำเร็จที่เขาทำได้ ก่อให้เกิดความโกลาหลขนาดไหนที่ภายนอก
และเขาก็ไม่รู้ด้วยว่าฉายาในหอคอยจะส่งผลบวกต่อทั้งหอคอยแห่งการทดสอบ
ผ่านไปพักใหญ่ เห็นคนในโถงยังโห่ร้องไม่หยุด แม้จะไม่รู้สาเหตุ แต่ในเมื่อคุยกันไม่ได้ เขาเลยมองไปที่แท่นประลอง ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วยื่นมือไปแตะมันอีกครั้ง
แสงขาววาบ พื้นที่ลานประลองขยายขนาดขึ้นเป็นประมาณสองกิโลเมตร
พอลำแสงจางหาย คู่ต่อสู้รอบนี้ก็ปรากฏแก่สายตา
คราวนี้เป็นปีศาจนกตัวมหึมา ปีกกว้างกว่ายี่สิบเมตร ขนสีขาวล้วนไม่มีสีอื่นเจือปน
เจ้าปีศาจนกเห็นคนฝั่งจางจื้อเยอะแยะก็เปรยขึ้นว่า "ที่แท้ก็จ้าวโลกสายมนุษย์นี่เอง"
พูดจบมันก็กระพือปีก พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าทันที
เจ้าปีศาจนกตัวนี้ น่าจะเป็นระดับเหนือมนุษย์
ความสูงของลานประลองอย่างน้อยก็สองพันเมตร บวกกับขนสีขาวกลืนไปกับเมฆ จางจื้อต้องหรี่ตามองอยู่นานกว่าจะเห็นร่างปีศาจนกที่บินผลุบๆ โผล่ๆ อยู่บนฟ้า
จางจื้อทำตามคำแนะนำของอสรพิษเจียว ปลอมตัวเป็นผู้ฝึกตนระดับยอดฝีมือปะปนอยู่ในแถว โดยให้ฟางอวิ๋นยืนเด่นเป็นศูนย์กลาง
เจ้าปีศาจนกก็หลงกล คิดว่าฟางอวิ๋นคือจ้าวโลกจริงๆ หลังจากโฉบลงมาโจมตีสองสามครั้ง แล้วพบว่าฟางอวิ๋นแม้จะเป็นแค่ระดับผลัดเปลี่ยนกายาขั้นสมบูรณ์ แต่พลังรบดุดันไม่แพ้มันเลย มันก็เลิกคิดจะเข้าประชิดตัว เปลี่ยนเป็นบินวนอยู่บนฟ้าแล้วสาดเวทมนตร์ลงมาใส่
จางจื้อมองก้อนหินยักษ์ที่ร่วงลงมาจากฟ้าแล้วปวดขมับตึ้บ
ใครจะไปคิดว่าปีศาจนกที่บินว่อนบนฟ้า ดันใช้เวทสายดินที่หนักอึ้งซะได้
โชคดีที่ในทีมมีระดับผลัดเปลี่ยนกายาเยอะ ไม่อย่างนั้นหินยักษ์ที่ตกจากความสูงพันเมตรคงไม่ใช่เรื่องล้อเล่น
ดูจากความชำนาญในการต่อสู้ เจ้าปีศาจนกคงใช้วิธีนี้จัดการจ้าวโลกแบบเขามานักต่อนักแล้ว
ยี่สิบนาทีผ่านไป คนในทีมเริ่มหอบแฮ่ก แต่ดูจากปริมาณหินที่ลดลง เจ้าปีศาจนกบนฟ้าก็น่าจะอาการหนักไม่ต่างกัน
มองปีศาจนกที่ลอยตัวร่ายเวทอยู่ไกลลิบ จางจื้อคิดว่าเวลาของพวกร่างเงาฉายใกล้จะหมดแล้ว ขืนยื้อต่อไปเขาคงต้องเสียพลังแห่งโลกอีกห้าแต้มเพื่อต่อเวลาแน่
ทันใดนั้น ลานประลองก็สั่นสะเทือน จางจื้อพบว่าลานประลองขนาดสองกิโลเมตรกำลังค่อยๆ หดตัวลง
เห็นแบบนั้นดวงตาเขาก็ลุกวาว ถ้าสนามหดลงเรื่อยๆ เจ้าปีศาจนกนั่นก็บินสูงไม่ได้ ถ้าไม่มีที่ให้บินหนี ดีไม่ดีฟางอวิ๋นอาจจะสอยมันร่วงได้
ปีศาจนกดูเหมือนจะรู้ตัวว่าสนามกำลังบีบเข้ามา มันร้องเสียงแหลมแล้วหยุดร่ายเวทหินถล่ม เปลี่ยนมาบินวนเวียนอยู่เหนือหัวพวกจางจื้อแทน
จางจื้อรู้ดีว่าพวกระดับเหนือมนุษย์ ไม่ว่าจะคนหรือปีศาจ ไม่มีใครรับมือได้ง่ายๆ การที่มันหยุดโจมตี แสดงว่ากำลังรอจังหวะปล่อยของใหญ่แน่
และเขาก็เดาถูก พอสนามหดลงเหลือครึ่งหนึ่ง ความสูงของปีศาจนกลดลงเหลือราวหนึ่งพันเมตร มันก็กรีดร้องเสียงแหลม "เจ้าพวกมนุษย์ ตายซะ!"
พลังธาตุดินก่อตัวขึ้นรอบกายมัน จากนั้นมันก็พุ่งดิ่งพสุธาลงมาใส่ตำแหน่งที่ฟางอวิ๋นยืนอยู่
เห็นก้อนหินยักษ์ที่เกิดจากพลังธาตุดินห่อหุ้มร่างปีศาจนกขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ รูม่านตาของจางจื้อก็หดเกร็งฉับพลัน
(จบบท)