- หน้าแรก
- ยอดคุณพ่อชาวประมงกับเกาะหรรษา
- บทที่ 23 ลมแรงเกินไป
บทที่ 23 ลมแรงเกินไป
บทที่ 23 ลมแรงเกินไป
บทที่ 23 ลมแรงเกินไป
ตึก ตึก ตึก...
กั่วกัวซอยเท้าสั้นๆ วิ่งปรู้ดเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของหลี่ต้าฟู่ (ปู่) ในชั่วพริบตา
“กั่วกัว ปู่คิดถึงหลานจะแย่อยู่แล้ว ไม่เห็นหน้าหลานแค่วันเดียว ปู่รู้สึกไม่สบายเนื้อไม่สบายตัวไปหมด” หลี่ต้าฟู่อุ้มกั่วกัวขึ้นมา รอยยิ้มเปี่ยมเมตตาปรากฏชัดบนใบหน้า
“คุณปู่ขา หนวดคุณปู่ทิ่มหน้าหนูเจ็บจังเลย” แก้มใสๆ ของกั่วกัวโดนหนวดขาวๆ ของหลี่ต้าฟู่ทิ่มจนแดง
หลี่ต้าฟู่ทำหน้าสำนึกผิด รีบยกมือขึ้นตบแก้มตัวเองเบาๆ “ปู่ผิดเอง ปู่ผิดเองที่โกนหนวดไม่เกลี้ยง”
หลี่ฟาง (ย่า) ยกเก้าอี้มาวางข้างหลี่รุ่ย “นั่งสิลูก”
“จะให้นั่งทำไม?” หลี่ต้าฟู่ถลึงตาใส่หลี่รุ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ ไอ้ลูกไม่รักดีคนนี้ เห็นหน้าทีไรก็หงุดหงิดทุกที
มีเมียดีขนาดนั้น!
มีลูกสาวน่ารักขนาดนั้น!
กลับไม่รู้จักทะนุถนอม วันๆ เอาแต่หมกมุ่นอยู่กับการพนัน
หลี่รุ่ยไม่กล้านั่งลง เขาทำได้เพียงยื่นถุงในมือให้แม่ “แม่ครับ กุ้งโครงกระดูกพวกนี้ตายหมดแล้ว แต่ยังสดอยู่ แม่เอาไปทอดกินนะครับ”
พอได้ยินแบบนั้น หลี่ฟางก็เริ่มอยู่ไม่สุข
ใบหน้าเหี่ยวย่นยับยู่ด้วยความเสียดาย “ทำไมตายเยอะขนาดนี้ล่ะลูก?”
“กุ้งเยอะขนาดนี้ ถ้าขายได้ คงได้เงินตั้งสองร้อยกว่าหยวนเชียวนะ!”
หลี่รุ่ยยิ้มอธิบาย “พวกมันโดนปูหนีบตายน่ะครับ เมื่อเช้าผมจับปูทะเลได้เยอะ แต่ไม่ได้มัดก้ามมันไว้”
หลี่ฟางตีแขนลูกชายเบาๆ “เจ้าเด็กคนนี้ ทำอะไรทำไมไม่รอบคอบเลยนะ?”
กุ้งโครงกระดูก จินละตั้งร้อยแปดสิบหยวน
ไอ้ที่ตายๆ นี่ กะดูแล้วน่าจะมีจินกว่า
ยิ่งคิด หลี่ฟางก็ยิ่งเสียดาย
นี่มันเงินทั้งนั้นเลยนะ!
“วันหลังไปหาของทะเล จำไว้เลยนะ ต้องพกเชือกไปด้วย” หลี่ฟางกำชับนักกำชับหนา
“ทราบแล้วครับแม่” หลี่รุ่ยรับคำยิ้มๆ
จากนั้น หลี่รุ่ยก็เข้าเรื่องสำคัญ
“แม่ครับ สองวันมานี้ผมไปหาของทะเล ไม่ค่อยได้นอนเลย เซียงยวี่ก็ไปทำงาน ผมเลยอยากฝากแม่กับพ่อช่วยดูกั่วกัวให้หน่อยครับ”
หลี่ต้าฟู่ทำจมูกฟุดฟิด ดันกั่วกัวใส่อ้อมอกหลี่ฟาง “คุณพากั่วกัวเข้าไปเล่นข้างในเถอะ ผมมีเรื่องจะคุยกับไอ้ลูกชายตัวดีสักหน่อย”
หลี่ฟางอ้าปากจะช่วยพูดแก้ต่างให้ลูกชาย แต่เจอสายตาดุๆ ของหลี่ต้าฟู่ปรามไว้เสียก่อน
“ก็ได้ ฉันจะพากั่วกัวไปเล่นข้างใน” พูดจบ หลี่ฟางก็อุ้มกั่วกัวเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่น
ตอนนี้ ในลานบ้านเหลือเพียงหลี่ต้าฟู่และหลี่รุ่ย สองพ่อลูกยืนประจันหน้ากัน
“เมื่อเช้านี้ แกไปเล่นพนันในตัวตำบลมาอีกแล้วใช่ไหม?” หลี่ต้าฟู่ถามเสียงเย็นเฉียบ
ในหมู่บ้านเล็กๆ แค่นี้ มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น ไม่ถึงชั่วโมงก็รู้กันทั่ว
หลี่ต้าฟู่ได้ยินเขาเล่าลือกันว่าเมื่อเช้านี้หลี่รุ่ยพากั่วกัวเข้าตัวตำบลเพื่อไปเล่นพนัน
ตอนนี้เขาเลยต้องมาชำระความ
“ไม่มีเรื่องแบบนั้นหรอกครับ” หลี่รุ่ยอธิบายอย่างใจเย็น “เมื่อเช้าผมพากั่วกัวไปเที่ยวในตัวตำบล แล้วก็แวะซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้ลูก กับซื้อซี่โครงหมูมาด้วยครับ”
“แกคิดว่าฉันจะเชื่อเหรอ?” หลี่ต้าฟู่เลิกคิ้วสูง
หลี่รุ่ยทำหน้าจริงจัง “พ่อครับ ผมรู้ตัวแล้วว่าที่ผ่านมาผมทำผิดไปมาก ต่อไปนี้ผมจะไม่เล่นพนันอีกแล้ว ผมจะตั้งใจหาเงิน ให้เซียงยวี่กับกั่วกัวมีชีวิตที่ดีครับ”
หลี่ต้าฟู่มองหลี่รุ่ยด้วยสายตาเหลือเชื่อ
“แกพูดจริงเหรอ?”
ไอ้ลูกชายคนนี้... จู่ๆ ก็กลับตัวกลับใจได้งั้นเหรอ?
มันจะกะทันหันเกินไปไหม!
หลี่รุ่ยพยักหน้าหนักแน่น “จริงแน่นอนครับพ่อ”
“พ่อครับ ถ้าผมยังทำตัวเหลวแหลก เล่นพนันหามรุ่งหามค่ำเหมือนเมื่อก่อน ครอบครัวผมคงต้องพังพินาศ แล้วก็จะเป็นภาระให้พ่อกับแม่ด้วย”
บทเรียนจากชาติที่แล้ว มันฝังใจเขาจนลืมไม่ลง
ชาติที่แล้ว เพราะเขาบ้าพนันจนหน้ามืดตามัว ทำให้บ้านแตกสาแหรกขาด และยังพลอยทำให้พ่อแม่ต้องเดือดร้อนไปด้วย
แม่ร้องไห้จนตาบอด
พ่อตรอมใจจนตาย
“ถ้าแกคิดได้แบบนั้นก็ดี” หลี่ต้าฟู่ถอนหายใจเฮือกใหญ่
หินก้อนใหญ่ที่ทับอยู่ในใจของเขา ในที่สุดก็ได้วางลงเสียที
หลี่ต้าฟู่จ้องตาหลี่รุ่ยเขม็ง แล้วถามต่อ “แล้วต่อไปแกจะเอายังไง?”
“หาของทะเลครับ” หลี่รุ่ยตอบ
“หาของทะเล? มันไม่มั่นคงเลยนะ บนเกาะเยว่หยาของเรา เหลือคนที่ยึดอาชีพนี้เลี้ยงตัวได้ไม่กี่คนแล้วนะ” พูดถึงตรงนี้ หลี่ต้าฟู่ก็ตบไหล่ลูกชายเบาๆ น้ำเสียงอ่อนลง “เจ้ารอง พ่อแนะนำว่าแกออกไปหางานทำข้างนอกดีกว่า”
“กลางวันทำงานโรงงาน กลางคืนวิ่งส่งอาหาร จะได้รีบใช้หนี้ให้หมดไวๆ”
สองปีกว่ามานี้ หลี่รุ่ยผลาญเงินไปกับการพนันตั้งสองแสนกว่าหยวน
ถ้าอยากจะลืมตาอ้าปากได้เร็วๆ ก็ต้องขยันกว่าคนอื่นเป็นเท่าตัว
“พ่อครับ ผมคิดว่าผมเอาดีทางหาของทะเลได้” หลี่รุ่ยตอบด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม
มีระบบคอยช่วย เขาหาของทะเลได้คล่องเหมือนปลาได้น้ำอยู่แล้ว
หลี่ต้าฟู่ถลึงตาใส่ “แกไปเอาความมั่นใจมาจากไหนฮะ? ในหมู่บ้านเราเนี่ย คนที่หาของทะเลแล้วชีวิตดีขึ้น มีแค่เฉินสยงคนเดียวเท่านั้นแหละ รายนั้นเขาเป็นยอดฝีมือ เกิดมาเพื่อกินข้าวชามนี้โดยเฉพาะ อย่างแกน่ะจะไหวเหรอ?”
“พ่อครับ คนอื่นทำได้ ลูกชายพ่อก็ต้องทำได้สิ” หลี่รุ่ยยกยิ้มมุมปาก “เมื่อวานกับวันนี้ ลูกชายพ่อหาของทะเลแค่สองรอบ ฟันเงินไปตั้งเจ็ดพันกว่าแล้วนะ”
“เรื่องนั้นพ่อรู้ แต่ที่แกได้มามันเพราะดวงดีล้วนๆ แกจะดวงดีแบบนี้ไปตลอดได้ยังไง” หลี่ต้าฟู่ยังคงไม่เห็นด้วยกับการยึดอาชีพนี้
หลี่รุ่ยมีบางเรื่องที่พูดออกไปไม่ได้
จะให้บอกพ่อว่า ‘ผมมีระบบเทพ’ ก็คงไม่ได้!
“พ่อครับ ให้เวลาผมหนึ่งเดือนแล้วกัน มาดูกันว่าเดือนนึงผมจะหาเงินจากการหาของทะเลได้เท่าไหร่” หลี่รุ่ยต่อรอง
“นี่แกพูดเองนะ ถ้าผ่านไปหนึ่งเดือน แล้วแกยังเลี้ยงปากท้องด้วยการหาของทะเลไม่ได้ แกต้องออกไปหางานทำข้างนอก ตั้งใจเก็บหอมรอมริบ เลิกเพ้อเจ้อได้แล้ว” หลี่ต้าฟู่รีบมัดมือชก กลัวลูกชายกลับคำ
“ตกลงครับ” หลี่รุ่ยยิ้มรับ
เห็นหลี่รุ่ยมั่นใจขนาดนั้น หลี่ต้าฟู่อดไม่ได้ที่จะเบะปาก “เจ้ารอง พ่อล่ะไม่เข้าใจจริงๆ ว่าแกไปเอาความมั่นใจผิดๆ แบบนี้มาจากไหน แกนึกว่าแกเป็นเฉินสยงหรือไง!”
อุดมคตินั้นสวยหรู
แต่ความเป็นจริงนั้นโหดร้าย
อีกไม่กี่วันหรอก เดี๋ยวไอ้ลูกชายตัวดีก็จะรู้ซึ้งเองว่าการหาของทะเลกินน่ะ มันไม่ง่ายอย่างที่คิด
“พ่อครับ เมื่อคืนผมไม่ได้นอนเลย ผมขอกลับไปนอนเอาแรงก่อน คืนนี้ต้องออกไปหาของอีก” หลี่รุ่ยหาววอดใหญ่
การหาของทะเลคืองานใช้แรงงานหนัก
คนที่ไม่เคยทำ อาจจะคิดว่าสนุกเหมือนไปเดินเที่ยวชายหาด
“ไปเถอะ!” หลี่ต้าฟู่โบกมือไล่
“เดี๋ยวผมขอไปดูกั่วกัวหน่อย” พูดจบ หลี่รุ่ยก็เดินเข้าไปในห้องนอนแม่ เห็นกั่วกัวนอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงอย่างมีความสุข
หลี่ฟางชะโงกหน้ามองไปข้างนอก ไม่เห็นหลี่ต้าฟู่ นางจึงล้วงเงินห้าร้อยหยวนออกจากกระเป๋า แล้วยัดใส่มือหลี่รุ่ย “เงินนี่แกเอาไปติดตัวไว้ คำพูดพ่อแกน่ะ อย่าไปเก็บมาใส่ใจเลย แกก็รู้ว่าปากเขาเป็นแบบนั้นเอง”
ไม่ว่าจะพูดยังไง หลี่รุ่ยก็ไม่ยอมรับเงินห้าร้อยหยวนนั้น
“แม่ครับ เงินนี้ผมรับไว้ไม่ได้หรอก แค่พ่อกับแม่ช่วยดูกั่วกัวให้ ผมก็ซึ้งใจจะแย่แล้ว” หลี่รุ่ยไม่อยากยื้อยุดฉุดกระชาก พูดจบเขาก็รีบวิ่งออกไป
แต่พอวิ่งออกมาถึงลานบ้าน ก็โดนหลี่ต้าฟู่ผู้เป็นพ่อคว้าคอเสื้อไว้หมับ
“ฉันกับแม่แกยังพอมีกินมีใช้ นี่เป็นสมุดบัญชีมีเงินอยู่ห้าพัน แกอย่ารังเกียจว่ามันน้อยเลยนะ”
“เอาไปตั้งใจทำมาหากิน อย่าให้ฉันกับแม่แกต้องเป็นห่วงอีก”
หลี่ต้าฟู่พูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
ไม่รู้ทำไม จู่ๆ ขอบตาของหลี่รุ่ยก็เปียกชุ่มไปด้วยน้ำตา... สงสัยจะเป็นเพราะลมแรง ฝุ่นเลยเข้าตาละมั้ง