บทที่ 201 จุดเปลี่ยน
บทที่ 201 จุดเปลี่ยน
โกลบอลเกม ภาค 1: ได้รับการสนับสนุนโดยความลึกลับ
บทที่ 201 จุดเปลี่ยน
.
อมนุษย์พันธุ์สังหารนั้นแตกต่างจากซอมบี้ ชีวิตของพวกมันมีระเบียบมาก พวกมันมีอวัยวะคล้ายสัตว์ และมีระบบการดำรงชีวิตแบบวงปิด ซึ่งมีลักษณะคล้ายลิงศพดำ
หลังจากถูกซูฉางซิงกรีดหน้าท้องส่วนล่าง อมนุษย์พันธุ์สังหารแทนที่จะถอย มันกลับก้าวมาข้างหน้าอย่างโกรธจัด และต้องการจะฉีกร่าง ‘แมลง’ ที่ทำให้มันเจ็บปวดเป็นชิ้นๆ
“โฮก~”
ราชาวานรตบหน้าอกคำรามลั่น แล้วใช้หัวพุ่งไปกระแทกบาดแผลที่ถูกกรีดที่ช่องท้องส่วนล่าง และใช้กรงเล็บแหลมคมสอดเข้าไปในร่างกายของอมนุษย์พันธุ์สังหารอย่างง่ายดาย
อมนุษย์พันธุ์สังหารที่เจ็บปวดมากคว้าร่างราชาวานรด้วยมือเดียว แล้วฟาดลงกับพื้น
“ปัง~”
เศษหินกระเด็นไปทั่ว
ราชาวานรดูเหมือนจะไม่เป็นไร มันยังคงดิ้นรนอยู่ภายใต้การควบคุมของอมนุษย์พันธุ์สังหาร มันทำตัวเหมือนก้อนหินในหลุมส้วมที่ทั้งแข็งและเหม็น
(ผู้แปล – ก้อนหินในหลุมส้วม โดยทั่วไปใช้เป็นคำอุปมาสำหรับผู้ที่ดื้อรั้น แข็งแกร่ง และหยิ่งผยองทั้งคำพูดและการกระทำ)
อย่างน้อยนั่นคือสิ่งที่อมนุษย์พันธุ์สังหารคิด เจ้าสิ่งเล็กๆนี้แข็งแกร่งมากและยากที่จะฆ่า เหมือนหมัด
(ผู้แปล -หมัดที่เป็นแมลง ก๊วนเดียวกับเห็บ)
ซูฉางซิงฉวยโอกาสนี้พลิกตัวขึ้นไปบนหลังของอมนุษย์พันธุ์สังหาร แล้วดึงมีดเหล็กที่ปักติดอยู่ที่หลังของมันออกมา และฟันไปยังส่วนที่เสียหายบนหัวของอมนุษย์พันธุ์สังหาร
นี่เป็นการโจมตีที่เต็มไปด้วยเจตนาฆ่า ตราบใดที่แทงลงไปได้อย่างแม่นยำก็จะเจาะสมองของมันและฆ่ามันได้
อมนุษย์พันธุ์สังหารสัมผัสได้ถึงอันตราย มันจึงโยนราชาวานรในมือทิ้ง และพลิกตัวกลับ แล้วหันหัวไปกัดซูฉางซิง
แต่ก็ช้าไปเล็กน้อย ซูฉางซิงแทงมีดลงไปในสมองของมันแล้ว และด้วยเอฟเฟกต์ของความสามารถ ‘แยกหัว’ เขาจึงสามารถแทงทะลุกะโหลกของมันได้อย่างง่ายดาย
ซูฉางซิงใช้เท้าข้างหนึ่งยันร่างของมันถอยหลังหลีกเลี่ยงการโจมตีของอมนุษย์พันธุ์สังหาร ในขณะเดียวกันก็ดึงใบมีดที่เสียบเข้าไปในสมองของมันออกมาด้วย ซึ่งทำให้เลือดและเนื้อของมันพุ่งกระฉูดออกมา
ออร่าในดวงตาของอมนุษย์พันธุ์สังหารหายไป เหมือนหมดพลังกะทันหัน แล้วล้มลงไปในกระแสคลื่นซอมบี้
ซูฉางซิงสังหารอมนุษย์พันธุ์สังหารได้สำเร็จ แม้ว่ากระบวนการทั้งหมดจะใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที แต่มันไม่ง่ายเลย และอาจกล่าวได้ว่ายากมาก ข้อผิดพลาดใดๆ จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
หลังจากอมนุษย์พันธุ์สังหารตัวนั้นเสียชีวิต ซอมบี้เหล่านั้นดูเหมือนจะแยกย้ายกันไปที่ร่างอมนุษย์พันธุ์สังหาร แล้วกัดกินร่างของมัน
อมนุษย์พันธุ์สังหารคอยนำทางซอมบี้เหล่านี้มาโดยตลอดไม่ใช่เหรอ?
ราชาวานรคำรามลั่น แล้วลิงจำนวนมากก็กระโดดลงมาจากชั้นบน และพุ่งเข้าไปในกระแสคลื่นซอมบี้ พวกมันต่อสู้อย่างกล้าหาญ โดยไม่สนใจชีวิตและความตายของตัวเองเลย
เมื่อลิงเหล่านี้ได้ดึงดูดความสนใจของกระแสคลื่นซอมบี้ แรงกดดันของพวกเขาก็ลดลงอย่างมาก ซูฉางซิงกับราชาวานรเคลื่อนที่ไปทั้งซ้ายและขวา กลับไปกลับมา ระหว่างกระแสคลื่นซอมบี้
พวกเขาจำเป็นต้องเผชิญหน้ากับซอมบี้หลายสิบตัวในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ยังต้องต่อกรกับพลังของกระแสคลื่นซอมบี้ทั้งหมดอีกด้วย
กระแสคลื่นซอมบี้ก็เป็นเช่นเดียวกับคลื่นทะเล ที่จะมาทีละลูกคลื่นอย่างต่อเนื่อง หากไม่มีสิ่งใดบล็อกไว้ ผู้ตกลงไปก็จะจมลงไปในนั้น
ซูฉางซิงดูผ่อนคลาย ด้วยทักษะการต่อสู้และความเชี่ยวชาญการต่อสู้ของเขา ทำให้เขาสามารถหลีกเลี่ยงการโจมตีได้อย่างช่ำชอง และอาการบาดเจ็บบนร่างกายก็ยังคงฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ความสามารถในการรักษาอันทรงพลัง
กลับกันราชาวานรไม่ได้อยู่ในสภาพดีมากนัก
ซอมบี้ได้สร้างบาดแผลใหม่บนร่างกายของมันอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งราชาวานรมีบาดแผลเต็มตัว ในเวลาไม่นานบนร่างกายของมันก็มีบาดแผลนับสิบ และดูเหมือนมันจะโซเซเล็กน้อยแล้ว
ซูฉางซิงขมวดคิ้ว และเดาว่าราชาวานรคงได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการโจมตีอมนุษย์พันธุ์สังหารมาก่อนหน้านี้แล้ว
ขอบของกระแสคลื่นซอมบี้มีระยะไม่ไกลจากที่นี่ ซูฉางซิงยกร่างราชาวานรด้วยมือข้างเดียว แล้วกระโดดออกจากกระแสคลื่นซอมบี้ด้วยการกระโดดครั้งใหญ่
ในเวลานี้ ร่างกายของราชาวานรเต็มไปด้วยบาดแผลที่ค่อนข้างใหญ่และลึกจนเห็นกระดูกหลายแห่ง
ทันทีหลังจากนั้นก็มีเสียงกรีดร้องดังมาจากทางด้านหลัง
ซูฉางซิงโยนราชาวานรลงพื้นและหันกลับไปดู ร่างสีม่วงสองตัวยืนอยู่ด้านนอกทางเข้าออก ซึ่งน่ากลัวและโดดเด่นสะดุดตาเป็นพิเศษ
หลังจากเพิ่งฆ่าอมนุษย์สังหารไปหนึ่งตัว อีกสองตัวก็มา
ฝูงชนร่ำร้องและตกอยู่ในความโกลาหล
จูเหวินหวู่เดินเข้ามาหา และมองดูราชาวานรที่อยู่บนพื้น แล้วถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า “มันได้รับบาดเจ็บสาหัส จะเป็นปัญหาใหญ่หรือเปล่า?”
ซูฉางซิงยังคงหลับตาแน่น ส่ายศีรษะไม่ได้พูดอะไร ถึงอยากจะพูดตอนนี้เขาก็พูดไม่ได้
จูเหวินหวู่ตระหนักได้ว่า ในเวลานี้ซูฉางซิงควรอยู่ในสภาวะพิเศษ ซึ่งเกี่ยวข้องกับคนพิเศษ หลังจากหยุดไปชั่วขณะ เขาก็พูดต่อไปว่า:
“พี่ใหญ่ซู เสี่ยวป๋อสูญเสียความสามารถในการต่อสู้ไปแล้ว ดังนั้นอมนุษย์พันธุ์สังหารสองตัวนี้ คุณรับไปหนึ่งตัว ส่วนอีกตัวผมกับโจวอันจะช่วยกันจัดการ”
ซูฉางซิงพยักหน้าเห็นด้วยกับการตัดสินใจนี้ เขาไม่สามารถรับมือกับอมนุษย์พันธุ์สังหารพร้อมกันสองตัวได้ หากแยกพวกมันสองตัวออกจากกัน แล้วเขาก็ฆ่าตัวนึงก่อน จากนั้นก็ไปช่วยกันฆ่าอีกตัว พวกเขาก็จะมีโอกาสชนะ
สถานการณ์ปัจจุบันถือว่าค่อนข้างดี อย่างน้อยเขาก็ฆ่าอมนุษย์พันธุ์สังหารได้หนึ่งตัวแล้ว แทนที่จะต้องเผชิญหน้ากับอมนุษย์พันธุ์สังหารสามตัวในเวลาเดียวกัน
อมนุษย์พันธุ์สังหารทั้งสองตัวยืนอยู่ด้านนอกทางเข้าออกและมองเข้ามาด้านใน พวกมันไม่ได้เข้ามาในทันที ดูเหมือนว่าพวกมันกำลังเฝ้าดูและรอคอย สิ่งแรกที่พวกมันเห็นคือศพของพวกเดียวกันที่กำลังถูกซอมบี้กัดกินอยู่ท่ามกลางกระแสคลื่นซอมบี้
อมนุษย์พันธุ์สังหารทั้งสองตัวไม่ได้โกรธอย่างที่คิด แต่กลับหันไปร้องคำรามออกไปทางด้านนอกเหมือนกำลังบลัฟ แล้วพวกมันก็หันกลับและหายไปในหมอกสีแดง ราวกับสุนัขที่ถูกคนไล่ทุบตีด้วยไม้
โจวอันตกตะลึงและพูดว่า “พวกมันหนีไปแล้ว? สัตว์ร้ายพวกนั้นถอยกลับไปแล้วจริงๆ”
เสียงโห่ร้องยินดีดังมาจากฝูงชน แม้ว่าพวกเขาจะไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆ อมนุษย์พันธุ์สังหารถึงจากไป แต่สุดท้ายพวกมันก็จากไปแล้ว
ซูฉางซิงก็สับสนเล็กน้อยเช่นกัน เขาคิดไม่ถึงว่าอมนุษย์พันธุ์สังหารพวกนี้จะขี้ขลาดขนาดนี้ เพียงแค่เห็นพวกเดียวกันตัวเดียวเสียชีวิตก็ยอมแพ้แล้ว
หรือว่าอมนุษย์พันธุ์สังหารพวกนี้จะทำตามสถานการณ์?
ไม่ถูก
มันน่าจะเกิดจากการที่อมนุษย์พันธุ์สังหาร 3-4 ตัวถูกเสิ่นซวนฆ่าก่อนหน้านี้ พวกเดียวกันส่วนใหญ่พากันเสียชีวิตไปในคราวเดียวกัน จึงเป็นเรื่องปกติที่อมนุษย์พันธ์สังหารสองตัวที่เหลือจะกลัว
อืม บางทีตัวที่เข้ามาก่อนอาจเป็นผู้โชคร้ายที่ถูกอีกสองตัวผลักดันให้เข้ามาทดสอบ
ซูฉางซิงถอนหายใจด้วยความโล่งอก หากอมนุษย์พันธุ์สังหารเหล่านั้นหายไป สิ่งต่างๆก็จะง่ายขึ้นมาก สิ่งที่พวกเขาต้องทำต่อไปก็แค่กำจัดซอมบี้เหล่านี้ออกไปเท่านั้น
แม้ว่าพวกเขาจะประสบความสูญเสียอย่างหนัก แต่อย่างน้อยสถานที่ชุมนุมก็รอดมาได้
จูเหวินหวู่พูดด้วยสีหน้าท่าทางตื่นเต้น:
“พี่ใหญ่ซู ตอนนี้ก็ใกล้รุ่งสางแล้ว เราแค่ต้องอดทนอีกสองชั่วโมงเท่านั้น เราก็จะรอดจากพระจันทร์สีเลือดได้สำเร็จ”
ซูฉางซิงยกมือซ้ายขึ้นสูง ทำท่าทางให้สังหาร จากนั้นก็พุ่งเข้าไปในกระแสคลื่นซอมบี้พร้อมมีดเหล็กในมือ ทุกครั้งที่เหวี่ยงมีดจะมีเสียงลมอันคมชัด เขาฟาดฟันซอมบี้เหมือนกับหั่นเต้าหู้
ซอมบี้ร่วงหล่นทีละตัวรอบๆ ซูฉางซิง
ไม่นานแทบเท้าของซูฉางซิงก็เต็มไปด้วยซากศพซอมบี้
ซูฉางซิงเหยียบซากศพก้าวไปข้างหน้าทีละก้าว นำพาทุกคนผลักดันซอมบี้กลับไปทีละก้าว
ผู้คนเหล่านี้มีมากกว่า 70 คน และเมื่อเวลาผ่านไป จำนวนก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อฝูงชนมีจำนวนมากขึ้น ความแข็งแกร่งก็มากขึ้น จนสามารถฆ่าซอมบี้ได้อย่างง่ายดาย
บางคนที่มีทักษะการต่อสู้ที่เชี่ยวชาญ พวกเขาสามารถฆ่าซอมบี้ที่อ่อนแอที่สุดได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว
แต่ถ้าไม่มีซูฉางซิง แม้พวกเขาจะสามารถต้านทานกระแสคลื่นซอมบี้ได้เป็นเวลานาน แต่มันเป็นไปไม่ได้ที่จะผลักดันซอมบี้เหล่านี้กลับออกไปนอกสถานที่ชุมนุม เมื่อเวลาผ่านไป พวกเขาก็จะพ่ายแพ้ไม่ช้าก็เร็ว
ซูฉางซิงมองดูสถานการณ์ในสนามรบทั้งหมด และประเมินว่าไม่น่าจะเป็นปัญหาใหญ่ ดูเหมือนว่าก่อนหน้านี้ที่อมนุษย์พันธุ์สังหารล่าถอยจากไป จะทำให้การโจมตีของซอมบี้ไม่ดุเดือดเหมือนเดิม
หลังจากผ่านไปกว่ายี่สิบนาที ซูฉางซิงก็ต่อสู้มาจนถึงทางเข้าออกสถานที่ชุมนุม ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยเลือด แล้วเขาก็เห็นว่าซอมบี้ที่อยู่ด้านหลังเริ่มคึกคักขึ้น