เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 201 จุดเปลี่ยน

บทที่ 201 จุดเปลี่ยน

บทที่ 201 จุดเปลี่ยน


โกลบอลเกม ภาค 1: ได้รับการสนับสนุนโดยความลึกลับ

บทที่ 201 จุดเปลี่ยน

.

อมนุษย์พันธุ์สังหารนั้นแตกต่างจากซอมบี้ ชีวิตของพวกมันมีระเบียบมาก พวกมันมีอวัยวะคล้ายสัตว์ และมีระบบการดำรงชีวิตแบบวงปิด ซึ่งมีลักษณะคล้ายลิงศพดำ

หลังจากถูกซูฉางซิงกรีดหน้าท้องส่วนล่าง อมนุษย์พันธุ์สังหารแทนที่จะถอย มันกลับก้าวมาข้างหน้าอย่างโกรธจัด และต้องการจะฉีกร่าง ‘แมลง’ ที่ทำให้มันเจ็บปวดเป็นชิ้นๆ

“โฮก~”

ราชาวานรตบหน้าอกคำรามลั่น แล้วใช้หัวพุ่งไปกระแทกบาดแผลที่ถูกกรีดที่ช่องท้องส่วนล่าง และใช้กรงเล็บแหลมคมสอดเข้าไปในร่างกายของอมนุษย์พันธุ์สังหารอย่างง่ายดาย

อมนุษย์พันธุ์สังหารที่เจ็บปวดมากคว้าร่างราชาวานรด้วยมือเดียว แล้วฟาดลงกับพื้น

“ปัง~”

เศษหินกระเด็นไปทั่ว

ราชาวานรดูเหมือนจะไม่เป็นไร มันยังคงดิ้นรนอยู่ภายใต้การควบคุมของอมนุษย์พันธุ์สังหาร มันทำตัวเหมือนก้อนหินในหลุมส้วมที่ทั้งแข็งและเหม็น

(ผู้แปล – ก้อนหินในหลุมส้วม โดยทั่วไปใช้เป็นคำอุปมาสำหรับผู้ที่ดื้อรั้น แข็งแกร่ง และหยิ่งผยองทั้งคำพูดและการกระทำ)

อย่างน้อยนั่นคือสิ่งที่อมนุษย์พันธุ์สังหารคิด เจ้าสิ่งเล็กๆนี้แข็งแกร่งมากและยากที่จะฆ่า เหมือนหมัด

(ผู้แปล -หมัดที่เป็นแมลง ก๊วนเดียวกับเห็บ)

ซูฉางซิงฉวยโอกาสนี้พลิกตัวขึ้นไปบนหลังของอมนุษย์พันธุ์สังหาร แล้วดึงมีดเหล็กที่ปักติดอยู่ที่หลังของมันออกมา และฟันไปยังส่วนที่เสียหายบนหัวของอมนุษย์พันธุ์สังหาร

นี่เป็นการโจมตีที่เต็มไปด้วยเจตนาฆ่า ตราบใดที่แทงลงไปได้อย่างแม่นยำก็จะเจาะสมองของมันและฆ่ามันได้

อมนุษย์พันธุ์สังหารสัมผัสได้ถึงอันตราย มันจึงโยนราชาวานรในมือทิ้ง และพลิกตัวกลับ แล้วหันหัวไปกัดซูฉางซิง

แต่ก็ช้าไปเล็กน้อย ซูฉางซิงแทงมีดลงไปในสมองของมันแล้ว และด้วยเอฟเฟกต์ของความสามารถ ‘แยกหัว’ เขาจึงสามารถแทงทะลุกะโหลกของมันได้อย่างง่ายดาย

ซูฉางซิงใช้เท้าข้างหนึ่งยันร่างของมันถอยหลังหลีกเลี่ยงการโจมตีของอมนุษย์พันธุ์สังหาร ในขณะเดียวกันก็ดึงใบมีดที่เสียบเข้าไปในสมองของมันออกมาด้วย ซึ่งทำให้เลือดและเนื้อของมันพุ่งกระฉูดออกมา

ออร่าในดวงตาของอมนุษย์พันธุ์สังหารหายไป เหมือนหมดพลังกะทันหัน แล้วล้มลงไปในกระแสคลื่นซอมบี้

ซูฉางซิงสังหารอมนุษย์พันธุ์สังหารได้สำเร็จ แม้ว่ากระบวนการทั้งหมดจะใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที แต่มันไม่ง่ายเลย และอาจกล่าวได้ว่ายากมาก ข้อผิดพลาดใดๆ จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

หลังจากอมนุษย์พันธุ์สังหารตัวนั้นเสียชีวิต ซอมบี้เหล่านั้นดูเหมือนจะแยกย้ายกันไปที่ร่างอมนุษย์พันธุ์สังหาร แล้วกัดกินร่างของมัน

อมนุษย์พันธุ์สังหารคอยนำทางซอมบี้เหล่านี้มาโดยตลอดไม่ใช่เหรอ?

ราชาวานรคำรามลั่น แล้วลิงจำนวนมากก็กระโดดลงมาจากชั้นบน และพุ่งเข้าไปในกระแสคลื่นซอมบี้ พวกมันต่อสู้อย่างกล้าหาญ โดยไม่สนใจชีวิตและความตายของตัวเองเลย

เมื่อลิงเหล่านี้ได้ดึงดูดความสนใจของกระแสคลื่นซอมบี้ แรงกดดันของพวกเขาก็ลดลงอย่างมาก ซูฉางซิงกับราชาวานรเคลื่อนที่ไปทั้งซ้ายและขวา กลับไปกลับมา ระหว่างกระแสคลื่นซอมบี้

พวกเขาจำเป็นต้องเผชิญหน้ากับซอมบี้หลายสิบตัวในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ยังต้องต่อกรกับพลังของกระแสคลื่นซอมบี้ทั้งหมดอีกด้วย

กระแสคลื่นซอมบี้ก็เป็นเช่นเดียวกับคลื่นทะเล ที่จะมาทีละลูกคลื่นอย่างต่อเนื่อง หากไม่มีสิ่งใดบล็อกไว้ ผู้ตกลงไปก็จะจมลงไปในนั้น

ซูฉางซิงดูผ่อนคลาย ด้วยทักษะการต่อสู้และความเชี่ยวชาญการต่อสู้ของเขา ทำให้เขาสามารถหลีกเลี่ยงการโจมตีได้อย่างช่ำชอง และอาการบาดเจ็บบนร่างกายก็ยังคงฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ความสามารถในการรักษาอันทรงพลัง

กลับกันราชาวานรไม่ได้อยู่ในสภาพดีมากนัก

ซอมบี้ได้สร้างบาดแผลใหม่บนร่างกายของมันอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งราชาวานรมีบาดแผลเต็มตัว ในเวลาไม่นานบนร่างกายของมันก็มีบาดแผลนับสิบ และดูเหมือนมันจะโซเซเล็กน้อยแล้ว

ซูฉางซิงขมวดคิ้ว และเดาว่าราชาวานรคงได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการโจมตีอมนุษย์พันธุ์สังหารมาก่อนหน้านี้แล้ว

ขอบของกระแสคลื่นซอมบี้มีระยะไม่ไกลจากที่นี่ ซูฉางซิงยกร่างราชาวานรด้วยมือข้างเดียว แล้วกระโดดออกจากกระแสคลื่นซอมบี้ด้วยการกระโดดครั้งใหญ่

ในเวลานี้ ร่างกายของราชาวานรเต็มไปด้วยบาดแผลที่ค่อนข้างใหญ่และลึกจนเห็นกระดูกหลายแห่ง

ทันทีหลังจากนั้นก็มีเสียงกรีดร้องดังมาจากทางด้านหลัง

ซูฉางซิงโยนราชาวานรลงพื้นและหันกลับไปดู ร่างสีม่วงสองตัวยืนอยู่ด้านนอกทางเข้าออก ซึ่งน่ากลัวและโดดเด่นสะดุดตาเป็นพิเศษ

หลังจากเพิ่งฆ่าอมนุษย์สังหารไปหนึ่งตัว อีกสองตัวก็มา

ฝูงชนร่ำร้องและตกอยู่ในความโกลาหล

จูเหวินหวู่เดินเข้ามาหา และมองดูราชาวานรที่อยู่บนพื้น แล้วถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า “มันได้รับบาดเจ็บสาหัส จะเป็นปัญหาใหญ่หรือเปล่า?”

ซูฉางซิงยังคงหลับตาแน่น ส่ายศีรษะไม่ได้พูดอะไร ถึงอยากจะพูดตอนนี้เขาก็พูดไม่ได้

จูเหวินหวู่ตระหนักได้ว่า ในเวลานี้ซูฉางซิงควรอยู่ในสภาวะพิเศษ ซึ่งเกี่ยวข้องกับคนพิเศษ หลังจากหยุดไปชั่วขณะ เขาก็พูดต่อไปว่า:

“พี่ใหญ่ซู เสี่ยวป๋อสูญเสียความสามารถในการต่อสู้ไปแล้ว ดังนั้นอมนุษย์พันธุ์สังหารสองตัวนี้ คุณรับไปหนึ่งตัว ส่วนอีกตัวผมกับโจวอันจะช่วยกันจัดการ”

ซูฉางซิงพยักหน้าเห็นด้วยกับการตัดสินใจนี้ เขาไม่สามารถรับมือกับอมนุษย์พันธุ์สังหารพร้อมกันสองตัวได้ หากแยกพวกมันสองตัวออกจากกัน แล้วเขาก็ฆ่าตัวนึงก่อน จากนั้นก็ไปช่วยกันฆ่าอีกตัว พวกเขาก็จะมีโอกาสชนะ

สถานการณ์ปัจจุบันถือว่าค่อนข้างดี อย่างน้อยเขาก็ฆ่าอมนุษย์พันธุ์สังหารได้หนึ่งตัวแล้ว แทนที่จะต้องเผชิญหน้ากับอมนุษย์พันธุ์สังหารสามตัวในเวลาเดียวกัน

อมนุษย์พันธุ์สังหารทั้งสองตัวยืนอยู่ด้านนอกทางเข้าออกและมองเข้ามาด้านใน พวกมันไม่ได้เข้ามาในทันที ดูเหมือนว่าพวกมันกำลังเฝ้าดูและรอคอย สิ่งแรกที่พวกมันเห็นคือศพของพวกเดียวกันที่กำลังถูกซอมบี้กัดกินอยู่ท่ามกลางกระแสคลื่นซอมบี้

อมนุษย์พันธุ์สังหารทั้งสองตัวไม่ได้โกรธอย่างที่คิด แต่กลับหันไปร้องคำรามออกไปทางด้านนอกเหมือนกำลังบลัฟ แล้วพวกมันก็หันกลับและหายไปในหมอกสีแดง ราวกับสุนัขที่ถูกคนไล่ทุบตีด้วยไม้

โจวอันตกตะลึงและพูดว่า “พวกมันหนีไปแล้ว? สัตว์ร้ายพวกนั้นถอยกลับไปแล้วจริงๆ”

เสียงโห่ร้องยินดีดังมาจากฝูงชน แม้ว่าพวกเขาจะไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆ อมนุษย์พันธุ์สังหารถึงจากไป แต่สุดท้ายพวกมันก็จากไปแล้ว

ซูฉางซิงก็สับสนเล็กน้อยเช่นกัน เขาคิดไม่ถึงว่าอมนุษย์พันธุ์สังหารพวกนี้จะขี้ขลาดขนาดนี้ เพียงแค่เห็นพวกเดียวกันตัวเดียวเสียชีวิตก็ยอมแพ้แล้ว

หรือว่าอมนุษย์พันธุ์สังหารพวกนี้จะทำตามสถานการณ์?

ไม่ถูก

มันน่าจะเกิดจากการที่อมนุษย์พันธุ์สังหาร 3-4 ตัวถูกเสิ่นซวนฆ่าก่อนหน้านี้ พวกเดียวกันส่วนใหญ่พากันเสียชีวิตไปในคราวเดียวกัน จึงเป็นเรื่องปกติที่อมนุษย์พันธ์สังหารสองตัวที่เหลือจะกลัว

อืม บางทีตัวที่เข้ามาก่อนอาจเป็นผู้โชคร้ายที่ถูกอีกสองตัวผลักดันให้เข้ามาทดสอบ

ซูฉางซิงถอนหายใจด้วยความโล่งอก หากอมนุษย์พันธุ์สังหารเหล่านั้นหายไป สิ่งต่างๆก็จะง่ายขึ้นมาก สิ่งที่พวกเขาต้องทำต่อไปก็แค่กำจัดซอมบี้เหล่านี้ออกไปเท่านั้น

แม้ว่าพวกเขาจะประสบความสูญเสียอย่างหนัก แต่อย่างน้อยสถานที่ชุมนุมก็รอดมาได้

จูเหวินหวู่พูดด้วยสีหน้าท่าทางตื่นเต้น:

“พี่ใหญ่ซู ตอนนี้ก็ใกล้รุ่งสางแล้ว เราแค่ต้องอดทนอีกสองชั่วโมงเท่านั้น เราก็จะรอดจากพระจันทร์สีเลือดได้สำเร็จ”

ซูฉางซิงยกมือซ้ายขึ้นสูง ทำท่าทางให้สังหาร จากนั้นก็พุ่งเข้าไปในกระแสคลื่นซอมบี้พร้อมมีดเหล็กในมือ ทุกครั้งที่เหวี่ยงมีดจะมีเสียงลมอันคมชัด เขาฟาดฟันซอมบี้เหมือนกับหั่นเต้าหู้

ซอมบี้ร่วงหล่นทีละตัวรอบๆ ซูฉางซิง

ไม่นานแทบเท้าของซูฉางซิงก็เต็มไปด้วยซากศพซอมบี้

ซูฉางซิงเหยียบซากศพก้าวไปข้างหน้าทีละก้าว นำพาทุกคนผลักดันซอมบี้กลับไปทีละก้าว

ผู้คนเหล่านี้มีมากกว่า 70 คน และเมื่อเวลาผ่านไป จำนวนก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อฝูงชนมีจำนวนมากขึ้น ความแข็งแกร่งก็มากขึ้น จนสามารถฆ่าซอมบี้ได้อย่างง่ายดาย

บางคนที่มีทักษะการต่อสู้ที่เชี่ยวชาญ พวกเขาสามารถฆ่าซอมบี้ที่อ่อนแอที่สุดได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว

แต่ถ้าไม่มีซูฉางซิง แม้พวกเขาจะสามารถต้านทานกระแสคลื่นซอมบี้ได้เป็นเวลานาน แต่มันเป็นไปไม่ได้ที่จะผลักดันซอมบี้เหล่านี้กลับออกไปนอกสถานที่ชุมนุม เมื่อเวลาผ่านไป พวกเขาก็จะพ่ายแพ้ไม่ช้าก็เร็ว

ซูฉางซิงมองดูสถานการณ์ในสนามรบทั้งหมด และประเมินว่าไม่น่าจะเป็นปัญหาใหญ่ ดูเหมือนว่าก่อนหน้านี้ที่อมนุษย์พันธุ์สังหารล่าถอยจากไป จะทำให้การโจมตีของซอมบี้ไม่ดุเดือดเหมือนเดิม

หลังจากผ่านไปกว่ายี่สิบนาที ซูฉางซิงก็ต่อสู้มาจนถึงทางเข้าออกสถานที่ชุมนุม ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยเลือด แล้วเขาก็เห็นว่าซอมบี้ที่อยู่ด้านหลังเริ่มคึกคักขึ้น

จบบทที่ บทที่ 201 จุดเปลี่ยน

คัดลอกลิงก์แล้ว