เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 38 ผีกินเนื้อผักดอง

บทที่ 38 ผีกินเนื้อผักดอง

บทที่ 38 ผีกินเนื้อผักดอง


โกลบอลเกม ภาค 1: ได้รับการสนับสนุนโดยความลึกลับ

บทที่ 38 ผีกินเนื้อผักดอง

.

ซูฉางซิงเดาว่าคะแนนของทุกคนน่าจะมีมากขึ้น ดังนั้นเขาจึงขึ้นราคาสินค้าให้สูงขึ้นกว่าเดิม

หลังจากการโพสต์ขายสินค้า หลายคนส่งข้อความส่วนตัวมาขอซื้อทันที ราวกับว่าคนเหล่านี้คอยจ้องมองโพสต์ในฟอรัมอยู่ตลอดเวลา

“มีอะไรแปลกๆ ฉันตั้งราคาขายไว้สูงมาก และคนที่นำคะแนนมาซื้อน่าจะรู้เรื่องร้านค้าลึกลับแล้ว ดังนั้นพวกเขาไม่จำเป็นต้องมาซื้ออาหารราคาแพงของฉัน”

ซูฉางซิงคิดอยู่ชั่วครู่ แล้วจึงเข้าใจ น่าจะมีองค์กรที่คอยซื้ออาหารปริมาณมาก เพราะพวกเขามีผู้คนจำนวนมากให้ต้องดูแล ดังนั้นไม่ว่าจะมีอาหารมากแค่ไหนก็ไม่เพียงพอ ซึ่งแตกต่างจากหมาป่าโดดเดี่ยวอย่างเขา อย่างไรก็ตามพวกเขาก็จะมีคะแนนในมือจำนวนมาก

แม้จะมีของหลายอย่างในร้านค้าลึกลับ แต่ถ้าแลกเปลี่ยนไปแล้ว พวกมันก็จะหายไป ดังนั้นการใช้คะแนนมาซื้ออาหารราคาแพงจากฟอรัมก็เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ดี

เพียงแต่พวกเขาไม่รู้ว่าคะแนนจะมีผลอย่างอื่นในอนาคตหรือไม่เท่านั้น

การตอบกลับโพสต์เพิ่มขึ้นอย่างบ้าคลั่งด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

ตอบกลับ 1: ว้าว ว้าว ว้าว มีของหลายอย่างเลย บางทีที่นี่อาจเป็นร้านค้าของฟอรัม

ตอบกลับ 2: เด็กโชคดีเริ่มรุกหนักขึ้นเรื่อยๆ ทุกครั้งที่โพสต์ขาย สินค้าก็จะมีมากขึ้นกว่าครั้งก่อน

ตอบกลับ 3: ทำไมไม่มีอาวุธ ฉันอยากได้อาวุธ ทุกคนรู้ดีว่าคุณภาพอาวุธของที่นี่ดีที่สุด

ตอบกลับ 4: ฉันหิวจะตายอยู่แล้ว ใครก็ได้ให้อะไรฉันกินบ้าง

ตอบกลับ 5: บรรทัดบนอย่าเห่า ฉันเองก็หิว

……

[คะแนนรวม 7,936]

ภายในเวลาไม่ถึง 10 นาที ซูฉางซิงก็ขายสินค้าในโพสต์ได้ทั้งหมด คะแนนของเขาได้พุ่งไปที่ 7,936 อีกครั้ง

คะแนนเหล่านี้น่าจะพอสำหรับตอนนี้

“นี่ฉันยังขายถูกไปอีกเหรอ คนเหล่านี้มีคะแนนมากกว่าที่คิด… แต่ถ้าขายแพงกว่านี้มันคงไม่ดี แพงเกินไปอาจจะก่อให้เกิดผลเสียได้”

ซูฉางซิงเปิดฝากล่องข้าวหุงเองออก ไอร้อนโชยออกมาพร้อมกับกลิ่นผักดอง เครื่องเคียงของข้าวหุงเองกล่องนี้คือเนื้อติดมันแล่เป็นแผ่นใหญ่ๆกับผักดอง

ข้าวหุงเองสามารถพูดได้ว่าเป็นเรื่องธรรมดาในโลกนี้ แต่สำหรับวันโลกาวินาศ สิ่งนี้ถือได้ว่าเป็นอาหารชั้นยอดอย่างแน่นอน

“ใครมันจะทนไหว”

ซูฉางซิงกินข้าวคำใหญ่พร้อมกับผักดองและเนื้อ แล้วถอนหายใจอย่างสบายอารมณ์ กินแค่ไม่กี่คำเขาก็รู้สึกสบายท้องแล้ว

ในเวลาเดียวกันเขาก็เปิดฟอรัมในโทรศัพท์มือถือดูโพสต์ และได้พบกับโพสต์เรื่องเนื้อกับผักดองโดยบังเอิญ

ถุงใบน้อย: ใครจะไปทนไหว ในขณะที่ฉันกำลังแทะคุกกี้อยู่ ฉันก็ได้กลิ่นของเนื้อผักดอง มันต้องมีไอ้สารเลวสักคนกำลังกินเนื้อผักดองอยู่แถวนี้แน่ๆ นี่มันจะมากเกินไปแล้ว

ตอบกลับ 1: สงสัยว่านายคงอยากกินเนื้อผักดอง

ตอบกลับ 2: ฉันก็รู้สึกแย่เหมือนกัน อยากกินด้วย รู้สึกเหมือนถูกเจ้าของโพสต์วางยา

ตอบกลับ 3: ไม่เชื่อ เว้นแต่คุณจะให้ฉันกัดสักคำ

ตอบกลับ 4: +1 ฉันก็ไม่เชื่อ

……

“เนื้อผักดอง? พูดถึงใคร น่าจะไม่ใช่ฉัน”

ซูฉางซิงพยักหน้าอย่างมั่นใจ แล้วกินข้าวจนหมดกล่อง แต่ยังตระหนักได้ว่ากลิ่นของอาหารร้อนๆอาจทำให้ตำแหน่งของเขาถูกเปิดเผย

ไม่นานนักก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ

“ก๊อก ก๊อก ก๊อก~”

หลังจากเสียงเคาะก็มีคนกระซิบเบาๆจากด้านนอกประตูว่า “มีใครอยู่ในนั้นไหม?”

ซูฉีเฟิงที่ยืนอยู่ด้านนอก มั่นใจว่ากลิ่นมาจากห้องนี้แน่ๆ และต้องมีใครบางคนอยู่ในห้องนี้

ตั้งแต่มาที่นี่ประสาทรับกลิ่นของเขาก็ไวขึ้นเรื่อยๆ เขายังสามารถรับรู้กลิ่นที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยเมตรได้

เขามาที่นี่เพื่อทำการปล้นครั้งแรกในชีวิต

เขาบอกกับตัวเองว่า นี่เป็นการปล้นคนรวยมาให้คนจน เพราะเขาไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องเอาชีวิตรอด

ซูฉางซิงยังคงเคี้ยวอาหารอยู่ ในขณะที่หยิบมีดเหล็กเดินมาที่ประตู เขาคาดไม่ถึงว่าจะมีคนมาหาเขาเร็วขนาดนี้ เขาไม่รู้ว่ามันเป็นแค่ความโชคดีหรือคนๆนี้มีความสามารถพิเศษบางอย่าง

ซูฉีเฟิงได้ยินเสียงต่ำๆดังมาจากในห้องว่า: “ไม่มีใคร”

เขาอึ้งและชะงักไปชั่วครู่ จากนั้นก็บ่นพึมพำว่า “ถ้าไม่มีใคร แล้วใครเป็นคนพูด?”

“ฉันก็ไม่ได้บอกว่าเป็นคนนี่!”

เสียงแหลมคมและแข็งกร้าวซึ่งมาพร้อมกับเสียงหัวเราะที่อธิบายไม่ได้ตอบกลับมา

ซูฉีเฟิงอดตัวสั่นสะท้านไม่ได้ เขามองไปรอบๆ ทางเดินที่มืดมิด มีซากศพซอมบี้ 2-3 ตัวที่ถูกฆ่าในตอนกลางวันนอนอยู่บนพื้น เมื่อย้อนกลับมาคิด ดูเหมือนประตูบานนี้จะปิดมาตลอด

แล้วจะมีใครอยู่ได้ยังไง!

“แอ๊ด~”

ประตูค่อยๆเปิดออกอย่างช้าๆ

ซูฉีเฟิงหัวใจเต้นระทึก และไม่แม้แต่จะมองเข้าไปด้วยซ้ำ เขารีบหันหลังกลับวิ่งหนีไปทันที ถ้าไม่กลัวว่าจะดึงดูดความสนใจของซอมบี้แล้วล่ะก็ เขาคงร้องลั่นไปแล้ว

“ขี้ขลาดขนาดนี้คิดจะมาปล้น?”

ซูฉางซิงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ในขณะมองร่างที่วิ่งหนีไปในความมืด พลางยกมือขึ้นเช็ดน้ำมันที่ปาก

ซูฉีเฟิงวิ่งหนีขึ้นไปซ่อนตัวในห้องชั้นบนที่เคยซ่อนก่อนหน้านี้ แม้ผ่านไปสักพักแล้ว แต่หัวใจของเขายังเต้นไม่เป็นส่ำอยู่ เขาไม่กลัวซอมบี้ แต่เขากลัวผี และกลัวมาตั้งแต่เด็กแล้ว

ในขณะที่กระสับกระส่ายอยู่ในความมืด เขาก็หยิบโทรศัพท์ออกมาสร้างโพสต์ใหม่ระบายอารมณ์

ถุงใบน้อย: พี่น้องครับ ที่กินเนื้อผักดองเมื่อกี้เป็นผี ไม่รู้ว่าทำไมผีถึงกินเนื้อผักดอง

ตอบกลับ 1: มันอุกอาจมากขึ้นเรื่อยๆ ผีก็ออกมา พอลองคิดดูมันก็เป็นไปได้ เราทุกคนยังมาสถานที่เลวร้ายนี้ได้เลย

ตอบกลับ 2: เป็นไปได้ไหมว่าโลกนี้ไม่ได้มีแค่ซอมบี้ แต่ยังมีผีด้วย? หรือว่าผีเป็นซอมบี้ชนิดหนึ่ง

.

.

ซูฉางซิงปิดประตู มองออกไปนอกหน้าต่างสังเกตสถานการณ์ภายใต้แสงจันทร์ข้างนอก มีซอมบี้มากมายอยู่บนถนน ถ้าออกไปซอมบี้จะพบเขาทันที และถ้าโชคไม่ดีก็จะดึงดูดซอมบี้หลายตัว

แต่ตอนนี้แตกต่างกัน เขามีความสามารถในการโจมตีระยะไกลแล้ว

มือข้างหนึ่งของซูฉางซิงถือคันธนูเงา อีกข้างมีลูกศรปรากฏขึ้น เขาน้าวธนูเล็งไปที่หัวของซอมบี้ หลังจากนั้นไม่นาน ซอมบี้ก็ล้มลงกับพื้นอย่างเงียบๆ

เขาน้าวคันธนูยิงลูกศรออกไปเรื่อยๆ ไม่กี่นาทีต่อมา ซอมบี้ 7-8 ตัวบนถนนก็ล้มลงกับพื้น

ซูฉางซิงพบว่าการใช้ธนูฆ่าซอมบี้นั้นง่ายมาก เมื่อไม่ถูกกระตุ้นจากมนุษย์ ซอมบี้เหล่านี้จะเคลื่อนไหวช้ามาก หรือไม่แม้แต่จะขยับตัว

นี่เป็นเป้าที่ง่ายดายมากสำหรับเขา ด้วยความสามารถแยกหัว ลูกศรสามารถเจาะทะลุหัวของพวกมันได้อย่างง่ายดาย

จู่ๆ ซูฉีเฟิงก็เห็นซอมบี้บนถนนเริ่มล้มลงทีละตัวๆ ใจของเขาสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ เขาคลุมโปงและพึมพำกับตัวเองว่า “จบกัน จบกัน นี่มันผีชัดๆ”

เมื่อเห็นว่าเคลียร์ซอมบี้ไปเกือบหมด ซูฉางซิงก็พลิกตัวออกมาจากหน้าต่างและปีนลงมา แล้วกระโดดลงสู่พื้นเบาๆ มีเสียงคำรามต่ำๆมาจากโดยรอบ

เขากลั้นลมหายใจลดความเสี่ยงที่ซอมบี้จะพบตัว และเดินช้าๆไปยังตำแหน่งที่กำหนดไว้ห่างจากโคมไฟถนน จากนั้นก็ใช้คันธนูและลูกศรกวาดล้างซอมบี้ที่อยู่ข้างหน้าอีกครั้ง

ซูฉางซิงใช้วิธีนี้เดินหน้าต่อไป เพราะเขาไม่ต้องการกระตุ้นให้เกิดการรวมตัวกันของซอมบี้อีกครั้ง เนื่องจากมันจะทำให้มีความเสี่ยงสูงและมีความไม่แน่นอนมากเกินไป

ผ่านไปกว่าสิบนาที หลังจากฆ่าซอมบี้มากกว่าโหล เขาไม่ได้ถูกซอมบี้แม้แต่ตัวเดียวพบ จนกระทั่งมาถึงถนนที่ตั้งของร้านค้าลึกลับ A01713 เนื่องจากมีการเคลียร์ซอมบี้ไปแล้วในตอนกลางวัน จึงมีซอมบี้อยู่ไม่มากนักบนถนน

ซูฉางซิงยิงฆ่าซอมบี้ไปอีก 2-3 ตัว จนมาถึงร้านค้าลึกลับ จากนั้นก็ปีนขึ้นไปตามกำแพงตรงไปยังชั้นสอง

จบบทที่ บทที่ 38 ผีกินเนื้อผักดอง

คัดลอกลิงก์แล้ว