- หน้าแรก
- เช็คอินคุนหลุน สู่บัลลังก์เซียน
- บทที่ 77 จะไปการประชุมหวูเซียนใหญ่หรือไม่
บทที่ 77 จะไปการประชุมหวูเซียนใหญ่หรือไม่
บทที่ 77 จะไปการประชุมหวูเซียนใหญ่หรือไม่
ฝันหนึ่งครั้งยาวนานสิบปี
แค่ตื่นขึ้นมาครั้งเดียววิญญาณแท้ก็บริสุทธิ์สว่างไสวก้าวสู่ความว่างเปล่าแสวงหาประตูสำนักเซียน
เจียงหลานผ่านประสบการณ์ฝันมาสิบปีเมามายสิบปี
ครั้นตื่นขึ้นมาในพริบตานั้นก็ก้าวเข้าสู่ภพภูมิแห่งจิตใจและจิตวิญญาณทันที
วิญญาณแท้ของเขากำลังก้าวเดินไปสู่ประตูใหญ่แห่งความว่างเปล่าทีละก้าว
ในที่สุดก็ปีนขึ้นสู่จุดสูงสุดของขั้นวิญญาณแรกกำเนิด และยืนอยู่เบื้องหน้าประตูใหญ่
จ้องมองตรงไปยังความว่างเปล่าอาจหลอมวิญญาณสู่ความว่างเปล่าได้
ใกล้ประตูสำนักเซียนเข้ามาอีกหนึ่งก้าวแล้ว
สามารถกล่าวได้ว่าเพียงแค่พยายามมากกว่านี้อีกหน่อยก็จะสามารถไปแสวงหาประตูสำนักเซียนได้ เพียงแต่การจะหาพบนั้นยากยิ่งนักการจะเข้าไปข้างในยิ่งยากยิ่งกว่า
เมื่อเข้าไปแล้วจะต้องเผชิญหน้ากับหายนะฟ้าดินโดยตรง หากสำเร็จก็จะบรรลุเป็นเซียน
ดังนั้นเส้นทางสู่การบรรลุเป็นเซียนจึงยากลำบากกว่าธรรมดา
เจียงหลานอาศัยสุราทิพย์หยกอำพันทะลวงผ่านขั้นวิญญาณแรกกำเนิดได้สำเร็จเขารู้สึกว่าจิตใจของตนก็ได้รับการยกระดับก้าวหน้าไปอีกขั้นหนึ่งด้วย
พลังอันทรงอานุภาพจะไม่นำความเปลี่ยนแปลงใดๆมาสู่ตัวเขาเลย ในขณะนี้เป็นเช่นนั้น
แต่หลังจากบรรลุเป็นเซียนแล้วก็ยากที่จะกล่าวได้
ในขณะนี้เขาบำเพ็ญเพียรมาเพียงหนึ่งร้อยสิบปีเท่านั้น
แม้แต่ศิษย์ผู้มีพรสวรรค์เวลานี้ก็ยังกำลังพยายามดิ้นรนเพื่อยกระดับสู่ขั้นวิญญาณแรกกำเนิดอยู่
ช่องว่างอันยิ่งใหญ่จะทำให้คนเกิดความรู้สึกเหนือกว่า จะทำให้คนเริ่มดูถูกสิ่งต่างๆมากมาย
โดยเฉพาะเมื่อยังมีสิ่งที่พึ่งพาอาศัยอยู่บนตัว
หากควบคุมตัวเองไม่ได้ดี เมื่อใดก็ตามที่ปล่อยให้จิตใจตนหวั่นไหวไม่มั่นคง
โลกต้าฮวงอันกว้างใหญ่นี้ก็จะสอนให้เขาเป็นคนได้ ดังนั้นยังคงต้องบำเพ็ญเพียรอย่างดี
ซ่อนตัวอยู่ที่ยอดเขาที่เก้าพยายามอย่าออกไปข้างนอกให้มากที่สุด
รอจนกว่าจะบรรลุเป็นเซียน แล้วจึงค่อยพิจารณาออกไปข้างนอกเป็นครั้งคราว
แต่ทว่าเซียนก็ไม่ได้เป็นผู้ไร้เทียมทานเช่นกัน โดยสรุปแล้วเซียนก็ยังมีผู้ล่มสลายตายจากไปอยู่เป็นประจำ
ควรรักษาจิตใจที่แท้จริงให้มั่นคงบำเพ็ญเพียรอย่างสงบสุขไม่หวังพึ่งโชคช่วยเด็ดขาด ไม่ดูถูกศัตรูคนใดๆ
ขณะนี้เขามีสุราทิพย์หยกอำพันเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งขวดรสชาติดูเหมือนจะไม่เลวทีเดียว
สักวันหนึ่งสามารถใช้เหตุผลอันสมควรส่งให้อาจารย์ของเขาได้ดื่ม
ประโยชน์สำหรับอาจารย์ของเขาน่าจะมีเพียงน้อยนิด ประเด็นสำคัญอยู่ที่รสชาติ
...
บนยอดเขาที่เก้า
โม่เจิ้งตงผู้คอยจับตาดูเจียงหลานอยู่ตลอดเวลาได้ถอนหายใจอย่างโล่งอก
ก่อนหน้านี้เขาค้นพบอย่างกะทันหันว่าเจียงหลานออกจากถ้ำยูหมิงแล้วและยังทำงานอยู่ในสนามหญ้าด้วย ตอนแรกเขาไม่ได้ใส่ใจเท่าไรนัก
เพียงแต่เมื่อเดือนหนึ่งผ่านไปเขาก็พบว่าเจียงหลานยังคงถอนหญ้าอยู่ นี่แหล่ะที่ไม่ปกติ
แม้เจียงหลานจะออกมาถอนหญ้าและกวาดตำหนักใหญ่
แต่ช่วงห่างระหว่างครั้งต่างๆต่างก็เป็นหลายเดือน ครั้งนี้เพิ่งผ่านไปเพียงหนึ่งเดือนเท่านั้น
จากนั้นเขาก็จึงพบว่าศิษย์ของเขาไม่ใช่ว่าเว้นระยะหนึ่งเดือน หากแต่ทำมาเป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็มแล้ว
การพบที่ไม่คาดคิดนี้ทำให้เขาใส่ใจเป็นพิเศษ กลัวว่าจิตใจได้รับผลกระทบจากจิตมาร
เมื่อเขาตั้งใจจะไปตรวจดูก็กลับรู้สึกว่าไม่ค่อยถูกต้องนัก
เจียงหลานมีสีหน้าสงบเรียบนิ่ง ไม่มีร่องรอยใดๆแห่งการถูกจิตมารบุกรุกเข้ามาเลย
ท่ามกลางความตื่นตระหนกครึ่งหนึ่งและความสงสัยครึ่งหนึ่ง เขาจึงสังเกตดูต่อไปอีกหลายเดือน
จากนั้นเขาก็ประหลาดใจ และพบว่ารอบๆตัวเจียงหลานมีบางสิ่งบางอย่างคล้ายกับสนามพลังปรากฏขึ้นมา
นั่นเป็นสิ่งที่นำมาให้การเปลี่ยนแปลงของจิตใจ เจียงหลานมีจิตใจที่เข้มแข็งเด่นขั้นบรรลุธรรมก็สูงส่งด้วย
แต่ก็ยังคงทำให้โม่เจิ้งตงตกตะลึงไปครั้งหนึ่ง กับการเปลี่ยนแปลงของจิตใจในครั้งนี้ช่างไม่น่าเชื่อจริงๆ
อายุยังน้อยนิดแต่สามารถทำได้ถึงขั้นนี้
มองดวงอาทิตย์และดวงจันทร์สลับกันไปมา มองสี่ฤดูผลัดเปลี่ยนหมุนเวียน
มองดอกไม้บานสะพรั่งและร่วงโรย มองเมฆหมุนม้วนและคลี่กางบนท้องฟ้า
อยู่ท่ามกลางนั้นสัมผัสอยู่ในนั้น
จิตใจดุจดั่งผิวน้ำในทะเลสาบไหวเอนเอียงไปตามคลื่น
หลังจากตระหนักถึงสิ่งเหล่านี้ โม่เจิ้งตงปิดกั้นยอดเขาที่เก้าไว้โดยตรงปฏิเสธไม่ให้ผู้ใดเข้ามาใกล้
ป้องกันไม่ให้ใครมารบกวนเจียงหลาน
เจียงหลานกำลังผ่านการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ หากประมาทเล็กน้อยก็อาจล้มเหลวจากการเปลี่ยนแปลงนั้นและตกลงมาได้
โม่เจิ้งตงก็คอยจับตาดูอยู่ตลอดเวลา คอยปกป้องยอดเขาที่เก้าไว้
การปกป้องครั้งนี้ก็ครบสิบปีแล้ว
ในที่สุดวันนี้เขาตระหนักได้ว่าสนามพลังนั้นค่อยๆตกลงมาเบาบางหายไปกับสวรรค์และดิน
การเปลี่ยนแปลงสำเร็จแล้ว
‘สิบปีแล้วในที่สุดก็จบสิ้นแล้ว’
โม่เจิ้งตงมองไปยังแปดยอดเขาอื่นๆ เวลานี้มีผู้คนไม่น้อยกำลังเตรียมการบางอย่างอยู่
‘พูดถึงแล้ว การประชุมหวูเซียนใหญ่กำลังจะมาถึงแล้วอีกไม่กี่วันก็จะออกเดินทาง’
โม่เจิ้งตงหันกลับมามองไปยังตำแหน่งสนามหญ้าของเจียงหลานที่ยอดเขาที่เก้าความคิดบางอย่างเกิดขึ้นในใจ
‘ถามดูสักหน่อยว่าเต็มใจจะไปหรือไม่’
.......
เจียงหลานที่ตื่นขึ้นมาก้าวเข้าสู่ขั้นหลอมวิญญาณสู่ความว่างเปล่าได้สำเร็จแล้ว
แต่ว่าเขาไม่ได้ตั้งใจจะพักผ่อน
หากแต่จะย้ายไข่พืชวิเศษกลับไปยังถ้ำยูหมิงสานต่อการใช้ประโยชน์จากประตูยูหมิง และภาพเทพธิดาแห่งเหยาฉือในการบำเพ็ญเพียร
แสวงหาตัวตนของประตูสำนักเซียนให้เร็วที่สุด
เพียงแต่เมื่อเพิ่งตั้งใจจะกลับไปยังถ้ำยูหมิงเขาก็ได้รับข่าวสารจากอาจารย์ของเขา
‘ท่านอาจารย์คงจะเห็นพฤติกรรมของข้าในช่วงสิบปีนี้แล้ว
มองเห็นทะลุทะลวงทั้งหมดน่าจะยัง แต่การเปลี่ยนแปลงของจิตใจแน่นอนว่าต้องมองเห็นแล้ว’
ขณะนี้พลังบำเพ็ญภายนอกของเขาอยู่ที่ขั้นสร้างแก่นทองคำระยะปลายห่างจากสมบูรณ์เหลือเพียงเส้นผมเดียว
เมื่อจิตใจเปลี่ยนแปลงไปแล้วพลังบำเพ็ญของเขาก็ควรมีการเปลี่ยนแปลงไปด้วย
เพียงแค่สองปีจะก้าวเข้าสู่สมบูรณ์ได้เลย สองปีสั้นมากแล้ว
หลังจากนั้นเจียงหลานก็ไปพบอาจารย์ของเขา
"ท่านอาจารย์"
มาถึงยอดสูงยอดเขาที่เก้าเจียงหลานคำนับด้วยความเคารพ
"จิตใจมีการเปลี่ยนแปลงไปแล้วมีความตั้งใจจะออกไปเดินเที่ยวมองดูโลกภายนอกบ้างหรือไม่" โม่เจิ้งตงถามขึ้น
เจียงหลานตะลึงไปชั่วขณะ เขาไม่ได้แปลกใจที่อาจารย์ของเขารู้เรื่องการเปลี่ยนแปลงของจิตใจ
แต่ว่าเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงแล้วก็จะต้องออกไปข้างนอกหรือ เร็วเกินไปยังไม่ถึงเวลา
เขายังห่างไกลจากธรณีประตูสุดท้ายแห่งการบรรลุเป็นเซียนมากนัก
"ท่านอาจารย์ข้าในช่วงสิบปีนี้ละเลยการบำเพ็ญเพียร"
เจียงหลานพูดด้วยความลำบากใจเล็กน้อย ความหมายของเขาชัดเจนมาก
ไม่ต้องการไป
"เคยได้ยินเรื่องการประชุมหวูเซียนใหญ่หรือไม่ เป็นการประชุมใหญ่ที่รวมผู้มีความสามารถหนุ่มสาวส่วนใหญ่ในต้าฮวงเข้าด้วยกัน ไม่ต้องให้เจ้าไปต่อสู้กับใครเพียงแค่ไปเห็นโลกกว้างเท่านั้นเอง มีท่านผู้ใหญ่หลายท่านจากคุนหลุนนำทัพ ไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัย เป็นอย่างไรล่ะ"
โม่เจิ้งตงมองมาที่เจียงหลานราวกับพยายามชักจูงให้เจียงหลานยอมรับ
พูดจบแล้วยังเสริมเพิ่มอีกประโยคหนึ่ง
"ไปกลับไม่เกินสามเดือนนี่คือโอกาสอันยอดเยี่ยมที่จะทำความเข้าใจต้าฮวงแตกต่างจากที่เห็นในหนังสือโดยสิ้นเชิง อ่านหนังสือหมื่นเล่มไม่เท่าเดินทางหมื่นลี้"
โม่เจิ้งตงมองมายังเจียงหลานราวกับกำลังรอคำตอบจากเจียงหลาน
ไม่มีเหตุผลใดที่จะไม่ไปได้เลย