เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27 ตั้งใจหลบหน้า

บทที่ 27 ตั้งใจหลบหน้า

บทที่ 27 ตั้งใจหลบหน้า


บทที่ 27 ตั้งใจหลบหน้า

“ขอบคุณในความหวังดีของเถ้าแก่เฉิงครับ สำหรับผมไม่เท่าไหร่ แต่ภรรยาผมกำลังจะเข้างานสาย ไม่ทราบว่าจะรบกวนคุณช่วยไปส่งเธอที่บริษัทหน่อยได้ไหมครับ?”

“ลำบากอะไรกันล่ะ เชิญคุณนายหลี่ขึ้นรถเลยครับ!” เฉิงไท่อันตอบตกลงทันที

ตอนแรกเหวินเสี่ยวฮุ่ยไม่อยากขึ้นไปรบกวน แต่เธอมองหาแท็กซี่อยู่นานก็ไม่มีผ่านมาสักคัน เธอจึงกล่าวขอบคุณเบาๆ แล้วก้าวขึ้นรถไป

เฉิงไท่อันบอกคนขับรถให้มุ่งหน้าไปยังบริษัทเจี้ยนหัววัสดุก่อสร้าง จากนั้นเขาก็หลับตาลงเพื่อพักผ่อน

เมื่อเห็นเขาหลับ เหวินเสี่ยวฮุ่ยก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก การต้องนั่งข้างนักธุรกิจใหญ่ขนาดนี้ทำให้เธอทำตัวไม่ถูก และกลัวว่าจะพูดอะไรผิดหูจนทำให้เขาไม่พอใจ

ด้านหลี่อี้หยางโทรเรียกช่างให้มาลากรถไปซ่อม เขาตั้งใจว่าเมื่อซ่อมเสร็จจะรีบคืนบริษัทรถเช่าทันที รอให้โรงงานเต้าหู้เริ่มมีกำไรค่อยซื้อรถดีๆ สักคันมาใช้เอง

หากเมื่อครู่รถไม่เสีย เขาก็คงไม่ยอมให้เหวินเสี่ยวฮุ่ยขึ้นรถของเฉิงไท่อันไปแบบนั้น เพราะมันทำให้เขารู้สึกเสียหน้าอยู่ไม่น้อย

เพียงยี่สิบนาที รถก็มาจอดเทียบหน้าบริษัทของเหวินเสี่ยวฮุ่ย เธอลงจากรถพร้อมกล่าวขอบคุณเฉิงไท่อันอีกครั้ง

เฉิงไท่อันลืมตาขึ้นมาพยักหน้าตอบรับตามมารยาท ก่อนจะสั่งให้คนขับรถมุ่งหน้าไปยังบริษัทของเขาต่อ

ทว่า... ภาพที่เหวินเสี่ยวฮุ่ยลงมาจากรถหรูนั้นกลับถูกเพื่อนร่วมงานเห็นเข้าเต็มตา

ทันทีที่เธอเดินเข้าสู่แผนก เพื่อนร่วมงานสาวคนที่เคยแขวะเธอเรื่องเลี้ยงข้าวก็เข้ามาขวางทางทันที

“เสี่ยวฮุ่ย ไหนบอกว่าสามีนัดทานข้าวไงจ๊ะ? แล้วไหงถึงลงมาจากรถหรูได้ล่ะ? ฉันจำได้ว่าสามีไม่เอาถ่านของคุณน่ะ วันๆ เอาแต่ดื่มเหล้าเล่นการพนันจนบ้านช่องวายวอดไปหมดแล้ว รถคันนี้คงไม่ใช่ของเขาหรอกนะ?” หล่อนเชิดหน้าพูดด้วยน้ำเสียงประชดประชัน

พนักงานคนอื่นๆ ต่างหันมามองเหวินเสี่ยวฮุ่ยเป็นตาเดียว รอฟังว่าเธอจะแก้ตัวอย่างไร

เหวินเสี่ยวฮุ่ยรีบอธิบาย “คุณเข้าใจผิดแล้ว เที่ยงนี้ฉันไปทานข้าวกับสามีจริงๆ ค่ะ แต่พอดีมีผู้ใหญ่อีกท่านไปด้วย เห็นว่าฉันกำลังจะสายท่านเลยอาสามาส่ง ไม่ใช่อย่างที่คุณคิดหรอกค่ะ”

“นึกว่าพวกเรากินแกลบหรือไง สามีคุณจะไปรู้จักคนรวยขนาดนั้นได้ยังไง อย่าเอาเขามาเป็นเกราะกำบังหน่อยเลย แต่พวกเราก็เข้าใจนะ หน้าตาสวยหยาดเยิ้มแบบคุณเนี่ย ควรจะหาที่พึ่งรวยๆ ตั้งนานแล้ว”

“นั่นสิ ถ้าฉันสวยแบบเธอนะ ป่านนี้คว้าเศรษฐีได้เป็นร้อยคนแล้ว!” เพื่อนร่วมงานอีกคนเสริมพร้อมหัวเราะเยาะ

“ฉันบอกแล้วไงว่ามันไม่ใช่อย่างที่พวกคุณคิด จะเชื่อหรือไม่ก็ช่าง!” เหวินเสี่ยวฮุ่ยกระทืบเท้าด้วยความโกรธแล้วเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะตัวเอง

โลกนี้ก็เป็นแบบนี้... ยามคุณตกต่ำ พวกเขามอบความสงสารและคำปลอบโลมให้ แต่ยามคุณเริ่มได้ดี พวกเขากลับสาดโคลนและคำเสียดสีใส่ โดยไม่เปิดโอกาสให้ได้อธิบายเลยสักนิด

ขอแค่เธอบริสุทธิ์ใจก็พอแล้ว!

จังหวะนั้น ซุนชิงชิง เพื่อนร่วมงานที่ค่อนข้างสนิทเดินมานั่งข้างๆ แล้วกระซิบถามด้วยความอยากรู้ “เมื่อกี้ฉันก็เห็นนะว่าเธอลงมาจากรถเรนจ์โรเวอร์จริงๆ ไม่ใช่หนุ่มเศรษฐีที่ไหนมาจีบแน่นะ?”

เหวินเสี่ยวฮุ่ยถอนหายใจอย่างอ่อนแรง “ไม่ใช่จริงๆ ชิงชิง ท่านอายุรุ่นพ่อฉันได้แล้วมั้ง ลูกท่านก็ปาไปยี่สิบกว่าแล้ว”

“เฮ้ย! แบบนี้เขาเรียกว่าโคแก่กินหญ้าอ่อนนะเสี่ยวฮุ่ย เธอต้องระวังตัวไว้ให้ดีล่ะ แล้วสามีเธอนัดกินข้าว จะหนีบคนนอกมาด้วยทำไม? ระวังนะ... ผีพนันเข้าสิงจนหน้ามืด แล้วจะแอบขายเธอให้คนอื่นน่ะ”

ซุนชิงชิงไม่ได้พูดเล่น เพราะหลี่อี้หยางคนก่อนหน้านั้นมันเลวระยำจนไม่มีอะไรที่เขาทำไม่ได้จริงๆ

แต่ในวินาทีนี้ เหวินเสี่ยวฮุ่ยกลับรู้สึกอยากปกป้องเขา เธอจ้องมองซุนชิงชิงด้วยสีหน้าจริงจัง “สามีฉันไม่ใช่คนแบบนั้นหรอก จริงๆ แล้วเถ้าแก่คนนั้นเขาเป็นคนชวนฉันกับสามีไปทานข้าวด้วยกันต่างหาก อีกอย่าง ช่วงนี้เขาก็เลิกพนันแล้วด้วย ต่อไปเธอห้ามพูดถึงเขาแบบนั้นอีกนะ”

ซุนชิงชิงอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอามือแตะหน้าผากเพื่อน “เอ๊ะ... ก็ไม่มีไข้นี่นา ทำไมพูดจาเพ้อเจ้อล่ะ?”

“ฉันพูดเรื่องจริง สามีฉันเปลี่ยนไปเป็นคนละคนแล้ว เมื่อก่อนเป็นเพราะฉันไม่ดีเองที่เอาแต่พูดจาว่าร้ายเขาจนทำให้พวกเธอมีภาพจำแย่ๆ เกี่ยวกับเขา” เหวินเสี่ยวฮุ่ยปัดมือเพื่อนออก

ทว่าซุนชิงชิงยังคงส่ายหน้าไม่เชื่อ “เธอระวังจะโดนหลอกซ้ำสองนะ ไม่แน่เขาอาจจะแสร้งทำเป็นคนดีเพื่อให้เธอยายใจก็ได้ เมื่อก่อนญาติฉันคนหนึ่งมีสามีเป็นผีพนันจนต้องขายบ้านทิ้ง อยู่มาวันหนึ่งเขาก็กลับตัวเป็นคนดีแบบกะทันหัน ดีจนทุกคนนึกว่าเขากลับใจได้จริงๆ ที่ไหนได้... เขาแอบไปทำประกันอุบัติเหตุให้เมียตัวเอง แล้วหาโอกาสฆ่าทิ้งเพื่อฮุบเงินประกันก้อนโต!”

“เพราะท่าทีที่เปลี่ยนไปของเขานั่นแหละ ทำให้ไม่มีใครสงสัยเลยว่าเป็นการฆาตกรรม กว่าความจริงจะเปิดเผยก็ตอนตำรวจตรวจศพแล้วพบร่องรอยพิรุธนี่แหละ โบราณว่าไว้... เรื่องประหลาดมักมีเบื้องลึกซ่อนอยู่ ฉันไม่ได้ขู่เธอนะเสี่ยวฮุ่ย แต่การจะเลิกเหล้าเลิกพนันมันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด ทางที่ดีเธอควรเหลือทางถอยให้ตัวเองบ้าง”

คำพูดของเพื่อนสนิททำให้เหวินเสี่ยวฮุ่ยรู้สึกหนาวสันหลังวาบ

เธอเริ่มตัวสั่นอย่างควบคุมไม่ได้... หรือว่าหลี่อี้หยางจะวางแผนอะไรแบบนั้นอยู่จริงๆ?

ซุนชิงชิงเห็นหน้าเพื่อนซีดเผือดลงเรื่อยๆ ก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองอาจจะพูดแรงเกินไป จึงรีบแก้ตัว “แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้นะ บางทีสามีเธออาจจะกลับใจได้จริงๆ ก็ได้ อย่าคิดมากเลย แค่คอยสังเกตดูให้ดีก็พอ”

ตลอดทั้งบ่าย เหวินเสี่ยวฮุ่ยไม่มีกะจิตกะใจจะทำงาน ในหัวมีแต่คำพูดของซุนชิงชิงวนเวียนอยู่ซ้ำๆ

เธอไม่ได้กลัวเพื่อตัวเอง แต่เธอกลัวว่าหลี่อี้หยางจะลงมือกับอันอัน เพราะในอดีตเขาเคยแช่งลูกสาวตัวเองให้ตายมาแล้วหลายครั้ง

ยิ่งคิดเธอก็ยิ่งหวาดกลัว ทันทีที่เลิกงาน เธอรีบวิ่งไปรับอันอันที่โรงเรียนอนุบาล แล้วพาลูกไปเปิดห้องพักเล็กๆ ในโรงแรมราคาถูกแห่งหนึ่งเพื่อซ่อนตัว

เย็นวันนั้น หลี่อี้หยางทำอาหารเสร็จเรียบร้อย แต่ยังไม่เห็นวี่แววของภรรยาและลูกกลับมา เขาเริ่มกังวลจึงกดโทรศัพท์หาเหวินเสี่ยวฮุ่ย

เมื่อเหวินเสี่ยวฮุ่ยเห็นเบอร์ที่โชว์บนหน้าจอ เสียงเรียกเข้านั้นราวกับเสียงมัจจุราชที่ทำให้เส้นประสาทของเธอตึงเครียดจนถึงขีดสุด

ผ่านไปนานมากเธอก็ตัดสินใจรับสาย พยายามปรับเสียงให้เป็นปกติที่สุด “ฮะ... ฮัลโหล!”

“ที่รัก ผมทำกับข้าวเสร็จแล้วนะ ทำไมคุณกับอันอันยังไม่กลับบ้านอีกล่ะ เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า?” น้ำเสียงที่แสดงถึงความห่วงใยของหลี่อี้หยางดังมาตามสาย

แต่สำหรับเหวินเสี่ยวฮุ่ยในตอนนี้ มันคือความห่วงใยที่มีเจตนาแอบแฝง เธอตอบกลับตะกุกตะกัก “อ๋อ... คืนนี้ฉันกับอันอันไม่กลับไปทานข้าวนะคะ แล้วก็... คืนนี้คงไม่กลับไปนอนด้วย คุณพักผ่อนเถอะ”

หลี่อี้หยางสัมผัสได้ทันทีว่าเธอมีบางอย่างปิดบังอยู่ “ที่รัก ตกลงเกิดอะไรขึ้นกันแน่? บอกผมสิ เราจะได้ช่วยกันแก้ปัญหา”

“ไม่มีอะไรค่ะ ถ้าไม่มีธุระอะไรแล้ว ฉันขอแค่นี้ก่อนนะ” พูดจบ เธอก็รีบกดวางสายทันที

“แม่จ๋า ทำไมเราไม่กลับบ้านล่ะจ๊ะ? พ่อรับปากหนูไว้ว่าคืนนี้จะสอนหนูวาดรูปนะ!” อันอันถามด้วยความไม่เข้าใจ

เหวินเสี่ยวฮุ่ยจ้องมองลูกสาวตัวน้อยที่น่ารัก เธอทรุดตัวลงลูบแก้มที่ซูบผอมของลูกแล้วบอกว่า “อันอันเป็นเด็กดีนะลูก คืนนี้เราพักกันที่นี่แหละ!”

ตราบใดที่เธอยังไม่แน่ใจว่าหลี่อี้หยางกลับตัวเป็นคนดีจริงๆ หรือไม่ เธอจะยอมให้อันอันอยู่ห่างกายไม่ได้เด็ดขาด

หลี่อี้หยางมองโทรศัพท์ที่ถูกตัดสายไปด้วยความมึนงง

เมื่อเที่ยงทุกอย่างยังดูดีอยู่เลยไม่ใช่เหรอ? ทำไมเวลาแค่บ่ายเดียว ท่าทีของเธอถึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้?

และเขาก็รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่า... เสี่ยวฮุ่ยกำลังตั้งใจหลบหน้าเขา

จบบทที่ บทที่ 27 ตั้งใจหลบหน้า

คัดลอกลิงก์แล้ว