- หน้าแรก
- ย้อนอดีตโรงงานเครื่องจักรยุค80
- บทที่ 210 ฉันไม่สนว่าใครเป็นพ่อเธอ
บทที่ 210 ฉันไม่สนว่าใครเป็นพ่อเธอ
บทที่ 210 ฉันไม่สนว่าใครเป็นพ่อเธอ
บทที่ 210 ฉันไม่สนว่าใครเป็นพ่อเธอ
หม่าซั่นเปียวก็เพราะเห็นแก่พ่อของเขา เฉินต้าจื้อ กับพี่เขย ซุนจื้อกัง ถึงได้เตือนด้วยคำพูดดี ๆ ไม่กี่คำ
ถ้าเป็นคนอื่น ป่านนี้คงไม่พูดมากให้เสียเวลา สั่งให้เก็บทุกอย่างให้เรียบร้อยจบ ๆ ไปแล้ว!
เฉินลู่หยางพอจะเข้าใจแล้วว่า "หมายความว่าทั้งเวิร์กช็อปนอกจากเครื่องจักรกับคน ห้ามมีอะไรอื่นเลยสินะ?"
หม่าซั่นเปียวตบต้นขา "ใช่เลย! หมายความว่าแบบนั้นแหละ!"
เฉินลู่หยางพูดไม่ออก "จังหวัดนี่เรื่องเยอะจริง ๆ!"
หม่าซั่นเปียวมองชายหนุ่มแล้วถอนหายใจ "เดี๋ยวก็ชินไปเองแหละ"
ก่อนกลับ หม่าาซั่นเปียวยังพูดล้อเล่นกับเฉินลู่หยางว่า
"ถ้าพวกเราทำความสะอาดกันดี ๆ เดี๋ยวเราก็ได้แขวนธงแดงหมุนเวียนในเวิร์กช็อปเหมือนกัน"
ได้รับคำเตือนจากหม่า ซั่นเปียว ต่อให้เฉินลู่หยางจะไม่เต็มใจก็ต้องเริ่มให้ความสำคัญ
ไม่ใช่แค่เวิร์กช็อป แม้แต่ห้องทำงานของเฉินลู่หยางก็ถูกทำความสะอาดทั้งภายในและภายนอก
ของทุกอย่างที่ล็อกได้ก็เก็บเข้าตู้จนหมด
พอเห็นห้องทำงานสะอาดเรียบร้อย เฉินลู่หยางรู้สึกว่าแค่เดินเข้าไปแล้วพาเศษฝุ่นติดเท้าเข้าไปก็เหมือนเป็นบาป
ไม่นาน ผู้นำจากคณะกรรมการเศรษฐกิจจังหวัดก็นำทีมเข้ามาตรวจสอบด้วยตนเอง
ทุกสิ้นปี คณะกรรมการเศรษฐกิจจังหวัดจะจัดตั้งทีมตรวจสอบหลายชุด มีผู้นำต่างคนผลัดกันเป็นหัวหน้าทีม
แต่เพราะโรงงานเครื่องจักรกลจังหวัดมีสถานะสูงและมีน้ำหนักมากในระดับจังหวัด
ทุกปีจึงต้องให้ตัวใหญ่สุดของคณะกรรมการเศรษฐกิจจังหวัดนำทีมลงมาตรวจสอบด้วยตัวเอง
"เวลาขนาดนี้แล้ว จะมาตรวจถึงเรามั้ยเนี่ย?"
บ่ายสามกว่า ๆ เฉินลู่หยางยืนอยู่ที่หน้าต่าง จ้องมองความเคลื่อนไหวในลานโรงงานไม่หยุด
ทีมตรวจสอบของคณะกรรมการเศรษฐกิจจังหวัดมีเวลาตรวจแค่วันเดียว
ถ้านับเวลาที่ใช้ตอนเช้าในการประชุมสั้น ๆ กับผู้นำโรงงาน ฟังรายงานการทำงานและความปลอดภัยของปีนี้
ยังไม่นับช่วงเที่ยงที่ต้องทานข้าว พูดคุยสร้างความสัมพันธ์กันอีก
เวลาที่ใช้ตรวจสอบจริง ๆ ก็เหลือแค่ช่วงบ่ายเท่านั้น
เวลาบ่ายแค่ไม่กี่ชั่วโมงนี้ ไม่มีทางเดินตรวจได้ครบทุกเวิร์กช็อปของโรงงานแน่นอน ต้องสุ่มตรวจเท่านั้น
ในการสุ่มตรวจนี้ มีทั้งเวิร์กช็อปรวม เวิร์กช็อปเฟยเซิง เวิร์กช็อปของเฉินต้าจื้อกับจินต้าขุย และเวิร์กช็อปวิจัยพัฒนา
แค่เดินตรวจพวกเวิร์กช็อประดับหัวเรือเหล่านี้ให้ครบก็หมดเวลาทำงานตอนเย็นแล้ว
ไหนจะเวิร์กช็อปยางของเขาที่อยู่ลึกเข้าไปอีก เดินมาก็เมื่อยขา
"คงไม่มาแล้วมั้ง?"
ขณะที่เฉินลู่หยางกำลังคิดแบบนี้ เจ้าหน้าที่เสี่ยวสวีในห้องทำงานก็วิ่งเข้ามาหอบแฮ่ก ๆ
"หัวหน้าเฉิน! เตรียมตัวหน่อย ผู้นำจังหวัดกำลังอยู่ที่เวิร์กช็อปรวม เดี๋ยวจะมาถึงนี่แล้ว!"
...! กลัวอะไรก็เจอสิ่งนั้นจริง ๆ! เฉินลู่หยางสบถออกมาเสียงดัง รีบเดินตรวจเวิร์กช็อปอีกหนึ่งรอบ
พอแน่ใจว่าผ้าขนหนู, แก้วน้ำชา, เสื้อคลุมถูกเก็บไว้ในตู้ทั้งหมดแล้ว ไม้กวาดกับที่ตักขยะก็ถูกซ่อนไว้ในห้องเก็บของในคลังสินค้าเวิร์กช็อป
เฉินลู่หยางก็พาผู้นำกลุ่มย่อยพรรคทั้งสี่คนมายืนต้อนรับอย่างกระตือรือร้นที่ประตูเวิร์กช็อปเหมือนรับแขก
พอเพิ่งยืนประจำที่ได้ไม่นาน ก็เห็นคนเจ็ดแปดคนเดินตรงมาทางนี้
ใบหน้าของหวังชิงโจวที่ปกติตึงเครียด ตอนนี้กลับยิ้มแย้มใจดีอย่างไม่น่าเชื่อ
ข้างหลังเขาคือ อวี๋อันซาน กับต่งเจียงเชา ก็ตามมาด้วยท่าทีร่าเริง
"ผู้อำนวยการอี้ นี่คือเวิร์กช็อปยางครับ" หวังชิงโจวแนะนำชายวัยกลางคนข้าง ๆ ด้วยรอยยิ้ม
ชายวัยกลางคนพอเห็นเฉินลู่หยาง ก็กล่าวทักทายอย่างเป็นกันเองว่า "หัวหน้าเฉิน ผมเคยฟังบรรยายของคุณที่โรงเรียนพรรคมาแล้ว พูดได้ดีมาก! เมื่อกี้ผมยังปรึกษากับผู้อำนวยการหวังอยู่ว่า จะขอยืมคุณไปบรรยายให้เจ้าหน้าที่เราสักวันได้ไหม"
เฉินลู่หยางตอบรับอย่างกระตือรือร้น แล้วก็พาทุกคนเข้าไปในเวิร์กช็อป
ถึงจะเป็นการตรวจสอบ แต่เพราะมีหวังชิงโจว, อวี๋อันซาน และต่งเจียงเชา ผู้นำโรงงานทั้งสามคนร่วมคณะมาด้วย จริง ๆ แล้วก็เหมือนแค่เดินผ่าน ๆ
ผู้อำนวยการอี้สอบถามเรื่องจำนวนพนักงานในเวิร์กช็อป สถานการณ์การผลิต และเอกสารความปลอดภัยเล็กน้อย จากนั้นก็เริ่มสนใจตัวเฉินลู่หยาง
"ผมจำได้ว่าเวิร์กช็อปยางของเราก่อนหน้านี้ไม่ได้มีขนาดใหญ่ขนาดนี้ใช่ไหม?"
อวี๋อันซานยิ้มตอบ "เมื่อก่อนมันยังไม่ดีนัก แต่พอหัวหน้าเฉินมาดำรงตำแหน่ง เวิร์กช็อปยางแค่ไตรมาสสี่ ก็ทำผลกำไรเท่ากับผลกำไรรวมของทั้งปีก่อน ๆ แล้ว"
"ไม่กี่วันก่อน ทางโรงงานยังจัดงานรับสมัครงานเพื่อแก้ปัญหาคนไม่พอในเวิร์กช็อปยาง รับเพิ่มตั้ง 80 คน"
ผู้อำนวยการอี้ตกใจ "แค่ไตรมาสเดียวได้ผลกำไรเท่ากับทั้งปีก่อน ๆ เลยเหรอ? ผู้อำนวยการหวัง โรงงานคุณนี่รับคนมีฝีมือมาจริง ๆ!"
หวังชิงโจวยิ้ม "หนุ่มสาวสมัยนี้หัวไว มีความคิด! พวกเราแก่แล้วตามไม่ทัน ก็ได้แต่คอยสนับสนุน"
เฉินลู่หยางยิ้มอย่างถ่อมตัว "ทั้งหมดเพราะผู้อำนวยการหวัง, รองผู้อำนวยการอวี๋ และรองผู้อำนวยการต่ง ให้โอกาสผมครับ"
"ผู้นำครับ นี่คือห้องทำงานของผม เชิญเข้าตรวจสอบด้วยครับ!"
แม้จะบอกว่าตรวจสอบ แต่จริง ๆ แล้วก็แค่ชวนผู้อำนวยการอี้กับคณะเข้ามานั่งพัก
"ก็ได้ ผมขอไปดูห้องทำงานของอาจารย์เฉินหน่อย"
ผู้อำนวยการอี้เดินมาหลายที่ก็เริ่มเหนื่อย
ทันทีที่เข้าห้อง ทุกคนก็สะดุดตากับชั้นหนังสือที่วางแน่นเอี๊ยด
ก่อนหน้านี้ เฉินลู่หยางเรียนรู้กับอวี่ฮุ่ยชวน อ่านหนังสือเกี่ยวกับโลหะวิทยาและวัสดุร้อนมาหลายเล่ม
หลังจากมาเป็นหัวหน้าเวิร์กช็อปยาง ก็อ่านหนังสือเกี่ยวกับการผลิตและแปรรูปยางอีกเป็นจำนวนมาก
รวมถึงพจนานุกรมคำศัพท์ภาษาญี่ปุ่นเฉพาะทาง วางเรียงกันแน่นจริง ๆ ให้ความรู้สึกว่าเป็นห้องสมุดขนาดย่อม
"หัวหน้าเฉินของเรานี่อ่านหนังสือเยอะนะ!"
หวังชิงโจวยิ้มแล้วหยิบหนังสือทฤษฎีเครื่องกลขึ้นมาเล่มหนึ่ง
ยังไม่ทันจะอ่านว่าข้างในเขียนว่าอะไร ไพ่สิบกว่าผืนก็ร่วงลงมาจากระหว่างหน้าหนังสือเหมือนกลีบดอกไม้โปรย
อวี๋อันซานไวพอจะใช้เท้าเหยียบไพ่บางใบเพื่อช่วยเฉินลู่หยางกลบเกลื่อนได้
แต่จำนวนไพ่มากเกินไป เหยียบไม่หมด
ทั้งหมดถูกเปิดเผยต่อหน้าคณะตรวจสอบจากคณะกรรมการเศรษฐกิจจังหวัดอย่างไม่ตกหล่นเลย
ให้ตายสิ...! เฉินลู่หยางรู้สึกขนลุกซู่ อยากจะตบหน้าตัวเองสักฉาด!
ไพ่พวกนี้เป็นของที่เขาเสียบไว้ในหนังสือตอนเพิ่งย้ายเข้ามาในเวิร์กช็อปใหม่ ๆ
ตอนแรกเขากะจะหาโอกาสคืนให้ตู๋หาน แต่มัวแต่ยุ่งจนลืมไปสนิท ใครจะคิดล่ะว่าวันนี้จะโดนหวังชิงโจวเปิดมาเจอพอดี!
ในโรงงานมีกฎชัดเจน ห้ามเล่นไพ่ในเวลางานเด็ดขาด
อย่าคิดว่า ซ่งเหลียวซา แวะไปแผนกป้องกันเพื่อเล่นไพ่กับพรรคพวกอยู่บ่อย ๆ นั่นเขาแอบปิดประตูเล่นกัน ไม่มีใครกล้าเล่นกันโต้ง ๆ
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการถูกผู้อำนวยการโรงงานกับผู้อำนวยการคณะกรรมการเศรษฐกิจจังหวัดจับได้ต่อหน้าต่อตาแบบนี้
ใบหน้าของหวังชิงโจวเคร่งเครียด ถ้าไม่มีคนนอกอยู่ข้าง ๆ คงระเบิดอารมณ์ด่ากราดไปแล้ว!
แต่เฉินลู่หยางคนนี้ มีจุดเด่นชัดเจนมากอย่างหนึ่ง คือจิตใจแข็งแกร่งมาก! เขาใจเย็นเหลือเชื่อ! แม้จะโดนจับได้จะจะต่อหน้าต่อตา เฉินลู่หยางยังสามารถก้มเก็บไพ่ขึ้นมา พร้อมยิ้มเฉยเมยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วพูดว่า:
"ท่านผู้นำครับ ไพ่พวกนี้ผมเอาไว้ใช้คั่นหนังสือครับ~"
โดนจับคาหนังคาเขาแล้วไง? อธิบายได้ก็พอ!
ในเมื่อมันร่วงออกมาจากหนังสือ ฉันก็บอกว่าใช้คั่นหนังสือ ใครจะทำไม!
รองผู้อำนวยการอวี๋รีบช่วยเสริมทันที: "ถึงว่าล่ะ คนรุ่นใหม่ความคิดสร้างสรรค์เยอะ ไพ่ใช้คั่นหนังสือนี่ทั้งทนทั้งใช้สะดวก ดีกว่าพวกคั่นไม้ไผ่ตั้งเยอะ!"
ต่งเจียงเชาก็สมทบด้วย: "ใช่เลย! ผมเองเวลาอ่านหนังสือก็ไม่ชอบพับมุม ชอบใช้ของแข็ง ๆ แบบนี้คั่นเหมือนกัน"
พอสองรองผู้อำนวยการออกตัวช่วย ผู้อำนวยการอี้ก็ยิ้ม ๆ ไม่ถือสา
"วิธีนี้ดีนะ! พวกเราบางทีอ่านหนังสือทีตั้งหลายเล่ม คั่นหนังสือไม่พอใช้ ถ้าใช้ไพ่แบบนี้ก็สะดวกขึ้นเยอะเลย!"
เฉินลู่หยางนี่จิตใจแข็งแกร่งจริง ๆ! ต่อหน้าคนมากมายยังสามารถพลิกสถานการณ์ได้อย่างมั่นคง การตอบสนองเร็วขนาดนี้เหนือกว่าคนทั่วไปจริง ๆ!
"โอเค งั้นเราไปดูเวิร์กช็อปถัดไปกันเถอะ"
ผู้อำนวยการอี้ยิ่งชอบเฉินลู่หยางมากขึ้น
แม้ว่าหนุ่ม ๆ ของคณะกรรมการเศรษฐกิจจังหวัดจะเก่ง แต่พอเทียบกับเฉินลู่หยางแล้ว ยังรู้สึกว่าขาดอะไรบางอย่าง
ถ้าหน่วยงานตัวเองมีคนหนุ่มแบบนี้สักสองสามคนก็คงดี
แต่ในสายตาของผู้นำจริง ๆ ความชื่นชมจากคนนอกกลับกลายเป็นความโกรธ
หวังชิงโจวหน้าบึ้ง โยนหนังสือกลับไปให้เฉินลู่หยาง ใบหน้าเขียนชัดว่า "ไว้ฉันจะจัดการแกทีหลัง"
เฉินลู่หยางจำต้องรับหนังสือมา ยัดไพ่กลับเข้าไป แล้วค่อย ๆ ส่งแขกสำคัญออกไปด้วยความระมัดระวัง
เช้าวันถัดมา เสียงตามสายของโรงงานก็ประกาศเรียกประชุมหัวหน้าเวิร์กช็อปและหัวหน้าแผนกทั้งหมด
เฉินลู่หยางเริ่มรู้สึกไม่ค่อยดี
งานนี้จะมุ่งเป้ามาที่เขาหรือเปล่านะ? ...
ในโรงงานเครื่องจักรไม่มีความลับ~ ในยุคที่ไม่มีโทรศัพท์มือถือ ไม่มีอินเทอร์เน็ต
การบอกต่อปากต่อปากมีข้อดีคือ เรียบง่าย ฉับไว รุนแรง มีประสิทธิภาพ ถ่ายทอดอารมณ์ได้ถึงใจ ถ่ายทอดจากบ้านนี้ไปบ้านนั้น จากบ้านนั้นไปอีกบ้านหนึ่ง
"ได้ยินรึยัง? เมื่อวานผู้อำนวยการคณะกรรมการเศรษฐกิจจังหวัดมาตรวจงาน แล้วจับได้หัวหน้าเวิร์กช็อปคนนึงกำลังเล่นไพ่อยู่กับคนงาน!"
เฉินลู่หยางเพิ่งเดินเข้าหอประชุมเล็ก ก็ได้ยินสองคนข้าง ๆ กำลังกระซิบกันอยู่
"ได้ยินแล้ว! ฉันยังได้ยินว่า ตอนผู้นำเข้ามา หัวหน้าเวิร์กช็อปคนนั้นกำลังแพ้อยู่เลย มุดลงใต้โต๊ะ พอเงยหน้าขึ้นมาก็เจอผู้อำนวยการโรงงานกับผู้อำนวยการคณะกรรมการเศรษฐกิจยืนอยู่ตรงหน้า หวังชิงโจวแทบหัวใจวาย! ฮ่าๆๆๆ!"
"ไม่ใช่นะ ฉันได้ยินว่าเขาเอากระดาษแปะหน้า เต็มไปหมดเลยนะ!"
"เธอได้ยินว่าแปะกระดาษ? ฉันได้ยินว่าเล่นตั๋วแลกของนะ!"
อีกคนหันมาเข้าวงสนทนา: "ฉันได้ยินว่า บนโต๊ะมีตั๋วยาสูบ เหล้า น้ำตาล วางเต็มไปหมด เล่นกันใหญ่!"
พอฟังถึงตรงนี้ ทุกคนก็ตกใจ
"เล่นตั๋วแลกของ? ใครในโรงงานกล้าเล่นถึงขนาดนี้วะ!"
คนหนึ่งหันมาทางเฉินลู่หยาง: "หัวหน้าเฉิน นายมีข่าวอะไรมั้ย?"
พ่อของเฉินลู่หยางคือเฉินต้าจื้อ พี่เขยก็เป็นหัวหน้าแผนกป้องกัน ข้อมูลข่าวสารต้องแน่นกว่าใครแน่
ตัวจริงเสียงจริงตอบตามตรง: "ฉันได้ยินมาว่าไม่ได้เล่นไพ่ แค่ใช้ไพ่คั่นหนังสือแล้วมันหล่นออกมาเฉย ๆ"
"เลิกโม้เถอะ! หัวหน้าเฉิน ข่าวนายไม่แม่นเลย!"
"ใครจะใช้ไพ่คั่นหนังสือกันล่ะ? หลอกเด็กยังไม่เชื่อเลย!"
"ใช่! ถ้าเป็นแค่คั่นหนังสือจริง หัวหน้าหวังจะโมโหจนแทบหัวใจวายรึไง?"
เฉินลู่หยางแทบร้องไห้: ...ฉันพูดจริงนะ
แต่ก็ไม่มีใครสนใจความรู้สึกของเจ้าตัวจริง ๆ เลย
เมื่อเทียบกับเรื่อง "ไพ่คั่นหนังสือ" ที่ดูธรรมดาแล้ว ทุกคนกลับอยากจะเชื่อว่า หัวหน้าเวิร์กช็อปคนหนึ่งกำลังเล่นพนันโดยใช้ตั๋วยาสูบ เหล้า และน้ำตาล แถมยังแปะกระดาษเต็มหน้า มุดเข้าใต้โต๊ะแล้วถูกหวังชิงโจวจับได้คาหนังคาเขา
ถ้าเฉินลู่หยางไม่รีบพูดขัดจังหวะไปก่อน
ประโยคถัดมาก็คงจะเป็นว่า หัวหน้าเวิร์กช็อปคนนั้นโดนกระดาษแปะหน้าจนมองไม่เห็นทาง มุดโต๊ะผิดทิศเลยมุดออกมาจากหว่างขาของหวังชิงโจวเข้าให้
เฉินลู่หยางรู้สึกเหนื่อยล้าโดยไร้สาเหตุ
สมแล้ว... พอผู้ชายเริ่มนินทา ไม่มีที่ยืนให้ผู้หญิงจริง ๆ
เฉินลู่หยางไม่อยากฟังเรื่อง "หัวหน้าเวิร์กช็อปแปะกระดาษ" อีกต่อไปแล้ว เขานั่งเงียบ ๆ อยู่หลังประตู รักษามุมลับแถวสุดท้ายของตัวเองไว้เงียบ ๆ
เสียงซุบซิบทั่วโรงงานยังคงดังต่อเนื่อง จนกระทั่งผู้บริหารขึ้นไปนั่งที่โต๊ะประธานจึงค่อยหยุดลง
"วันนี้เรามีประชุมเพื่อแจ้งผลการตรวจสอบความปลอดภัยในการผลิตของคณะกรรมการเศรษฐกิจจังหวัดเมื่อวานนี้"
หวังชิงโจวไม่อ้อมค้อม ขึ้นมาก็พูดเข้าประเด็นทันที
"เมื่อวานคณะกรรมการเศรษฐกิจจังหวัดสุ่มตรวจไป 4 เวิร์กช็อป กับ 4 แผนกภาพรวม สรุปว่าโดยรวมดีมาก ผู้นำของคณะกรรมการเศรษฐกิจให้คำชื่นชมอย่างสูงต่อความปลอดภัยในการผลิตของเรา"
"แต่!"
ทันทีที่หวังชิงโจวหยุดพูด ทั้งหอประชุมเล็กก็จ้องไปยังโต๊ะประธานพร้อมกัน
ไฮไลต์มาแล้ว!!!
หวังชิงโจวกำลังจะพูดถึงเรื่องหัวหน้าเวิร์กช็อปแปะกระดาษ เล่นตั๋วมุดโต๊ะแล้วมุดออกมาจากหว่างขาของผู้อำนวยการ!
"ระหว่างตรวจสอบเวิร์กช็อปแห่งหนึ่ง คณะตรวจสอบพบไพ่หนึ่งสำรับในหนังสือของหัวหน้าเวิร์กช็อปคนนั้น!"
ทุกคน: ??? ทำไมมันไม่ตรงกับข่าวที่ตัวเองได้ยินเลยล่ะ!!
หวังชิงโจวหน้าตึงพูดต่อ: "ที่น่าขำที่สุดคืออะไรรู้มั้ย? หัวหน้าเวิร์กช็อปคนนี้โดนจับคาหนังคาเขายังกล้าหน้าด้านบอกว่าใช้ไพ่เป็นที่คั่นหนังสือ หวังจะกลบเกลื่อนเรื่องไป"
"โชคดีที่ผู้นำจากคณะกรรมการเศรษฐกิจไม่เอาเรื่อง ไม่งั้นตอนนี้เราคงถูกประกาศตำหนิไปทั่วทั้งจังหวัดแล้ว!"
ทั้งหอประชุมเงียบกริบ
"โรงงานเราย้ำอยู่ตลอดว่า ต้องรักษาระเบียบวินัย ห้ามเล่นไพ่ในเวลางานเด็ดขาด!"
"ดูท่าจะปล่อยไว้ไม่ได้แล้ว!"
"สหภาพแรงงาน สำนักงาน และแผนกป้องกัน ให้พวกคุณร่างแผนการ ตรวจสอบระเบียบวินัยในการทำงานและการผลิตของทั้งโรงงานอย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง!"
"ถ้าเจอใครฝ่าฝืนระเบียบการทำงาน—"
"ฉันไม่สนว่าพ่อคุณเป็นใคร แม่คุณเป็นใคร บรรพบุรุษคุณเป็นใคร! เจอจับหมด!"
เฉินลู่หยางฟังแล้วใจสั่นไม่หยุด~
ขอบคุณหัวหน้าหวังที่ยังเมตตา ไม่พูดต่ออีกว่า “แล้วพี่เขยคุณเป็นใคร”
เพราะถ้าเติมประโยคนั้นเข้าไป มันก็เท่ากับระบุชื่อเขาชัด ๆ
แม้หวังชิงโจวจะไม่เอ่ยชื่อ แต่เวิร์กช็อปที่ถูกตรวจสอบมีแค่ไม่กี่แห่ง
ทุกคนใช้วิธีตัดตัวเลือกออกทีละแห่ง ก็สามารถระบุได้ไม่ยากว่าเป้าหมายคนนั้นคือ เฉินลู่หยาง ซึ่งเป็นหัวหน้าเวิร์กช็อปอายุน้อยที่สุด
แม้ทุกคนจะเกรงใจ ไม่กล้าถามเขาตรง ๆ
แต่ซ่งเหลียวซากลับมาโวยวายด้วยความเคืองจัด: "พี่เฉิน นายเอาไพ่ไปซ่อนไหนไม่ซ่อน ดันซ่อนไว้ในหนังสือ!"
"ดูสิ ทีนี้เดือดร้อนพวกพี่ ๆ ไม่มีใครกล้าเล่นไพ่เลย งานนี้แม่งโคตรน่าเบื่อ!"
ช่วงปลายปี ปกติก็มีแต่เวิร์กช็อปที่ยังยุ่ง ส่วนแผนกรวมก็ว่างจนแทบบ้า
พอมีภารกิจตรวจสอบเข้ามา สำนักงาน แผนกป้องกัน และสหภาพแรงงานก็เหมือนได้ฉลองปีใหม่กันเลย เดินตรวจทุกเวิร์กช็อป ทุกสำนักงาน
ถึงขนาดอยากจะเข้าไปตรวจห้องพักของลุงยามหน้าประตูโรงงานวันละรอบด้วยซ้ำ
แม้ซ่งเหลียวซาจะกล้าขนาดไหน ก็ไม่กล้า “ทำผิดโจ่งแจ้ง” ในช่วงนี้ ทำได้แค่ตาจ้องตากับฟู่ตงหูในแผนกจัดซื้อทุกวัน น่าเบื่อสุด ๆ
เฉินลู่หยางทำหน้าตายปฏิเสธ: "ไม่ใช่ฉัน อย่ามั่ว!"