- หน้าแรก
- ย้อนอดีตโรงงานเครื่องจักรยุค80
- บทที่ 150 เรื่องวุ่นของเลขานุการผู้อำนวยการโรงงาน
บทที่ 150 เรื่องวุ่นของเลขานุการผู้อำนวยการโรงงาน
บทที่ 150 เรื่องวุ่นของเลขานุการผู้อำนวยการโรงงาน
บทที่ 150 เรื่องวุ่นของเลขานุการผู้อำนวยการโรงงาน
เอกสารการเสนอชื่อเพื่อเข้ารับรางวัลหน่วยงานดีเด่นระดับประเทศในครั้งนี้ เดิมทีถูกมอบหมายให้หลานชายของรองผู้อำนวยการหลิวเป็นผู้จัดทำ
ทั้งที่เป็นเรื่องที่สามารถสร้างผลงานให้เห็นเด่นชัดต่อหน้าผู้อำนวยการโรงงานได้อย่างดี แต่ไม่มีใครรู้ว่าเจ้าเด็กใหม่ที่เพิ่งเข้าทำงานคนนี้ไปล่วงเกินนิวหย่งเข้าอย่างไร เอกสารที่ส่งเข้ามาจึงถูกตีกลับโดยทันที
ด้วยเหตุนี้เอง
งานนี้จึงมาตกอยู่ในมือของเฉินลู่หยาง
ผู้อำนวยการหนิวเอ่ยพร้อมรอยยิ้มว่า "อย่ามาถามฉันเลย งานของเธอจัดการถึงไหนแล้ว? ผลการจัดสรรตำแหน่งออกมาหรือยัง?"
หม่า จวิ้นตอบว่า "น่าจะได้ไปอยู่กรมอุตสาหกรรมและการพาณิชย์ แต่คำสั่งโยกยายยังไม่ออกอย่างเป็นทางการ ยังพูดอะไรมากไม่ได้"
ผู้อำนวยการหนิวปลอบว่า "คาดว่าภายในสองสามวันนี้ก็น่าจะได้คำสั่งโยกย้ายออกมาแล้ว เธอลองสังเกตความเคลื่อนไหวทางฝ่ายบุคคลให้ดี ๆ"
"ช่วงนี้เคลียร์งานในมือให้เรียบร้อย พอถึงเวลาก็จะได้ส่งต่องานได้อย่างราบรื่น"
พอพูดถึงเรื่องส่งต่องาน หม่า จวิ้นก็หน้าเบ้
"จะให้ส่งมอบยังไงล่ะ! ตอนนี้โรงงานยังไม่ได้แต่งตั้งเลขานุการผู้อำนวยการคนใหม่เลย"
"ก่อนหน้านี้ผมเสนอชื่อคนไปให้ผู้อำนวยการพิจารณาหลายคนแล้ว แต่ท่านก็ยังไม่แสดงความเห็น"
"ไม่มีใครมารับช่วงต่อ ผมก็ยังไปประจำตำแหน่งใหม่ไม่ได้"
ผู้อำนวยการหนิวพูดด้วยสีหน้าจริงจังว่า "ตำแหน่งนี้ ต้องทั้งเฉลียวฉลาดและรู้จักทำงาน คนที่เหมาะสมจริง ๆ หายาก"
"ไม่ต้องห่วงหรอก วันที่คำสั่งโยกยายออกอย่างเป็นทางการ โรงงานจะจัดส่งเธอไปหน่วยงานใหม่อย่างสมเกียรติแน่นอน จะไม่มีใครทำให้เธอต้องลำบากใจหรอก"
ข่าวเรื่องเลขานุการของผู้อำนวยการโรงงานกำลังจะย้ายตำแหน่ง แพร่กระจายไปทั่วโรงงานอย่างเงียบงันและรวดเร็ว
ไม่นานนัก
บรรดาข้าราชการจากฝ่ายต่าง ๆ อย่างสหภาพแรงงาน สำนักงาน ฝ่ายประชาสัมพันธ์ คณะกรรมการเยาวชน ฝ่ายบุคคล ฝ่ายธุรการ ฯลฯ ก็เริ่มเคลื่อนไหวกันอย่างกระตือรือร้น ต่างคนต่างก็อยากคว้าโอกาสนี้ไว้
"ก๊อก ก๊อก ก๊อก!"
"เข้ามาได้"
หวังชิงโจวก้มหน้าดูเป้าหมายการทำงานของโรงงานในไตรมาสสี่อยู่
แม้ว่าโรงงานจะต้องปฏิรูป แต่ภารกิจหลักก็ยังคงต้องเดินหน้าต่อไป
ในแต่ละปีก็ยังต้องทำงานให้บรรลุตามเป้าหมายที่วางไว้ตั้งแต่ต้นปีให้ได้ หรือแม้แต่เกินเป้าด้วยซ้ำไป
"ท่านผู้อำนวยการ เอกสารเสนอชื่อโรงงานเข้ารับรางวัลหน่วยงานดีเด่นระดับประเทศจากฝ่ายผลิตเรียบร้อยแล้ว ขอให้ท่านช่วยตรวจดูครับ"
เฉินลู่หยางถือเอกสารเข้ามาในห้องทำงานด้วยท่าทางสง่างาม
พอเห็นว่าเป็นเฉินลู่หยาง หวังชิงโจวก็ยิ้มออกมาทันที แล้วเรียกด้วยน้ำเสียงเป็นกันเองว่า:
"มานั่งก่อน เสี่ยวเฉิน"
หวังชิงโจวใส่แว่น แล้วรับเอกสารไปอ่าน
เฉินลู่หยางนั่งอยู่ข้าง ๆ คอยสังเกตสีหน้าของหวังชิงโจวอย่างตั้งใจ
หลังได้รับคำแนะนำจากผู้อำนวยการหนิว
เฉินลู่หยางกลับไปปรับแก้เอกสารอย่างรอบคอบ แก้แล้วแก้อีก! จนกระทั่งพร้อมจึงนำมายื่นให้ผู้อำนวยการหวังตรวจดู
ตอนแรก สีหน้าของผู้อำนวยการหวังยังคงปกติดี
แต่พออ่านถึงหัวข้อใหญ่ข้อแรก หวังชิงโจวก็ขมวดคิ้ว ก่อนจะเอนหลังพิงเก้าอี้แล้วยกเอกสารขึ้นมาอ่านอย่างจริงจัง
อ่านเอกสารห้าหน้าจบ หวังชิงโจวก็เซ็นชื่ออย่างไม่รีรอ พร้อมกล่าวว่า:
"ดี! เขียนได้ไม่เลว!"
"ส่งต่อให้สำนักงานเลย"
เฉินลู่หยางดีใจ "ครับ ท่านผู้อำนวยการ"
พอพูดจบ
เฉินลู่หยางเพิ่งจะลุกขึ้นจากที่นั่ง ก็ได้ยินหวังชิงโจวเอ่ยว่า: "เสี่ยวเฉิน อีกสักพักตอนบ่ายสาม ฉันต้องไปประชุมที่จังหวัด ฝากเธอขับรถพาฉันไปด้วยนะ"
เฉินลู่หยางไม่ได้สงสัยอะไร รีบรับคำในทันที
นับตั้งแต่รถยนต์ของโรงงานได้รับคำสั่งซื้อและมีสายการผลิตแล้ว หวังชิงโจวก็ขับรถยนต์ไปประชุมที่เมืองหรือจังหวัดทุกครั้ง
หนึ่ง ก็เพื่อแสดงถึงศักยภาพอันแข็งแกร่งของโรงงานเครื่องกล
อีกอย่าง ก็เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์รถยนต์ของโรงงานตัวเองให้เป็นที่รู้จักด้วย หากให้หน่วยงานอื่นเห็นของจริง ก็จะได้พากันซื้อ
ดังนั้น เฉินลู่หยางที่เป็นคนขับรถให้ผู้อำนวยการโรงงาน จึงทำงานนี้ได้อย่างคล่องแคล่วไม่ติดขัด
บ่ายสามโมง
ขณะที่เฉินลู่หยางขับรถยนต์พาผู้อำนวยการหวังออกจากโรงงาน
ภายในอาคารสำนักงานรวมของโรงงาน สายตาหลายคู่ก็จับจ้องมาที่รถคันนั้นพร้อมกัน
รุ่งเช้าในวันถัดมา เฉินลู่หยางที่กลายเป็นจุดสนใจของคนทั้งโรงงาน เดินเข้ามาในโรงงานอย่างกระปรี้กระเปร่า
เมื่อคืนเขาส่งผู้อำนวยการหวังกลับถึงบ้าน เวลาก็ล่วงเลยไปจนเกือบสองทุ่ม
พอออกจากประตูโรงงานมาได้ไม่นาน
เสี่ยวหวัง ฝ่ายกิจการของพรรคประจำโรงงานก็มาขี่จักรยานเรียกเขาไว้ บอกให้เขายื่นรายงานแนวคิดประจำไตรมาส
ดังนั้น เช้าตรู่วันนี้
เฉินลู่หยางจึงมาที่แผนกรวม คิดว่าจะอาศัยช่วงเช้าที่แผนกรวมยังเงียบสงบ เขียนรายงานแนวคิดให้เสร็จ
แต่ใครจะรู้ว่าเมื่อมาถึงแผนกรวม
เฉา ชิงหังนั่งอยู่ในแผนกรวมอันว่างเปล่า เบื้องหน้าวางสมุดโน้ตไว้หนึ่งเล่ม จ้องกระดานดำด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
กลางกระดานดำ มีเส้นตั้งขีดด้วยชอล์กแบ่งครึ่งกระดาน
ฝั่งซ้ายของเส้น เขียนว่า "โช้คอัพไฮดรอลิก"
ฝั่งขวาของเส้น เขียนว่า "โช้คอัพยางกันสั่นสะเทือน"
ช่วงที่ผ่านมา คนในแผนกรวมแบ่งออกเป็นสองฝ่ายอย่างชัดเจนเรื่องการพัฒนาโช้คอัพ
ด้วยข้อจำกัดด้านระดับเทคโนโลยีและความสามารถในการผลิตในอุตสาหกรรม ณ ตอนนี้ รถยนต์ของโรงงานใช้โช้คอัพสปริง
แม้ว่าโช้คอัพสปริงจะมีปริมาณการบีบอัดแบบสถิตสูง ความถี่ธรรมชาติต่ำ ทนน้ำมันและน้ำ ไม่เสื่อมสมรรถนะตามการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ไม่เสื่อมสภาพ ไม่เกิดการคืบ
แต่เนื่องจากแรงต้านของโช้คอัพชนิดนี้ค่อนข้างต่ำ หากเกิดแรงสั่นพ้องอาจทำให้อัตราการส่งผ่านแรงสูง เพิ่มเสียงรบกวนของรถยนต์ขณะขับขี่ และกระทบต่อความสบาย
ในขณะเดียวกัน หากโช้คอัพสปริงยาวเกินไป จะเพิ่มแรงเฉื่อยระหว่างล้อรถกับตัวถังรถ ทำให้เสถียรภาพในการบังคับเลี้ยวและเบรกของรถลดลง อาจทำให้การเข้าโค้งเป็นไปได้ยากหรือไม่มั่นคง
ด้วยเหตุนี้ ทุกคนจึงเห็นว่าควรปรับปรุงหรือเปลี่ยนโช้คอัพสปริง
แต่จะเปลี่ยนเป็นอะไร เปลี่ยนอย่างไร กลับกลายเป็นปัญหาขึ้นมา
เฉินลู่หยางที่อยู่ในแผนกรวมมานาน อีกทั้งมีอวี๋ฮุ่ยชวนคอยสอนอยู่ข้าง ๆ
แม้ก่อนหน้านี้เขาจะไม่มีพื้นฐานด้านฟิสิกส์และวัสดุเลย ตอนนี้ก็เรียกได้ว่าเริ่มมีความรู้ขึ้นมาบ้างแล้ว
เฉา ชิงหังถามว่า: "เสี่ยวเฉิน นายคิดว่าโช้คอัพสองตัวนี้ ตัวไหนดีกว่ากัน?"
เฉินลู่หยางตอบตามตรง: "ถ้าถามผม ตัวที่ดีกว่าก็ต้องเป็นโช้คอัพไฮดรอลิก"
"แต่ถ้าเรื่องการผลิต โช้คอัพยางกันสั่นสะเทือนน่าจะผลิตง่ายกว่า"
อันหนึ่ง อาศัยแค่วัสดุก็แก้ปัญหาได้
อีกอัน ต้องอาศัยการออกแบบคำนวณ ความแม่นยำในการผลิต การประกอบ การปรับแต่ง และการทดสอบสมรรถนะหลายขั้นตอนถึงจะได้ผล
ว่าอะไรดีกว่าอะไรแย่กว่า คนที่ดูเป็นก็เห็นได้ทันที
เฉา ชิงหังเหลือบตามองเขา: "พูดมาหมดแล้ว งั้นถ้าให้เลือก นายจะเลือกอะไร?"
เฉินลู่หยางตอบโดยไม่ลังเล: "ผมเลือกโช้คอัพยางกันสั่นสะเทือนครับ"
เฉา ชิงหัง: "เหตุผลล่ะ?"
เฉินลู่หยาง: "ผมว่าเรื่องแบบนี้ต้องค่อย ๆ ทำ กินข้าวยังต้องกินทีละคำ จะรีบจนสำลักเอาได้"
"รถต่างประเทศมาใช้บนถนนบ้านเรา มีอะไรต้องปรับปรุงอีกเยอะ"
"ตอนนี้รถยนต์ของโรงงานเพิ่งเริ่มต้น เทคโนโลยีและกระบวนการในมือเราก็ยังมีจำกัด สายการผลิตเพิ่งจัดตั้งขึ้นแค่สองสายเอง"
"ตอนนี้สิ่งที่ควรทำมากที่สุด ควรเป็นการค่อย ๆ พัฒนาอย่างมั่นคง"
เมื่อเห็นสายตาครุ่นคิดของเฉา ชิงหัง เฉินลู่หยางจึงพูดต่อ
"ยางขึ้นรูปได้ง่าย จึงสามารถเข้ากันได้ดีกับโลหะ ติดแน่น ทนทาน และยังทนน้ำมันกับน้ำ ไม่เสื่อมตามการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ไม่เสื่อมสภาพหรือเกิดการคืบ จึงยังคงรักษาสมรรถนะได้ดีในทุกสภาพแวดล้อม แม้แต่ในฤดูหนาวของเราก็ยังใช้งานได้ปกติ"
เด็ก ๆ สุขสันต์วันเทศกาลนะ
ขอให้ทุกคนมีความสุขในเทศกาลกลางฤดูใบไม้ร่วงนะจ๊ะ