- หน้าแรก
- ทะยานสวรรค์ราชันย์อสูร
- บทที่ 702 ศึกชิงมรรคสวรรค์
บทที่ 702 ศึกชิงมรรคสวรรค์
บทที่ 702 ศึกชิงมรรคสวรรค์
บทที่ 702 ศึกชิงมรรคสวรรค์
หลินจิ้งไม่รู้ว่าร่างแยกได้ทุ่มเทความพยายามไปมากน้อยเพียงใด แต่ระฆังมหาเต๋าที่ตกมาถึงมือเขานั้น ได้รับการซ่อมแซมมาระดับหนึ่งแล้ว
แม้ระฆังมหาเต๋าที่ได้รับการซ่อมแซมอาจยังไม่กลับคืนสู่จุดสูงสุด แต่ก็ทรงอานุภาพกว่าระฆังที่ชำรุดในตอนแรกอย่างเทียบไม่ติด
ในที่สุดก็สมกับเป็นสมบัติล้ำค่าแห่งสวรรค์ ตอนนี้หลินจิ้งมีโอกาสที่จะบุกทะลวงรังของจอมมารได้แล้ว
ต่อให้จอมมารเคยแข็งแกร่งเพียงใด แต่ในแดนเบื้องล่างนี้ เขาก็เป็นเพียงตัวตนที่อยู่ต่ำกว่าระดับเซียนแท้!
ยิ่งไปกว่านั้น การจุติหลายต่อหลายครั้งของจอมมารที่ถูกหลินจิ้งขัดขวาง ทำให้ร่างจุติของเขามีตบะสูงสุดไม่ถึงระดับฮว่าเสินด้วยซ้ำ อย่าว่าแต่ระดับเวินเต้าเลย
เมื่อเปรียบเทียบกัน การสั่งสมบารมีในแดนเบื้องล่างอย่างยาวนานของหลินจิ้ง ทำให้เขาสามารถระเบิดพลังการต่อสู้มหาศาลออกมาได้แม้จะยังไม่ถึงระดับเซียน... เป็นพลังที่สามารถสังหารเซียนข้ามระดับได้
ไม่ว่าจะคิดอย่างไร ความได้เปรียบก็ตกอยู่ฝ่ายเขา
เหตุผลที่จอมมารกล้าจุติลงมายังแดนเบื้องล่าง ก็เพราะคิดว่าต่อให้หลินจิ้งจะขัดขวางเขาได้ครั้งแล้วครั้งเล่าจนนับไม่ถ้วน แต่ก็ไม่อาจทำลายรากฐานของเขาที่มีสมบัติล้ำค่าแห่งสวรรค์คุ้มครองได้ ท้ายที่สุดแล้ว ขอเพียงเขาทำสำเร็จเพียงครั้งเดียว ผู้ที่จะต้องตายอย่างไม่มีที่ฝังศพย่อมเป็นหลินจิ้ง
เขาสามารถล้มเหลวได้นับครั้งไม่ถ้วน แต่หากหลินจิ้งพลาดพลั้งเพียงครั้งเดียว ทุกอย่างก็จะจบสิ้น
"น่าเสียดาย จอมมารคงไม่เคยคาดคิดว่าศัตรูก็จะมีสมบัติล้ำค่าแห่งสวรรค์เช่นกัน"
อย่างไรก็ตาม โอกาสที่จะเกิดเรื่องเช่นนี้ ต่ำกว่าโอกาสที่เขาจะทะลวงสู่ระดับจ้าวแห่งมรรคเสียอีก หากต้องนำความเป็นไปได้อันน้อยนิดนี้มาคิดคำนวณ ก็คงไม่ต้องทำอะไรกินกันพอดี เพราะขนาดเก็บตัวบำเพ็ญเพียรอยู่ในถ้ำสวรรค์ ก็อาจจะซวยโดนจักรวาลระเบิดตายได้
แต่ทว่าตอนนี้ ความเป็นไปได้อันน้อยนิดนั้น ได้เกิดขึ้นจริงแล้ว
มรดกของนักพรตไร้นาม สมบัติล้ำค่าแห่งสวรรค์ที่ชำรุด บวกกับเศษเสี้ยวทักษะกฎเกณฑ์มรรคสวรรค์แห่งกาลเวลาของโลกมนุษย์ ทำให้ระฆังมหาเต๋าใบนี้ กลับคืนสู่อานุภาพที่สมฐานะสมบัติล้ำค่าแห่งสวรรค์อีกครั้ง
หลินจิ้งนำร่างของม่อหวันทึ่ถูกผนึกออกมา เริ่มย้อนรอยหาต้นตอ...
ตามทฤษฎีแล้ว ด้วยตบะระดับเวินเต้าของหลินจิ้ง ต่อให้เขาจะฝึกฝนจนถึงขีดสุดในทุกระดับชั้นจนหาผู้ใดเปรียบมิได้ แต่ก็ไม่มีทางที่จะควบคุมสมบัติล้ำค่าแห่งสวรรค์ได้อย่างแน่นอน ทว่าร่างแยกได้เตรียมการไว้แล้ว
บนสมบัติล้ำค่าแห่งสวรรค์ มีตราประทับพลังเวทของร่างแยก พลังแห่งมรรคสวรรค์ที่เชื่อมโยงกับเศษเสี้ยวทักษะกฎเกณฑ์อย่างแนบแน่นนี้ มีเพียงร่างต้นเท่านั้นที่สามารถใช้ได้ เปรียบเสมือนว่าตอนนี้หลินจิ้งถืออาวุธที่มีพลังงานจำกัด หากพลังงานหมด เขาก็จะไม่สามารถใช้ระฆังมหาเต๋าใบนี้ได้อีก แต่ถึงอย่างนั้น ก็เพียงพอแล้ว เพราะสถานการณ์ของจอมมาร ก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันนัก
ตึง!!
วันเวลาและกาลเวลาย้อนกลับไปต่อหน้าต่อตาหลินจิ้ง เขาย้อนรอยตามร่องรอยของกาลเวลา ไม่นานก็ตามไปถึงสถานที่ถือกำเนิดแรกสุดของม่อหวัน ซึ่งก็คือ... มิติของสมบัติล้ำค่าแห่งสวรรค์!
"ที่แท้ก็ซ่อนตัวอยู่ที่นี่เอง" หลินจิ้งก้าวเท้าออกไปในห้วงดารา ทิ้งดวงดาวนับไม่ถ้วนไว้เบื้องหลัง ไม่นาน เขาก็ใช้พลังของระฆังมหาเต๋าชนกระแทกมิติแห่งมรรคสวรรค์อันลึกลับแห่งหนึ่งอย่างรุนแรง
ตูม!!!
กาลเวลาและมิติแตกสลายลงภายใต้เสียงระฆัง ณ ดินแดนที่มืดมิดดุจหุบเหวมารแห่งนี้ ทันทีที่หลินจิ้งบุกรุกเข้ามา จิตมารที่หลับใหลอยู่ ณ ที่แห่งนั้นก็ตื่นขึ้นทันที
"หลินจิ้ง!!!!" จอมมารคำรามลั่น
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่หลินจิ้งพบกับจอมมาร เพียงแต่ครั้งก่อนๆ จอมมารจะเป็นฝ่ายเข้ามาทักทายและพยายามชักชวนให้เขายอมจำนน
แต่ครั้งนี้ หลินจิ้งเป็นฝ่ายบุกเข้ามาเอง เมื่อจอมมารเห็นหลินจิ้ง อารมณ์ความรู้สึกก็แปรปรวนอย่างรุนแรงแบบที่หลินจิ้งไม่เคยเห็นมาก่อน
"ข้าบอกแล้ว ว่าข้าจะหาเจ้าให้เจอ แล้วกำจัดเจ้าซะ" หลินจิ้งถือระฆังมหาเต๋า เปิดฉากโจมตีทันที
"สมบัติล้ำค่าแห่งสวรรค์... พวกนั้นไม่มีทางมอบสมบัติล้ำค่าแห่งสวรรค์ให้เจ้าได้แน่"
หากเหล่าจักรพรรดิเซียนมีปัญญาหาสมบัติล้ำค่าแห่งสวรรค์มาได้ ก็คงไม่ต้องพึ่งพาหลินจิ้งมาต่อกรกับเขาหรอก แสดงว่า สมบัติล้ำค่าแห่งสวรรค์ชิ้นนี้ หลินจิ้งหามาได้ด้วยตัวเอง
จอมมารรู้สึกเหลือเชื่อ เดิมทีเขาคิดว่าหลินจิ้งเป็นเพียงหุ่นเชิดที่เหล่าจักรพรรดิเซียนร่วมมือกันปั้นขึ้นมาเพื่อครองความเป็นใหญ่ในแดนเบื้องล่าง มีหน้าที่แค่เฝ้าพิทักษ์แดนเบื้องล่างไปตลอดชีวิต
แต่ตอนนี้จอมมารเพิ่งตระหนักได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ เจ้านี่... บางทีตั้งแต่แรกเริ่ม เจ้านี่อาจเป็นบุตรแห่งโชคชะตาที่มรรคสวรรค์ให้กำเนิดขึ้นมาเพื่อขัดขวางเขาก็เป็นได้
ตึง!!!
หลินจิ้งกระตุ้นระฆังมหาเต๋า มิติที่จอมมารอาศัยอยู่เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับฟ้าถล่มดินทลาย สมกับที่เป็นสมบัติล้ำค่าแห่งสวรรค์ด้วยกัน ระฆังมหาเต๋าสามารถสร้างความเสียหายให้กับสมบัติล้ำค่าแห่งสวรรค์ของจอมมารได้จริงๆ!
"บัดซบ เจ้ากล้าดีอย่างไร!!"
จอมมารเปลี่ยนความคิดเป็นมาร ควบคุมไข่มุกดำมรรคสวรรค์เข้าต้านทาน ชั่วพริบตานั้น ทั่วทั้งจักรวาลและแดนเซียนต่างสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนอันรุนแรง
ณ ทวีปผานกู่
กู้เชียนชิวยืนอยู่ใต้ต้นไม้ มองดูรอยแยกมิติสีดำที่ปรากฏขึ้นบ่อยครั้งบนท้องฟ้าเหนือทวีปด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
ณ แดนเซียนบรรพกาล
ร่างที่สามซึ่งยึดสุสานจักรพรรดิสวรรค์เป็นถ้ำสวรรค์และกำลังบำเพ็ญเพียรอย่างหนัก สัมผัสได้ถึงปรากฏการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นทั่วโลกมนุษย์ จึงได้แต่สวดภาวนาเงียบๆ
ณ แดนเซียน
การปะทะกันอย่างรุนแรงนี้ ส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อแดนเซียนที่สมบูรณ์ ผู้ฝึกตนระดับต่ำอาจยังไม่รู้ตัว คิดเพียงว่ามียอดฝีมือต่อสู้กัน แต่ผู้ที่บรรลุถึงระดับราชันย์เซียนขึ้นไป ต่างเร่งประสาทสัมผัสเซียนของตนจนถึงขีดสุด และแสดงสีหน้าเหลือเชื่อออกมา
"แรงกระแทกมหาศาลนัก ไม่ได้เกิดขึ้นในแดนเซียน ดูเหมือนจะ... ส่งมาจากแดนเบื้องล่าง!"
เหล่าจักรพรรดิเซียนต่างฟันธงได้ว่า คลื่นพลังนี้มีต้นกำเนิดมาจากแดนเบื้องล่าง พวกเขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกพิศวง แดนเบื้องล่างที่มีผู้ฝึกตนสูงสุดแค่ระดับเวินเต้า ไม่มีทางสร้างผลกระทบระดับนี้ได้แน่ ผู้ที่ทำได้... เกรงว่าจะมีเพียงจอมมารผู้ถือครองสมบัติล้ำค่าแห่งสวรรค์เท่านั้น
แต่ปัญหาคือ จอมมารกำลังทำอะไร ถึงต้องใช้พลังมหาศาลขนาดนี้
หรือว่า เขาเริ่มลงมือแย่งชิงเจตจำนงแห่งมรรคสวรรค์ของแดนเบื้องล่างแล้ว และนี่คือการดิ้นรนของเจตจำนงแห่งมรรคสวรรค์?
เหล่าจักรพรรดิเซียนไม่อาจล่วงรู้ได้ ทำได้เพียงพยายามเปิดช่องทางทะยานสวรรค์ ส่งจิตวิญญาณเซียนลงไปดูด้วยตาตนเองว่าเกิดอะไรขึ้น
"นี่มัน..."
แม้แต่จักรพรรดิเซียนเผ่าเทพต่างถิ่นที่ซ่อนตัวอยู่ในที่ลับตาคน ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวาดกลัวและสงสัย ไม่กลัวว่าจะเปิดเผยที่อยู่ให้จักรพรรดิเซียนคนอื่นรู้อีกต่อไป ยอมจ่ายค่าตอบแทนมหาศาล ส่งจิตวิญญาณเซียนฝ่าข้ามมิติลงไปดู
ภาพที่เห็น ทำให้เหล่าจักรพรรดิเซียนตกตะลึงจนพูดไม่ออก เพราะไม่ใช่สถานการณ์ที่จอมมารเริ่มแย่งชิงเจตจำนงแห่งมรรคสวรรค์อย่างที่คิด แต่เป็น...
มีผู้ฝึกตนอีกคน กำลังปะทะกับจอมมาร!!!
น่าเสียดายที่แรงสั่นสะเทือนอันรุนแรงทำให้ช่องทางทะยานสวรรค์ขาดความเสถียรอย่างรวดเร็ว เหล่าจักรพรรดิเซียนได้เห็นเพียงแวบเดียว จิตวิญญาณเซียนก็สลายไปอย่างรวดเร็ว
"นั่นคือ สมบัติล้ำค่าแห่งสวรรค์สองชิ้นกำลังปะทะกัน การชิงชัยของพลังแห่งมรรคสวรรค์"
การตรวจสอบเพียงชั่วครู่ ก็เพียงพอให้คาดเดาอะไรได้บางอย่าง จักรพรรดิเซียนเผ่าเทพต่างถิ่นรู้สึกขนลุกซู่ นี่เป็นครั้งแรกที่เจอเหตุการณ์เทพตีกันในแดนเบื้องล่าง จนสะเทือนมาถึงแดนเซียน
คนหนึ่งคือจอมมาร... แล้วอีกคนล่ะ...
"หลินจิ้ง ผู้สูงส่งแห่งแดนเบื้องล่างงั้นหรือ???" ดูเหมือนจะมีเพียงหลินจิ้งเท่านั้นที่รู้ว่าจอมมารอยู่ในแดนเบื้องล่าง และคอยต่อกรกับจอมมารมาโดยตลอด แต่ทว่า หลินจิ้งจะมีสมบัติล้ำค่าแห่งสวรรค์ได้อย่างไร ไม่ว่าจักรพรรดิเซียนคนไหนก็ไม่อาจเข้าใจได้ เรื่องนี้ หลินจิ้งไม่เคยเอ่ยปากบอกพวกเขาเลย