- หน้าแรก
- ทะยานสวรรค์ราชันย์อสูร
- บทที่ 697 ศิษย์พี่ศิษย์น้อง
บทที่ 697 ศิษย์พี่ศิษย์น้อง
บทที่ 697 ศิษย์พี่ศิษย์น้อง
บทที่ 697 ศิษย์พี่ศิษย์น้อง
แน่นอนว่าผู้นำตระกูลม่อก็สงสัยว่าจิตสังหารเมื่อครู่นี้ เป็นสิ่งที่ตนเผลอปล่อยออกมาหรือไม่
เพราะหลังจากนักพรตวั่งโยวจากไป เขาก็รู้สึกร้อนรนใจอยู่บ้าง
การมีกายาเซียนปรากฏขึ้นอีกคน เขาไม่ได้ดีใจเหมือนอย่างนักพรตวั่งโยว
หากกายาเซียนอีกคนมาแทนที่ตำแหน่งของหวันเอ๋อร์ในใจของนักพรตวั่งโยว แล้วม่อหวันจะไม่ถูกทอดทิ้งหรอกหรือ?
ดังนั้น เขาเองก็ตอบไม่ได้เต็มปากว่าในชั่วพริบตาเมื่อครู่นี้ ตนมีความคิดอยากให้อีกฝ่ายตายไปหรือไม่
แต่ผู้นำตระกูลม่อก็รู้ดีว่า นั่นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้
ยิ่งไปกว่านั้น จิตสังหารของเขา จะถูกเด็กน้อยระดับกลั่นลมปราณสัมผัสได้อย่างไร...
"ท่าน... ท่านพ่อเองหรือ"
ม่อหวันรู้สึกเวียนหัวตาลาย คิดว่าตนเองคงรู้สึกไปเอง
"เจ้านี่..."
ในขณะเดียวกัน จิตสำนึกของหลินจิ้งที่ลอยอยู่เหนือฟากฟ้า กลับรู้สึกปวดหัวขึ้นมาบ้างแล้ว
ม่อหวันผู้นี้ต้องเป็นจอมมารกลับชาติมาเกิดแน่ๆ ประสาทสัมผัสอันเฉียบแหลมนั่น แทบจะเทียบได้กับเซียนเลยทีเดียว
"จะฆ่าเจ้านี่ยังไงดี?"
แม้จะหาตัวจอมมารเจอแล้ว แต่หลินจิ้งก็ยังหนักใจ
เพราะลำพังแค่ "การสังหาร" ย่อม "ฆ่าไม่ตาย" อย่างแน่นอน
ดูจากสภาพของอีกฝ่าย เห็นได้ชัดว่าเคยกลับชาติมาเกิดล้มเหลวและตายมาแล้วหลายครั้ง แต่ตอนนี้ก็ยังกลับมาเกิดใหม่ได้อีก นั่นอธิบายปัญหาได้ชัดเจน
ในฐานะผู้ยิ่งใหญ่ที่กลับชาติมาเกิดและมีสมบัติล้ำค่าแห่งสวรรค์คุ้มครอง การตายไม่ใช่เรื่องใหญ่ เขายังคงไปเกิดใหม่ในที่อื่นได้เรื่อยๆ จนกว่าจะฟื้นคืนพลังสู่จุดสูงสุด
การที่จอมมารลงมายังแดนเบื้องล่างนั้นมีความเสี่ยงสูงมาก เขาคงไม่ยอมให้ตัวเองตายง่ายๆ หลังจากลงมาถึงแล้วแน่
"ไม่แน่ว่า ร่างนี้อาจเป็นเพียงเศษเสี้ยววิญญาณหนึ่งในล้านส่วนของจอมมาร การฆ่าแค่ร่างนี้ อาจแก้ปัญหาอะไรไม่ได้เลย"
"ถ้าข้าเป็นจอมมาร ข้าคงเอาชีวิตทั้งหมดไปผูกไว้กับสมบัติล้ำค่าแห่งสวรรค์ ผูกมัดตัวเองเข้ากับมันอย่างสมบูรณ์ ตราบใดที่สมบัติล้ำค่าแห่งสวรรค์ไม่ถูกทำลาย ตัวเองก็จะไม่มีวันสูญสลาย"
"มีเพียงวิธีนี้เท่านั้น ถึงจะรับประกันได้ว่าแผนการจุติลงแดนเบื้องล่างจะไม่มีวันผิดพลาด"
"ดังนั้นสิ่งที่ข้าต้องทำ ไม่ใช่การฆ่าม่อหวันตรงหน้านี้ทิ้งซะ แต่ต้องใช้เขาเป็นสื่อกลางเพื่อตามหาสมบัติล้ำค่าแห่งสวรรค์ของจอมมาร แล้วหาวิธีทำให้มันเปลี่ยนเจ้าของหรือทำลายทิ้ง ตัดขาดความเชื่อมโยงระหว่างจอมมารกับสมบัติล้ำค่าแห่งสวรรค์ มีเพียงวิธีนี้..."
"จึงจะถือว่าจัดการจอมมารได้อย่างเด็ดขาด"
เมื่อแน่ใจในจุดนี้ หลินจิ้งจึงไม่รีบร้อนลงมือสังหาร เพราะมันไร้ความหมาย หนำซ้ำอาจทำให้คลาดกับม่อหวันอีก จนต้องตามหาตัวกันใหม่อีกเป็นพันเป็นหมื่นปี หรืออาจจะไปกระตุ้นเตือนสมบัติล้ำค่าแห่งสวรรค์เข้า เพราะหลินจิ้งเองก็ไม่รู้ว่าสมบัติล้ำค่าแห่งสวรรค์ในมือจอมมารมีจิตวิญญาณศาสตราหรือไม่
"พวกเจ้า ยินดีให้เด็กคนนี้กราบข้าเป็นอาจารย์หรือไม่?"
แคว้นฉู่ ตระกูลหลิน
ผู้นำตระกูลหลินคาดการณ์ไว้แล้วว่านักพรตวั่งโยวต้องมาเยือน
ในเมื่อตระกูลม่อให้กำเนิดกายาเซียนที่อ่อนแอ นักพรตวั่งโยวผู้เป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งแคว้นอวี้หลิงยังรับไว้เป็นศิษย์ แล้วลูกชายของเขาที่เป็นกายาเซียนที่แข็งแรงสมบูรณ์ มีหรือที่นักพรตวั่งโยวจะไม่รับไว้
นี่คือกายาเซียนเชียวนะ
ร่างกายที่ลิขิตมาเพื่อเป็นเซียน
ขอเพียงชี้แนะสักหน่อย การทะยานขึ้นสู่สวรรค์ย่อมไม่ใช่ปัญหา ไม่มีผู้ฝึกตนคนไหนยอมปล่อยศิษย์ดีๆ แบบนี้หลุดมือไปหรอก
"ยินดีขอรับ ยินดีแน่นอน"
สามีภรรยาตระกูลหลินคุกเข่าโขกศีรษะเบื้องหน้านักพรตวั่งโยว กล่าวว่า "การได้กราบท่านผู้อาวุโสเป็นอาจารย์ ได้รับการสั่งสอนจากท่าน นับเป็นวาสนาของจูเอ๋อร์ ตระกูลหลินของพวกเรา ยินดีสนับสนุนท่านผู้อาวุโสอย่างสุดกำลังขอรับ"
"โฮะๆ ลุกขึ้นเถิด"
นักพรตวั่งโยวทอดมองหลินจูที่กำลังหลับสนิทด้วยความปิติยินดี เทียบกับเด็กตระกูลม่อแล้ว ร่างกายของหลินจูแข็งแรงกว่ามาก รากฐานเซียนสมบูรณ์พร้อม เพิ่งคลอดออกมา ภายในกายก็มีพลังปราณห้าธาตุไหลเวียน กายาเซียนอยู่ในสภาวะตื่นตัว...
ด้วยรากฐานเช่นนี้ เกรงว่าใช้เวลาไม่กี่ร้อยปี ตบะบารมีคงไล่ตามเขาทันแล้ว
วันเวลาผันผ่าน ฤดูใบไม้ผลิผลัดเปลี่ยนเป็นใบไม้ร่วง
หลายปีต่อมา
ทั่วทั้งวงการผู้ฝึกตนบนดาวอวี้หลิง ต่างรับรู้กันทั่วว่านักพรตวั่งโยวรับศิษย์กายาเซียนไว้สองคน
คนหนึ่งชื่อหลินจู อีกคนชื่อม่อหวัน
กายาเซียนทั้งสอง คนหนึ่งร่างกายอ่อนแอขี้โรคมาตั้งแต่เด็ก การฝึกตนยากลำบาก
อีกคนหนึ่งพรสวรรค์ล้ำเลิศ เพียงไม่กี่ปีก็สร้างรากฐานสำเร็จ แซงหน้าศิษย์พี่ไปไกล
ความจริงแล้ว นี่คือผลจากการที่หลินจิ้งจงใจออมมือ ทำบ้างเล่นบ้าง มิฉะนั้นเขาคงทะลวงระดับกลั่นลมปราณไปหลายร้อยชั้น ใช้วิชาระดับกลั่นลมปราณไล่ตบผู้ฝึกตนระดับสูงไปนานแล้ว
เพียงแต่ภารกิจในชาตินี้ ไม่ใช่การฝึกฝนให้ถึงขีดสุดของแต่ละระดับชั้น แต่เป็นการสืบหาสมบัติล้ำค่าแห่งสวรรค์ ดังนั้นการแสดงออกของเขา จึงถือว่าค่อนข้างเจียมเนื้อเจียมตัวแล้ว
"ศิษย์พี่ การเก็บตัวครั้งนี้ท่านต้องสร้างรากฐานสำเร็จแน่ นี่คือปราณแท้ห้าธาตุที่ข้ากลั่นออกมา ท่านดูดซับมันตอนสร้างรากฐาน จะช่วยได้มาก"
"ขอบใจมากศิษย์น้อง" ม่อหวันมองหลินจิ้งด้วยความซาบซึ้งใจ "ขอโทษด้วยนะ เป็นเพราะข้าถ่วงแข้งถ่วงขาเจ้าแท้ๆ ถ้าข้าสร้างรากฐานได้เร็วกว่านี้ ท่านอาจารย์คงพาเจ้ากับข้าไปทวีปผานกู่ได้ตั้งนานแล้ว..."
"เป็นพี่น้องร่วมสำนัก จะเกรงใจไปไย" หลินจิ้งยิ้มบางๆ ร่างกายของม่อหวันอ่อนแอเกินไป ต่อให้มีคนและของวิเศษคุ้มกัน ก็ทนแรงกดดันจากการเคลื่อนย้ายผ่านค่ายกลมิติไม่ได้ อย่างน้อยต้องสร้างรากฐานและปลุกกายาเซียนให้ตื่นขึ้นก่อนถึงจะเดินทางได้
หลินจิ้งเองก็ร้อนใจ เพราะลำพังกำลังของเขาคนเดียว การจะตามหาและแย่งชิงสมบัติล้ำค่าแห่งสวรรค์ของจอมมารไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้นความคิดของนักพรตวั่งโยวที่จะพาม่อหวันไปหาหมอที่ทวีปผานกู่ จึงเข้าทางหลินจิ้งพอดี
เมื่อไปถึงทวีปผานกู่ ที่นั่นก็คือถิ่นของเขาแล้ว
ตั้งแต่การติดต่อกับจักรพรรดิเซียน ไปจนถึงพันธมิตรผู้ฝึกตน ล้วนเป็นคนของเขา ถึงตอนนั้นให้ทุกคนช่วยกัน ย่อมมีประสิทธิภาพกว่าการที่เขาต้องคลำทางมืดบอดอยู่คนเดียวที่นี่
"จูเอ๋อร์ พรสวรรค์ของเจ้าดีกว่าศิษย์พี่มาก หลายปีมานี้อาจารย์จึงทุ่มเทแรงกายแรงใจไปที่ศิษย์พี่ของเจ้ามากกว่า เจ้าคงไม่โทษอาจารย์นะ"
ม่อหวันเข้าฌานเก็บตัวเพื่อสร้างรากฐานอีกครั้ง นักพรตวั่งโยวเอ่ยถามหลินจิ้งที่อยู่ข้างๆ
หลินจิ้งตอบว่า "จะเป็นไปได้อย่างไรขอรับท่านอาจารย์ ข้าเองก็อยากให้ศิษย์พี่หายไวๆ เหมือนกัน"
"เด็กดี" นักพรตวั่งโยวขยับยิ้มอย่างอ่อนโยน "พวกเจ้าทั้งสองคือความหวังของโลกอวี้หลิง..."
"เมื่อไปถึงทวีปผานกู่ รักษาศิษย์พี่ของเจ้าหายดีแล้ว ที่นั่นจะเป็นเวทีให้พวกเจ้าได้แสดงพรสวรรค์! ดาวอวี้หลิงดวงนี้ ยังเล็กเกินไป..."
ครั้งนี้ ม่อหวันสร้างรากฐานสำเร็จ
ในที่สุดนักพรตวั่งโยวก็สามารถพาศิษย์ทั้งสองมุ่งหน้าสู่ทวีปผานกู่ ที่นั่นมีเซียน มีพลังพิเศษที่แข็งแกร่งกว่า และมีสภาพแวดล้อมการฝึกตนที่ดีกว่า
ที่สำคัญที่สุดคือ นักพรตวั่งโยวมีสหายสนิทคนหนึ่งอยู่ที่ทวีปผานกู่ ครั้งนี้เขาตั้งใจจะไปพึ่งพาอีกฝ่าย ให้ช่วยหาลู่ทาง
"สหายเต๋าวั่งโยว..."
ณ ทวีปผานกู่ นักพรตเฒ่าผมแดงคนหนึ่งออกมาต้อนรับคณะของหลินจิ้งที่เดินทางไกลผ่านค่ายกลเคลื่อนย้ายมา เมื่อนักพรตเฒ่าผู้นี้เห็นนักพรตวั่งโยว สีหน้าก็ดูไม่เป็นธรรมชาตินัก
"สหายเต๋าฉุนเหยียน ไม่เจอกันนาน ไม่ทราบว่าเรื่องที่ข้าไหว้วานให้ช่วยสืบ ได้ความว่าอย่างไรบ้าง?"
นักพรตฉุนเหยียนนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนหน้านี้นักพรตวั่งโยวส่งจดหมายมาไหว้วานให้เขาช่วยสืบข่าวคราวของ "สำนักเซียนอวี้หลิง" ในแดนเซียน เพราะต้องการติดต่อกับสำนักเซียนเบื้องบนที่เคยทอดทิ้งดาวอวี้หลิงอีกครั้ง
แต่จากการสืบข่าวของเขา...
สำนักเซียนอวี้หลิง เพิ่งจะยุบสำนักไปเมื่อไม่นานมานี้เอง!
สายสืบทอดอวี้หลิงสายนี้ เริ่มแรกแดนเบื้องล่างถูกเผ่ามารรุกรานจนพินาศ ต่อมาสำนักในแดนเบื้องบน ก็ดันไปล่วงเกินหอหลิวหลี สำนักของจักรพรรดิเซียนองค์ใหม่ในแดนเซียน... จนถูกบีบให้ต้องยุบสำนัก