เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 56 ภาพลักษณ์ของซูเสียนจะพังไม่ได้เด็ดขาด

บทที่ 56 ภาพลักษณ์ของซูเสียนจะพังไม่ได้เด็ดขาด

บทที่ 56 ภาพลักษณ์ของซูเสียนจะพังไม่ได้เด็ดขาด


บทที่ 56 ภาพลักษณ์ของซูเสียนจะพังไม่ได้เด็ดขาด

"ถาวถาว ที่เธอมาหาฉัน ฉันดีใจจริงๆ นะ นึกไม่ถึงเลยว่าเธอจะยังเห็นฉันเป็นเพื่อนอยู่"

เซี่ยอวิ้นอวิ้นนั่งอยู่ในร้านชานมด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข มองใบหน้าสะสวยของคนที่เธอเฝ้าคิดถึงอยู่ทุกลมหายใจ จนเผลอยื่นมือไปหมายจะกุมมือเล็กๆ ของซูถาวที่วางอยู่บนโต๊ะ แต่ซูถาวกลับชักมือหนีตามสัญชาตญาณ

แววตาของเซี่ยอวิ้นอวิ้นวูบไหวด้วยความผิดหวังเพียงชั่วครู่

ซูถาวเอาแต่จ้องแก้วชานมตรงหน้า แล้วพูดขึ้นว่า "ขอโทษนะ ตอนนี้ฉันยังไม่รู้จะสู้หน้าเธอได้ยังไง แต่ที่ฉันมาหาเธอวันนี้ ก็เพราะมีเรื่องอยากจะปรึกษาน่ะ... ฉันนึกไม่ออกจริงๆ ว่าจะปรึกษาใครได้อีก ถึงฉันจะเข้ากับคนง่ายตอนอยู่โรงเรียน แต่คนที่ฉันนับว่าเป็นเพื่อนจริงๆ ก็คงมีแค่เธอ ส่วนคนอื่นก็แค่เพื่อนร่วมชั้นเท่านั้น"

"ไม่เป็นไรหรอก แค่เธอยังเห็นฉันเป็นเพื่อนก็พอ... ตอนนี้ฉันยังไม่หวังอะไรมากไปกว่านี้หรอก สักวันหนึ่งฉันจะพิสูจน์ความจริงใจให้เธอเห็นเอง แต่ตอนนี้ เราเป็นแค่เพื่อนกันไปก่อนก็ได้"

เซี่ยอวิ้นอวิ้นจำคำสอนของน้าเล็กได้ขึ้นใจ ว่าห้ามรุกหนักเกินไปเด็ดขาด

"ฉันอยากถามเรื่องพี่ชายฉันน่ะ"

ซูถาวเปลี่ยนสีหน้าจริงจัง "ตอนนี้เขาเป็นเพื่อนร่วมโต๊ะเธอนี่นา ช่วงนี้ที่โรงเรียนมีข่าวลืออะไรบ้างไหม เธอพอจะได้ยินบ้างหรือเปล่า?"

"ข่าวลืออะไรเหรอ?"

"ก็เรื่องที่ว่าเขายอมให้คนจ่ายเงินหนึ่งแสนเหรียญดาราเพื่อเลี้ยงดูเขาน่ะสิ..."

เซี่ยอวิ้นอวิ้น: ".................................................................."

เหงื่อกาฬแตกพลั่กเต็มหน้าผากของเธอทันที

ซูถามมองท่าทางลุกลี้ลุกลนของเธอ แล้วถามว่า "เธอเป็นอะไรไป?"

"อ๊ะ... เอ่อ... ไม่มีอะไรหรอก... แค่... แค่ฉันไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนเลย"

เซี่ยอวิ้นอวิ้นตอบเสียงแข็ง "ใช่ ฉันไม่เคยได้ยินเลย"

จะให้บอกได้ยังไง ว่าคนที่ไปอ่อยพี่ชายเธอ แถมยังเสนอเงินแสนนึงเพื่อซื้อตัวเขา... ก็คือฉันเองนี่แหละ แต่ดันทำไม่สำเร็จไง

แถมหลังจากนั้น ฉันยังกะจะเอาตัวเข้าแลกเพื่อซื้อใจเธอด้วย แต่ก็แห้วอีกเหมือนกัน

ขืนเล่าไป นอกจากจะทำให้ไอ้บ้าชั่วร้ายนั่นดูดีขึ้นแล้ว ฉันกลับไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย เผลอๆ ความหวังที่ริบหรี่อยู่แล้ว จะดับวูบลงไปอีก

ใช่แล้ว ต่อให้ตายก็บอกไม่ได้เด็ดขาดว่าข่าวลือนี้มาจากฉัน

เซี่ยอวิ้นอวิ้นทำหน้าซื่อตาใส ถามกลับไปว่า "ข่าวลือนี้ใครเป็นคนปล่อยออกมาเหรอ? เธอไปฟังมาจากไหน... ขนาดฉันนั่งข้างเขาทุกวัน ฉันยังไม่เห็นรู้เรื่องเลย..."

"งั้นเหรอ? แสดงว่าข่าวลือก็เป็นแค่ข่าวลือสินะ?"

"เอ่อ... ก็น่าจะใช่นะ พี่ชายเธอน่ะ ถึงจะดูกะล่อนไปหน่อย แต่นิสัยจริงๆ ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร อืม... ช่วงนี้ฉันก็เริ่มมองเขาในมุมใหม่เหมือนกัน คนอย่างเขาไม่ทำเรื่องแบบนั้นหรอกน่า"

เซี่ยอวิ้นอวิ้นคิดในใจว่า 'ตอนนี้ฉันต้องทำคะแนนกับซูเสียนก่อน แล้วค่อยให้เขากระซิบเป่าหูถาวถาวให้ฉัน'

เพราะงั้น ภาพลักษณ์ของซูเสียนในสายตาถาวถาวจะพังไม่ได้เด็ดขาด

ไอ้เรื่องถูกเลี้ยงดูอะไรนั่น... ข่าวลือมันเพี้ยนไปไกลขนาดนี้ได้ยังไงกัน โชคดีนะที่ช่วงนี้ซูถาวไม่ค่อยมาโรงเรียน ไม่งั้นคงรู้ทันทีว่าคนที่เสนอตัวจะเลี้ยงดูพี่ชายเธอก็คือฉันเอง

คิดแล้ว เซี่ยอวิ้นอวิ้นก็แอบด่าความโง่ของตัวเอง ทำไมตอนนั้นถึงไม่ไปคุยกันเงียบๆ สองคน ทำไมต้องทำตัวเอิกเกริกขนาดนั้นด้วย

"เธอแน่ใจนะว่าเขาจะไม่ทำเรื่องแบบนั้น?"

ซูถาวขมวดคิ้ว ถามต่อ "ทำไมเธอถึงดูเข้าใจเขาดีจัง? แค่เพราะเป็นเพื่อนร่วมโต๊ะกันเนี่ยนะ? ตอนนั้นเขาขู่บังคับเธอขนาดนั้น เธอยังจะมาพูดเข้าข้างเขาอีกเหรอ? อวิ้นอวิ้น... ในความทรงจำของฉัน เธอไม่ใช่คนแบบนี้นี่นา"

"อ๊ะ... เรื่องนั้นก็เพราะ... เพราะความจริงแล้วพี่ชายเธอก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอก ที่เขาขู่ฉัน ก็แค่เพราะอยากชวนฉันไปดื่มกาแฟด้วยกันเท่านั้นแหละ ขนาดจะจับมือฉัน เขายังไม่กล้าเลย... แถมเขาก็ไม่ได้คิดอะไรเกินเลยหรอก ก็แค่อยากสานฝันเด็กหนุ่มบ้านๆ ให้เป็นจริงเท่านั้นแหละ ใช่ เป็นแบบนั้นแหละ ฉันเองก็คงมีปฏิกิริยาตอบโต้รุนแรงเกินไปหน่อย"

"ก็จริง พี่ชายฉันน่ะ เป็นพวกซื่อบื้อเรื่องรักๆ ใครๆ มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ตอนที่เธอบอกว่าเขาขู่เธอ ฉันยังแทบไม่อยากจะเชื่อเลย แถมเรื่องถูกคนเลี้ยงดูอะไรนั่น ฟังดูเว่อร์เกินไปหน่อย ถ้าไม่ใช่ครูสวี่เป็นคนบอกเอง ต่อให้เป็นคนอื่นพูด ฉันก็คงไม่เชื่อหรอก"

ซื่อบื้อเรื่องความรัก?!

ซื่อบื้อบ้าบออะไรล่ะ... หมอนั่นกะจะให้ฉันใช้ปากทำเรื่องอย่างว่าให้ด้วยซ้ำ...

เซี่ยอวิ้นอวิ้นด่ากราดในใจ แต่ใบหน้ากลับเผยรอยยิ้มเห็นด้วย พยักหน้ารัวๆ "ใช่ๆๆ ถูกต้องเลย พี่ชายเธอเป็นพวกหัวอ่อนใสซื่อเรื่องแบบนี้จริงๆ นั่นแหละ"

"ถ้าพูดแบบนี้ ไอ้เรื่องถูกเลี้ยงดูก็ต้องเป็นเรื่องเหลวไหลแน่นอนใช่ไหม?"

"ไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด!"

เซี่ยอวิ้นอวิ้นยืนยันหนักแน่น "เขาอายุเท่าไหร่เอง... แถมก็ไม่ได้หล่อล่ำกล้ามโตมาจากไหน ใครจะไปอยากเลี้ยง? แถมตั้งแสนนึง... จะมีเรื่องบังเอิญขนาดนั้นได้ยังไง ถาวถาว ฉันไม่ได้ดูถูกพี่ชายเธอนะ แต่หน้าตาจืดชืดแบบนั้น อย่างมากก็หลอกได้แค่เด็กสาววัยใสเท่านั้นแหละ พวกป้าๆ เศรษฐีนีเขาไม่ชายตามองหรอก"

"ก็จริง ครูสวี่ก็บอกว่าเป็นแค่ข่าวลือ อาจจะเป็นเพราะสาเหตุอื่นก็ได้ ดูท่าช่วงนี้ฉันคงเครียดเกินไปจริงๆ นั่นแหละ"

ซูถาวคลึงหว่างคิ้วเบาๆ ยิ้มเจื่อนๆ "บางทีฉันคงต้องพักผ่อนจริงๆ จังๆ สักที ช่วงนี้เครียดเกินไปจนรู้สึกเหมือนตัวเองเริ่มจะเพี้ยนๆ แล้ว"

เซี่ยอวิ้นอวิ้นมองด้วยความเป็นห่วง ถามเสียงสั่น "ถาวถาว... เธอ... คงไม่ได้... เข้าสู่ช่วง 'หวั่นไหว' แล้วใช่ไหม?"

ซูถาวพยักหน้า "ไม่อย่างนั้น เธอคิดว่าทำไมฉันถึงไม่ไปโรงเรียนล่ะ?"

"ทำไมเธอถึงฝึกเร็วจัง ฉันเพิ่งจะอยู่ระดับกลางขั้นสูงสุดเอง แบบนี้อีกนานแค่ไหนฉันถึงจะตามเธอทันล่ะ..."

"เธอคิดว่าช่วง 'หวั่นไหว' มันสนุกนักหรือไง?"

ซูถาวปรายตามองเธอ คิดในใจว่า 'ขนาดอยู่ในระดับหวั่นไหว ฉันยังต้องออกไปต่อสู้เสี่ยงตายอีก... ฉันคงเป็นคนแรกในประวัติศาสตร์เลยมั้ง แต่เวลาช่างแสนสั้น การจะก้าวผ่านระดับหวั่นไหว อย่างเร็วที่สุดก็ต้องใช้เวลาปีกว่า ต่อให้มีเคล็ดวิชาของผู้อาวุโสเยว่เหวินมาช่วยเร่งความเร็ว อย่างน้อยๆ ก็ต้องใช้เวลาถึงครึ่งปี'

แต่ตอนนี้ฉันมีเวลาแค่ห้าเดือนเท่านั้น.

ผ่านไปเดือนนึง หาเงินได้ไม่ถึงหมื่นเลย...

ยังไงก็ยังไม่พอ แถมเรื่องทางแม่ พี่ชายงี่เง่านั่นก็พึ่งพาไม่ได้เลย ถ้าฉันต้องเข้าป่าไปหลายๆ วัน ร่างกายแม่จะ...

ยิ่งคิด แววตาของเธอก็ยิ่งเปล่งประกายสีแดงแห่งความรุ่มร้อน

แก้วชานมในมือเริ่มเกิดรอยร้าวอย่างน่ากลัว

"ถาวถาว ใจเย็นๆ ก่อน... ช่วงระดับหวั่นไหวห้ามปล่อยให้อารมณ์พุ่งพล่านนะ"

เซี่ยอวิ้นอวิ้นฉวยโอกาสกุมมือเล็กๆ ของซูถาวไว้แน่น เผลอลูบไล้ไปมาตามสัญชาตญาณ...

"ปล่อย!"

ซูถาวกัดฟันกรอด

"ค่ะ... ฉันปล่อยแล้ว ปล่อยแล้ว เธออย่าโมโหสิ"

เซี่ยอวิ้นอวิ้นรีบปล่อยมือ หน้าเจื่อนลงเล็กน้อย พูดเสียงอ่อย "ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ แล้วก็... ฉันรู้ว่าช่วงนี้เธอเครียดมาก เอาอย่างนี้ เงินนั่นถือว่าฉันให้เธอยืมดีมั้ย? ฉันให้ยืมแสนนึงเลย..."

"เงินแสนนึงสำหรับเธอก็ไม่ใช่จำนวนน้อยๆ ใช่ไหมล่ะ?"

ซูถามมองเธอ แล้วพูดต่อว่า "ยังไงเธอก็ยังไม่มีงานทำ ใช้เงินเก่ง อาศัยแค่ค่าขนม... คงไม่พอกินหรอกมั้ง"

"ฉันไปขอยืมคนอื่นมาให้ได้..."

"และที่สำคัญ..."

ซูถาวทำหน้าจริงจัง "ถ้าฉันใช้เงินของเธอ ฉันคงปฏิเสธเธอไม่ลงจริงๆ ขอโทษนะ ถึงความรู้สึกที่เธอมีให้ฉัน จะทำให้ฉันทำตัวไม่ถูก จนทำให้เราสองคนต้องมาลงเอยแบบนี้ แต่อย่างน้อย เธอก็เคยเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน ฉันไม่อยากให้มิตรภาพของเราต้องมาแปดเปื้อนเพราะเงินหนึ่งแสนเหรียญ เธอคงไม่อยากเห็นฉันต้องมาคอยประจบสอพลอเธอหรอกใช่ไหม"

ใบหน้าขาวผ่องของเธอฉายแววหยิ่งทะนง "แถมมันก็เป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้ง่ายๆ นะ วันข้างหน้า ฉันอาจจะได้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของโลกใบนี้ ถึงตอนนั้น พอนึกย้อนกลับไปถึงช่วงเวลาที่ตัวเองเคยว้าวุ่นใจแทบเป็นแทบตายเพื่อเงินแค่นี้ มันก็น่าจะเป็นความทรงจำที่น่าประทับใจดีไม่ใช่เหรอ?"

"นี่มัน..."

ทั้งที่เพิ่งโดนปฏิเสธมาหมาดๆ แต่เซี่ยอวิ้นอวิ้นกลับรู้สึกอิ่มเอมใจอย่างประหลาด

อย่างที่คิด ถาวถาวก็ยังเป็นถาวถาวคนเดิม คนที่ทำให้ฉันไม่อาจต้านทานเสน่ห์ของเธอได้เลย...

"จริงสิ ฉันมีเรื่องอยากให้เธอช่วยหน่อย จะได้ไหม?"

ซูถาวถามขึ้น

"ว่ามาเลย เธออยากให้ช่วยอะไร ฉันยอมทำให้หมดแหละ"

เซี่ยอวิ้นอวิ้นเท้าคาง มองซูถาวตาเยิ้ม ตอบเสียงหวาน

จบบทที่ บทที่ 56 ภาพลักษณ์ของซูเสียนจะพังไม่ได้เด็ดขาด

คัดลอกลิงก์แล้ว