เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 50 ได้ยินมาว่าพวกนักเขียนนิยายล้วนแต่เป็นโอตาคุเก็บตัว

บทที่ 50 ได้ยินมาว่าพวกนักเขียนนิยายล้วนแต่เป็นโอตาคุเก็บตัว

บทที่ 50 ได้ยินมาว่าพวกนักเขียนนิยายล้วนแต่เป็นโอตาคุเก็บตัว


บทที่ 50 ได้ยินมาว่าพวกนักเขียนนิยายล้วนแต่เป็นโอตาคุเก็บตัว

ซูถาว: ".................................................................."

"หา?"

เธอตอบรับอย่างงุนงง ถามอย่างลังเลว่า "ครูว่าไงนะคะ? พี่ชายหนูถูกคนเลี้ยงดูอยู่เหรอ? จะเป็นไปได้ยังไง... เขา... เขาจะไปถูกใคร... ใครจะตาบอดมาถูกใจเขาได้ล่ะคะ?"

"ก็ไม่เชิงอย่างนั้นหรอก จริงๆ แล้วพี่ชายเธอก็มีความโดดเด่นอยู่ อย่างน้อยหน้าตาก็ดูดีไม่แพ้เธอ หล่อเหลาเอาการเลยล่ะ แถมช่วงนี้พลังฝีมือของเขาก็ก้าวหน้าขึ้นอย่างมั่นคง ถึงจะยังไม่ติดอันดับต้นๆ ของห้อง แต่จากตอนแรกที่พลังปราณตามเพื่อนไม่ทัน จนตอนนี้ผ่านมาแค่ครึ่งเดือน เขาก็ขยับขึ้นมาอยู่ระดับกลางๆ ได้แล้ว เห็นได้ชัดว่าเขาพยายามมากจริงๆ... เพราะงั้น การจะไปสะดุดตาใครเข้า ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้"

สวี่เหวินเฉียงถอนหายใจ "แต่ถึงยังไงเขาก็ยังเด็ก โดยเฉพาะช่วงสองปีนี้ ในเมื่อได้เข้าห้อง A แล้ว ก็หมายความว่าเขามีโอกาสก้าวข้ามประตูมังกร ถึงแม้โอกาสจะยังริบหรี่... แต่ถ้าเขามาลุ่มหลงมัวเมาในสตรีตอนนี้ จนสูญเสียพลังปราณไป มันก็คงไม่ดีแน่"

ซูถาวตกใจ "มีคนเลี้ยงดูเขาจริงๆ เหรอคะ?"

"ไม่มีมูลฝอยหมาไม่ขี้หรอก!"

สวี่เหวินเฉียงขมวดคิ้ว ถอนหายใจ "ถึงครูจะแค่ได้ยินเขาเล่ามา อาจจะเป็นแค่ข่าวลือผิดๆ แต่ช่วงนี้ ทั่วทั้งโรงเรียนลือกันให้แซ่ดว่า มีคนยอมทุ่มเงินหนึ่งแสนเหรียญดารา เพื่อคบหากับพี่ชายของเธอ..."

"แสน... หนึ่งแสน..."

คิ้วของซูถาวขมวดเข้าหากันทันที

"ตอนแรกครูก็ไม่เชื่อหรอกนะ แต่หลายวันก่อนหน้านี้ หลังจากเลื่อนขึ้นมาห้อง A พอเลิกเรียน พี่ชายเธอจะขลุกอยู่ในห้องสมุดตลอด จนถึงช่วงบ่ายแก่ๆ ถึงจะกลับ แต่ช่วงสองสามวันมานี้ เขาไม่เข้าห้องสมุดเลย เลิกเรียนปุ๊บก็กลับทันที วันนี้ถึงขั้นลาหยุด ยังไม่โผล่หน้ามาเลย ตอนนี้เขาก็ถือว่าเป็นเด็กที่ปั้นได้ ครูไม่อยากให้เขาต้องมาเสียคนกลางคัน ก็เลยมาบอกเธอไว้ก่อน พอกลับไป ลองปรึกษากับแม่เธอดู ว่าจะพูดยังไงไม่ให้กระทบกระเทือนความรู้สึกของเขา เพราะเด็กผู้ชายวัยนี้มักจะมีศักดิ์ศรีสูง"

"งั้น... เหรอคะ... ขอบคุณค่ะครู หนูเข้าใจแล้ว"

สีหน้าของซูถาวมืดมนลงอย่างประหลาด ข่าวลือ... ขนาดครูสวี่ยังยืนยันไม่ได้ แต่ในเมื่อครูพูดมาขนาดนี้ ก็คงมีความเป็นไปได้อยู่บ้างล่ะนะ...

พอกลับไป ค่อยถามเขาให้รู้เรื่องดีกว่า ถ้าเป็นเรื่องจริงล่ะก็ ต่อให้ชาตินี้ฉันไม่ต้องเรียนหนังสือ ฉันก็ไม่ยอมให้พี่ชายต้องไปหาเงินด้วยวิธีที่น่าอัปยศอดสูแบบนี้เด็ดขาด...

เมื่อคิดแบบนี้ อารมณ์ที่เคยเบิกบานก็พลันหนักอึ้งลงทันที

หวังว่าจะไม่ใช่นะ แต่ถ้าใช่ขึ้นมาจริงๆ...

ซูถาวรู้สึกมืดแปดด้าน ไม่รู้จะทำอย่างไรดี

เธอคืนหนังสือด้วยอารมณ์หดหู่ แล้วเดินออกจากห้องสมุด

ทันทีที่ก้าวพ้นประตูห้องสมุด

ร่างบางของหญิงสาวคนหนึ่งก็วิ่งตรงดิ่งเข้ามาหา ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความตื่นเต้นดีใจอย่างไม่อยากเชื่อสายตา ร้องเรียก "ถาวถาว... เธอมาโรงเรียนจริงๆ ด้วย ฉันนึกไม่ถึงเลยว่าเธอจะมาโรงเรียน"

ใบหน้าขาวเนียนของเซี่ยอวิ้นอวิ้นแดงระเรื่อด้วยความตื่นเต้น เธอถามอย่างดีใจ "ถาวถาว เธอมาหาฉันเหรอ?"

"ขอโทษนะ อวิ้นอวิ้น ตอนนี้ฉันไม่มีอารมณ์จะมาเถียงเรื่องพวกนั้นกับเธอจริงๆ ฉันยุ่งมาก แล้วก็เหนื่อยมากด้วย..."

ซูถาวทำหน้าเหนื่อยล้า มองดูอดีตเพื่อนสนิท

หลังจากผ่านความเป็นความตายมาหลายครั้ง ปัญหาเรื่องความรู้สึกที่เคยทำให้เธอปวดหัว ก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยสำคัญอีกต่อไป... หรือจะพูดให้ถูกคือ ตอนนี้มีเรื่องสำคัญกว่าที่เธอต้องจัดการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของพี่ชาย แม้เขาอาจจะทำผิดพลาด แต่ที่หลงผิดก็เพื่อตัวเธอเอง เธอจะไปโทษเขาก็ไม่ได้ สิ่งที่ต้องทำคือปลอบโยนเขาอย่างอ่อนโยน แล้วดึงเขากลับมาจากทางที่ผิด...

เซี่ยอวิ้นอวิ้นชะงักไปทันที จะว่ายังไงดี ตอนที่ถาวถาวมองเธอ ไม่ได้มีสายตารังเกียจหรือขยะแขยงแบบนั้นแล้ว หมายความว่าจริงๆ แล้วเธอไม่ได้เกลียดฉันใช่มั้ย?

แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยสนใจแล้วเหมือนกัน...

อย่างว่าแหละ... เธอยังไม่ให้อภัยฉันสินะ?

ตอนที่วิ่งเข้ามาหาเมื่อกี้ยังดีใจสุดๆ แต่ตอนนี้ กลับเหลือเพียงความเศร้าสร้อยอ้างว้าง

เธอมองดูซูถาวค่อยๆ เดินผ่านตัวเองไป แล้วมุ่งหน้าออกไปไกล

เซี่ยอวิ้นอวิ้นอยากจะวิ่งตามไป แต่ก็พบว่าตัวเองไม่มีจุดยืนที่จะตามไปอีกแล้ว... ไม่สามารถอยู่เคียงข้างเธอในฐานะเพื่อนได้อีกแล้ว

ตามไปแล้วจะให้พูดอะไรล่ะ?

เธอไม่ได้ให้อภัยฉัน...

เข้าไปหาก็มีแต่จะทำให้เธอรำคาญใจเปล่าๆ ใช่ไหม?

หลังจากเดินออกมาไกลแล้ว ซูถาวถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ตอนนี้อวิ้นอวิ้นเป็นเพื่อนร่วมโต๊ะของพี่ชายตัวเองนี่นา?

งั้นเธอต้องรู้แน่ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพี่ชาย... ถ้าลองถามเธอดู อาจจะรู้ต้นสายปลายเหตุของเรื่องนี้ก็ได้...

ขณะที่กำลังคิดอยู่นั้น

อุปกรณ์สื่อสารก็ดังขึ้นมาเสียก่อน

ซูถาวถอดหูฟังไร้สายขนาดเล็กจากข้อมือมาใส่หู แล้วพูดว่า "สวัสดีค่ะ ฉันซูถาว ไม่ทราบว่าคุณคือ..."

ปลายสายมีเสียงคนแปลกหน้าตอบกลับมา คนที่โทรมาคือคนที่ไม่รู้จัก

แต่สีหน้าของซูถาวกลับเปลี่ยนไปทันที เธอตอบอย่างร้อนรน "งั้นเหรอคะ? ทราบแล้วค่ะ ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้!"

พูดจบ เธอก็ไม่สนความเหนื่อยล้าของร่างกาย รีบวิ่งออกไปทันที...

"เอ๊ะ ถาวถาวทำไมจู่ๆ ถึงดูร้อนรนขนาดนั้นล่ะ?! เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่านะ?"

เซี่ยอวิ้นอวิ้นมองแผ่นหลังที่รีบร้อนของซูถาวหลังจากรับโทรศัพท์ ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัย

ใจก็อยากจะวิ่งตามไป แต่ก็กลัวจะโดนด่ากลับมา... อย่างที่คิดไว้ ต้องให้ซูเสียนช่วยสนับสนุน ช่วยพูดเป่าหูให้ก่อนถึงจะดีมั้ง... ถุย เป่าหูอะไรกัน แค่ช่วยพูดให้ที่บ้านต่างหาก

คิดพลาง เซี่ยอวิ้นอวิ้นก็พองแก้มอย่างขัดใจ ซูเสียนไอ้หมอนี่ เธอชักจะสงสัยแล้วนะว่าเขาจงใจปั่นหัวเธอเล่นหรือเปล่า ฉันอุตส่าห์ตั้งใจจะพิสูจน์ความจริงใจแล้วเชียว เผลอๆ คราวนี้ต่อให้นายพาฉันเข้าม่านรูด ฉันก็จะเดินเชิดหน้าเข้าไปเลยคอยดูสิ!

แต่ดัน... ไอ้บ้านี่ดันมาเล่นบทหายตัว... เมื่อวานเลิกเรียนปุ๊บก็กลับปั๊บ ไม่เปิดโอกาสให้พูดด้วยซ้ำ วันนี้ยิ่งหนัก ไม่โผล่หน้ามาเลย ตกลงหายหัวไปไหนเนี่ย หรือว่าจงใจหลบหน้าฉัน?

คิดแล้วเธอก็กระทืบเท้าด้วยความเจ็บใจ หันหลังเดินตามทางที่ซูถาวไปเพื่อมุ่งหน้าออกนอกโรงเรียน เธอตั้งใจจะกลับบ้านไปคุยกับน้าเล็กอีกรอบ ไปขอคำปรึกษาดูว่าจะทำยังไงดีเพื่อพิสูจน์ความจริงใจของตัวเอง

ถึงจะไม่มีประสบการณ์ความรัก แต่น้าก็เคยเขียนนิยายมาตั้งหลายเล่ม ต่อให้เป็นการมโนล้วนๆ ไม่มีประสบการณ์จริงเจือปนเลยก็เถอะ แต่อย่างน้อยก็น่าจะมีข้อคิดดีๆ ให้เอามาใช้ได้บ้างแหละมั้ง?

แต่ได้ยินมาว่า พวกนักเขียนนิยายล้วนแต่เป็นโอตาคุเก็บตัว ที่ชาตินี้ไม่มีวันหาแฟนได้นี่นา ไม่รู้ว่าน้าจะพึ่งพาได้จริงๆ หรือเปล่า แต่ตอนนี้นอกจากน้าแล้ว ก็หาใครมาเป็นที่ปรึกษาไม่ได้จริงๆ

เธอถอนหายใจแผ่วเบา แม้จะได้เจอถาวถาวอีกครั้ง แต่ไม่รู้ทำไม รู้สึกเหมือนเธอยิ่งห่างไกลออกไปทุกที... ห่างไกลจนเอื้อมไม่ถึง

"เธอก็เปลี่ยนไปเยอะเลยนะ..."

เซี่ยอวิ้นอวิ้นพึมพำกับตัวเอง

จบบทที่ บทที่ 50 ได้ยินมาว่าพวกนักเขียนนิยายล้วนแต่เป็นโอตาคุเก็บตัว

คัดลอกลิงก์แล้ว