เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22 นี่นายกำลังสาดเลือดประจำเดือนใส่ตัวเขาอยู่นะ

บทที่ 22 นี่นายกำลังสาดเลือดประจำเดือนใส่ตัวเขาอยู่นะ

บทที่ 22 นี่นายกำลังสาดเลือดประจำเดือนใส่ตัวเขาอยู่นะ


บทที่ 22 นี่นายกำลังสาดเลือดประจำเดือนใส่ตัวเขาอยู่นะ

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น

"เช็กอิน!"

【 เช็กอินสำเร็จ การเช็กอินครั้งนี้ได้รับ 5 เหรียญฉี่เตี่ยน! 】

ด้วยเสียงเช็กอินตามกิจวัตรยามเช้า ซูเสียนก็หาววอดใหญ่ ตื่นเต็มตาในที่สุด

จากนั้นก็จ้องมองยอดเหรียญฉี่เตี่ยนด้วยความรู้สึกบอกไม่ถูก... จะว่ายังไงดีล่ะ ความรู้สึกที่ตื่นมาปุ๊บก็มีเหรียญให้เก็บปั๊บแบบนี้ มันก็เพลินดีเหมือนกันนะ

นั่งงัวเงียอยู่ครู่หนึ่ง ก็ลุกขึ้นแต่งตัว

ในห้องนั่งเล่น...

คราวนี้ซูถาวตื่นแล้ว เธอนั่งกินซาลาเปาอยู่ที่โต๊ะอาหารอย่างสบายอารมณ์ หลังจากได้รับการรักษาเมื่อคืน สีหน้าของเธอดูดีขึ้นมาก ดูเหมือนคนปกติทั่วไป เพียงแต่ตอนกินข้าวยังใช้มือซ้ายถือซาลาเปา แสดงว่าแผลที่แขนขวายังไม่หายดี

เมื่อเห็นซูเสียนเดินออกมา เธอก็โบกมือทักทายง่ายๆ ถือเป็นการทักทาย

แต่นี่ก็ดีกว่าปกติมากแล้ว ปกติเธอจะทำเมินใส่เขาตลอด

ดูท่า การเปิดอกคุยกันเมื่อคืน หรือการที่ทั้งคู่ต่างกุมความลับของกันและกันเอาไว้ จะทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ขยับเข้ามาใกล้กันอีกนิดสินะ?

ซูเสียนเข้าไปล้างหน้าแปรงฟันในห้องน้ำ พออกมา อาหารเช้าก็วางรออยู่บนโต๊ะแล้ว

จนกระทั่งเริ่มกินข้าว...

"อะไรนะ? พี่ชายฉันได้เข้าห้อง A ด้วยเหรอ?!"

ซูถาวเพิ่งรู้ข่าว ร้องเสียงหลงด้วยความตกตะลึง "ขะ... เขา... เขาจะเข้าห้อง A ได้ยังไง?"

ถึงจะไม่ได้ดูถูกพี่ชายตัวเอง แต่การที่ซูเสียนได้เข้าห้อง A มันเหมือนกับมาบอกเธอว่า เมื่อวานฮวงซุ้ยบรรพบุรุษจู่ๆ ก็มีควันเขียวพวยพุ่งออกมา (ลางดีสุดยอด) อย่างนั้นแหละ

นั่นมันห้อง A เชียวนะ คนอื่นไม่รู้ แต่เธอรู้ดีที่สุด คนที่เข้าห้องนั้นได้ แม้จะไม่ใช่อัจฉริยะทุกคน แต่ทั้งโรงเรียนเฉาหยางที่มีนักเรียนนับพันคน จำนวนนักเรียนห้อง A ทั้งระดับต้น กลาง ปลาย รวมกันแล้วยังมีแค่ร้อยกว่าคนเท่านั้น

การที่พี่ชายเธอเข้าไปปะปนอยู่ในนั้น มันเหมือนกับเอาหมาฮัสกี้ไปโยนใส่ฝูงหมาป่า เป็นไปได้ยังไงกัน?!

"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน สงสัยอาจารย์ตาถั่วล่ะมั้ง?"

ซูเสียนเคี้ยวซาลาเปาอย่างไม่ยี่หระ "ตอนคัดกรองระดับ อาจารย์ประจำชั้นฉันก็บอกว่าอย่างมากก็ห้อง C นี่ก็ถือว่าบุญโขแล้ว แต่สุดท้ายงงๆ ยังไงไม่รู้ ฉันก็ได้เข้าห้อง A เฉยเลย ไม่งั้นเมื่อคืนฉันจะเอาแคปซูลพลังปราณมาให้เธอใช้ได้ยังไง?"

"แคปซูลพลังปราณ?!"

หยางหว่านฮุ่ยทวนคำอย่างงุนงง

"อ๋อ... ไม่มีอะไรค่ะแม่ แค่เมื่อวานหนูไม่สบายนิดหน่อย พี่ชายก็เลยเอายามาให้กินเม็ดนึง"

ซูถาวถลึงตาใส่ซูเสียน แล้วก็นึกอะไรขึ้นมาได้ ร้องอุทานว่า "เดี๋ยวนะ... ถ้านายเข้าห้อง A ระดับกลางได้ งั้นก็แปลว่า นายกับอวิ้นอวิ้น... อยู่ห้องเดียวกันงั้นสิ?"

"เราเป็นเพื่อนร่วมโต๊ะกันด้วยซ้ำ"

ซูเสียนตอบอย่างไม่ใส่ใจ แล้วเมื่อเห็นสีหน้าที่เคร่งเครียดขึ้นมาทันทีของซูถาว เขาก็รีบพูดต่อว่า "วางใจเถอะ ในเมื่อฉันรับปากเธอแล้วว่าจะไม่คิดอะไรกับเธออีก ฉันก็จะไม่คิดจริงๆ ต่อไปฉันจะมองเธอเป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น"

ใช่แล้ว ถึงร่างเดิมจะแอบชอบแม่หนูนั่นจริงๆ แต่จะว่ายังไงดีล่ะ... ชาติก่อนเขาก็อายุเกือบสามสิบแล้ว บวกกับความทรงจำชาตินี้อีกสิบกว่าปี เด็กสาวอายุสิบกว่าขวบต่อให้สวยน่ารักแค่ไหน ก็คงไม่ทำให้เขาหวั่นไหวได้หรอกมั้ง?

"ทำได้จริงก็ดีแล้ว คนคนนั้นไม่ใช่คนที่นายควรจะไปยุ่งด้วยหรอก"

ซูถาวเคี้ยวซาลาเปาช้าๆ พลางเอ่ยเตือน

หลังอาหารเช้า...

ซูเสียนไปโรงเรียนตามปกติ

หยางหว่านฮุ่ยมองซูถาวอย่างสงสัย "ถาวถาว ลูกไม่ไปโรงเรียนเหรอ?"

ซูถาวเอนตัวลงนอนบนโซฟาอย่างสบายใจ "ตอนนี้หนูทะลวงเข้าระดับหวั่นไหวแล้ว ระดับนี้ง่ายต่อการถูกมารในใจล่อลวงที่สุด ดังนั้นตอนนี้ หนูไม่จำเป็นต้องไปโรงเรียนแล้ว พักผ่อนอยู่บ้าน ทำใจให้สงบ รอให้ผ่านช่วงขัดเกลาจิตใจไปก่อนถึงจะปลอดภัยที่สุด ทางโรงเรียนหนูก็แจ้งไปแล้ว ไม่มีปัญหาหรอกแม่"

ซูเสียน: "............................................"

สรุปคือ นี่มันอภิสิทธิ์ชนชัดๆ เลยนี่หว่า?

ซูเสียนถอนหายใจอย่างปลงตก "งั้นฉันไปโรงเรียนก่อนนะ บาย"

พูดจบก็เปลี่ยนรองเท้า เดินออกจากบ้านไป

วันนี้แดดดี...

ตามบันทึกประวัติศาสตร์ ดาวเจินสุ่ย คือสถานที่ที่ค้นพบเซิร์ฟเวอร์ฉี่เตี่ยน ซึ่งนั่นหมายความว่า ที่นี่น่าจะเป็น "โลก" ในอดีต

แม้จะไม่มีร่องรอยของโลกเดิมเหลืออยู่เลยก็ตาม...

แต่แสงแดดก็ยังคงอบอุ่นเหมือนในวันวาน

เขาเดินทอดน่องไปจนถึงโรงเรียน

บัตรนักเรียนสีทองที่กลัดอยู่บนหน้าอกเรียกสายตาอิจฉาจากผู้คนรอบข้าง...

แต่เขากลับรู้สึกเหมือนหลุดเข้ามาอยู่อีกโลกหนึ่ง

ชาติก่อนชีวิตวัยเรียนมันผ่านไปสิบกว่าปีแล้ว นึกไม่ถึงว่าชาตินี้จะมีโอกาสกลับมาใช้ชีวิตวัยรุ่นสดใสซาบซ่าอีกครั้งงั้นเหรอ?

น่าเสียดาย...

ชีวิตวัยรุ่นสดใส มักมาพร้อมกับความวุ่นวายเสมอ

"อะไรนะ? สอบ?!"

เพิ่งจะนั่งลงในห้องเรียนใหม่ได้ไม่นาน แน่นอนว่าเขาทำเมินเซี่ยอวิ้นอวิ้นที่นั่งข้างๆ อย่างสมบูรณ์แบบ จะว่ายังไงดี ผู้ชายเห็นสาวสวยก็อดมองไม่ได้เป็นธรรมดา แต่ปัญหาคือในห้องมีผู้หญิงตั้งสิบกว่าคน ถึงเธอจะสวยที่สุด แต่คะแนนเต็มร้อยกับเก้าสิบ มันก็ไม่ได้ต่างกันขนาดนั้น...

ซูเสียนทำเมินเธอได้สบายมาก

อย่างมากก็ไปมองคนอื่นแทนก็ได้

แต่ไอ้เรื่องสอบเนี่ย...

ซูเสียนเหลือบมองโต๊ะข้างๆ ที่ยังคงว่างเปล่า คนที่ชื่อฉินเหลียงอวี้ยังไม่โผล่หัวมา

ไอ้หมอนี่ หายสาบสูญไปแล้วรึไง?

ไม่มาสอบจะไม่เป็นไรเหรอ?

หรือว่า... หนีไปซ่อนตัวแล้ว...

"ไม่ต้องมองหาหรอก ป่านนี้หมอนั่นคงโดนกักบริเวณอยู่บ้านแล้วมั้ง"

เซี่ยอวิ้นอวิ้นเห็นซูเสียนมองไปที่โต๊ะของฉินเหลียงอวี้ จึงเอ่ยปากบอก

มีคนมาชวนคุย แถมซูเสียนเองก็สงสัยอยู่เหมือนกัน เลยถามกลับไปว่า "เธอรู้ได้ไง?"

เซี่ยอวิ้นอวิ้นตอบ "ง่ายจะตาย หมอนั่นลงมือกับนายกะเอาตาย ถึงนายจะเป็นแค่คนธรรมดา แต่ก็เป็นนักเรียนของโรงเรียนเฉาหยาง การกระทำของเขาผิดกฎหมายเต็มๆ ต่อให้อายุไม่ถึงสิบแปด ก็ต้องติดคุกอยู่ดี"

"งั้น... เขาไปติดคุกแล้วเหรอ?"

ซูเสียนถามด้วยความประหลาดใจ "ไม่น่ามั้ง บ้านรวยขนาดนั้น"

"เปล่า พ่อเขาพาไปตรวจสุขภาพจิต ผลการตรวจทางนิติเวชระบุว่าเขาป่วยทางจิตแบบชั่วคราว ทำให้สภาวะจิตใจพัฒนาเร็วกว่าระดับพลัง จนเข้าสู่ระดับหวั่นไหวล่วงหน้า และเพราะมารในใจกำเริบ... ก็เลยพ้นผิด แต่โดนกักบริเวณอยู่บ้านแทน"

ซูเสียนร้องอ๋อ นี่สิถึงจะสมเป็นพล็อตเรื่องที่ถูกต้อง

แต่นึกไม่ถึงว่าระดับหวั่นไหวจะมีฟังก์ชัน "ละเว้นโทษ" ด้วยแฮะ?

"แต่ไม่รู้ว่าที่ฆ่าคนไปหลายครอบครัว พ่อแม่ของฉินเหลียงอวี้จะยังช่วยให้พ้นผิดได้อีกรึเปล่านะ..."

เซี่ยอวิ้นอวิ้นงง "นายพูดเรื่องอะไร?"

"เปล่า... ก็เขาเป็นคนยอมรับเองไม่ใช่เหรอว่ามารในใจกำเริบ แล้วช่วงนี้ในเมืองก็ดันมีฆาตกรระดับหวั่นไหวออกอาละวาด ฆ่าชาวบ้านตาดำๆ ไปเกือบยี่สิบศพ... เมืองเฉาหยางก็แค่นี้ จะมีคนระดับหวั่นไหวที่มารในใจกำเริบพร้อมกันเยอะแยะขนาดนั้นเชียว?"

ซูเสียนพยักหน้าหงึกหงัก "ดูท่าพ่อแม่จะคุมไม่อยู่นะเนี่ย... ปล่อยออกมาทำร้ายคนอื่น น่าสงสารคนที่ไม่มีปัญญาซื้อการ์ดเวทย์ระดับ 7 ต้องมาตายฟรีๆ"

"นาย..."

เซี่ยอวิ้นอวิ้นจ้องซูเสียนด้วยความตกตะลึง "นายจะบอกว่าฉินเหลียงอวี้คือฆาตกรในข่าวเหรอ?"

"ก็เขาเป็นคนยอมรับเองว่ามารในใจกำเริบไม่ใช่เหรอ?"

ซูเสียนยกอุปกรณ์สื่อสารขึ้นมา "ดูท่า ฉันคงต้องแจ้งความหน่อยแล้ว... ให้เบาะแสกับคุณตำรวจเซียนสักหน่อยว่าคุณชายใหญ่ตระกูลฉินช่วงนี้มารในใจกำเริบ มีใบรับรองแพทย์ยืนยันด้วยนะ ให้พวกเขาไปลองตรวจสอบดูดีกว่า"

พูดจบ เขาก็กดแจ้งความผ่านอุปกรณ์สื่อสารจริงๆ

แจ้งจริง ไม่ได้ล้อเล่น

เซี่ยอวิ้นอวิ้นอ้าปากค้าง นี่มัน...

นี่นายไม่ได้แค่สาดโคลนใส่เขาแล้วนะ นี่มันเหมือนเอากระโถนปัสสาวะ... ไม่สิ เอา เลือดประจำเดือน สาดใส่หน้าเขาชัดๆ! ตระกูลฉินแม้จะร่ำรวย แต่ก็เป็นตระกูลพ่อค้า พ่อค้ากลัวที่สุดคือชื่อเสียงเสียหาย นายเล่นแจ้งความแบบนี้ ตำรวจไม่ไปก็แล้วไป แต่ถ้าเกิดไปขึ้นมาจริงๆ...

ถึงตอนนั้น ตระกูลฉินคงได้วุ่นวายจนหัวหมุนแน่!

แต่ถึงพวกเขาจะหัวหมุน นายไม่กลัวโดนแก้แค้นคืนรึไง?

น่าเสียดาย... เซี่ยอวิ้นอวิ้นหารู้ไม่ว่า ซูเสียนในฐานะสมาชิก VIP การแจ้งความโดยไม่ระบุตัวตน สำหรับเขาแล้ว มันง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปากเสียอีก

ไม่กลัวหรอก ไม่กลัว

จบบทที่ บทที่ 22 นี่นายกำลังสาดเลือดประจำเดือนใส่ตัวเขาอยู่นะ

คัดลอกลิงก์แล้ว