เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 18 หายไปไหน?!

ตอนที่ 18 หายไปไหน?!

ตอนที่ 18 หายไปไหน?!


ตอนที่ 18 หายไปไหน?!

พบเห็นเด็กหนุ่มเผยสีหน้าอยากจะร้องไห้แต่ไม่อาจหลั่งน้ำตา มุมปากของเจียงโม่หลีจึงกระตุก

“มีปัญหางั้นหรือ?”

“ข้าจะกล้ามีปัญหากับศิษย์พี่หญิงเจียงได้อย่างไรเล่า” จี้เตี๋ยปฏิเสธทันควัน

“ไม่กล้าหรือว่าไม่มีกันแน่?”

พบเห็นรอยยิ้มที่ตอบรับ แผ่นหลังของจี้เตี๋ยถึงขั้นต้องหลั่งเหงื่อกาฬเย็นเยือกขณะร้องบอกออกมา

“ทั้งไม่กล้าและไม่มีขอรับ!”

“จริงหรือ? เหตุใดข้ารู้สึกไม่เชื่อกันนะ?” เจียงโม่หลียกมุมปากขณะเผยนาคาอัคคีเลื้อยพันรอบปลายนิ้ว

“ฟ้าดินเป็นพยาน ตะวันจันทราเป็นผู้พิสูจน์ ทุกคำกล่าวที่ข้าบอกต่อศิษย์พี่หญิงเจียงนั้นมาจากก้นบึ้งเลยขอรับ!” จี้เตี๋ยเร่งร้อนสาบาน

เจียงโม่หลีที่ได้ยินเกิดความรู้สึกแคลงใจ เพียงแต่นางคร้านจะซักถามต่อ ด้วยเหตุนี้จึงสลายนาคาอัคคีที่ปลายนิ้วและเดินกลับไป

“ดูแลนาคาวารีทมิฬของข้าให้ดี ไว้มีเวลาข้าจะกลับมาตรวจสอบ อย่าให้รู้เชียวว่าเจ้ากล้าทำร้ายมันอีกเป็นครั้งที่สอง”

จี้เตี๋ยเร่งร้อนตอบรับ “ศิษย์พี่หญิงเจียงวางใจได้ขอรับ ข้าจะดูแลมันอย่างดีเลย!”

เจียงโม่หลีเพียงแค่เดินไปต่อโดยไม่ได้ตอบกลับคำใด ย่างก้าวของนางเงียบงันเหมือนตอนมา แสดงออกว่านางไม่คิดเอ่ยถึงเรื่องราวเก่าก่อนตามที่รับปากเอาไว้

“ในที่สุดก็ไล่นางกลับไปได้สักที” จี้เตี๋ยรู้สึกโล่งอกขณะหันไปมองเจ้างูดำพลางรู้สึกยินดีกับตนเอง เขาตกรางวัลเป็นผลยกวิญญาณให้แก่มันก่อนจะออกจากโรงนาไปพลางฮัมเพลง

“ศิษย์พี่จี้ เหตุใดศิษย์พี่หญิงเจียงแวะมาอีกแล้ว? หรือว่านางสนใจอะไรในตัวท่าน?” อู๋ฮั่นเดินเข้ามาพลางกระซิบกระซาบสอบถาม

“พูดอะไรไร้สาระ!”

จี้เตี๋ยต้องกระแอมไอเสียงแห้งตอบกลับ “เพียงแต่เจ้ามีสายตาที่ดี แต่จงรู้เอาไว้ พบเห็นสิ่งใดไป ห้ามบอกต่อผู้อื่นเป็นอันขาด!”

“ทราบขอรับ!” อู๋ฮั่นขยิบตาให้ “ศิษย์พี่หญิงเจียงมีชื่อเสียงโด่งดังในฝั่งใต้ มีคนนับหน้าถือตาให้แก่นางมากมาย หากทราบว่าศิษย์พี่หญิงเจียงกำลังชอบพอกับท่านเข้าให้ คิดว่าปัญหาคงวิ่งเข้าหาศิษย์พี่จี้อย่างไม่ต้องสงสัย ข้ารับปากจะไม่บอกใครขอรับ”

อู๋ฮั่นตบหน้าอกตนเอง ท่าทีราวกับบอกว่าให้เชื่อมั่นได้ว่าความลับนี้จะถูกเหยียบไว้จนมิด

“ถ้ารู้ก็ดีแล้ว” จี้เตี๋ยยิ้มตอบก่อนจะเตะก้นอีกฝ่าย ทว่าไม่ช้าก็ต้องหยุดล้อเล่นพลางเอ่ยถาม “เจ้าอยู่สำนักเจ็ดลึกล้ำมานานแค่ไหนแล้ว? คล้ายจะทราบอะไรไม่น้อยเลยทีเดียว”

“เจ็ดปีแล้วขอรับ” อู๋ฮั่นแสดงท่าทีเขินอาย

“เจ็ดปี… ถ้าอย่างนั้นเจ้ารู้จักจางเฟิงหรือไม่?” จี้เตี๋ยเอ่ยถาม เพราะก่อนหน้านี้เจียงโม่หลีกล่าวว่าจางเฟิงเป็นคนทรยศ ไม่ใช่ว่าเขาคิดอยากช่วยสำนักล้างแค้น เพียงแค่คิดอยากทราบว่ามันเกิดเรื่องราวใด

“ไม่ทราบขอรับ…”

อู๋ฮั่นส่ายศีรษะก่อนจะแสดงความสงสัยออกมา “ข้าไม่เคยได้ยินนามเช่นนั้นในฝั่งใต้มาก่อน ศิษย์พี่จี้รู้จักเขาหรือขอรับ?”

“ข้าไม่ได้รู้จัก แต่เคยได้ยินมาเลยอยากสอบถาม” พบเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ทราบ จี้เตี๋ยก็ไม่ซักถามอะไรอื่นอีก เขาเพียงแค่บอกลาก่อนจะกลับห้องตนเองไปฝึกฝน ทิ้งไว้เพียงอู๋ฮั่นที่ยืนมองแผ่นหลังพลางถอนหายใจ

“ศิษย์พี่จี้ฝึกฝนอย่างหนักโดยแท้ ไม่แปลกใจเลยที่ประสบความสำเร็จก้าวหน้าด้วยอายุเท่านี้ เราไม่ควรอิจฉาเลยแม้แต่น้อย”

แน่นอนว่าจี้เตี๋ยไม่ได้ยินถ้อยคำเหล่านี้ เพราะเขาปิดประตูบ้านเดินเข้าไปด้านในเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กระทั่งว่าฝึกฝนต่อเนื่องจนกระทั่งถึงช่วงฟ้ามืด ก่อนจะลักลอบออกไปยังสถานที่เมื่อวานโดยเงียบงัน ภายหลังใส่ผลไม้ลงหม้อทองแดงเพื่อยกระดับมันแล้ว เขาจึงเริ่มการฝึกฝนต่อ

ขณะระดับการฝึกตนของเขาเพิ่มสูงขึ้น ความเร็วการสกัดพลังจากผลยกวิญญาณก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน เพียงหนึ่งค่ำคืน เขาสามารถใช้ผลยกวิญญาณได้ถึงสามสิบเอ็ดผล มันเป็นจำนวนที่มากกว่าคืนก่อนอยู่ระดับหนึ่ง

ระดับการฝึกตนของเขาเอง ก็กำลังเข้าใกล้การกลั่นลมปราณขั้นที่ห้ามากขึ้น

“จะว่าไปแล้ว วันพรุ่งนี้เป็นวันอาบน้ำทำความสะอาดคอกสัตว์ หวังว่าไอ้เจ้านั่นจะไม่มาสร้างปัญหาอะไรอีก…” วันถัดมา จี้เตี๋ยที่ให้อาหารงูดำเรียบร้อยจึงเดินออกมาจากโรงนาขณะเผยท่าทีราวกับรำพึงรำพัน

ก่อนจะทันรู้ตัว เขาก็มาอยู่ที่สำนักเจ็ดลึกล้ำเกินกว่าครึ่งเดือนเสียแล้ว

และตัวเขาในปัจจุบันก็ก้าวหน้ามากกว่าตนเองเมื่อครึ่งเดือนก่อนอย่างไม่อาจเทียบได้

แม้ว่าช่วงเวลานี้จะเอาแค่ฝึกฝนการควบคุมให้วัตถุลอยเพื่อสร้างรากฐานการฝึกตน แต่ทุกวันที่ผ่านไปก็หมายถึงความก้าวหน้าทีละน้อย

ปัจจุบันเขาเกือบจะไปถึงการกลั่นลมปราณขั้นที่สี่จุดสูงสุดแล้ว

ขณะกำลังถอนหายใจอยู่นั้น ชายหนุ่มใบหน้าเปรอะเปื้อนคนหนึ่งพลันเดินเข้ามาชนกระทบไหล่ จนเป็นเหตุให้จี้เตี๋ยต้องขมวดคิ้ว

ชายหนุ่มใบหน้าเปรอะเปื้อนราวตระหนักเห็นความไม่พอใจ เวลานี้จึงเร่งร้อนเอ่ยคำ “ขออภัยขอรับ ขออภัยศิษย์พี่จี้ขอรับ เมื่อครู่ข้าใจลอยเกินไป!”

“ไม่เป็นไร!” จี้เตี๋ยไม่ได้โกรธ เพียงแต่หรี่ตามองแผ่นหลังอีกฝ่ายที่เดินจากไป

“เหอเฉียง!”

อีกฝ่ายคือเหอเฉียง เป็นบุคคลที่น่าจะเคยแอบย่องมาสอดส่องด้านนอกบ้านของเขาเมื่อวานนี้

จี้เตี๋ยมองอีกฝ่ายอยู่หลายครั้งขณะลอบสำรวจ เพียงแต่สุดท้ายก็ปล่อยผ่านและกลับบ้านตนเองไปฝึกฝนต่อ จนกระทั่งถึงช่วงบ่ายเขาจึงออกมาที่สวน

หึ่ง หึ่ง! เสียงหึ่งของผึ้งดังขึ้นรอบด้าน กระทั่งว่ามีส่วนหนึ่งเข้ามาหาตัวเขา

“ข้าไม่ใช่ดอกไม้!” จี้เตี๋ยยิ้มตอบก่อนจะส่งพลังวิญญาณปะทุข่มขวัญพวกมันกระเจิง ถัดจากนั้นเขาจึงเดินไปยังโรงนา เทตะกร้าผลไม้ สุดท้ายจึงเดินกลับไปบ้าน

ยามเมื่อฟ้ามืด เขาลอบออกจากบ้านไปยังสถานที่อันคุ้นเคยอีกครั้งหนึ่ง

หึ่ง หึ่ง!

ทันใดนี้เองที่เสียงหึ่งดังขึ้นมาให้ได้ยินจากรอบด้าน มันทำจี้เตี๋ยประหลาดใจจนต้องหันไปมอง

“ฤดูกาลเช่นนี้ยังมียุงอยู่ด้วยงั้นหรือ?”

เพียงแต่ไม่ช้าเขาก็ได้ทราบ ว่าพวกมันไม่ใช่ยุง เนื่องจากมีสายตาที่ยอดเยี่ยม เขาจึงสามารถเห็นได้ชัดว่าพวกมันเป็นผึ้ง!

“ผึ้งอีกแล้ว!” จี้เตี๋ยขมวดคิ้ว เขารู้จักผึ้งเหล่านี้ พวกมันถูกเรียกว่าผึ้งท้องทุ่ง ตามปกติแล้วจะออกหากินตอนฟ้าสางและพักผ่อนภายหลังฟ้ามืด

แต่ปัจจุบันที่แม้จะเป็นยามค่ำคืน พวกมันกลับยังออกหาอาหาร

ภายหลังลังเลอยู่ชั่วครู่ จี้เตี๋ยเลือกไม่สนใจขณะมุ่งหน้าไปยังสถานที่เดิมที่ใช้เมื่อคืนก่อน เพียงแต่เรื่องราวแปลกประหลาดเกิดขึ้น ฝูงผึ้งยังคงบินตามเขามา

ตอนนี้เองที่จี้เตี๋ยได้ตระหนักว่ามันผิดปกติจนต้องตัดสินใจหยุดฝีเท้า

“เรื่องนี้มีกลิ่นไม่ชอบมาพากลแล้วสิ” จี้เตี๋ยสำรวจมองผึ้งรอบด้าน ทันใดนี้เองที่เกิดนึกถึงตอนที่ตนเองชนกับเหอเฉียงระหว่างวันขึ้นมาได้

และภายหลังจากนั้น ช่วงบ่ายเขาไปที่สวน พร้อมกับได้พบว่ามีฝูงผึ้งพยายามเข้าหา!

“ถ้ามันทำอะไรกับเราจริง อย่างนั้นมันมีจุดประสงค์อะไร? หรือว่า?!”

จี้เตี๋ยหรี่สายตาลงเล็ก ภายหลังครุ่นคิดได้ไม่นานเขากลับนึกขึ้นได้ ว่าตอนที่ตนยังอยู่หมู่บ้านเหวินเหอ สตรีโฉดชั่วก็คล้ายจะมีแมลงที่สามารถใช้สะกดรอยตามกลิ่นได้!

สัญญาณเตือนภัยพลันร่ำร้องดังในใจของเขา!

ทันใดนี้เอง ที่มีร่างหนึ่งเข้ามาใกล้จากระยะหนึ่งร้อยจ้างอย่างเชื่องช้า

“เลือกมาสถานที่รกร้างผู้คนเช่นนี้ นับว่าฉลาดเลือกหลุมฝังศพให้ตนเองดี” อีกฝ่ายคือชายหน้าม้า ที่ด้านหน้ามีแมลงบินนำทางมา มันคล้ายกับผึ้งที่มีความสามารถในการสะกดรอย

“สถานที่นี้ออกห่างจากพื้นที่โรงนาแล้ว ในเมื่อกล้ามาสถานที่เช่นนี้ในยามค่ำคืน ก็เตรียมกลายเป็นผีเฝ้าที่ได้เลย”

ชายหน้าม้าตามแมลงนำทางมา จนกระทั่งเข้าใกล้จี้เตี๋ยและหยุดยืนตรงหน้า สีหน้าท่าทีเวลานี้ราวกับแน่ใจแล้ว ว่าจี้เตี๋ยมีความลับที่เก็บซุกซ่อนเอาไว้

เวลานี้เองที่แมลงตรงหน้าอีกฝ่ายหยุดนิ่งและคลานกลับเข้าไปด้านในแขนเสื้อ

“อยู่แถวนี้งั้นหรือ?” ชายหน้าม้าสำรวจมองรอบด้าน ก่อนจะได้พบเห็นโขดหินขนาดใหญ่อยู่ตรงหน้าตนเอง

“ซ่อนอยู่หลังก้อนหินงั้นหรือ ไอ้หนู ทุกสิ่งที่แกมีต้องตกเป็นของข้า!”

ชายหน้าม้าเผยดวงตาแห่งความละโมบออกมา ย่างก้าวของเขาไร้ซุ่มเสียงขณะเคลื่อนเข้าไปใกล้ด้านหลังของโขดหิน

สายลมยามค่ำคืนพัดผ่าน ใบไม้รอบด้านส่งเสียงเสียดสีสั่นไหว ชายหน้าม้ากำลังเดินไปด้วยความระแวดระวังขณะเข้าใกล้โขดหินมากขึ้น

เขาแทบจินตนาการถึงสีหน้าสิ้นหวังของจี้เตี๋ยที่ตนกำลังจะได้พบเจอในอีกไม่ช้า

แต่ขณะย่องเข้าไปใกล้โขดหิน เขากลับได้พบว่ามันไม่มีใครอยู่ หากมีก็เพียงแค่เสื้อผ้าชุดหนึ่ง

“หายไปไหน!”

ขณะเขากำลังชะงักงันอยู่นั้นเอง หมัดเพรียวบางพลันพุ่งเข้ามาปะทะจากด้านข้าง

จบบทที่ ตอนที่ 18 หายไปไหน?!

คัดลอกลิงก์แล้ว