เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 10 ก้าวหน้าขึ้นอีกครั้ง

ตอนที่ 10 ก้าวหน้าขึ้นอีกครั้ง

ตอนที่ 10 ก้าวหน้าขึ้นอีกครั้ง


ตอนที่ 10 ก้าวหน้าขึ้นอีกครั้ง

เฮ่อซงพยายามปิดซ่อนความคับแค้นในสายตาเอาไว้ ขณะแบกรับคำเย้ยหยันจากศิษย์คนอื่น เขาเก็บเครื่องมือที่เตรียมมาเดินเข้าไปด้านในโรงนา

ภายหลังผ่านไปสักพักหนึ่ง เสียงแผดร้องพลันดังขึ้นจากโรงนา และตอนที่เฮ่อซงเผ่นหนีออกมา เสื้อผ้าของเขาฉีกขาดด้วยรอยกรงเล็บมากมาย ใบหน้าในเวลานี้เสียโฉมเพราะปรากฏรอยกรงเล็บที่เลือดไหลเจิ่งนอง!

จี้เตี๋ยไม่คิดสนใจเรื่องราวเหล่านี้ที่เกิดขึ้น เพราะเขาตรงกลับบ้านเพื่อเตรียมใช้ผลยกวิญญาณเพิ่มพูนการฝึกฝนของตนเองอย่างต่อเนื่อง

ขณะเวลาเดียวกัน ศิษย์คนหนึ่งซึ่งรับหน้าที่ดูแลคอกสัตว์ได้ไปรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นให้ชายหน้าม้าทราบ

ยามได้ยินว่าเฮ่อซงคิดใช้กำลังบีบบังคับจี้เตี๋ยให้ทำความสะอาดคอกและอาบน้ำสัตว์อสูร แต่สุดท้ายกลับพ่ายแพ้แก่จี้เตี๋ยเสียเอง ชายหน้าม้าถึงขั้นต้องประหลาดใจ

“มันสำเร็จการกลั่นลมปราณขั้นที่สองได้ในเวลาอันสั้น ถึงขั้นเอาชนะเฮ่อซงได้เลยหรือนี่ ถ้าอย่างนั้นมันก็เป็นอัจฉริยะคนหนึ่งแล้ว แต่ก็คงต้องบอกว่าน่าเสียดายที่ดันไปมีเรื่องกับศิษย์พี่หญิงซ่ง! ชีวิตมันคงไม่ยืนยาวสักเท่าไหร่!”

ภายหลังโบกมือไล่ศิษย์คนดังกล่าวกลับไป ชายหน้าม้าจึงหลับตาลงไปชั่วครู่ สุดท้ายก็ไม่ได้เก็บเรื่องราวนี้มาใส่ใจ

ในสายตาของเขา จี้เตี๋ยถือเป็นคนไร้ค่า

เนื่องจากสัตว์อสูรที่มอบหมายให้จี้เตี๋ยดูแลมีนิสัยดุร้าย กระทั่งเจ้าของยังทำอะไรกับนิสัยดังกล่าวไม่ได้

และเมื่อใดที่ถึงวันอาบน้ำล้างคอก หากไม่ตายก็คงต้องพิการกันไปข้างหนึ่ง

แค่นั้นก็จะเป็นไปตามที่ศิษย์พี่หญิงซ่งของเขาปรารถนาแล้ว

แม้ไม่ทราบว่าคนทั้งสองมีปัญหาอะไรกันมา เพียงแต่คนเช่นเขาแค่ทำตามคำฝากฝังที่ได้รับก็เท่านั้น

หากว่าสามารถสร้างความดีความชอบได้ ทั้งการฝึกตนและสถานะของเขาอาจมีโอกาสก้าวหน้ามากขึ้น หรืออาจถึงขั้นได้เข้าร่วมสำนักสายใน!

ช่วงเที่ยงวันถัดมา จี้เตี๋ยกำลังยืนนอกคอกหมายเลขสิบเอ็ดขณะเทตะกร้าผลไม้ใส่เข้าไป

งูดำลืมตาขึ้นและมองตอบ หัวอันใหญ่โตของมันไร้การเคลื่อนไหวตอบสนอง หากจะมีอะไรที่ราวกับเป็นสัญญาณตอบรับ ก็คงเป็นลิ้นสีแดงชาดที่แลบออก

จี้เตี๋ยได้ตระหนักว่าเรื่องราวคล้ายจะเป็นไปตามต้องการ เมื่อหันมองแล้วพบว่ารอบข้างไม่มีใครอื่น เขาจึงนำผลยกวิญญาณที่ผ่านการยกระดับจากหม้อทองแดงออกมา

ครั้งนี้เองที่ดวงตาของงูดำซึ่งเดิมหลับอยู่พลันจ้องมองด้วยนัยน์ตาแนวตั้ง มันแสดงความปรารถนาอันรุนแรงออกมาให้พบเห็น เพียงแต่ไม่ทราบว่าเพราะมันรู้คำพูดของจี้เตี๋ยเมื่อวาน หรือทราบว่าไม่มีทางหลุดพ้นจากห่วงโซ่ไปไขว่คว้า ด้วยเหตุนี้มันจึงไม่ได้พุ่งตัวเข้ามาอย่างก้าวร้าวเช่นที่เคยเป็น

“ทำได้ดี เหมือนจะไม่มีความคิดแย่งชิงแล้วสินะ” จี้เตี๋ยกำลังพึงพอใจที่เห็นว่าแผนการได้ผลด้วยดี ขณะนี้จึงโยนผลไม้ส่งเข้าไป

เพราะอย่างไรเขาก็มีผลยกวิญญาณมากมายอยู่แล้ว

ตอนที่งูดำพบเห็นผลไม้กลิ้งเข้าหา มันราวกับชะงักไปชั่วครู่ และภายหลังแสดงท่าทีลังเล สุดท้ายมันจึงเลื้อยเข้าหาและกลืนหายวับเข้าปาก ดวงตาสีแดงชาดของมันแสดงท่าทีพึงพอใจขณะมองมายังจี้เตี๋ยอีกครั้งหนึ่ง

ตุบ! ผลไม้อีกผลหนึ่งกลิ้งเข้าหา มันชะงักไปชั่วครู่ และสุดท้ายจึงเร่งรีบเลื้อยเข้าไปกลืนต่อ ปัจจุบันการฝึกฝนของมันแทบจะเข้าใกล้การกลั่นลมปราณขั้นที่สี่แล้ว

“จำเอาไว้ ตราบเท่าที่เชื่อฟัง หากข้าชี้ไปทางซ้ายก็ต้องไปซ้าย ทำตัวให้ดีแล้วข้าจะให้ผลไม้นี่หนึ่งผลต่อมื้ออาหารของแก”

งูดำในเวลานี้ราวกับเข้าใจสิ่งที่เด็กหนุ่มพูด มันแลบลิ้นออกมาทำตัวประหนึ่งเด็กน้อยที่รูปลักษณ์ไม่ค่อยจะน่ารักน่ากอดสักเท่าไหร่

จี้เตี๋ยที่ได้เห็นจึงรู้สึกพอใจ ภายหลังพูดคุยจบเรียบร้อย เขาจึงหันกลับและเดินออกจากโรงนาไป

บริเวณโรงนาไม่มีศิษย์คนไหนอยู่ เพราะส่วนใหญ่ต่างก็ฝึกตนอยู่ภายในห้องของตนเอง และอีกส่วนก็ไม่ได้มีหน้าที่ดูแลคอกสัตว์

นอกจากเวลาให้อาหารตามกำหนด ศิษย์ในพื้นที่นี้สามารถใช้เวลาของตนเองได้อย่างอิสระ ดังนั้นพอมีเวลาว่างพวกเขาย่อมไม่คิดขลุกตัวอยู่ที่โรงนาแห่งนี้

“พอมาคิดดูแล้ว เราเข้าสำนักเจ็ดลึกล้ำมาก็นานพอสมควรแต่ยังไม่เคยได้ออกไปไหน ชักสงสัยแล้วสิว่านอกพื้นที่โรงนานี่จะมีอะไรอยู่บ้าง” แม้จี้เตี๋ยถอนหายใจ แต่เขาก็ไม่ได้คิดออกไปเดินสำรวจแต่อย่างใด

ในเมื่อมันไม่ใช่สถานที่คุ้นเคย ทั้งยังไม่มีญาติหรือมิตร เขาจึงเลือกที่จะฝึกฝนต่อเพื่อหาทางข้ามผ่านสู่การกลั่นลมปราณขั้นที่สี่โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ภายหลังเก็บผลไม้จากสวนมาอีกเล็กน้อย เขาจึงเดินกลับบ้านพักไป

บังเอิญว่าระหว่างทางเขาดันได้พบเฮ่อซง ผู้ที่มีสภาพร่างกายโชกด้วยเลือดพร้อมรอบกรงเล็บเต็มทั่วใบหน้า ไม่ต้องคิดก็ทราบได้ว่าอสูรหมาป่าคงกระโจนเข้าใส่ตอนพยายามเข้าไปอาบน้ำล้างคอก

เฮ่อซงเองก็พบเห็นจี้เตี๋ย แววตานั้นยังเปี่ยมด้วยความอาฆาตมาดร้าย

อสูรหมาป่าไม่ชอบอาบน้ำ ด้วยเหตุนั้นมันจึงตอบโต้อย่างรุนแรง สุดท้ายจึงกลายเป็นที่รองรับอารมณ์

ก่อนหน้านี้ระดับการฝึกตนของเขากับอสูรหมาป่าแทบจะเท่ากัน ดังนั้นจึงยังพอต้านรับเอาไว้ได้บ้าง แต่เพราะปัจจุบันอสูรหมาป่าสำเร็จการกลั่นลมปราณขั้นที่สาม เฮ่อซงจึงกลายเป็นผู้ถูกกระทำ

หากว่ามันไม่ใช่สัตว์อสูรที่สำนักเลี้ยงดู แต่เป็นสัตว์ป่าที่หลงทางไปพบเจอเข้า เกรงว่าเขาคงตายไปแล้ว

“อาการบาดเจ็บนั่นยังไม่มากพอหรือไร?” จี้เตี๋ยพบเห็นสายตาคับแค้นที่มองมาจึงเย้ยหยันตอบกลับ

“อย่าได้ใจเกินไปนัก ไม่ช้าเจ้าจะมีสภาพเหมือนดังข้า หรืออาจเลวร้ายยิ่งกว่าข้า!” เฮ่อซงแค่นเสียงฮึมฮัมขณะเดินผละจากไป

จี้เตี๋ยเกียจคร้านเกินกว่าจะสนใจคนพาลเช่นอีกฝ่าย ขณะนี้จึงตรงกลับบ้านพักของตนไป เพราะนอกจากเวลาให้อาหารแล้ว เขามักจะทุ่มเทเวลาทั้งหมดที่มีไปกับการฝึกตน

ตามคัมภีร์วิชามหาลึกล้ำ การจะสำเร็จขั้นที่สี่ได้ก็จำเป็นต้องแปรสภาพพลังวิญญาณให้กลายเป็นกระแสน้ำ

มันหมายความถึงต้องเปลี่ยนพลังวิญญาณภายในร่างกายให้ไหลเวียนได้เหมือนดังกระแสน้ำ

ปัจจุบันพลังวิญญาณที่เพิ่มขึ้นจากผลยกวิญญาณผลหนึ่ง กลับได้รับมาเพียงแค่ครึ่งหนึ่งจากที่เคยเป็น จี้เตี๋ยจึงคิดคำนวณโดยคร่าวและประเมิน ว่าหากต้องการแปรเปลี่ยนพลังวิญญาณในร่างกายให้เป็นกระแสน้ำเพื่อก้าวสู่การกลั่นลมปราณขั้นที่สี่ ก็จำเป็นต้องใช้ผลยกวิญญาณอย่างน้อยสามสิบผล

แน่นอนว่าระหว่างฝึกตนเองให้ก้าวหน้า เขายังไม่ลืมเรื่องฝึกสอนงูดำให้เชื่อง และปัจจุบันมันก็มีแนวโน้มค่อนข้างเชื่อฟังมากขึ้นแล้ว

เพียงชั่วพริบตา วันที่เจ็ดซึ่งเฝ้ารอคอยได้มาถึง จี้เตี๋ยนั่งอยู่บนเตียงราวกับไม่ได้ตระหนักถึงกาลเวลาที่ผันผ่าน เขายังคงหลับตาขณะลมปราณกำลังเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ช่วงสองวันที่ผ่านมา เขาใช้ผลยกวิญญาณไปเกือบยี่สิบแปดผลแล้ว

พลังวิญญาณภายในกายของเขา มันเริ่มเข้าใกล้การเป็นกระแสน้ำเข้าไปทุกที

มันยังไม่ใช่ผลลัพธ์ที่จี้เตี๋ยพึงพอใจ ผลไม้ผลแล้วผลเล่าถูกใช้งานและกลืนกิน พลังวิญญาณภายในกายของเขาเติบโตอย่างต่อเนื่องจนเส้นทางที่เคยเป็นเสมือนทางน้ำขนาดเล็กเริ่มเปลี่ยนแปลง…

เวลาล่วงเลยแต่ยังไม่พบเห็นตัวจี้เตี๋ย ทำเอาเหล่าศิษย์ที่รับผิดชอบงานในโรงนาต่างเกิดสับสนและสงสัยไม่ใช่น้อย

“เหมือนวันนี้จะถึงเวลาทำความสะอาดคอกหมายเลขสิบเอ็ดแล้วนะ”

“เจ้าหน้าใหม่นั่นล่ะ? หรือว่าจะกลัวจนหนีไปซ่อน?”

“เกรงว่าจะใช่ อย่าลืมสิว่าเจ้าตัวใหญ่นั่นสำเร็จการกลั่นลมปราณขั้นที่สามจุดสูงสุด…”

“ชู่ว์ หากเจ้าตัวมาได้ยินเข้าจะทำยังไง ระวังปากหน่อย!”

ช่วงเช้าตรู่ เหล่าศิษย์ที่รับผิดชอบงานเลี้ยงดูภายในโรงนาต่างก็ให้อาหารในส่วนหน้าที่ของตนกันหมดแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงมารวมหัวกันพูดคุย

ใครใช้ให้สัตว์อสูรในคอกหมายเลขที่สิบเอ็ดมีชื่อเสียงโด่งดังกัน? ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงคาดเดากันไปว่าจี้เตี๋ยอาจจะกลัวหัวหดจนไปซ่อนตัว

ตอนนี้เองที่ชายหน้าม้าคนเดิมได้ปรากฏตัวในโรงนา ศิษย์รอบด้านต่างเงียบเสียงก่อนจะโค้งศีรษะทำความเคารพอย่างนอบน้อม

“คารวะผู้ดูแลขอรับ”

“จี้เตี๋ยอยู่ที่ไหน?” ชายหน้าม้าเริ่มขมวดคิ้วมุ่น

“ผู้ดูแลหวัง เจ้านั่นอาจซ่อนตัวอยู่ในห้องจนไม่กล้าออกมาขอรับ หน้าที่ให้อาหารช่วงเช้าก็ไม่เห็นตัวด้วย” เฮ่อซงพูดออกมาด้วยท่าทีมุ่งร้าย ราวกับกำลังคิดหาทางระบายแค้นให้กับจี้เตี๋ย

“ว่าอะไร จงไปเรียกมันออกมา! สายป่านนี้แล้วกล้าดียังไงยังขลุกตัวอยู่ในบ้าน!” ชายหน้าม้าแค่นเสียงขึ้นจมูกรับคำด้วยความเย็นชา และเขาทราบดีว่าระหว่างคนทั้งสองมีข้อพิพาทใดเกิดขึ้น ด้วยเหตุนี้จึงใช้อีกฝ่ายไปเรียกจี้เตี๋ยออกมา

“ขอรับ!” เฮ่อซงรับคำสั่งขณะเร่งรีบเดินมุ่งหน้าไปยังบ้านพักที่จี้เตี๋ยใช้อยู่อาศัยด้วยสีหน้าสุขสม และพอได้เห็นว่าประตูลงกลอนจากภายใน เขาจึงทุบและตะโกน

“จี้เตี๋ย ออกมาเดี๋ยวนี้!”

“ซ่อนตัวไปก็เท่านั้น ท่านผู้ดูแลกำลังรอเจ้าอยู่!”

ได้ยินเสียงอึกทึก จี้เตี๋ยผู้อยู่ภายในห้องยังคงหลับตาแน่นไม่คิดสนใจ

ภายหลังใช้ผลยกวิญญาณไปแล้วถึงสามสิบเอ็ดผล พลังวิญญารภายในกายของเขากำลังไปถึงจุดที่แปรเปลี่ยนเป็นกระแสน้ำขนาดเล็ก มันเริ่มม้วนตัวก่อนจะทวีความรุนแรงครั้งใหญ่!

มันกำลังปะทะเข้าสู่กำแพงของการกลั่นลมปราณขั้นที่สี่!

“ข้ามไปสิ!” ดวงตาจี้เตี๋ยแทบหลั่งเลือด ขณะเฮ่อซงยังคงตะโกนเรียกจากอีกด้านของประตู ภายในกายของเขาพลันส่งเสียงราวอะไรบางอย่างกำลังแตกพัง…

ด้วยเสียงดังสนั่นดังกล่าว พลังวิญญาณภายในกายของเขาพลันสงบลงในชั่วพริบตา

จบบทที่ ตอนที่ 10 ก้าวหน้าขึ้นอีกครั้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว