เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 7 ผลยกวิญญาณ

ตอนที่ 7 ผลยกวิญญาณ

ตอนที่ 7 ผลยกวิญญาณ


ตอนที่ 7 ผลยกวิญญาณ

“นี่เราต้องจับเจ้าตัวพวกนี้ไปอาบน้ำแล้วทำความสะอาดคอกงั้นหรือ?”

จี้เตี๋ยมองเสือขาวเหมันต์ซึ่งถูกโซ่เหล็กมัดเอาไว้ด้านหลังลูกกรงของคอก ดวงตาของเขาแทบถลนออกมาจากเบ้า

เขาคิดว่ามันก็แค่งานให้อาหารสัตว์หรืออะไรที่คล้ายคลึง แต่ไม่นึกถึงว่ามันจะเป็นเสือ…

“อู๋ว์!”

ทันใดนี้เองที่เสียงหมาป่าหอนคำรามดังจากคอกข้างเคียง

“มีหมาป่าด้วย! ทั้งยังตัวใหญ่ขนาดนี้!” จี้เตี๋ยมองหมาป่าตรงหน้าที่ตัวสูงเกือบเท่าคน เขาเริ่มหน้าซีดแล้ว

ยามนึกถึงคำที่ชายหน้าม้าเคยบอกกล่าวเอาไว้ก่อนหน้า หัวใจของเขาแทบหยุดเต้น แต่ไม่ช้าก็เริ่มมองหาป้ายตัวเลขคอกสัตว์

หมายเลขสาม

“ไม่เป็นไร! นี่ยังไม่ใช่ตัวที่เราต้องรับผิดชอบ!” ภายหลังสูดลมหายใจเข้าลึกและสงบใจลง จี้เตี๋ยจึงเดินตรงเข้าไปสู่คอกด้านใน พลางมองหาว่าคอกหมายเลขสิบเอ็ดที่เขาต้องดูแลว่าอยู่ตรงไหน แต่ไม่ช้าเขาก็ต้องโล่งอก

เพราะคอกสัตว์บางหมายเลขก็เป็นเพียงสัตว์ธรรมดา ดังเช่นกระเรียนขาวที่ออกจะตัวใหญ่และสูงกว่าคนไปบ้างก็เท่านั้น

“หวังว่าสัตว์อสูรที่เราต้องดูแลจะปกติธรรมดานะ” จี้เตี๋ยลอบภาวนาอยู่ในใจ และไม่ช้าเขาจึงเดินมาถึงคอกหมายเลขที่สิบเอ็ด

เขาชะเง้อมองเข้าไปด้านในด้วยอาการประหม่า

เพียงอึดใจ เขาได้ยินเสียงตนเองกลืนน้ำลายอึกใหญ่

เพราะด้านในคอกไม่ใช่หมาป่าหรือเสือ แต่เป็นอสรพิษร่างยักษ์ลำตัวหนาประหนึ่งถังน้ำ

อสรพิษตนนี้ยาวราวคนต่อกันสองถึงสามคน ลำตัวของมันเป็นสีดำสนิท เกล็ดบริเวณหน้าผากของมันยังทอประกายแสงอันเย็นเยือกออกมา

“ทุกเจ็ดวันต้องทำความสะอาดคอกและพาเจ้างูนี่ไปอาบน้ำ…”

เวลาล่วงเลย จี้เตี๋ยมาดูแลคอกสัตว์นี้ได้สามวันแล้ว

จี้เตี๋ยค่อนข้างคุ้นเคยกับกิจวัตรการป้อนอาหารสัตว์มากขึ้น

เขาเก็บผลไม้จากในสวนมาส่งเข้าปากและเคี้ยว สายตาทอดมองไปยังโรงนาที่เป็นคอกสัตว์ เพียงคิดว่าอีกสี่วันจะต้องอาบน้ำให้งูยักษ์นั่น มันก็ทำเอาเขารู้สึกเสียวสันหลังวาบ

ช่วงสามวันที่ผ่านมา เขาได้ทราบข้อมูลของคอกสัตว์แห่งนี้มาหลายเรื่อง

สัตว์อสูรที่ถูกเลี้ยงที่นี่ต่างก็ถูกฝึกจนเชื่อง ส่วนใหญ่จะไม่ทำร้ายผู้คน เว้นแต่จะมีเหตุฉุกเฉินหรืออุบัติเหตุจึงเป็นอีกเรื่อง

เพียงแต่ข้อมูลทั้งหมดนั้นไม่ได้รวมถึงเจ้าตัวที่เขาต้องเลี้ยงดู

มีคำบอกเล่ามาว่า เจ้างูยักษ์เพิ่งกัดแขนศิษย์คนก่อนที่ดูแลจนขาดไปไม่นาน

จี้เตี๋ยเพียงนึกคิดถึงฉากนองเลือดพลันต้องตัวสั่น

นอกจากนี้มันยังเป็นสัตว์เลี้ยงของศิษย์ผู้โดดเด่น คิดตีหรือโบยมันไม่ใช่เรื่องที่ทำได้

หรือต่อให้ฟาดโบยพวกมันได้เขาก็คงทำไม่ได้อยู่ดี เพราะเท่าที่ทราบมา สัตว์ทั้งหลายภายในคอกล้วนเป็นสัตว์อสูร

สัตว์อสูรคือสัตว์ธรรมดาที่บังเอิญดูดกลืนปราณวิญญาณในฟ้าดิน จนกระทั่งบรรลุเข้าสู่หนทางของการฝึกตน

บรรดาสัตว์อสูรที่อยู่ภายในคอก พวกมันต่างก็ผ่านการกลั่นลมปราณกันมาแล้ว

กล่าวกันว่าสัตว์อสูรที่เขาต้องรัผบิดชอบเลี้ยงดู มันสำเร็จการกลั่นลมปราณขั้นดที่สามจนถึงขั้นสูงสุด

คิดยังไงเขาก็เอาชนะมันไม่ได้!

ภายหลังทานผลไม้เข้าไป จี้เตี๋ยอดไม่ได้ที่จะถูแก้มของตนเอง ก่อนจะเดินเข้าไปด้านในโรงนา สุดท้ายจึงไปยืนอยู่หน้าคอกหมายเลขสิบเอ็ดเพื่อโยนสารพัดผลไม้เข้าไป

เพียงแต่งูยักษ์สีดำกลับเพียงแค่ลืมตาอันเย็นเยือกมองมา สุดท้ายมันหลับตาลงอีกครั้งและเมินเฉยผลไม้ซึ่งถูกโยนเข้าไป

“ถ้าหิวก็กินซะ” จี้เตี๋ยสำรวจมองและพยายามหาทางสานสัมพันธ์กับมันมาตลอดสองวัน เพียงแต่เขาถูกเมินเฉย

ด้วยเหตุนี้เขาจึงจำเป็นต้องเดินกลับออกจากโรงนาอย่างช่วยไม่ได้

อย่างไรเสีย เมื่อไหร่ที่มันหิวก็คงกินเข้าไปเอง

ภายหลังกลับมาถึงห้อง จี้เตี๋ยจึงไปนั่งเหม่อบนเตียงนอน

ภายในห้องมีเพียงแค่เตียง ไม่มีเครื่องเรือนอื่นใด มันเรียบง่ายจนไม่อาจเรียบง่ายไปกว่านี้

“ช่างมัน เลวร้ายที่สุดก็คือไม่เข้าไป ยังไงก็ไม่มีใครบังคับเราได้อยู่แล้ว ส่วนว่าจะมีบทลงโทษอะไรก็คงดีกว่าตาย” จี้เตี๋ยกัดฟัน ความตึงเครียดตลอดหลายวันที่สั่งสมมาเริ่มเลือนหาย

ขณะนี้จี้เตี๋ยหลับตาลงเพื่อเพ่งสมาธิไปกับการฝึกฝน

ภายหลังประสบกับเรื่องราวต่อเนื่องมากมาย เขาจึงเข้าใจดีว่าสิ่งสำคัญคือความแข็งแกร่ง หากว่าไร้ซึ่งพลัง โชคชะตาที่ควรเป็นของเขาจะถูกควบคุมโดยผู้อื่น

จี้เตี๋ยฝึกฝนต่อเนื่องจนกระทั่งถึงช่วงบ่าย ตอนนี้เองที่เขาแสดงท่าทีกังวลออกมา

“เรายังก้าวไปสู่การกลั่นลมปราณขั้นที่สองไม่ได้!”

เขาไม่ทราบถึงสาเหตุ แต่รู้สึกได้ว่าการฝึกฝนของตนเองราวชนเข้ากับกำแพงที่ทำให้ไม่อาจไปต่อ

“ทุกคนจะเจออาการเดียวกันไหม หรือว่ามีแค่เรากันแน่?” จี้เตี๋ยถอนหายใจกับตนเอง

เขาเพิ่งเข้าสู่หนทางแห่งการฝึกตนมาได้ไม่นาน ดังนั้นจึงไม่รู้ทราบเรื่องขอบเขตการกลั่นลมปราณ ว่าขั้นที่สอง ขั้นที่ห้า และขั้นที่เจ็ดจะเป็นช่วงการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่

กล่าวคือขั้นเหล่านั้นจะเผชิญความยากในการข้ามผ่านกว่าปกติ ทำให้ผู้น้อยพรสวรรค์มักจะติดอยู่กับขั้นดังกล่าวยาวนานได้ตั้งแต่สามถึงห้าปี

“ลองดูอีกครั้ง ไม่เชื่อหรอกว่าชีวิตนี้มันจะไม่สำเร็จ” แม้ถอนหายใจ แต่จี้เตี๋ยไม่ได้สูญเสียกำลังใจ สุดท้ายเขาจึงเดินออกไปเพื่อนำตะกร้าผลไม้ไปส่งอาหารให้กับงูยักษ์สีดำ

ขณะเดินออกมาจากโรงนา เขาจึงได้เห็นกลุ่มศิษย์หลายคนกำลังรวมตัวกันอยู่

หนึ่งในนั้นคือชายหนุ่มที่ค่อนข้างหน้าตาดี ผู้ซึ่งเคยเตือนจี้เตี๋ยเมื่อวันแรก และเหมือนอีกฝ่ายจะชื่อว่าลั่วเฉียง

ในมือของอีกฝ่ายกำลังถือผลไม้ราวต้องการโอ้อวดให้บรรดาศิษย์ข้างเคียงได้พบเห็น

“ผลยกวิญญาณนี้สามารถช่วยเร่งการฝึกตนได้ ศิษย์พี่อู๋มอบให้แก่ข้าเมื่อช่วงเที่ยงวันนี้ เพราะได้เห็นว่าข้าดูแลสัตว์อสูรให้เป็นอย่างดี นี่จึงเป็นรางวัลแก่ข้า เป็นยังไง พวกเจ้าอิจฉากันใช่หรือไม่?” ลั่วเฉียงถามออกมาราวกับภาคภูมิอย่างล้นปรี่

ศิษย์ผู้อื่นไม่ได้ตอบคำใด เพียงแต่ท่าทีแสดงออกชัดว่ากำลังริษยา

อีกฝ่ายโชคดีอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะนอกจากสัตว์อสูรที่เลี้ยงดูจะค่อนข้างเชื่องแล้ว เจ้าของสัตว์อสูรยังมักจะมีรางวัลตอบแทนให้อยู่บ่อยครั้ง

แต่ก็ไม่คาดคิดว่ารางวัลครั้งนี้จะเป็นถึงผลยกวิญญาณ

เป็นที่รู้จักกันว่ามันคือผลไม้ที่อัดแน่นด้วยปราณวิญญาณ ดังนั้นจึงสามารถใช้เพื่อเร่งการฝึกฝน กระทั่งว่ามีคุณสมบัติที่ดียิ่งกว่าศิลาวิญญาณ

“ผลยกวิญญาณ…” เพียงได้ยินว่าผลไม้ดังกล่าวสามารถเพิ่มความเร็วการฝึกตน จี้เตี๋ยผู้กำลังจะกลับบ้านของตนเองพลันต้องหยุดและมองด้วยความสงสัย

และที่เขาได้พบ คือผลไม้ในมือของอีกฝ่ายมันคล้ายจะเหมือนที่อยู่ภายในสวน เพียงแต่สีสันสว่างสดใสกว่า ตอนนี้เองที่เขาต้องโพล่งออกมาโดยไม่รู้ตัว

“ทำไมผลไม้นี่คล้ายกับที่พวกเราทานกันล่ะ?”

เขาพึมพำด้วยเสียงเบา แต่ศิษย์ร่างอ้วนท้วนที่อยู่ข้างกันได้ยินจึงหันมามอง

“จะว่างั้นก็ได้ มันเป็นผลไม้ชนิดเดียวกัน”

“ชนิดเดียวกัน?” จี้เตี๋ยชะงัก เพราะที่เขาทานเข้าไปกลับไม่คล้ายจะมีสรรพคุณช่วยส่งเสริมการฝึกฝนแม้แต่น้อย

“มันออกจะซับซ้อนอยู่บ้าง…” ศิษย์คนนั้นเริ่มบอกเล่า จี้เตี๋ยที่ฟังโดยคร่าวจึงทราบว่าพวกมันทั้งสองมีต้นกำเนิดเดียวกัน

ผลไม้ทั้งสองมีความเหมือนกัน เพียงแค่ผลที่อยู่ในมือของลั่วเฉียงคือตัวช่วยในการฝึกฝน

ส่วนผลที่พวกเขาทานนั้นยังไม่ได้เติบโตมากพอ ทำให้แทบไม่อาจคาดหวังอะไรอื่นนอกจากทำให้อิ่มท้อง

มันมีเหตุผลว่าทำไมถึงมีการเพาะปลูกต้นผลไม้เหล่านี้เอาไว้ที่นี่มากมาย จนถึงขนาดปล่อยให้ผู้คนหยิบทานกันได้ตามใจชอบ

เพราะพวกมันจำเป็นต้องใช้เวลาบ่มเพาะผลอันยาวนาน คล้ายว่าจะเป็นหลักสิบปี

อีกทางหนึ่ง ผลไม้ที่นี่เดิมถูกเพาะปลูกเอาไว้เพื่อใช้เลี้ยงสัตว์อสูร ขณะที่ทางสำนักมีการเพาะปลูกต้นเดียวกันเอาไว้ในสถานที่อื่น พร้อมให้ความดูแลและเก็บเกี่ยวในตอนที่พวกมันสุกงอม

“มันยังไม่สุกนี่เอง…” จี้เตี๋ยที่ได้ยินเรื่องราวจึงเกิดนึกถึงหม้อทองแดงขึ้นมา

เขาจำได้ว่าโสมป่าขนาดเล็ก เพียงใส่ลงในหม้อทองแดง มันสามารถเพิ่มอายุขึ้นไปได้หลายสิบปี ทำเอาเขาเกิดนึกสงสัยว่าผลไม้นี้จะได้ผลลัพธ์เช่นเดียวกันหรือไม่!

หากว่ามันสามารถเพิ่มอายุได้หลายสิบปี ถึงตอนนั้นมันก็สุกงอมเต็มที่แล้ว!

“ออกมา” จี้เตี๋ยหาข้ออ้างหลีกเลี่ยงฝูงชนกลับมายังห้องนอนของตนเอง สุดท้ายจึงปิดประตูพร้อมใช้ก้อนหินขัดเอาไว้ก่อนจะเรียกหม้อทองแดงออกมา

เขานำผลไม้ออกมา ใส่ลงไปในหม้อทองแดง ถัดจากนั้นจึงเริ่มจ้องมองมันด้วยความคาดหวัง

“ในเมื่อเป็นพืชเหมือนกัน ก็น่าจะต้องได้สิ…”

วูบ! แสงสว่างสีเขียวปรากฏขึ้นอีกครั้ง ใจของจี้เตี๋ยเต้นรัว และเมื่อแสงเลือนหาย เขารีบนำผลไม้ออกจากหม้อทองแดงมาพิจารณา

สีสันของผลไม้ดูสว่างกว่าที่เคยเป็น และมันแทบจะเหมือนกับที่ลั่วเฉียงถือในมือเมื่อครู่ไม่มีผิด!

เพียงแต่มันจะช่วยเสริมเรื่องการฝึกตนหรือไม่นั้นยังต้องทดสอบ!

จบบทที่ ตอนที่ 7 ผลยกวิญญาณ

คัดลอกลิงก์แล้ว