เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 25 จะได้ของหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับแผนนี้แหละ

บทที่ 25 จะได้ของหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับแผนนี้แหละ

บทที่ 25 จะได้ของหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับแผนนี้แหละ


ลั่วเหวินอวี้ได้ยินคำถามของลู่เป่ยก็ถึงกับกลืนคำพูดที่กำลังจะหลุดจากปากลงคอไป

เขาพูดตะกุกตะกัก "ฉ...ฉัน ฉันต้องเคยเปิดเจออยู่แล้วสิ!"

"แถมยังเคยทำสำเร็จมาแล้วด้วยนะ"

"ภารกิจนี้ก็เหมือนกัน คอยดูเถอะ ฉันแบกนายทำจนจบได้แน่!"

ลู่เป่ยพยักหน้าเออออตามน้ำ "อ้อ ถ้างั้นดูเหมือนนายจะมีประสบการณ์จัดการกับภารกิจลับเยอะเลยสินะ?"

เจ้าอ้วนทำใจดีสู้เสือ คุยโวต่อ "แหงสิ! มีอะไรไม่เข้าใจก็ถามฉันได้เลย!"

ลู่เป่ยหัวเราะเบาๆ "บังเอิญจัง ตอนนี้ฉันมีเรื่องอยากถามนายพอดี"

"หา?"

ลั่วเหวินอวี้ก็แค่พูดไปงั้น ทำไมเพื่อนร่วมทีมถึงเอาจริงเอาจังขึ้นมาล่ะ?

เขารีบปฏิเสธ "ฉันหมายถึง ถ้ามีคำถามเกี่ยวกับภารกิจลับ ค่อยมาถามฉัน!"

ลู่เป่ยทำหน้าซื่อ "ก็ใช่น่ะสิ ฉันกำลังถามเรื่องภารกิจลับอยู่นี่ไง"

【ต้องการแชร์ภารกิจนี้กับเพื่อนร่วมทีมหรือไม่?】

【ใช่ / ไม่ใช่】

ใช่!

ในเวลาเดียวกัน ลั่วเหวินอวี้ก็ได้รับเสียงแจ้งเตือนจากระบบ

ลู่เป่ยแหย่ "ตอนนี้ฉันเพิ่งจะได้เบาะแสภารกิจนี้มานิดหน่อย นายคิดว่าไงล่ะ?"

"เชี่ยเอ๊ย?!"

เจ้าอ้วนช็อกตาตั้ง "พี่ไปเอาภารกิจลับมาอีกอันจากไหนเนี่ย?!"

ลู่เป่ยยักไหล่ "เปิดเจอตอนเลาะเกล็ดนายเมื่อกี้นี้แหละ แต่คิดว่าจะสำรวจดันเจี้ยนก่อนเลยปล่อยไว้"

"แล้วเผอิญเพิ่งได้ภารกิจช่วยเหลือชาวบ้านมา สองภารกิจนี้มันเกี่ยวข้องกันนิดหน่อย เลยเอามาทำพร้อมกันได้"

ลั่วเหวินอวี้อดอุทานไม่ได้ "ลูกพี่ พี่คือลูกพี่ของผมจริงๆ!"

ตั้งแต่เข้าร่วมเกมสยองขวัญมา เขาไม่เคยเจอการเปิดภารกิจลับรัวๆ แถมยังได้ไอเทมในดันเจี้ยนเดียวแบบนี้มาก่อน

เพื่อนร่วมทีมคนนี้มันดาวนำโชคชัดๆ!

เขาไม่อยากจะคิดเลยว่าตอนสรุปผลหลังจบดันเจี้ยนจะได้คะแนนประเมินสูงลิ่วแค่ไหน

จะได้คะแนนเท่าไหร่ แล้วจะได้รางวัลเป็นเหรียญอีกกี่เหรียญ?

ลู่เป่ยมองดูสีหน้าเจ้าอ้วนที่เปลี่ยนจากตกตะลึงเป็นดีใจสุดขีด แล้วลามไปถึงขั้นเพ้อฝัน จึงอดเตือนสติไม่ได้

"เอาล่ะ ใจเย็นๆ ภารกิจลับมันก็แค่ของแถม ก่อนอื่นต้องเอาชีวิตให้รอดออกจากดันเจี้ยนให้ได้ก่อน"

"ได้เลย พี่ว่าไงผมก็ว่าตามนั้น! ผมจะเดินตามรอยเท้าพี่ทุกฝีก้าวเลย!"

ลั่วเหวินอวี้อยู่ในสภาวะคึกจัด ถ้าสั่งให้วิ่งกลับไปที่ชายหาดตอนนี้ เขาก็พร้อมบุกทันทีโดยไม่ลังเล

ลู่เป่ยส่ายหน้าอย่างจนใจ เขาหันไปมองวิญญาณชายชราแล้วถาม "คุณตาพอจะรู้ข้อมูลเกี่ยวกับพรายน้ำมากกว่านี้ไหมครับ?

"อย่างเช่น นิสัย รูปแบบการโจมตี แหล่งที่อยู่ หรือจุดอ่อนอะไรพวกนี้

"พวกเรายังไม่มีข้อมูลพวกนี้เลย

"คุณตาก็เห็นว่าในห้องนี้มีกันแค่สองคน

"แต่ชาวบ้านที่กลายเป็นพรายน้ำมีเป็นร้อย ขืนสู้กันตรงๆ พวกเราไม่มีทางชนะหรอกครับ

"ลำพังแค่เอาชีวิตรอดตอนนี้ก็รากเลือดแล้ว นับประสาอะไรกับการช่วยให้ชาวบ้านไปสู่สุคติ"

ชายชราเงียบไปครู่หนึ่งเมื่อฟังคำถามของลู่เป่ย

การช่วยให้ชาวบ้านไปสู่สุคติเป็นเรื่องสำคัญ แต่เขาจะปล่อยให้ผู้มีพระคุณต้องมาตายแทนไม่ได้

"ข้ามีวิธีหนึ่ง แต่ไม่รู้ว่าจะช่วยได้หรือไม่"

ดวงตาของลู่เป่ยเป็นประกาย "ลองบอกมาเถอะครับ เรายังพอมีเวลา ลองดูก็ไม่เสียหาย"

ชายชราค่อยๆ เอ่ย "หลังจากกลายร่างเป็นพรายน้ำ สติสัมปชัญญะของข้าก็เลือนลาง เลือนลางจนถึงขั้นลืมไปเลยว่าตัวเองเป็นใคร

"ข้าโหยหาความมีสติ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เลย

"พอมาคิดดูตอนนี้ ถ้ามีใครสักคนเรียกชื่อพวกเขา คอยเตือนสติว่าพวกเขาเป็นใคร

"บางทีอาจจะช่วยปลุกให้คนที่ตกลงสู่ความมืดมิดเหล่านี้กลับมามีสติรู้ตัวได้ชั่วขณะ"

ลู่เป่ยรู้สึกมีความหวัง "วิธีนี้น่าลองดูครับ แต่ทุกคนกลายร่างเป็นพรายน้ำไปหมดแล้ว คุณตายังจำพวกเขาได้อยู่ไหม?"

ชายชราถอนหายใจ "จำได้สิ! พวกเขาคือญาติพี่น้องและมิตรสหายของข้าทั้งนั้น อยู่ร่วมกันมาหลายสิบปี ทำไมข้าจะจำไม่ได้ล่ะ?"

"เยี่ยม!"

มีข้อมูลยังไงก็ดีกว่าไม่มี

ลู่เป่ยรีบแชร์ข้อมูลนี้ให้ลั่วเหวินอวี้ฟังทันที

เจ้าอ้วนเสนอตัวโดยไม่ต้องคิด

"เข้าใจแล้ว เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ผมเอง!

"เดี๋ยวผมออกไปล่อพรายน้ำแถวนี้มาสักสองสามตัว แล้วพี่ลองเรียกชื่อพวกมันดูนะว่าได้ผลไหม"

ลู่เป่ยตบไหล่เขา "ดี ระวังตัวด้วยล่ะ ถ้าไม่ได้ผลก็รีบถอยกลับมา"

ลั่วเหวินอวี้ยิ้มแฉ่ง "ไม่ต้องห่วง ผมต้องอยู่รอดไปจนถึงตอนสรุปผลดันเจี้ยนให้ได้ ขืนมาตายตรงนี้ ผมตายตาไม่หลับแน่"

ที่ชายหาด ยิ่งดึก พรายน้ำก็ยิ่งโผล่มาเยอะขึ้น

ลู่เป่ยไม่ต้องใช้พรสวรรค์ก็มองเห็นพวกมันได้ชัดเจน

ฝูงสัตว์ประหลาดเดินเพ่นพ่านไปทั่วบริเวณหมู่บ้านชาวประมง ขืนออกไปตอนนี้ต้องตกเป็นเป้าสายตาแน่นอน

เจ้าอ้วนเพิ่งจะก้าวพ้นตัวบ้านก็จ๊ะเอ๋กับพรายน้ำกลุ่มแรกเข้าให้

ตอนไปจับปลาโดนไล่ตามแค่สามตัว แต่ตอนนี้กลับโผล่มาให้เห็นตรงหน้าตั้งเจ็ดตัว!

การเจอสัตว์ประหลาดเยอะขนาดนี้เล่นเอาเขาสะดุ้งโหยง

สมองที่กำลังเพ้อฝันถึงรางวัลหลังจบเกมพลันตื่นตัวเต็มที่

ลั่วเหวินอวี้ตระหนักได้ทันทีว่า การจะไปตกปลาที่ชายหาดตอนนี้เป็นไปไม่ได้เลย

พรายน้ำเยอะขนาดนี้ วิ่งเร็วแค่ไหนก็หนีไม่พ้นหรอก

โชคดีที่ภารกิจของเขาไม่ใช่การหาปลา แต่เป็นการล่อเป้าเท่านั้น

พรายน้ำทั้งเจ็ดตัวไม่ได้บุกโจมตีทันทีที่เห็นเจ้าอ้วน แต่พวกมันตั้งวงล้อมและค่อยๆ คืบคลานเข้ามา

เพิ่งจะโดนจับพวกพ้องไปหมาดๆ พวกมันจึงระมัดระวังตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ซึ่งนั่นก็เปิดโอกาสให้ลั่วเหวินอวี้มีพื้นที่ขยับเขยื้อน

เขาแกล้งทำท่าจะวิ่งฝ่าวงล้อมออกไปทางชายหาด

แต่หลังจากทำท่าจะฝ่าไปหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ เขาก็เลือกที่จะถอดใจและวิ่งหันหลังกลับมาที่เขตปลอดภัยโดยไม่เหลียวหลัง

พวกพรายน้ำที่เพิ่งผ่านการต่อสู้มาหมาดๆ ไม่ทันระแวงสงสัย รีบวิ่งไล่ตามมาทันที

คนหนึ่งวิ่ง ฝูงหนึ่งไล่กวด

ลั่วเหวินอวี้วิ่งกลับมาถึงลานบ้านด้วยสภาพแบบนั้น ทำภารกิจล่อเป้าสำเร็จลุล่วง

พรายน้ำทั้งเจ็ดตัวยืนอออยู่หน้าลานบ้าน ไม่กล้าบุกเข้ามา นัยน์ตาจ้องเขม็งไปที่เจ้าอ้วน ราวกับจะฉีกร่างเขาเป็นชิ้นๆ ในวินาทีถัดไป

"ลูกพี่ แค่นี้พอไหม?"

ลู่เป่ยคิดว่าเขาจะล่อมาแค่สองสามตัว ใครจะไปคิดว่าพี่แกเล่นลากมาเป็นฝูง!

"เยี่ยมเลย ยอดเยี่ยมมาก"

จากนั้นเขาก็สั่ง "ไปเช็กปลาบนโต๊ะหมู่บูชาดูซิ แล้วเตรียมตัวให้พร้อม"

"รับทราบ!"

ลั่วเหวินอวี้วิ่งไปดูที่ศาลากลาง ส่วนลู่เป่ยก็หันไปมองชายชราที่อยู่ข้างๆ

"คุณตาครับ พอจะจำได้ไหมว่าพรายน้ำหน้าประตูพวกนี้เป็นใครบ้าง?"

"คนพวกนี้..."

ชายชราลอยเข้าไปใกล้ จ้องมองทั้งเจ็ดคนตรงหน้าแล้วพิจารณาทีละคน

"ข้ารู้จัก ข้ารู้จักพวกเขาทุกคน!"

เขารีบบอก "คนที่อยู่ขวาสุดนั่นเพื่อนบ้านข้าเอง ชื่อจริงคือหลี่เฉิง

"ขาขวาเขามีปัญหาเดินกะเผลกนิดหน่อย คนในหมู่บ้านเลยเรียกเขาว่า หลี่เป๋"

สายตาของลู่เป่ยเลื่อนไปที่ขาขวาของพรายน้ำตัวนั้น

ตอนแรกเขาไม่ได้สังเกต แต่พอโดนทัก เขาก็เห็นว่าขาขวาของพรายน้ำตัวนี้ดูเก้งก้างผิดปกติกว่าตัวอื่นจริงๆ

ลั่วเหวินอวี้วิ่งกลับมาที่ลานบ้าน "เหลือปลาเป็นๆ แค่ตัวเดียวแล้วพี่"

ลู่เป่ยประเมินสถานการณ์ในใจ "ดี งั้นฉันจะเรียกชื่อมัน ส่วนนายเตรียมตัวบวกได้เลย"

"ไม่มีปัญหา ลุยเลย จะได้ของหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับแผนนี้แหละ"

เจ้าอ้วนตั้งการ์ดเตรียมพร้อมรบด้วยความคาดหวังเต็มเปี่ยม

ลู่เป่ยตะโกนออกไปนอกลานบ้าน "หลี่เฉิง!"

พรายน้ำทั้งเจ็ดตัวไม่มีปฏิกิริยาอะไรเปลี่ยนแปลง

ไม่มีปฏิกิริยา?

วิธีนี้ไม่ได้ผลเหรอ?

ลู่เป่ยขมวดคิ้ว ถ้าวิธีนี้ไม่ได้ผล เดี๋ยวพวกเขาคงต้องเจอศึกหนักแน่

เขาตั้งความหวังแล้วลองตะโกนอีกครั้ง

แต่คราวนี้เขาเรียกด้วยฉายา

"หลี่เป๋!"

ที่นอกลานบ้าน พรายน้ำที่ชื่อหลี่เฉิงมีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างเห็นได้ชัด!

จบบทที่ บทที่ 25 จะได้ของหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับแผนนี้แหละ

คัดลอกลิงก์แล้ว