- หน้าแรก
- มรรคาวิถีกระสุนดินดำ
- บทที่ 74 ชั้นเรียนบำเพ็ญเพียร
บทที่ 74 ชั้นเรียนบำเพ็ญเพียร
บทที่ 74 ชั้นเรียนบำเพ็ญเพียร
แฟรงค์ขมวดคิ้ว สินค้าประเภทความรู้ที่ไม่มีหลักฐานจับต้องได้แบบนี้ จัดการยากที่สุด
ข้อแรก จะพิสูจน์อย่างไรว่าใช้งานได้จริง นี่ทำให้เกณฑ์การซื้อขายสินค้าประเภทความรู้สูงมาก
ข้อสอง สินค้าประเภทความรู้ทำซ้ำได้ง่าย แค่รู้คนที่สอง ก็มีสิทธิ์เอาไปขายต่อได้แล้ว ดังนั้นราคาซื้อขายครั้งแรกจึงไม่แน่นอนมากเกินไป ยากจะกำหนด
"เพื่อนครับ คุณแน่ใจนะ? ผมต้องเตือนก่อนว่า สินค้าประเภทความรู้ขายยากมาก เว้นแต่จะเจอ 'ป๋อเล่อ' ที่มองเห็นคุณค่า..."
*ป๋อเล่อ มีความหมายถึง คนตาถึง
ดูเหมือนอยากจะตีสนิท แฟรงค์ถึงกับใช้คำภาษาจีนว่า 'ป๋อเล่อ' น้ำเสียงเขาอ้อมค้อมมาก เห็นชัดว่าไม่อยากพูดตรงๆ
จางอู๋จี๋ฟังออกถึงความสงสัยของแฟรงค์ ยักไหล่ตอบ "ลองดูหน่อยก็ได้ ถ้าขายไม่ออกก็ช่างมัน"
การเข้าร่วมงานประมูลครั้งนี้เป็นแค่ความคิดชั่ววูบ ขายได้ก็จะได้ประเมินมูลค่าวิชาที่มีในมือ ขายไม่ได้ก็ช่าง หลักๆ คืออยากเห็นผลผลิตจากโบราณสถานมากกว่า
แฟรงค์ได้ยินดังนั้นก็ได้แต่พยักหน้าอย่างจนใจ ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู แล้วพูดว่า
"อีกครึ่งชั่วโมงงานจะเริ่ม เพื่อนครับ คุณสวมแว่น VR แล้วเปิดเครื่อง จะเห็นสินค้าตัวอย่างที่องค์กรเราลิสต์ไว้ คุณลองประเมินราคาคร่าวๆ ดูก่อน แล้วค่อยเลือกส่วนหนึ่งของเนื้อหาและคำอธิบายย่อๆ อัปโหลดส่งให้นักประเมินขององค์กร เขาจะให้ราคาอ้างอิงอีกที สุดท้ายคุณค่อยตัดสินใจราคาทุนและราคาประมูลเพิ่มในแต่ละครั้ง"
ผู้มีพลังพิเศษมือใหม่แทบทุกคนมักมีความคิดเพ้อฝันเกี่ยวกับพลังและของวิเศษที่ได้มา
ดูให้เยอะๆ หาตำแหน่งตัวเองให้เจอ เดี๋ยวก็ดีเอง
แม้แฟรงค์จะรู้สึกดีกับจางอู๋จี๋ แต่เรื่องแบบนี้ต้องรอให้เจ็บตัวสักทีก่อน ถึงจะเปลี่ยนความคิดได้
อย่างว่าแหละ คนสอนคนสอนยาก ให้เรื่องราวสอนคนเจ็บครั้งเดียวจำ
แต่ก็เสียดายยอดขายของตัวเอง นึกว่าจะเกาะจางอู๋จี๋กินคำโตได้ซะอีก
จางอู๋จี๋เปิด VR แล้วก็ได้เห็นเทคโนโลยีเสมือนจริงที่ก้าวหน้าไปไกล
แสงระยิบระยับนับพันหมื่นสาดส่องตรงหน้า ห้องประมูลทั้งห้องเหมือนจักรวาลโฮโลแกรม นอกจากเวทีประมูลพื้นแดงตรงกลาง มุมมองของผู้เข้าร่วมคนอื่นๆ กลายเป็นอวตารเสมือนจริงแบบเดียวกัน ลอยตัวหมุนได้ 360 องศาอย่างอิสระ
ภาพกราฟิกคมชัดสมจริงทุกรายละเอียดเหมือนมองเซลล์ผ่านกล้องจุลทรรศน์ ยังมีสินค้ามากมายลอยเคว้งในความว่างเปล่า ดูเหมือนจะเป็นสินค้าที่เคยซื้อขายไปแล้ว เอามาโชว์ศักยภาพองค์กร
พร้อมกันนั้นก็มีวิดีโอสอนมือใหม่ สาธิตวิธียกป้ายประมูล ประเมินราคาสินค้า อัปโหลดให้นักประเมิน และอื่นๆ
ในวิดีโอ ทุกครั้งที่ประมูล ตัวเลขจะกลายเป็นผีเสื้อแสงกระพือปีกที่ปลายนิ้ว เวลายกป้ายดวงดาวจะระยิบระยับราวกับเทพเจ้ากำลังปั่นป่วนทางช้างเผือก
จางอู๋จี๋ : ......
ประเทศเล็กๆ นี่ชอบทำอะไรฟรุ้งฟริ้งจริง...
เขาปัดความคิดทิ้ง เริ่มค้นหามูลค่าประเมินของสินค้าที่คล้ายกัน
เริ่มจากเปิดหมวดหมู่เสมือนจริง หาช่องคาถาอาคม แล้วพิมพ์คำอธิบายย่อๆ ของคาถาที่จะขาย AI จะช่วยหาคาถาประเภทเดียวกันเพื่อให้ลูกค้าประเมินราคาได้ง่าย
จางอู๋จี๋พิมพ์สรรพคุณของวิชาแสงทอง นี่เป็นวิชาโจมตีพื้นฐานที่สุด ตามที่เขาเห็นในโลกบำเพ็ญเพียร อานุภาพไม่ธรรมดาเลย
แล้วเขาก็พบว่า ไม่มี
จางอู๋จี๋ : ?
พอค้นดูละเอียด สินค้าประเภทความรู้ที่มีการซื้อขายสำเร็จมีน้อยมาก และมักเป็นคัมภีร์ที่ดูขลังๆ ที่ใกล้เคียงที่สุดคือวิธีใช้พลังจิตแบบหนึ่ง
ตามคำอธิบาย วิธีนี้คือการสั่นสะเทือนพลังจิตด้วยความถี่เฉพาะ และสร้างโครงสร้างบางอย่างเพื่อให้เกิดผลทำลายล้างเหมือนคลื่นอัลตราโซนิก
จางอู๋จี๋ดันแว่น VR ขึ้นหน้าผาก หันไปมองแฟรงค์
"คาถาที่ผมจะขายดูเหมือนจะไม่มีประเภทเดียวกันเลย"
แฟรงค์ทำหน้าลำบากใจขึ้นมา "การซื้อขายสินค้าประเภทความรู้ก็แบบนี้แหละครับ ได้ยินว่ามีแต่ทางมหาอำนาจตะวันออกเท่านั้นที่ตลาดค่อนข้างคึกคัก ทางการที่นั่นเปิดชั้นเรียนบำเพ็ญเพียรอย่างเป็นทางการ ใช้วิธีกระตุ้นบางอย่างให้คนธรรมดาที่มีพรสวรรค์แต่ยังไม่ปลุกพลัง ได้ฝึกฝนอย่างเป็นระบบ..."
เขาหยุดนิดหนึ่ง แล้วเปรียบเปรย "คุณเคยดูดราก้อนบอลไหม? คล้ายๆ กับ 'พลังคลื่นเต่า' คนธรรมดาที่มีพรสวรรค์ก็ฝึกได้ แล้วพวกเขาก็จะใช้วิชาอย่างพลังคลื่นเต่าได้"
"นอกจากไม่กี่มหาอำนาจ ประเทศอื่นต้องพึ่งการปลุกพลังเองตามธรรมชาติ ไม่มีกำลังคนกำลังทรัพย์มากพอจะไปกวาดต้อนคนเก่งๆ มาคัดแยกทีละคน..."
ความหมายของแฟรงค์ชัดเจน ที่นี่ไม่มีตลาดรองรับ
จางอู๋จี๋กลับสนใจเรื่องในประเทศ ถ้ามีชั้นเรียนบำเพ็ญเพียรจริง ต่อให้เขาไม่ต้องเรียน ก็เอานักเรียนพวกนั้นเป็นตลาดระบายสินค้าได้นี่นา!
คาถาในโลกบำเพ็ญเพียรมีมากมายมหาศาล ยิ่งกว่าเม็ดทรายในมหาสมุทร...
คิดได้ดังนั้น จางอู๋จี๋ก็สวมแว่นกลับเข้าไป
ของวิเศษคงแลกไม่ได้แล้ว งั้นแลกเป็นเงินดีกว่า
เขาตั้งราคาไปส่งๆ สิบล้านดอลลาร์ แล้วส่งให้นักประเมิน
เพื่อควบคุมราคาสินค้าไม่ให้ระบบเศรษฐกิจโลกจริงพังทลาย แต่ละประเทศต่างพยายามควบคุมภาวะเงินเฟ้อที่เกิดจากเรื่องเหนือธรรมชาติไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
ดังนั้นค่าเงินดอลลาร์ยังถือว่าแข็ง ไม่เหมือนในโลกบำเพ็ญเพียรที่ทองคำเงินตราใช้ได้แค่กับคนธรรมดาและจอมยุทธ์
เงินค่ายาเม็ดคืนพลังขนานเล็กคราวที่แล้วส่วนใหญ่เอาไปลงกับอาวุธหมด ตอนนี้หาเงินดอลลาร์มาใช้บ้างดีกว่า
จัดการสินค้าประมูลเสร็จ จางอู๋จี๋เริ่มดูตัวอย่างสินค้าที่จะประมูลในรอบนี้
ส่วนใหญ่เป็นพวกวัตถุดิบ หญ้าวิญญาณ กิ่งไม้วิญญาณที่ขุดมาจากโบราณสถาน แม้แต่หินในแม่น้ำก็มี ดูมั่วซั่วไปหมด
ระดับกลางพอมีที่ใช้ได้บ้าง แต่ก็เป็นอาวุธโบราณพื้นฐาน ไม่มีอะไรพิเศษ ส่วนใหญ่ก็แค่แข็งกว่า คมกว่า
ระดับสูงก็มี พวกยาเม็ด ของวิเศษ ส่วนใหญ่พวกนี้ต้องแลกของต่อของ ไม่รับเงินดอลลาร์
มีส่วนน้อยมากที่รับเงินดอลลาร์ แต่ราคาสูงลิบลิ่ว
จางอู๋จี๋ถามแฟรงค์แล้ว พวกนี้เป็นมือใหม่ทั้งนั้น ตั้งราคาเวอร์วัง เดี๋ยวพอประมูลไม่ออกก็จะยอมลดราคามาขายตามตลาดเอง
คาดว่าของดีราคาปกติที่ใช้เงินซื้อได้ คงโดนองค์กรกว้านซื้อตัดหน้าไปหมดแล้ว
......
ฐานลับใต้ดินแห่งหนึ่ง
เหลียงเหวินปั๋วสวมแว่น VR รุ่นเดียวกับที่ห้ามหาอำนาจร่วมกันผลิต อวตารของเขาลอยอยู่ขอบวงแหวนดาว นิ้วเขี่ยผีเสื้อแสงที่เกิดจากกระแสข้อมูลเล่นอย่างเบื่อหน่าย
ในฐานะนักเรียนรุ่นแรกที่จบจากชั้นเรียนบำเพ็ญเพียร เขาถูกทางการจัดสรรงานให้เรียบร้อยแล้ว
งานของเขาคือติดต่อผู้มีพลังพิเศษใต้ดินในเขตรับผิดชอบต่างประเทศ เพื่อเฟ้นหาบุคลากร
สัญญาณสื่อสารเข้ารหัสลับดังขึ้นที่หู "เฮ้ย ฉันว่าเม็กซิโกนี่ก็ดินแดนคนเก่ง ยอดฝีมือเพียบนะ วันนี้ฉันเจอระดับท็อปอีกคนแล้ว ชนิดที่ชนกับรถสิบล้อได้สบายๆ เลย!"
เหลียงเหวินปั๋วตอบรับไปตามมารยาท แล้วเปลี่ยนเรื่องเนียนๆ "ไอ้น้องชายคนนั้นของนายที่สัมผัสโบราณสถานได้ ดูเหมือนจะติดๆ ดับๆ นะ เป็นไรเปล่า?"
"คราวนี้น่าจะได้ ล่าสุดสัมผัสได้ถึงมิติลี้ลับเล็กๆ เดี๋ยวลองไปสำรวจดูเผื่อมีของดี"
เจ้าของเสียงระมัดระวังตัว แต่ก็เห็นว่าความสัมพันธ์ถือเป็นเพื่อนกัน เลยตอบแบบคลุมเครือไป
เหลียงเหวินปั๋วไม่รีบร้อน หันไปชวนคุยเรื่องสัพเพเหระต่อ
"ใกล้เริ่มแล้ว งานประมูลรอบนี้ฉันแฮกเข้ามา เป็นการซื้อขายภายในขององค์กรเม็กซิกัน! น่าจะมีของดีเพียบ!"
เหลียงเหวินปั๋วตอบรับไปงั้นๆ แต่ในใจไม่ได้สนใจเลย
เม็กซิโกแม้จะไม่ใช่ประเทศชายขอบโลก แต่ก็เป็นสวนหลังบ้านของอเมริกา
โบราณสถานขนาดใหญ่ที่ปิดข่าวยากทั่วโลก ทางการจีนก็มีส่วนร่วมแทบทุกที่ ของดีจริงๆ โดนฉกไปตั้งแต่แรกแล้ว
ที่เหลือก็แค่โบราณสถานขนาดเล็กที่ซ่อนเร้นดี พลังเหนือธรรมชาติไม่เข้มข้น และผลผลิตจากโบราณสถานก็สัมพันธ์กับความเข้มข้นของพลัง ของในโบราณสถานเล็กๆ คุณภาพจะเป็นอย่างไรก็น่าจะรู้
ยิ่งเป็นแค่งานประมูลของแก๊งค้ายา จะไปมีของดีอะไรล่ะ?