เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 กวงเสวียนหาเรื่อง

บทที่ 14 กวงเสวียนหาเรื่อง

บทที่ 14 กวงเสวียนหาเรื่อง


พอเจ้าอาวาสและนายรองหลินจากไป ก็ต้องมีคนคอยคุมสถานการณ์ ซึ่งตัวแทนฝั่งวัดวัชระย่อมเป็นเจ้าสำนักโพธิญาณคงเจวี๋ย

แต่ที่น่าแปลกใจคือ คนคุมงานฝั่งตระกูลหลินกลับไม่ใช่นายสามหลินที่มีพลังฝีมือรองจากนายรองหลิน แต่กลับเป็นอัจฉริยะหนุ่มหลินซูอี้!

หลินซูอี้ก้าวออกมา หยิบของสิ่งหนึ่งขึ้นมาอธิบายให้ทุกคนฟัง

ตอนแรกจางโซ่วยังสงสัยว่าเรื่องลับอย่างคลื่นสัตว์อสูรทำไมถึงมาบอกคนธรรมดาอย่างเขา แต่ตอนนี้เขาเข้าใจแล้ว

"ทุกท่านโปรดดูสิ่งนี้ นี่คืออาวุธยุทธภัณฑ์ลับเฉพาะของตระกูลหลิน นามว่าหน้าไม้ทำลายแม่ทัพ"

มันเป็นหน้าไม้ยาวหนึ่งศอกหกนิ้วสามหุน บรรจุลูกดอกสามดอก ตัวเรือนสีดำสนิท ปลายด้ามสลักคำว่า ‘หลิน’

หลินซูอี้ตบถุงสมบัติที่เอว หุ่นไม้เหล็กกล้าปรากฏขึ้นตรงหน้า เขานำไปตั้งห่างออกไปยี่สิบก้าว แล้วถอยออกมา

นิ้วเรียวของหลินซูอี้กดปุ่มเล็กๆ ตรงปีกหน้าไม้ แสงสีดำสามสายพุ่งวาบออกไปราวกับงูพิษฉกกัด

ฉึก ฉึก ฉึก!

หุ่นไม้เหล็กที่อยู่ห่างยี่สิบก้าวถูกเจาะทะลุในพริบตา ลูกดอกดอกที่สามพุ่งทะลุหุ่นไม้ไปปักเข้าเสามังกรด้านหลังลึกกว่าครึ่งไม้บรรทัด หางลูกดอกยังสั่นระริก แสดงถึงอานุภาพที่ยังไม่หมดสิ้น

คนในที่นี้ล้วนตาถึง ดูออกทันทีว่าหน้าไม้นี้อานุภาพร้ายแรง หลายคนหน้าเปลี่ยนสี

เหล่าศิษย์ผู้ดูแลที่ยังไม่ถึงขั้นเซียนเทียนอย่างจางโซ่วต่างขมวดคิ้ว หน้าเครียด

ถ้าหน้าไม้นี้ยิงมาที่ตัวเอง จะรับไหวไหม? จะหลบพ้นไหม?

แม้แต่ผู้บำเพ็ญเพียรจากสำนักเล็กๆ เก้าแห่งนั้น เกินครึ่งยังแสดงสีหน้ากังวล แววตาหวาดระแวง

จางโซ่วรู้ดีว่าพวกเขากลัวอะไร การฝึกฝนตลอดเดือนที่ผ่านมาทำให้เขารู้เรื่องพื้นฐานของผู้บำเพ็ญเพียรจากอาจารย์

ผู้บำเพ็ญเพียรระดับปราณครรภ์ที่ยังไม่ถึงขั้นสี่ หรือยังไม่เข้าสู่ช่วงกลาง หากถูกประชิดตัวจนร่ายคาถาไม่ทัน และตัวเองไม่ได้ฝึกยุทธหรือขัดเกลาร่างกาย จอมยุทธ์ขั้นโฮ่วเทียนก็มีโอกาสฆ่าได้

เมื่อเจอกับหน้าไม้ทำลายแม่ทัพที่ระยะยี่สิบก้าวหลบไม่พ้น ย่อมต้องหวาดกลัวเป็นธรรมดา

"หน้าไม้ทำลายแม่ทัพใช้คู่กับลูกดอกสามเหลี่ยมเจาะกระดูก จอมยุทธ์ขั้นโฮ่วเทียนไม่มีทางต้านทานได้ ระยะยี่สิบก้าวไม่มีทางหลบพ้น หากอาบยาพิษเพิ่ม..."

หลินซูอี้พูดไม่จบประโยค แต่กล่าวเสียงดังฟังชัดว่า "ของสิ่งนี้ตระกูลหลินเพิ่งพัฒนาเสร็จสมบูรณ์ เพื่อใช้เป็นอาวุธรับมือคลื่นสัตว์อสูร ราคาขายคนนอกเทียบข้าววิญญาณหนึ่งหาบ แต่สำหรับทุกท่านที่ร่วมต้านภัยสัตว์อสูร เราลดให้ครึ่งราคา เหลือแค่หกสิบชั่ง หากทุกท่านมีญาติมิตรต้องการ ก็คิดราคาพิเศษเพียงเก้าสิบชั่ง"

สิ้นคำจึงเริ่มมีเสียงฮือฮา หลายคนคิดว่าตระกูลหลินจะมาข่มขวัญ ที่ไหนได้กลับมาลดแหลกแจกแถม!

แค่เอาชื่อญาติมิตรมาอ้างก็ได้ส่วนลดสองส่วนครึ่ง (25%) ของดีแบบนี้หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว!

แม้แต่ผู้ดูแลหลายคนตายังลุกวาว ถึงพวกเขาจะเป็นคนธรรมดา แต่ด้วยสถานะจอมยุทธ์ขั้นเซียนเทียน ก็เทียบเท่าผู้บำเพ็ญเพียรฝึกหัด ย่อมมีวิธีหาข้าววิญญาณได้

แถมวัดวัชระยังเป็นวัดใหญ่ที่สุดในตลาดทะเลสาบเมฆา เศรษฐีมาขอพรทุกวัน ถ้าปล่อยขายราคาเต็มร้อยชั่ง หน้าไม้หนึ่งคันก็ได้ส่วนต่างเข้ากระเป๋าตั้งสิบชั่ง!

เทียบกับการตรากตรำทำงานในวัด นี่มันได้ข้าววิญญาณมาฟรีๆ ชัดๆ!

ความล้ำค่าของข้าววิญญาณไม่ต้องสงสัย สำหรับคนธรรมดาคือยาบำรุงชั้นยอด

ยาเม็ดคืนพลังขนานเล็กที่ล้ำค่าก็เพราะมีส่วนผสมของเศษข้าววิญญาณและสมุนไพรวิญญาณ ซึมซับพลังปราณถึงทำให้วรยุทธก้าวหน้าได้!

จางโซ่วคิดในใจ ตระกูลหลินกระทำทั้งตบหัวทั้งลูบหลัง ทั้งข่มขวัญทั้งซื้อใจคน!

เขาเงยหน้ามองอาจารย์ เห็นกวงฮุ่ยเผยสีหน้าเรียบเฉย ดูท่าจะรู้ทันแผน

ถึงทุกคนจะสนใจ แต่ไม่มีใครกล้าออกตัวเป็นคนแรก

ทุกคนรู้ดี นี่คือการยื่นใบสมัครเลือกข้าง!

ก่อนตระกูลหลินมา วัดวัชระคือพี่ใหญ่ในตลาดทะเลสาบเมฆา แม้จะมีผู้บำเพ็ญเพียรอิสระในตลาด แต่ก็ไม่กล้าล่วงเกินเจ้าอาวาส เพราะวัดวัชระมีเบื้องหลัง

ตอนนี้ตระกูลหลินที่มีเบื้องหลังเหมือนกันเข้ามา แถมมาถึงยังเดินเกมคุมตลาด สำนักเล็กๆ ในตลาดก็ต้องเลือกข้างแล้ว

"สาธุ! ของสิ่งนี้เหมาะจะให้หลานชายทางโลกของอาตมาไว้ป้องกันตัว!" เจ้าสำนักตั๊กม้อกวงลี่ไม่มีเรื่องให้กังวล เสียงกังวานดั่งระฆัง มือใหญ่เท่าใบพัดพนมมือคารวะหลินซูอี้

คนอื่นกระพริบตาปริบๆ มองไปทางคนคุมงานอย่างคงเจวี๋ย เห็นอีกฝ่ายหลับตานับประคำไม่ยุ่งเกี่ยวทางโลก

มีหนึ่งย่อมมีสอง ผู้ดูแลและสำนักเล็กๆ เริ่มเออออห่อหมก

ใครบ้างไม่มีศิษย์รักหรือลูกหลาน ของวิเศษคุ้มภัยแบบนี้ต้องรีบคว้าไว้

ท่ามกลางเสียงตอบรับ มีเพียงกวงฮุ่ยที่หลุบตาหมุนลูกประคำโพธิ และกวงเสวียนที่กำลูกประคำเหล็กจนแทบจมเนื้อ

พวกเขาไม่มีลูกหลานหัวแก้วหัวแหวนที่จำเป็นต้องใช้อาวุธคุ้มกันอีกต่อไปแล้ว

หลินซูอี้พอใจกับปฏิกิริยาของทุกคน ทุกคนพร้อมใจสามัคคีกับตระกูลหลิน นับว่าดีเยี่ยม!

แต่ท่ามกลางคนเออออ ปฏิกิริยาของกวงฮุ่ยและกวงเสวียนกลับดูขัดตา

"ท่านกวงเสวียน?"

หลินซูอี้ไม่มีท่าทีถือตัวว่าเป็นผู้บำเพ็ญเพียร ยิ้มแย้มเข้าไปใกล้ แต่กลับเห็นสายตาแทบจะหลั่งเลือดของกวงเสวียนที่หันมามอง!

"อาตมาไร้ซึ่งศิษย์ให้คุ้มครองแล้ว"

น้ำเสียงเย็นชาทำเอาหลินซูอี้หุบยิ้มแทบไม่ทัน ในฐานะผู้บำเพ็ญเพียร ที่เคารพเพราะเห็นว่าเป็นผู้ทรงศีล ถ้าไม่เคารพก็เป็นแค่ปุถุชนมดปลวก!

แต่เขาคือว่าที่ผู้นำรุ่นต่อไปของตระกูลหลิน ความอดทนสูงส่ง แม้จะโดนกวงเสวียนทำตัวเสียมารยาทใส่ แต่ก็ยังเก็บอาการ ทว่าเมื่อหันไปหากวงฮุ่ย คำพูดกลับเริ่มมีหนามแหลมคม

"แล้วท่านกวงฮุ่ยเล่า เหตุใดจึงนิ่งเฉย? ผู้น้อยเห็นศิษย์ท่านเพิ่งทะลวงสามด่าน หรือหน้าไม้ทำลายแม่ทัพของตระกูลเราจะไม่เข้าตาท่าน?"

กวงฮุ่ยขมวดคิ้ว เดิมทีว่าจะตอบส่งๆ แต่ไอ้เด็กตระกูลหลินนี่ชักจะรุกหนัก พูดไปก็ไม่ถูกคอ เลยตอบสั้นๆ สองคำ

"ไม่มีเงิน"

หลินซูอี้โดนสองคำนี้อุดปากจนพูดไม่ออก ตาโตขึ้นมานิดนึง

พูดจาขวานผ่าซากแบบนี้ได้อย่างไร?

นี่หรือพระสงฆ์ชั้นสูง?

แล้วอะไรคือไม่มีเงิน จอมยุทธ์ขั้นเซียนเทียนสมบูรณ์จะไม่มีเงินได้อย่างไร?

พระสงฆ์ไม่มุสาไม่ใช่เหรอ?

พอตั้งสติได้ หลินซูอี้ก็ไม่เซ้าซี้ คำตอบของกวงฮุ่ยอย่างน้อยก็ไม่ถือว่าหักหน้าตระกูลหลิน ไม่ซื้อก็ไม่ซื้อ เขาคาดไว้อยู่แล้วว่าจะเจอคนประเภทนี้

แต่จู่ๆ กวงเสวียนที่อยู่ข้างๆ เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ โพล่งขึ้นมาว่า

"ศิษย์พี่กวงฮุ่ยไม่ใช่ไม่มีเงินหรอกมั้ง แต่คงดูแคลนของสิ่งนี้มากกว่ากระมัง?"

สิ้นคำ ทุกคนต่างตกตะลึง

คงเจวี๋ยหยุดนับประคำ ลืมตามอง

ไม้เท้ากวงลี่ร่วงจากมือ ผู้ดูแลคนอื่นไม่ขมวดคิ้วก็หรี่ตา

ไม่รู้กวงเสวียนเกิดเป็นบ้าอะไรขึ้นมา เมื่อก่อนก็ดูสนิทกับกวงฮุ่ยดีไม่ใช่หรือ?

ไม่ต้องพูดถึงท่าทีของวัดวัชระ คำพูดนี้มันตบหน้าตระกูลหลินฉาดใหญ่ชัดๆ!

หน้าหลินซูอี้มืดครึ้ม เดิมกำลังจะหันหลังกลับไปก็ต้องหันกลับมา

"ท่านกวงเสวียน วาจาไม่อาจกล่าวส่งเดช"

จางโซ่วเลิกคิ้ว เหมือนจะเดาได้ว่ากวงเสวียนคิดพูดอะไร แต่ที่เขาไม่เข้าใจคือ เขาไปทำอะไรให้ท่านอาจารย์อาคนนี้เจ็บแค้นนักหนา?

ตอนนั้นเอง สมองเขาแล่นปราด บรรพชนส่งคำชี้แนะมาแล้ว!

พอเรียบเรียงข้อมูลได้ จางโซ่วถึงรู้ต้นสายปลายเหตุ หมิงติ่งที่เขาฆ่าไปดันเป็นลูกชายกวงเสวียน?

ในความทรงจำ ผู้ดูแลท่านนี้ฝึกวิชาผิดพลาดจนเป็นหมัน นั่นหมายความว่าหมิงติ่งอาจเป็นทายาทคนเดียวของเขา...

มิน่าล่ะถึงได้จองเวรอาฆาตขนาดนี้!

แต่ที่ทำให้จางโซ่วประหลาดใจยิ่งกว่าคือ บรรพชนถึงกับส่งคำชี้แนะลงมาเพื่อไขข้อข้องใจเรื่องนี้โดยเฉพาะ?!

บรรพชนเฝ้าดูข้าอยู่ตลอดเวลาจริงๆ!

【ลูกหลานของท่านจางโซ่วศรัทธาในตัวท่านยิ่งขึ้น ค่าธูปเทียน +1】

【ลูกหลานของท่านจางโซ่วศรัทธาในตัวท่านยิ่งขึ้น ค่าธูปเทียน +1】

【ลูกหลานของท่านจางโซ่วศรัทธาในตัวท่านยิ่งขึ้น ค่าธูปเทียน +1】

จบบทที่ บทที่ 14 กวงเสวียนหาเรื่อง

คัดลอกลิงก์แล้ว