เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 เหตุไม่คาดฝัน

บทที่ 5 เหตุไม่คาดฝัน

บทที่ 5 เหตุไม่คาดฝัน


ข้อมูลเกี่ยวกับวิถียุทธ์และวิถีเซียนเหมือนค้อนปอนด์ทุบหัวจางโซ่วจนมึนงง เขาเลยเงียบไปพักใหญ่

กวงฮุ่ยเองก็นึกถึงเรื่องเก่าๆ ขึ้นมา แต่หน้าไม้กลไกเทพในมือยังน่าสนใจกว่า เขาเลยเป็นฝ่ายเปิดบทสนทนาก่อน

"เรื่องวิถีเซียนอย่าเพิ่งไปคิดเลย ดูจากโครงสร้างกระดูกเจ้าแล้ว ในบรรดาวรยุทธ์ที่อาจารย์เคยเรียนมาก่อนบวช ก็มีดรรชนีรุ้งทะลวง ฝ่ามือผ่าศิลา ส่วนวรยุทธ์ในวัดก็มีสากวัชระทลายใจ ฝ่ามือปัดฝุ่นหักคอ หมัดสยบเสือปลิดชีพที่เหมาะกับเจ้า เจ้าอยากเรียนอันไหน?"

จางโซ่วได้สติ รีบประสานมือ ก้มหัวนอบน้อม "แล้วแต่ท่านอาจารย์จะบัญชาขอรับ!"

เห็นจางโซ่วดึงสติกลับมาได้ กวงฮุ่ยพยักหน้าอย่างพอใจ ครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า

"เจ้าคงได้เรียนพลังปราณดั้งเดิมที่สอนเณรรับใช้ทุกคนแล้วสินะ นั่นเป็นบทฝึกกายาจากวิชาระดับปรมาจารย์สำนัก กายาทองคำมังกรพยัคฆ์ของวัดเรา รอให้เจ้าฝึกจนสมบูรณ์ ผ่านการคัดเลือกเข้าสำนักตั๊กม้อ ค่อยไปขอยืมอ่านคัมภีร์เอา ส่วนเคล็ดวิชาพื้นฐาน อาจารย์อยู่แค่ขั้นเซียนเทียนสมบูรณ์ คงไม่บังอาจสอน"

"ส่วนเรื่องกระบวนท่า อย่าโลภมากเรียนเยอะไปเดี๋ยวจะย่อยไม่ทัน อาจารย์จะสอนฝ่ามือผ่าศิลาให้ก่อน ฝึกให้สมบูรณ์แล้วค่อยว่ากันใหม่"

"เจ้ามอบของกำนัลให้อาจารย์แล้ว อาจารย์ก็จะไม่ขี้เหนียว นี่คือยาเม็ดคืนพลังขนานเล็กสามเม็ด เม็ดเดียวเทียบเท่าการบำเพ็ญเพียรห้าปี ห้ามกินเม็ดที่สองภายในเจ็ดวันเด็ดขาด"

กวงฮุ่ยหยิบขวดหยกใบเล็กออกมา ยื่นให้จางโซ่ว

"วันนี้ดึกมากแล้ว เจ้าไปหาห้องว่างพักผ่อนซะ ไม่ต้องกลับไปนอนกุฏิเณรรับใช้แล้ว พรุ่งนี้เช้าไปหาศิษย์พี่ใหญ่ของเจ้าที่ชื่อฝ่าฉาง ให้เขาสอนฝ่ามือผ่าศิลาให้ สงสัยเรื่องวรยุทธ์ตรงไหนก็ถามศิษย์พี่ใหญ่เอา"

"ขอรับ ศิษย์จะหมั่นฝึกฝนไม่ให้ขาด!"

จางโซ่วจับสัญญาณไล่แขกของกวงฮุ่ยได้ รู้ดีว่าตอนนี้กวงฮุ่ยอยากจะเล่นหน้าไม้กลไกเทพใจจะขาด ตัวเขาเองก็มีเรื่องให้คิดเยอะแยะ รับขวดหยกแล้วก็รีบถอยออกมาอย่างรู้ความ

ในฐานะผู้ดูแล แถมยังเป็นจอมยุทธ์ขั้นเซียนเทียนสมบูรณ์ กุฏิของอาจารย์ย่อมไม่ใช่ห้องนอนรวมเหมือนพวกศิษย์ทั่วไป

มีห้องว่างเพียบ จางโซ่วเลือกห้องว่างมาห้องหนึ่ง จัดแจงข้าวของลวกๆ แล้วล้มตัวลงนอน

ฟังเสียงกบเขียดร้องระงม เสียงหมาเห่าแว่วมาเป็นระยะ แต่ใจเขาร้อนรุ่มดั่งไฟเผา ข่มตานอนไม่หลับ

ไม่นับเรื่องวิถีเซียน แค่พ้นคืนนี้ไป เขาจะไม่ใช่เณรรับใช้ต๊อกต๋อยอีกต่อไป แต่เป็นศิษย์สายตรงของผู้ดูแลที่มีโอกาสเป็นจอมยุทธ์ขั้นเซียนเทียน หรืออาจถึงขั้นปรมาจารย์!

ทุกอย่างเกิดขึ้นเหมือนฝัน ยากจะจินตนาการ

จางโซ่วกอดป้ายไม้ของบรรพชนแนบอก ไม่กล้าพูดออกมาเพราะกลัวกวงฮุ่ยได้ยิน ได้แต่พร่ำบ่นในใจ

‘ท่านบรรพชน อย่าโทษข้าเลยที่เอาหน้าไม้กลไกเทพไปให้อาจารย์ ทั้งหมดก็เพื่ออนาคต รอให้สถานการณ์ดีขึ้น ข้าจะมากราบขอขมาท่านบรรพชนแน่นอน......’

...

จางอู๋จี๋นอกหน้าจอทำหน้าพิกล สรุปวัดวัชระกับกวงฮุ่ยใครเป็นโจรกันแน่ ทำไมชื่อวรยุทธ์ในวัดมีแต่ ‘ทลายใจ’ มั่งล่ะ ‘หักคอ’ มั่งล่ะ ‘ปลิดชีพ’ มั่งล่ะ ฟังดูอำมหิตผิดมนุษย์

เห็นคืนนี้ไม่มีอะไรแล้ว จางอู๋จี๋รีบปรับความเร็วเวลาทันที

แสงในหน้าจอเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ตัวละครเดินเหินไวปานวอก สภาพแวดล้อมเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ข้อความแจ้งเตือนเด้งขึ้นมา

【วันที่ 1 จางโซ่วพบศิษย์พี่ใหญ่ฝ่าฉาง ฝึกฝนฝ่ามือผ่าศิลา กินยาเม็ดคืนพลังขนานเล็ก ทะลวงด่านหนังสำเร็จ กลายเป็นจอมยุทธ์ขั้นโฮ่วเทียน】

【วันที่ 3 จางโซ่วยกระดับพลังปราณดั้งเดิมเป็นขั้นความสำเร็จเล็กน้อย ฝ่ามือผ่าศิลาเข้าสู่ขั้นต้น】

【วันที่ 8 จางโซ่วกินยาเม็ดคืนพลังขนานเล็กอีกเม็ด ทะลวงด่านเนื้อสำเร็จ พลังปราณดั้งเดิมถึงขั้นเชี่ยวชาญ ฝ่ามือผ่าศิลาถึงขั้นความสำเร็จเล็กน้อย】

【วันที่...】

ทันใดนั้นเสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวมาจากชั้นล่าง เหตุการณ์ไม่คาดฝันในโลกความเป็นจริงดึงสติจางอู๋จี๋กลับมา

ปัง ปัง!

"ไอ้สารเลว นี่มันถิ่นของแก๊งพี่น้องฮวน พวกแกกล้ายิงกันที่นี่——"

"หุบปาก! ตาแก่!"

เมื่อเผชิญปากกระบอกปืนดำมืด เจ้าของโรงแรมก็ฉลาดพอที่จะทำท่าวันทยหัตถ์แบบทหารฝรั่งเศส ยกมือสองข้างขึ้นสูงทันที

ใต้เคาน์เตอร์มีปืน แต่เขาแก่แล้ว

ในเมื่ออีกฝ่ายไม่ได้มาล้างแค้น การยอมจำนนอาจช่วยให้ร่างกายไม่ต้องมีรูเพิ่ม

แน่นอน หลังจากนี้แก๊งพี่น้องฮวนจะตามมาคิดบัญชีกับไอ้พวกแหกกฎพวกนี้เอง

พอเจ้าของสถานที่หุบปาก เสียงฝีเท้าก็ตามมาติดๆ เดี๋ยวเร็วเดี๋ยวหยุด เหมือนกำลัง...

หาคน?!

จางอู๋จี๋ขมวดคิ้วสลับคลาย สีหน้าเคร่งเครียด ตัวเองย่อมรู้ตัวเองดี ตั้งแต่ข้ามมิติมา ตัวตนของเขาก็เต็มไปด้วยปริศนา แถมยังมีปืนอีก ยากจะบอกว่าไม่ใช่คนในแก๊ง การโดนตามล้างแค้นก็เป็นเรื่องปกติ

นิ่งคิดครู่หนึ่ง ด้วยพลังปราณดั้งเดิมขั้นความสำเร็จเล็กน้อยในตัว ผนวกกับทฤษฎีวรยุทธ์ที่กวงฮุ่ยเล่า ร่างกายของเขาน่าจะแข็งแกร่งระดับด่านหนัง นี่ทำให้จางอู๋จี๋ใจชื้นขึ้นมาบ้าง

ต่อให้สุดท้ายแล้วพวกมันไม่ได้มาหาเขา การเตรียมตัวไว้ก่อนก็ไม่เสียหาย!

เขามั่นใจว่าฉีกศัตรูในระยะสามก้าวเป็นชิ้นๆ ได้สบาย แต่ยังไงก็กันกระสุนไม่ได้อยู่ดี ดังนั้นเขาต้องการที่กำบัง

ห้องเขาไม่ใหญ่ ขนาดสิบกว่าตารางเมตร มีห้องน้ำในตัว โครงสร้างห้องน้ำเป็นยังไงไม่รู้ แต่อย่างน้อยก็ก่อด้วยอิฐ เทียบกับไม้กระดานหรือเตียงแล้ว น่าจะเป็นที่กำบังที่ดีกว่า

แต่แค่นั้นยังไม่พอ สองมือเขาจับขอบเตียง ยกเตียงขึ้นมาตั้งบังหน้า ใช้เป็นที่กำบังชั่วคราว อย่างน้อยก็ช่วยผ่อนหนักเป็นเบาได้

เสร็จขั้นแรก จางอู๋จี๋ลากเตียงไปวางตะแคงให้ชิดผนังห้องน้ำ แบ่งห้องเล็กๆ ออกเป็นสัดส่วน สร้างพื้นที่ที่มีที่กำบังระหว่างเตียงกับผนังห้องน้ำ

แบบนี้ช่วยกันตายได้ถ้าเจอพวกระเบิดขว้างเข้ามา

ผนังห้องน้ำคือป้อมปราการที่แข็งแกร่งที่สุด จางอู๋จี๋โผล่หัวออกมาจากผนัง สังเกตการณ์ประตูห้องที่ใช้ตู้ขวางไว้

พอเข้าไปใกล้ประตู เขาได้ยินเสียงปืนข้างนอกดังรัวเหมือนคั่วถั่ว เสียงกระสุนเจาะทะลุผนังบางๆ ดังฉึกฉักชัดเจน

ระหว่างที่เขาเตรียมตัว ดูเหมือนสถานการณ์จะเปลี่ยนไป

นอกจากกลุ่มแรกแล้ว มีอีกกลุ่มโผล่มา ทั้งสองฝ่ายดูเหมือนกำลังเผชิญหน้ากัน

"ไอ้เวรตะไล รู้ไหมว่าพวกกูเป็นใคร? พวกกูทำงานให้องค์กรนะเว้ย! ไอ้ลูกหมาแบบพวกมึงคิดจะทำอะไรวะ?!"

น้ำเสียงพวกมันร้อนรน เห็นชัดว่าโดนเล่นทีเผลอจนหัวเสีย

"ใครบ้างไม่ทำงานให้องค์กร? กูรู้จักพวกมึง ไอ้เด็กเมื่อวานซืนจากถนนสายสิบหกมารวมหัวกัน แล้วก็ตั้งชื่อแก๊งลิตเติ้ลเดวิลอะไรนั่น ไสหัวไปซะ! ไอ้ ‘คนส่งของ’ คนนี้ แก๊งกระสุนหลงทางเราตามหามาอาทิตย์หนึ่งแล้ว!"

เสียงห้าวแหบพร่าพูดแทรกพร้อมเสียงหัวเราะเยาะ น้ำเสียงเก๋าเกมบอกสถานะอีกฝ่ายได้ทันที ฟังดูก็รู้ว่าเย้ยหยัน ไม่เห็นพวกเด็กเมื่อวานซืนอยู่ในสายตา

"นึกว่าใคร ที่แท้ก็พวกตาแก่แก๊งกระสุนหลงทาง พวกวัตถุโบราณอย่างพวกมึง อายุปูนนี้แล้วยังไม่รุ่ง สมควรตายห่าไปได้แล้ว!"

คุยกันไม่รู้เรื่อง สองฝ่ายเปิดฉากยิงกันอีกรอบ

ฟังเสียงปืน จางอู๋จี๋เกร็งตัวแนบชิดเงาผนัง สัมผัสถึงพลังที่พลุ่งพล่านแทบระเบิดในตัว ถึงจะเสียปืนลูกโม่ไป แต่ก็คุ้มค่า

เพราะเขาไม่เคยยิงปืน ความแม่นยำจึงต่ำเตี้ยเรี่ยดิน

แต่วรยุทธ์ที่มีในตัวนี่ของจริง

เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลามาโชว์พาว...

เห็นทั้งสองฝ่ายยังคุมเชิงกันอยู่ เป้าหมายอาจไม่ใช่เขาก็ได้ จางอู๋จี๋พิงมุมผนัง เบนสายตากลับมาที่หน้าจอ

ถ้าเขามีฝีมือระดับปรมาจารย์สำนัก จางอู๋จี๋คงออกไปตบเกรียนทั้งสองแก๊งให้ร่วง

ยิงกันปังๆ รบกวนชาวบ้านชาวช่องหลับนอน มันไม่ดี

แต่ตอนนี้เขายังวนเวียนอยู่หน้าประตูด่านหนัง ตราบใดที่พวกมันไม่ได้มาหาเรื่องเขา ก็แกล้งทำเป็นมองไม่เห็นไปซะจะดีกว่า

จนให้เจียมตัว รวยให้เผื่อแผ่!

เห็นทายาทในจอฝีมือพัฒนาแบบก้าวกระโดด ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณปืนลูกโม่กระบอกนั้น ก็ถึงเวลาตอบแทนบรรพชนแล้ว!

ไม่ดูไม่รู้ พอดูถึงเห็นว่าค่าธูปเทียนพุ่งไปถึง 12 แล้ว!

จบบทที่ บทที่ 5 เหตุไม่คาดฝัน

คัดลอกลิงก์แล้ว