เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 67 หาเหตุผลมาสักข้อ

บทที่ 67 หาเหตุผลมาสักข้อ

บทที่ 67 หาเหตุผลมาสักข้อ


บทที่ 67 หาเหตุผลมาสักข้อ

ผู้จัดการโจวเห็นปืนในมือของหลี่อวี่ก็ชะงักกึกไปชั่วขณะ แต่ไม่นานก็ตั้งสติได้ แล้วฝืนยิ้มพูดขึ้นว่า

"พี่ชาย คุณจะขู่ใครกันครับเนี่ย?"

หลี่อวี่ไม่พูดพร่ำทำเพลง เหนี่ยวไกยิงลงพื้นข้างตัวมันทันที

ปัง ปัง ปัง!

กระสุนเจาะแผ่นเหล็กข้างๆ จนเกิดประกายไฟกระเด็นวูบวาบ

ผู้จัดการโจวสะดุ้งสุดตัว ขาสั่นพับๆ ด้วยความหวาดกลัว รีบพูดละล่ำละลัก

"พี่ชาย! พี่ว่าไงผมว่างั้น ปูนพวกนี้พี่ขนไปได้เลยตามสบายครับ!"

ชายฉกรรจ์อีกเจ็ดแปดคนที่ยืนอยู่ข้างหลัง พอเห็นหลี่อวี่ชักปืนออกมา ต่างก็รีบวิ่งหนีเข้าไปหลบในโรงงานทันที

หลี่อวี่หันไปสั่งหลี่เถี่ยและคนอื่นๆ ด้านหลัง

"ไปเอาปืนมา"

เขาพยักหน้าให้หลี่หางที่ถือปืนเตรียมพร้อมอยู่แล้ว

"ตามฉันมา"

หลี่อวี่หันกระบอกปืนชี้หน้าผู้จัดการโจวแล้วถามเสียงเย็น

"ตอนนี้พวกแกเหลือคนอยู่ที่นี่อีกกี่คน?"

ผู้จัดการโจวตอบเสียงสั่นเครือ

"ยะ...ยัง... ยังมีคนงานพาร์ทไทม์อยู่อีกกลุ่มหนึ่งครับ รวมๆ แล้วก็น่าจะสิบกว่าคน"

เมื่อได้ยินดังนั้น หลี่อวี่จึงใช้ปืนดันหลังมัน บังคับให้เดินนำทางไปดูคนเหล่านั้น

ผู้จัดการโจวยกมือขึ้นเหนือหัว เดินลากขาอย่างอิดออดเข้าไปในตัวโรงงาน

หลี่อวี่เริ่มรำคาญ จึงเอาปืนจ่อหัวมัน

"เดินให้มันเร็วๆ หน่อย!"

หลี่หางและหลี่หงหยวนเดินตามประกบหลังมาติดๆ

ภายในโถงกว้างของโรงงาน ชายฉกรรจ์กลุ่มเมื่อครู่ที่ยืนถือไม้หน้าสามอยู่หน้าประตู พอเห็นหลี่อวี่กับหลี่หางเดินถือปืนเข้ามา ก็รู้ทันทีว่าอาวุธในมือตัวเองไร้ประโยชน์สิ้นดี

พวกมันรีบทิ้งไม้ลงพื้นราวกับของร้อน

หลี่อวี่หรี่ตามองสำรวจคนกลุ่มนี้ สภาพภายนอกดูมอมแมมก็จริง แต่ดูแล้วเรื่องอาหารการกินน่าจะไม่ได้ขาดแคลนอะไร

โดยเฉพาะไอ้ผู้จัดการโจวคนนี้ ยังลงพุงหน้ามันแผล็บอยู่เลย

หลี่อวี่เล็งปืนคุมเชิงพลางครุ่นคิดว่าจะจัดการกับคนพวกนี้ยังไงดี เพราะการขนย้ายปูนจำนวนมากขนาดนี้เป็นเรื่องใหญ่

ทันใดนั้น ก็มีเสียงเคลื่อนไหวแผ่วเบาดังแว่วมา

หลี่อวี่หูผึ่ง หันปากกระบอกปืนสั่งผู้จัดการโจวและลูกน้องให้ไปนั่งยองๆ รวมกัน เอามือกุมหัว ห้ามขยับ

หลี่หางยืนถือปืนคุมเชิงอยู่ข้างๆ

หลี่อวี่กับหลี่หงหยวนเดินตามเสียงนั้นไปจนพบห้องหนึ่งอยู่ข้างโถงใหญ่

ประตูห้องเป็นลูกกรงเหล็ก มองแวบแรกนึกว่าประตูคุก

ภายในห้องมีคนอยู่หกคน

ใบหน้าของพวกเขาดูคุ้นตาพิกล... เหมือนว่าจะเป็นคนงานที่หลี่อวี่เคยจ้างมาช่วยสร้างกำแพงฐานทัพเมื่อตอนนั้น

คนพวกนี้เป็นคนในตำบลเดียวกัน แถมยังมีสามคนที่มาจากหมู่บ้านข้างๆ ด้วย

ปกติคนกลุ่มนี้ถ้าไม่ออกไปทำงานต่างถิ่น ก็จะหางานทำแถวบ้าน แต่เพราะงานประจำหายาก ส่วนใหญ่เลยรับจ้างทั่วไป

ตอนที่สร้างกำแพงฐานทัพเสร็จ หลี่อวี่จ่ายค่าแรงแล้วก็แยกย้ายกันไป ไม่ได้ให้พวกเขารู้เห็นเรื่องการขนเสบียงเข้าฐานหลังจากนั้น

พูดง่ายๆ คือคนงานพวกนี้มีส่วนแค่ตอนสร้างกำแพงชั้นนอก

สภาพของทั้งหกคนแตกต่างจากพวกผู้จัดการโจวราวฟ้ากับเหว ผอมโซจนหนังหุ้มกระดูก บางคนนอนหมดแรงอยู่บนเตียงอย่างน่าเวทนา

หลี่อวี่มองด้วยความสงสัย

จังหวะนั้นเอง ชายวัยกลางคนอายุราวสี่สิบกว่าที่นอนอยู่บนเตียงเงยหน้าขึ้นมาเห็นพวกหลี่อวี่ แววตาฉายความประหลาดใจ เพราะคนตำบลเดียวกันย่อมจำหลี่อวี่กับพ่อของเขาได้

ชายคนนั้นถามเสียงแหบแห้ง

"เถ้าแก่หลี่... พวกคุณมาทำอะไรที่นี่ครับ?"

หลี่อวี่ไม่ตอบ แต่ถามกลับไปว่า

"ทำไมพวกน้าถึงผอมโซกันขนาดนี้? ฉันดูพวกผู้จัดการโจวมันก็ไม่ได้ดูอดอยากอะไรนี่นา"

พูดจบเขาก็ปรายตามองไปทางกลุ่มผู้จัดการโจว ที่ดูเหมือนจะได้ยินบทสนทนาจึงพากันก้มหน้าหลบสายตา

"พวกเราเป็นแค่ลูกจ้างรายวันครับ ทำงานวันต่อวัน กินข้าววันต่อวัน ได้เงินรายวัน... รอดมาถึงตอนนี้ได้ก็ถือว่าบุญแล้ว เฮ้อ..." ชายบนเตียงถอนหายใจยาว

ชายหนุ่มอีกคนที่ดูอายุน้อยกว่าพูดแทรกขึ้นมาด้วยความแค้น

"พวกมันเป็นพนักงานประจำ ส่วนพวกเราเป็นแค่พนักงานชั่วคราว คนละพวกกัน มันไม่นับญาติกับเราหรอก พวกมันเป็นคนถิ่นตำบลหลงฮวาด้วยกัน เลยรวมหัวกันเอง"

ชายคนเดียวที่ยังพอยืนไหวพูดเสริม

"จริงๆ พวกเราก็พอมีเสบียงตุนไว้บ้าง แต่กินหมดไปแล้ว ข้าวสารในโรงอาหารพวกมันก็ยึดไปหมด ไม่แบ่งให้พวกเราสักเม็ด"

หลี่อวี่ฟังแล้วก็รู้สึกว่าคนงานพวกนี้ซื่อเกินไป

เขามองไปทางกลุ่มผู้จัดการโจวที่มีกันแปดคน ร่างกายกำยำแข็งแรง...

กำลังจะอ้าปากถามว่าทำไมไม่ไปแย่งชิงอาหารมา

ชายบนเตียงก็พูดด้วยสายตาเคียดแค้น จ้องเขม็งไปที่ผู้จัดการโจว

"พวกมันกลัวเราจะแย่งอาหาร คืนก่อนตอนพวกเราหลับ มันแอบมาล็อคประตูขังพวกเราไว้ในหอนี้!"

"แต่ละวันให้น้ำแค่นิดเดียว ข้าวก็แทบไม่มี... พวกมันกะจะขังให้พวกเราอดตาย!"

ชายคนที่ยืนอยู่พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก

"ผมว่าพวกมันกะจะเลี้ยงไข้พวกเราไว้... รอวันที่ของกินหมด แล้วก็จับพวกเรากิน!"

ประโยคนั้นทำเอาหลี่หงหยวนที่ยืนอยู่หน้าประตูถึงกับขนลุกซู่จนเหงื่อกาฬแตก

หลี่อวี่มองชายคนพูดอย่างพินิจพิเคราะห์ คิดว่าเรื่องนี้ไม่ใช่แค่เป็นไปได้

แต่มีความเป็นไปได้สูงมากว่าเป็นเรื่องจริง

เขาหวนนึกถึงตอนสร้างฐานทัพ ตอนนั้นใช้คนงานประมาณสามสิบกว่าคน สร้างกำแพงยาวหลายกิโลเมตร ใช้เวลาหลายเดือน

ตอนนี้เขาต้องการสร้าง 'ป้อมปราการหน้าประตู' แม้ความยาวจะไม่ถึงร้อยเมตร แต่เขาก็ไม่มีแรงงานมากพอ ที่สำคัญคือต้องใช้คนงานที่มีฝีมือ

หลี่อวี่มองคนงานทั้ง 6 คนตรงหน้า คนพวกนี้เคยสร้างกำแพงให้เขามาก่อน

ฝีมือย่อมไว้ใจได้

ดูจากสถานการณ์ ตอนนี้พวกเขาก็ถูกกลุ่มผู้จัดการโจวขังไว้เหมือนสัตว์

หลี่อวี่ครุ่นคิดครู่หนึ่ง ตัดสินใจว่าจะช่วยพวกเขา ไว้ใช้งานสร้างฐานทัพในอนาคต!

ส่วนเรื่องจะให้เข้ามาอยู่ในฐานหรือไม่นั้น หลี่อวี่ยังไม่ตัดสินใจ ถึงจะรับเข้ามา ก็ต้องมีการตรวจสอบและสังเกตพฤติกรรมกันอีกยาว เขาต้องระมัดระวังตัวที่สุด

หลี่อวี่เปิดประตูห้องขังแล้วพูดขึ้น

"ฉันจะช่วยพวกน้าออกไป"

ทันทีที่ประตูเปิดออก หลี่เถี่ยและคนอื่นๆ ก็ถือปืนเดินเข้ามาพอดี

คนงานเหล่านั้นเห็นปืนในมือพวกหลี่อวี่ก็ตกใจเล็กน้อย แต่ความดีใจที่ประตูเปิดออกมีมากกว่า

หลี่อวี่สั่งให้หลี่หางไปยกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจากรถมาสองสามลัง

พอเห็นของกิน ทั้งหกคนตาวาวโรจน์ แกะห่อกินดิบๆ ยัดใส่ปากอย่างตะกละตะกลาม

หลี่อวี่เห็นสภาพแล้วจึงส่งน้ำเปล่าให้

"ค่อยๆ กิน เดี๋ยวก็ติดคอตายหรอก"

พวกคนงานรีบกล่าวขอบคุณทั้งน้ำตา

จากนั้นหลี่อวี่ก็พาหลี่เถี่ยไปสำรวจห้องอื่นๆ พบว่าเสบียงไม่ได้ขาดแคลนขนาดนั้น

ด้วยความเป็นโรงงานที่มีโรงอาหาร เลยมีข้าวสารตุนไว้เลี้ยงคนหลายสิบคนได้สบายๆ

ในห้องหนึ่งยังเจอข้าวสารกระสอบละ 50 กิโลกรัมอีกสามกระสอบ

หลี่อวี่สั่งให้สองพี่น้องหลี่ฮ่าวเสียนยกขึ้นรถทันที

เขามองดูคนงานท้องถิ่นที่กำลังกินอย่างหิวโหยด้วยสายตาระแวดระวัง ก่อนจะดึงตัวหลี่เถี่ยมาสั่งกำชับให้จับตาดูคนกลุ่มนี้ไว้ให้ดี

สั่งงานเสร็จ เขาก็เดินกลับไปหากลุ่มผู้จัดการโจว

เขามองออกไปนอกประตู เห็นโกดังเก็บปูนซีเมนต์ฝั่งตรงข้าม

ลุงใหญ่ขับรถบรรทุกหนักไปจอดรอเทียบท่าเรียบร้อยแล้ว

หลี่อวี่ชี้ปืนไปที่หัวของผู้จัดการโจว

แล้วพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

"หาเหตุผลมาสักข้อสิ... ที่จะทำให้ฉันไม่ฆ่าพวกแกทิ้งซะเดี๋ยวนี้"

จบบทที่ บทที่ 67 หาเหตุผลมาสักข้อ

คัดลอกลิงก์แล้ว