- หน้าแรก
- มหาเทพวารี ตำนานคนส่งน้ำระห่ำโลก
- บทที่ 158 - โยกย้ายความขัดแย้ง
บทที่ 158 - โยกย้ายความขัดแย้ง
บทที่ 158 - โยกย้ายความขัดแย้ง
บทที่ 158 - โยกย้ายความขัดแย้ง
"ใต้ศาลารับศพ มีอะไรบางอย่าง"
เฉินซุ่นอันเคลื่อนไหวรวดเร็ว สำรวจรอบเรือนหลัง ในที่สุดก็พบว่าใต้แท่นหินที่วางศพเนี่ยเจิง ดูเหมือนจะมีช่องลับ เป็นกลไกอะไรสักอย่าง เชื่อมลงสู่ใต้ดิน
ใช้จิตสัมผัส จับกลิ่นอาย
กลิ่นคาวเลือดและไอปีศาจลอยออกมาจางๆ ราวกับมีผีสางนับหมื่นกรีดร้อง วิญญาณร้ายนับพันโหยหวน
หว่างคิ้วเจ็บแปลบ ลมปราณกำเนิดหนึ่งเดียวในจุดวังโคลน เหมือนถูกกระตุ้น ทำงานเองโดยอัตโนมัติ ชะล้างห้องวิญญาณ ทำให้หน้าผากเฉินซุ่นอันตึงเครียดไปหมด
เขาสัมผัสได้ถึงอันตรายจางๆ
สีหน้าเฉินซุ่นอันเคร่งเครียดขึ้นทันที
ลำพังตัวเขาคนเดียว จะบุกทำลายรังมารแห่งนี้ สังหารจ้าวกวงฮุย ประเมินว่ามีโอกาสสำเร็จแค่แปดเก้าส่วน เสี่ยงเกินไป
"หาคนช่วย! เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของข้าคนเดียว จะให้ข้าไปเป็นฮีโร่นิรนามลุยเดี่ยวได้ไง ต้องช่วยกันรับตีนสิ!"
"แถม อาจจะมีคนเต็มใจอยากเป็นฮีโร่ก็ได้"
คิดได้ดังนั้น เฉินซุ่นอันตาเป็นประกาย เหมือนคิดอะไรออก พริบตาเดียวร่างก็หายวับไปจากที่เดิม
...
"นั่นคือ... ศาลารับศพ?"
ตีนเขา หลี่เย่าจู่ซ่อนตัวอยู่ในกอหญ้า เห็นเงาร่างเฉินซุ่นอันหายเข้าไปในอาคารที่ดูกว้างขวางพอสมควร
รออยู่ครู่หนึ่ง ไม่เห็นเฉินซุ่นอันออกมาเสียที
หลี่เย่าจู่ทนไม่ไหว เกร็งลมปราณ พลิ้วกายเลียดพื้น แอบปีนเข้าไปในศาลารับศพอย่างเงียบเชียบ
กลิ่นในศาลาไม่ค่อยดีนัก มีกลิ่นศพเน่าจางๆ
ในโถงหน้ามีศพไร้ญาติวางอยู่สิบกว่าศพ ใช้เสื่อคลุมหน้า เย็นยะเยือกน่าขนลุก
แต่หลี่เย่าจู่สีหน้าปกติ ไม่หวั่นไหว รีบขึ้นไปบนหลังคาเรือนหลัง หมอบราบ ส่องดูผ่านร่องกระเบื้อง
คนกู้ศพจุดไฟจุดธูป จัดการโลงศพเสร็จ ก็ไม่รั้งรอ ปิดหน้าต่างลงกลอน กลับไปโถงหน้า
"ในโลงนั้นใส่อะไรไว้? คนกู้ศพพวกนี้ ทำไมดูระวังตัวนัก?"
ศาลารับศพไม่ใหญ่นัก แต่หลี่เย่าจู่กลับหาตัวเฉินซุ่นอันไม่เจอ
พอคนกู้ศพไปแล้ว หลี่เย่าจู่ก็ปรากฏตัวที่เรือนหลัง
ค้นหาดูรอบหนึ่ง เขาก็รู้สึกรางๆ ว่าใต้แท่นหินนั้น เหมือนจะกลวง เคาะดูมีเสียงสะท้อน
"หรือว่ามีห้องลับใต้ดิน? เฉินซุ่นอันลงไปที่นั่น?"
หลี่เย่าจู่ฉุกคิด ค่อยๆ เลื่อนฝาโลงออก มุดตัวเข้าไปนอนในโลงอย่างคล่องแคล่ว
"นี่มันอะไร?"
หลี่เย่าจู่เห็นในโลง มีก้อนอะไรเหนียวๆ เละๆ ดูไม่ออกว่าเป็นอะไรกองอยู่
ไม่มีกลิ่นแปลกๆ เขาถึงกับยื่นหน้าไปดมใกล้ๆ เอามือคลำดู
กริ๊ก!
ทันใดนั้น พื้นไม้ใต้ร่างก็เปิดออก!
ไม่มีสัญญาณเตือน พื้นโลงพลิกกลับด้าน หลี่เย่าจู่ร่วงดิ่งลงไปข้างล่าง ความรู้สึกไร้น้ำหนักอันหนาวเหน็บเข้าเกาะกุมทันที
"ซวยแล้ว!"
สมเป็นผู้ฝึกยุทธ์ ความตกใจอยู่แค่เสี้ยววินาที
หลี่เย่าจู่เกร็งเอว กางแขนขาออกเหมือนเหยี่ยว ยันผนังอุโมงค์ที่แคบและชื้นแฉะไว้ได้ทัน
นิ้วจิกเข้ากับตะไคร่น้ำลื่นๆ พื้นรองเท้ายันหินนูน หยุดการร่วงหล่นได้สำเร็จ
เขาห้อยตองแต่งอยู่กลางอากาศ ยาปิดลมปราณยังออกฤทธิ์
หัวใจเต้นช้า แทบหยุดเต้น เหงื่อกาฬยังไม่ทันไหล
"เอ๊ะ? ไหนบอกว่ากู้ศพเนี่ยเจิงมาได้แล้วไง? นี่มันอะไร?"
"นุ่มนิ่มไม่เป็นรูปเป็นร่าง ไม่เหมือนศพไม่เหมือนเนื้อ หรือว่าจำผิด?"
"ฮึ่ม! ไอ้พวกกู้ศพ หรือว่าหลอกพวกเรา ช่างกล้าดีนัก!"
เสียงคนแว่วมาจากข้างล่าง
หลี่เย่าจู่ทำใจดีสู้เสือ ไต่ลงไปอีกสิบกว่าวา มองลงไปข้างล่าง
แค่แวบเดียว เขาก็หนังหัวชา วิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง
ข้างล่างคือถ้ำใต้ดินขนาดมหึมา
กระดูกขาวโพลนกองเป็นภูเขา โครงกระดูกเกะกะเหมือนป่าช้า นี่มันนรกบนดินชัดๆ กลิ่นคาวเลือดเหม็นคลุ้ง มีร่างคนท่าทางน่ากลัวหลายคน เดินไปมาระหว่างบ่อเลือด คอยช้อนศพขึ้นมาจากบ่อ
"วิชามารนอกรีตอะไรเนี่ย! ที่แท้เฉินซุ่นอัน เบื้องหลังทำเรื่องชั่วช้าแบบนี้เองรึ?"
หลี่เย่าจู่เห็นแล้ว ทั้งตกใจทั้งโกรธ
"ต้องรีบหนี!"
เขาข่มความกลัว ใช้ทั้งมือและเท้า เตรียมจะปีนกลับขึ้นไปเงียบๆ
แต่ในจังหวะที่เขาหันหน้ากลับมา——
แทบจะจมูกชนจมูก
ใบหน้าเล็กๆ ที่เลือนราง มีแค่โครงร่างคน กำลังลอยนิ่งอยู่ตรงหน้าเขา
เจ้าตัวเล็กนั่นยาวแค่นิ้วเดียว ลำตัวแห้งเหี่ยว เปล่งแสงสีเทาจางๆ เบ้าตาที่ไม่มีลูกตาจ้องเขม็งมาที่เขา
ไม่ได้มีแค่ตัวเดียว
ในเงวมืดรอบอุโมงค์ ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ มีตุ๊กตาคนตัวเล็กๆ แบบนี้โผล่ออกมาเต็มไปหมด
พวกมันลอยเงียบๆ ล้อมเขาไว้ทุกทิศทาง ใบหน้าเลือนรางหันมาหาเขาพร้อมกัน
และในวังใต้ดินบ่อเลือด จ้าวกวงฮุยเงยหน้าขึ้น มองไปทางหลี่เย่าจู่ ยิ้มเย็น
"มีหนูตัวเล็กๆ มุดเข้ามาตัวนึง"
...
"เด็กดวงซวย ตามใครไม่ตาม ดันมาตามข้า เล่นจนได้เรื่องแล้วไหมล่ะ?"
นอกศาลารับศพ บนต้นไม้ใหญ่เสียดฟ้า เฉินซุ่นอันมองดูหลี่เย่าจู่ที่หายเข้าไปแล้วไม่กลับออกมา ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ แล้วก็จากไป
กลับถึงที่พัก ผลักประตูเข้าห้อง รีบเก็บข้าวของ
เฉินซุ่นอันมาอยู่ท่าเรือป่านเหย่ไม่กี่วัน ของติดตัวไม่เยอะ มีแค่มุกสีเหลืองนวลเจ็ดแปดเม็ด มุกเขียวเสวียนหนึ่งเม็ด ยาไม่กี่ขวด และเสื้อผ้าเล็กน้อย
ครู่ต่อมา เฉินซุ่นอันก็แบกห่อผ้า เดินดุ่มๆ มุ่งหน้ากลับอำเภออู่ชิง
เดิมทีเขาวางแผนจะกลับพรุ่งนี้ แต่คืนนี้เกิดเรื่องเสียก่อน การทหารความเร็วสำคัญที่สุด เขาไม่อยากรีรอ เตรียมกลับอำเภอคืนนี้เลย เพื่อไปรายงานจ้าวกวงซี
หลอมศพให้มีวิญญาณ เป็นวิชามารนอกรีต ใครๆ ก็รุมประณามได้
นี่เป็นเรื่องใหญ่ที่ทำลายชื่อเสียงซุ้มบ่อน้ำ และสร้างหายนะให้อำเภออู่ชิง!
เฉินซุ่นอันย่อมต้องยกระดับความขัดแย้ง โยนเรื่องไปให้ซุ้มบ่อน้ำ หน่วยพิทักษ์กฎ และทางการ!
แถมหลี่เย่าจู่ใจกล้าบ้าบิ่น บุกเข้าถ้ำเสือ คงรอดยาก
ค่ายอู้กวน ก็คงโดนลากเข้ามาเอี่ยวด้วย
เพราะค่ายอู้กวนมีหน้าที่ปกป้องเมืองหลวง ทหารในค่ายล้วนเก่งกล้าสามารถ โดยเฉพาะนายกองหลิวที่กุมอำนาจทหาร ฝึกทหารเข้มงวด ฝีมือลึกล้ำ แม้แต่ลู่จิ้งยังเกรงใจ
มีคนพวกนี้เป็นโล่กันชน เฉินซุ่นอันไม่เห็นต้องออกแรงเอง เอาตัวไปเสี่ยงอันตราย
"น่าเสียดาย จ้าวกวงฮุยเลวทรามต่ำช้า ขนาดข้าที่ใจกว้างยังทนไม่ไหว ต่อไปคงไม่มีโอกาสกู้เงินใช้ฟรีแล้วสิ..."
เฉินซุ่นอันยังกะว่าจะกู้เงินสักสามเดือน จนกว่าจะผิดนัดชำระหนี้ ให้ความขัดแย้งรุนแรงถึงขีดสุด แล้วค่อยกำจัดจ้าวกวงฮุยเจ้าหนี้ทิ้งซะหน่อย
ผลคือ ผิดแผน จ้าวกวงฮุยรนหาที่ตายเอง
กลับถึงอำเภออู่ชิง ไก่ขันสามที
เฉินซุ่นอันมาถึงจวนตระกูลจ้าว หน้าประตูกวาดเชียบไร้ผู้คน มีเพียงโคมไฟสองดวงแกว่งไกวในสายลม
คนเฝ้าประตูที่เข้าเวรดึก คลุมเสื้อหลับนกอยู่บนเตียงเตาในห้องพัก ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหว ก็รีบคว้าดาบ หิ้วโคมไฟออกมา
"...หลงจู๊เฉิน?"
แสงไฟส้มส่องหน้าเฉินซุ่นอัน คนเฝ้าประตูจำได้
และพอสังเกตเห็นใบหน้าเคร่งเครียดเย็นชาของเฉินซุ่นอัน คนเฝ้าประตูก็ไม่กล้าชักช้า รีบเปิดประตูข้าง วิ่งแจ้นไปรายงานทันที
ครู่ต่อมา
ในห้องหนังสือ
จ้าวกวงซีสวมเสื้อคลุมทับด้วยเสื้อขนสัตว์ นอนเอกเขนกอยู่บนตั่งอย่างเกียจคร้าน
มีสาวใช้บำเรอที่เพิ่งตื่นนอน หน้าตาสะสวย มาชงชาให้ทั้งสองคน
"เกิดเรื่องอะไรเหล่าเฉิน? ถึงได้รีบปลุกข้าขนาดนี้?"
รับตำแหน่งใหม่ ตบหน้าพี่ชายตัวเอง
จ้าวกวงซีตื่นเต้นทั้งคืน จนฟ้าสางถึงเพิ่งจะได้กอดสาวใช้สองคนงีบหลับไปหน่อย
ตอนนี้เลยดูเพลียๆ ให้สาวใช้ปรนนิบัติจุดยาเส้นสูบสักพัก ก็โบกมือไล่สาวใช้ออกไป
มองดูเศษชาลอยฟ่องในถ้วย เฉินซุ่นอันรู้สึกว่าชีวิตความเป็นอยู่ของเถ้าแก่จ้าวมันดูอัตคัดพิกลนะ?
ขนาดนายท่านหลี ตกอับขนาดนั้น พอเริ่มจะตั้งตัวได้ ก็ใช้น้ำชาลิ้นนกบ้วนปาก ใช้น้ำทิพย์ชงชา
ทำไมเถ้าแก่ถึงกินชาเศษเหมือนข้าเลยล่ะ?
จ้าวกวงซีเหลือบมองเฉินซุ่นอันที่ทำหน้านินทาในใจ ก็ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ไม่พูดอะไร
ชาดี เขามีอยู่แล้ว
แต่เอาไว้รับแขก
เหล่าเฉินคนกันเอง ไม่ต้องหรูหราหรอก
ประหยัดได้ก็ประหยัด ควรใช้ค่อยใช้
เฉินซุ่นอันพูดเสียงขรึม "เถ้าแก่ จ้าวกวงฮุยขโมยศพ หลอมศพให้มีวิญญาณ สมคบคิดกับหน่วยกู้ศพสามแพร่ง ใต้ศาลารับศพถู่ถานจื่อ น่าจะมีรังมารซ่อนอยู่!"
"อะไรนะ?!"
จ้าวกวงซีลุกพรวด ยาสูบหล่นพื้น
เขาอ้าปากค้าง หน้าตาเหลือเชื่อ
ทีนี้ หายง่วงเป็นปลิดทิ้ง ยาไม่ต้องสูบ สาวไม่ต้องกอด เดินวนไปวนมาในห้องหนังสือ สีหน้าเคร่งเครียดสลับไปมา
"เหล่าเฉิน เจ้าแน่ใจนะ? มีหลักฐานไหม?"
จ้าวกวงซีอดถามย้ำไม่ได้
แม้จะเชื่อใจเฉินซุ่นอันมาก แต่เรื่องนี้ใหญ่หลวง กระทบกระเทือนไปทั่ว จ้าวกวงซีไม่กล้าประมาท
แต่เขาไม่ได้ถามว่าเฉินซุ่นอันรู้เรื่องนี้ได้ยังไง และรอดพ้นจากเงื้อมมือ 'นักรบเกราะทอง' พวกนั้นมาได้อย่างไร
คนไต่เต้ามาถึงระดับนี้ ใครบ้างไม่มีไพ่ตายก้นหีบ?
เขาจ้าวกวงซีก็มีวาสนาเหมือนกัน จะไปสนใจความลับเล็กๆ น้อยๆ ของเฉินซุ่นอันทำไม?
"เห็นกับตา ส่วนหลักฐาน..."
เฉินซุ่นอันพูดเสียงหนัก "ข้าไม่มี แต่ทหารค่ายอู้กวนคนหนึ่ง หลี่เย่าจู่ น่าจะตกเป็นเหยื่อแล้ว"
เฉินซุ่นอันเล่าเรื่องแบบตัดหัวตัดท้ายให้ฟังคร่าวๆ
เฉินซุ่นอันไม่มีหลักฐานจริงๆ
นักรบเกราะทองพวกนั้นไม่มีกายหยาบ ไปมาไร้ร่องรอย พอตายก็กลายเป็นควัน
เฉินซุ่นอันถึงขั้นเดาว่า ถ้าจ้าวกวงฮุยรู้ตัวว่านักรบเกราะทองตัวไหนตกไปอยู่ในมือคนอื่น เขาคงสั่งทำลายทิ้ง ตัดตอนทันที
แต่ว่า นี่คือราชวงศ์ฉางไป๋ที่กำปั้นคืออำนาจ พลังส่วนตัวยิ่งใหญ่กว่าฟ้า...
ข้าสงสัยเจ้า ข้าเห็นเจ้า แค่นั้นก็พอแล้ว!
เหนือกว่าหลักฐานทุกอย่าง!
"หลี่เย่าจู่?"
ฟังเฉินซุ่นอันเล่า จ้าวกวงซีก็เข้าใจความสำคัญของคนคนนี้ทันที
แม้จะเป็นแค่ทหารหนุ่ม แต่ก็จบจากสำนักบรรยายยุทธสองแม่น้ำ เคยได้รับการสนับสนุนจากลู่จิ้ง
ตอนนี้ยังเป็นที่โปรดปรานของนายกองหลิวแห่งค่ายอู้กวน
เฉินซุ่นอันอยากหาโล่กันชน จ้าวกวงซีเองก็อยากลดความสูญเสียของตัวเองให้น้อยที่สุดเหมือนกัน
ค่ายอู้กวน เป็นตัวช่วยชั้นยอด!
เพราะวิธีการหลอมศพให้มีวิญญาณแบบนี้ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด น่าจะเกี่ยวกับวาสนาเซียน!
ของวิเศษที่เกี่ยวกับวิถีเซียน ย่อมมีพลังลึกลับพิสดารสารพัด เพียงพอให้จ้าวกวงซีระมัดระวังตัวถึงที่สุด
"เรื่องนี้ยังมีใครรู้อีกไหม?"
"ไม่มี แค่ท่านกับข้า"
"ดี!"
จ้าวกวงซีพูดเสียงขรึม "เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องยุ่งแล้ว ห้ามแพร่งพราย ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น..."
ครู่ต่อมา เฉินซุ่นอันรับคำสั่งย้ายใหม่ แผนผังทางน้ำบ่อพยัคฆ์หมอบ และตราประทับหลงจู๊ แล้วออกจากจวนตระกูลจ้าว
จ้าวกวงฮุย จบเห่แล้ว
มองดูท้องฟ้าทิศตะวันออกที่เริ่มสว่าง เฉินซุ่นอันถอนหายใจในใจ
ตัวแปรเดียวที่ไม่รู้ คือวาสนาเซียนในมือมัน คืออะไรกันแน่ และมีอิทธิฤทธิ์อะไร
นี่คือสิ่งที่จ้าวกวงซีและเฉินซุ่นอันกังวลที่สุด
แต่ถึงยังไง จ้าวกวงฮุยก็คงสร้างคลื่นลมไม่ได้แล้ว
เพราะถ้าวาสนาเซียนของมันเจ๋งจริง ไร้เทียมทานจริง ก็คงไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ หนีไปหลอมศพอยู่นอกอำเภอแบบนั้นหรอก
"ข้าต้องรีบไปกู้เงินแล้ว ช้าเดี๋ยวอด พอได้เป็นหลงจู๊ เครดิตทางการค้าเพิ่มขึ้น 'ความน่าเชื่อถือ' ในโรงเงินกวงฮุยน่าจะสูงขึ้นอีกหน่อย คงกู้เงินออกมาได้อีกโข"
เฉินซุ่นอันคิดในใจ แล้วรีบเร่งฝีเท้า
[จบแล้ว]