เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 เตรียมตัวเจอผี

บทที่ 14 เตรียมตัวเจอผี

บทที่ 14 เตรียมตัวเจอผี


รออยู่สองวัน หลี่เหยียนก็ตอบตกลงว่าจะไปด้วยกันเพื่อตามหาผี

"ตัดสินใจเร็วจัง ไม่คิดอีกหน่อยเหรอ?"

"ไม่คิดแล้ว"

"ได้ ถึงตอนนั้นนายจะได้ผลตอบแทนแน่" ถึงคนคนนี้อาจไม่มีประโยชน์อะไรมาก แต่ในเมื่อยอมเสี่ยงมาเป็นเพื่อนกันหลง ก็ควรให้อะไรตอบแทนบ้าง

"ผลตอบแทนอะไร?"

"ขออุบไว้ก่อน"

"...ก็ได้ งั้นฉันจะเล่าสิ่งที่ไปสืบมาให้ฟังนะ บลาๆๆ..."

"หมวกกันน็อคกับแป้งเย็น? เอาจริงดิ?"

"จริงจังมาก"

"รู้แล้ว ฉันจะรับไว้พิจารณา" อู่เจียงพูดพลางยื่นข้อเสนอ "ในเมื่อนายตัดสินใจจะไปด้วยกันแล้ว ช่วยฉันเลือกเป้าหมายหน่อย ฉันกะว่าจะไปค้างคืนสองคืน ทางที่ดีสองคืนนี้ ขอให้ได้ไปป่าช้าคนละที่กัน" อู่เจียงวางแผนเส้นทางไว้แล้ว แต่หลี่เหยียนหาข้อมูลเก่ง อาจมีตัวเลือกที่ดีกว่า

"ได้ เดี๋ยวฉันลองหาดู"

"ผีในทีวีส่วนใหญ่เป็นวิญญาณอาฆาต ป่าช้าฝังศพไร้ญาติจะดีกว่าไหม?"

"เอ่อ... อย่าเลยดีกว่า อีกอย่างต่อให้หาเจอ เวลาผ่านไปนานขนาดนั้น คงไม่น่าจะกลายเป็นผีได้แล้วมั้ง"

"อืม... งั้นนายตัดสินใจแล้วกัน ฉันรอฟังข่าว"

หมวกกันน็อค แป้งเย็น?

ตอนเย็นเลิกเรียน ก็ยังเดินกลับบ้านกับหม่าอวี่เคอสองคน

เดินไปได้สักพัก หม่าอวี่เคอสังเกตเห็นความผิดปกติ "พี่ห้า พี่มองมอเตอร์ไซค์ตลอดเลยนะ"

"ฉันมองหมวกกันน็อคต่างหาก"

"หมวกกันน็อค?"

อู่เจียงเลยถาม "หมวกกันน็อคมอเตอร์ไซค์ต่างกับหมวกกันน็อคอื่นยังไง?"

หม่าอวี่เคอคิดแล้วตอบ "หมวกกันน็อคมอเตอร์ไซค์หนักกว่ามั้ง?"

"ถามไปก็ไลฟ์บอย"

"งั้นไปดูที่ตลาดสิ"

"ไปดิ"

ทั้งสองเปลี่ยนเส้นทาง เบี่ยงไปทางบ้านหม่าอวี่เคอ ข้างบ้านเขาถัดไปครึ่งถนนมีตลาดค้าส่ง ที่ส่งของให้ซูเปอร์มาร์เก็ตแถวนี้

ตลาดค้าส่งที่ส่งให้ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านหนึ่งขายของประเภทเดียว เช่น ขายท่อก็ขายแต่ท่อ ขายเครื่องมือก็ขายแต่เครื่องมือ ไม่มีการขายฮาร์ดแวร์ปนกัน อย่างมากก็ขายประแจกับคีมด้วยกัน

ดังนั้นร้านขายหมวกกันน็อคก็จะมีแต่หมวกกันน็อค ถามทางนิดหน่อยก็เจอ

หมวกกันน็อคมอเตอร์ไซค์ หมวกจักรยาน หมวกนิรภัยก็มี กองรวมกันอยู่ตรงมุมร้าน

เจ้าของร้านมองทั้งสองแวบหนึ่ง เห็นใส่ชุดนักเรียน ก็ไม่สนใจ เล่นมือถือต่อ

อู่เจียงกับเพื่อนก็ไม่ได้กะจะซื้อ แค่มาดู เลยไม่ถือสาท่าทีเจ้าของร้าน

หมวกส่วนใหญ่มีห่อ แต่ก็มีบางอันไม่มี พลิกดูแล้วความแตกต่างชัดเจน

ที่หม่าอวี่เคอพูดก็ถูก หมวกกันน็อคมอเตอร์ไซค์หนักกว่า เพราะหนากว่าและมีฟองน้ำซับใน ส่วนหมวกจักรยานคล้ายหมวกนิรภัย นอกจากสายรัดที่เป็นโครงกันกระแทกแล้ว ข้างในก็กลวง

ก่อนไป หม่าอวี่เคอยังบอก "ขอบคุณครับเถ้าแก่"

เจ้าของร้านงงๆ มองไปข้างๆ ของไม่หาย มองดูนักเรียนสองคน ในมือก็ไม่มีอะไรเพิ่มมา รู้สึกแปลกๆ

ก่อนออกจากตลาด อู่เจียงซื้อหมูแผ่นห่อหนึ่งโยนให้หม่าอวี่เคอ ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทำแบบนี้ หม่าอวี่เคอเลยร้องบอก "ขอบคุณพี่ห้า" อย่างคล่องปาก

เสียเวลาไปหน่อย แยกกับหมอนี่แล้วอู่เจียงไม่ได้ไปสวนสาธารณะ ตรงกลับบ้านเลย

พลังจิตของผีจะถูกหมวกกันน็อคบั่นทอน เมื่อกี้อู่เจียงลองใช้ [เรดาร์ชีวิต] กับ [สัมผัสวิญญาณ] ในร้านดู มีการขัดขวางนิดหน่อยจริงๆ แต่น้อยกว่ากำแพงปูนเสียอีก

ผีมันอ่อนขนาดนี้เลยเหรอ?

แป้งเย็นคงยิ่งแย่กว่า เพราะมันทาให้ทั่วผิวหนังไม่ได้

ถ้าอย่างนั้นใช้ [พลังจิต] กางบาเรีย ผีไม่เอ๋อรับประทานเลยเหรอ?

ถ้าข้อมูลของหลี่เหยียนเป็นจริง เที่ยวนี้ก็ไม่มีอันตรายอะไรสินะ

เดินไปเรื่อยๆ ช่วงหนึ่งมีแค่เขาคนเดียว และไม่มีใครเดินไปทางเดียวกัน พอสัมผัสได้มือก็คันยิบๆ หาต้นไม้ริมทาง ใช้นิ้วโป้งกดนิ้วกลางดีดใส่ต้นไม้

"ฉึก"

ใช้พลังน้อยนิด ลำต้นมีรูขนาดเท่านิ้ว ไม่ลึก ตอนเดินผ่านอู่เจียงลูบรูนั้นเบาๆ เดินไปพลางถูนิ้วไปพลาง

แม้รูปแบบจะต่าง แต่ก็ยังเป็น [ปราณกระบี่] ถึงตอนนี้เขาจะใส่ได้แค่คุณสมบัติ "มวล" แต่คุณสมบัติเดี่ยวก็มีระดับความต่าง เขาหวังว่าจะทำลายแนวคิดของสสารได้เหมือน [นักฆ่าอนินทรียสาร] ซึ่งจะรุนแรงกว่าการตัดเฉือนธรรมดามากนัก

การทำแบบนี้ไม่ต้องรู้โครงสร้างโมเลกุลลึกซึ้งอะไร ขอแค่ทำลายแนวคิด [น้ำ] ได้ สำหรับเป้าหมายส่วนใหญ่ก็ถึงตายแล้ว

วิธีทำมีสองแบบ แบบแรกคือเอาพลังอนุภาควิญญาณมาแปะกับปราณกระบี่ตรงๆ อีกแบบคือใช้ความเข้าใจเรื่องการเปลี่ยนแปลงอนุภาควิญญาณเพิ่มแนวคิดให้ปราณกระบี่ ตอนนี้อู่เจียงลองแบบหลัง แบบแรกเคยลองตอนเทอมที่แล้ว ผลไม่ค่อยดี ติดคอขวดของพลัง

ข้อบกพร่องของพลังมีกฎเกณฑ์แน่นอน [นักฆ่าอนินทรียสาร] ฆ่าสิ่งมีชีวิตไม่ได้ ต่อให้แยกแนวคิด "ทำลายล้าง" มาผสมกับปราณกระบี่ไปฆ่าปลา สุดท้ายปลาก็โดนปราณกระบี่ฟันขาด ไม่เกี่ยวกับสกิล [นักฆ่า] เลย พลังนี้จะถูก "กำแพงอินทรียสาร" กันไว้ได้หมด

การทำให้ปราณกระบี่มีคุณสมบัติทำลายล้าง ขั้นตอนซับซ้อน ผลลัพธ์แย่ ในระยะสั้นคงพัฒนาได้ไม่เท่าไหร่

หา "วิญญาณ" และ "พลังงาน" ก่อนดีกว่า พอคุมการเปลี่ยนแปลงสามประเภทได้ ความเข้าใจใน [กระบี่] เพิ่มขึ้น น่าจะช่วยเรื่องการใส่แนวคิดได้ง่ายขึ้น

เวลาต่อมา โรงเรียนไม่ได้กลับสู่ความสงบ

เรื่องเดิมๆ ยัยแซ่หูชอบคุยเรื่องคดีอาชญากรรมวิญญาณในโรงเรียน จนจางอี้ถิงก็พลอยร่วมวงคุยด้วย แถมยังตั้งกลุ่มแชทขึ้นมาอีก

หลี่เหยียนบ่นเรื่องเพื่อนสนิทแซ่หูของจางอี้ถิงให้อู่เจียงฟังอีกรอบ แล้วไปดักเจอหล่อนครั้งหนึ่ง

ผลก็ไม่เหนือความคาดหมาย จางอี้ถิงออกโรงทะเลาะกับหลี่เหยียน ยัยแซ่หูนอกจากน้ำตาไหลไม่กี่หยด ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

แต่พอเป็นแบบนี้ จางอี้ถิงกับเพื่อนก็เพลาๆ ลงบ้าง อย่างน้อยก็ไม่คุยตอนพักเบรก ส่วนก่อนหลังเลิกเรียนจะเป็นยังไง คนอื่นก็คงไปยุ่งไม่ได้

อู่เจียงมองสถานการณ์แล้วพบว่า หลี่เหยียนคนนี้มีหลักการในการกระทำจริงๆ บางทีอาจปรับ "ค่าจ้าง" ในการไปหาผีเป็นเพื่อนเขาได้

นอกจากเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ของเพื่อนร่วมชั้น อู่เจียงสนใจครูฟางจิ่วกับหวงจิงเกรดเก้ามากกว่า

ความผิดปกติของครูเจอตั้งแต่วันแรกเปิดเทอม แต่ไม่แน่ว่าจะเกิดวันนั้น หวงจิงถูกพบหลังจากครูอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์

ก่อนหน้านี้เดาว่าอาจติดต่อกันได้ แต่สัปดาห์ที่สามและสี่กลับไม่พบว่ามีใครในโรงเรียนผิดปกติ

หรืออาจเป็นเพราะยังไม่ถูกค้นพบ ที่เจอหวงจิงเพราะเขาพ่นเมือกสีเขียวไปทั่ว และเมือกนี้ในสายตาอู่เจียงอยู่ได้นานอย่างน้อย 7 ชั่วโมง (จนเลิกเรียน) ครูฟางจิ่วไม่เป็นแบบนี้ ดังนั้นต่อให้ในโรงเรียนมีความผิดปกติอื่น ถ้าไม่พ่นอะไรมั่วซั่ว อู่เจียงต้องเห็นกับตาถึงจะรู้

ผ่านไปอีกสองสัปดาห์กว่า ในสายตาอู่เจียง สองคนนี้กลายพันธุ์หนักกว่าเดิม

ลูกตาสองข้างของฟางจิ่วแทบกลายเป็นสิ่งมีชีวิตเอกเทศ ก้านตาที่ประกอบด้วยเส้นประสาทและกล้ามเนื้อแตกแขนงเหมือนหนวดปลาหมึก ลากลูกตาไต่ไปทั่วตัว ไอ้ตัวที่เลื้อยใต้ผิวหนังก็โผล่หัวออกมาแล้ว เป็นหนอนตัวอ้วนเป่ง ส่วนหัวมีจุดดำคล้ายตาอย่างน้อย 13 จุด ส่วนอื่นมองไม่เห็น เพราะโผล่มาทีไรไม่กี่วินาทีก็หดกลับลงใต้ผิวหนัง

หวงจิงยิ่งน่าขยะแขยง น้ำเขียวที่เขาพ่นไปทั่วเริ่มขยับได้ ค่อยๆ คลานกลับไปหาเขา ช้ามาก ช้าจนส่วนใหญ่ยังอยู่ระหว่างทาง เขาก็ย้ายที่ไปเรียนวิชาอื่นแล้ว ตอนนี้แค่จ้องน้ำเขียวสักพักก็รู้ว่าหวงจิงอยู่ทิศไหน ตามตัวง่ายขึ้นเยอะ ตัวเขาเองก็เริ่มเขียว มีตุ่มพองที่ดูเหมือนแตะนิดเดียวจะระเบิด ขนาดเท่ากำปั้น

ไอ้สองตัวนี้ยังมาเรียนตามปกติทุกวัน โคตรจะบ้า

สรุปคือโรงเรียนเป็นแบบนี้ อู่เจียงไม่อยากสนใจ ไปหาผีเล่นก่อนค่อยว่ากัน

จบบทที่ บทที่ 14 เตรียมตัวเจอผี

คัดลอกลิงก์แล้ว