- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่ราชันย์มังกรขาว ไซอิ๋วฉบับใหม่
- บทที่ 14 บทบาทของการเก๊ก
บทที่ 14 บทบาทของการเก๊ก
บทที่ 14 บทบาทของการเก๊ก
บทที่ 14 บทบาทของการเก๊ก
เพราะความทรงจำของเราซ่อนอยู่ที่นั่น
ฉันชอบมองดูดวงอาทิตย์ที่ถูกเส้นขอบฟ้ายกขึ้น
เพราะมันเหมือนกับการได้เห็นความหวังที่กำลังคืบคลานเข้ามา
ยิ่งใกล้เท่าไหร่ ก็ยิ่งเห็นชัดเจนขึ้นเท่านั้น
กระดิ่งลมดังขึ้นในจังหวะที่ฉันหันหลังกลับ...
เสียงเพลงลอยเอื่อยเฉื่อยอยู่เหนือคฤหาสน์ แฝงความเศร้าสร้อยเล็กน้อย และความอาดูรจางๆ
สี่สาวพี่น้องที่กำลังวิ่งเล่นอยู่ในลานบ้านหยุดชะงักลงทันที ทว่าพระโพธิสัตว์ทั้งสามไม่เข้าใจท่วงทำนองหรืออารมณ์ความรู้สึกที่แฝงอยู่ภายในบทเพลงนั้นเลย
มีเพียงภูตวิหคกระจิบห้าสีเท่านั้นที่ตั้งใจฟัง ท่วงทำนองนี้แปลกใหม่นัก เนื้อเพลงก็เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง แต่กลับสัมผัสได้ถึงอารมณ์ที่ถ่ายทอดออกมา มันมีความเหงาจับใจ และความโหยหาอันเลือนราง
"ใครมาร้องโวยวายหนวกหูจริง?" เหลียนเหลียนขมวดคิ้ว สำหรับพระโพธิสัตว์อย่างนาง เสียงนี้ไม่ต่างอะไรกับเสียงกา
ทันใดนั้น หลิงหลิงก็คืนร่างเป็นนกกระจิบห้าสี บินถลาขึ้นสู่ท้องฟ้า หายไปจากคฤหาสน์ในพริบตา
คนอื่นๆ กำลังจะร้องห้าม แต่มองเห็นตือโป๊ยก่ายกำลังแอบดูอยู่ จึงจำต้องเล่นละครต่อไป...
ยิ่งใกล้เท่าไหร่ ก็ยิ่งเห็นชัดเจนขึ้นเท่านั้น
กระดิ่งลมดังขึ้นในจังหวะที่ฉันหันหลังกลับ
ฉันไม่รู้ว่าจะไล่ตามไปที่แห่งหนใด
ฉันอยากตะโกนบอกเธอ
โลกใบนี้และตัวฉัน ขาดเพียงแค่เธอ
เธอผู้เป็นหนึ่งเดียว ไม่มีใครแทนที่ได้...
หลงเสี่ยวไป๋ร้องเพลงด้วยอินเนอร์มาเต็ม ก่อนจะข้ามมิติมา เขาคือ 'เจ้าชายเพลงรัก' ประจำตลาดนัดกลางคืนเชียวนะ ด้วยใบหน้าหล่อเหลาและดวงตาโศกซึ้งกินใจ เมื่อมองเงาสะท้อนในน้ำ เขายังต้องตะลึงในความหล่อของตัวเอง
"วูบ!" แสงหลากสีวูบวาบ สาวน้อยน่ารักในชุดไหมห้าสีปรากฏตัวขึ้นบนสะพาน
หลงเสี่ยวไป๋เลิกคิ้วขึ้น แสร้งทำเป็นไม่เห็นนาง แล้วร้องเพลงต่อไปด้วยอารมณ์ซาบซึ้งตรึงใจ
เมื่อเพลงจบลง หลิงหลิงก็เดินเข้ามาใกล้แล้ว ดวงตากลมโตสุกใสจ้องมองหลงเสี่ยวไป๋ พยายามมองหาอารมณ์เพลงในดวงตาคู่นั้น
"อ๊ะ... แม่นางหลิงเอ๋อร์ ข้ารบกวนท่านหรือเปล่า? ต้องขออภัยจริงๆ" หลงเสี่ยวไป๋ประสานมือคารวะ วางมาดสุภาพบุรุษทุกกระเบียดนิ้ว
"ท่านร้องเพลงอะไรหรือเจ้าคะ?"
"โลกใบนี้และตัวฉัน ขาดเพียงแค่เธอ"
ใบหน้าของหลิงหลิงแดงระเรื่อ นางเอ่ยเสียงเบา "ท่านพี่... โปรดสำรวมด้วยเจ้าค่ะ"
"เอ่อ!" หลงเสี่ยวไป๋อึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มแห้งๆ "แม่นางหลิงเอ๋อร์ เพลงนี้ชื่อว่า: โลกใบนี้และตัวฉัน ขาดเพียงแค่เธอ"
"อ้อ..." หลิงหลิงเข้าใจทันที นางกล่าวว่า "ชื่อเพลงแปลกจัง ท่านแต่งเองหรือเจ้าคะ?"
"อื้ม..." หลงเสี่ยวไป๋พยักหน้ายอมรับอย่างหน้าไม่อาย
"ถ้าเช่นนั้นท่านพี่..."
"ข้าแซ่หลง เรียกว่าคุณชายหลงเถอะ" หลงเสี่ยวไป๋รู้สึกว่าคำว่า 'ท่านพี่' หรือ 'ผู้อาวุโส' มันฟังดูแก่เกินไป
"คุณ... คุณชายหลง ข้าขอถามได้ไหมเจ้าคะ ว่าท่านแต่งเพลงนี้ขึ้นมาได้อย่างไร และทำไมมันถึงฟังดูเศร้าสร้อยนัก?"
"ชื่อเพลงก็บอกความหมายชัดเจนอยู่แล้ว" หลงเสี่ยวไป๋มองหลิงหลิง ดวงตาคมเข้มทอประกายเศร้าหมองจางๆ
หัวใจของหลิงหลิงเต้นผิดจังหวะ ใบหน้างามร้อนผ่าว นางกระซิบเสียงแผ่ว "ผู้น้อยไม่เข้าใจเจ้าค่ะ"
หลงเสี่ยวไป๋ค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้หลิงหลิง ชี้ที่ตัวเอง แล้วชี้ไปที่ท้องฟ้า "โลกใบนี้และตัวฉัน ขาดเพียงแค่... เธอ" พูดจบ เขาก็ชี้ไปที่หลิงหลิง
"อ๊ะ... คุณชายหลง ท่านไม่รุกเร็วไปหน่อยหรือเจ้าคะ?" หัวใจของหลิงหลิงเต้นรัวราวกับกระต่ายน้อย แม้นางจะบำเพ็ญเพียรมาพันปี แต่ด้วยความใสซื่อ นางไม่เคยได้ยินคำพูดเลี่ยนๆ แบบนี้มาก่อนเลย
"เฮ้อ..." หลงเสี่ยวไป๋ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ไพล่มือไว้ข้างหลัง แล้วเดินไปตามสะพานไม้ มุ่งหน้าออกไปด้านนอก
หลิงหลิงมองดูแผ่นหลังในชุดขาวที่กำลังเดินจากไป ไม่รู้ทำไมนางถึงเดินตามเขาไป
หลงเสี่ยวไป๋เดินไปจนสุดสะพาน แล้วหันกลับมามองปลาคาร์ปสองตัวในแม่น้ำที่ดูเหมือนกำลังหยอกล้อกัน จู่ๆ เขาก็ชี้ไปที่พวกมันแล้วเอ่ยขึ้นลอยๆ "แม่นางหลิงเอ๋อร์ ท่านดูสิ แม้ปลาคาร์ปพวกนี้จะถูกกักขังอยู่ในสระเล็กๆ แต่มิใช่ว่าพวกมันมีความสุขมากหรือ?"
หลิงหลิงมองตาม คิ้วเรียวงามขมวดมุ่นเล็กน้อย ถามด้วยความสงสัย "คุณชายหลงหมายความว่าอย่างไรหรือเจ้าคะ?"
"หึ..." หลงเสี่ยวไป๋แค่นหัวเราะเยาะตัวเอง "ท่านดูสิ แม้พวกเราจะมีอิสระ แต่กลับสู้วาสนาของปลาพวกนี้ไม่ได้ที่มีคนรักคอยอยู่เคียงข้าง เราทำได้เพียงเป็นคนอิสระที่โดดเดี่ยว ไม่อาจเป็นนกยวนยางที่มีความสุข ช่างน่าเศร้านัก! ช่างน่าเสียดาย!"
ใบหน้างามของหลิงหลิงเปลี่ยนสีทันทีที่ได้ยิน นางไม่คิดเลยว่ามังกรขาวน้อยผู้นี้จะยังตัดกิเลสทางโลกไม่ขาด และยังคงถวิลหาความรักในโลกีย์วิสัย ดูเหมือนว่าท่านเหล่าหมู่และคนอื่นๆ จะมองเขาผิดไปเสียแล้ว
"ทำไม? ท่านจะไปฟ้องพระโพธิสัตว์เรื่องธาตุแท้ของข้าหรือ?" หลงเสี่ยวไป๋หัวเราะ
"ท่าน..." หลิงหลิงตกใจมาก นางไม่คาดคิดว่ามังกรขาวน้อยที่มีตบะต่ำต้อยที่สุด จะมองทะลุภาพมายาของพระโพธิสัตว์ได้
"ฮ่าฮ่า... แม่นางหลิงเอ๋อร์ อย่าได้แปลกใจไป สายตาของข้าไม่ได้ด้อยไปกว่าเนตรอัคคีของศิษย์พี่ข้าหรอก และข้ายังมีทักษะที่เหนือกว่าเขาอีกด้วย!" ขณะพูด สายตาของเขาก็กวาดมองไปที่หน้าอกของหลิงหลิง
"B+ น่าเสียดาย เล็กไปหน่อย"
"อะไรนะเจ้าคะ?" หลิงหลิงงุนงงกับคำพูดเพ้อเจ้อของมังกรขาวน้อย
"เราไปเดินเล่นกันหน่อยไหม?" หลงเสี่ยวไป๋เริ่มตะล่อมพาโลลิน้อยเดินเข้าไปในป่าเขา
หลิงหลิงอยากรู้ว่ามังกรขาวน้อยผู้นี้คิดจะทำอะไร จึงพยักหน้าตกลง
หลงเสี่ยวไป๋เดินนำหน้า หลิงหลิงเดินตามหลัง เมื่อเข้าสู่เขตป่า หลงเสี่ยวไป๋มองดูต้นไม้หนาทึบและพื้นหญ้าเขียวขจี อดไม่ได้ที่จะอุทาน "ช่างเป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การ 'ทำศึกกลางแจ้ง' จริงๆ!"
หลิงหลิงไม่ได้ยินคำพูดของหลงเสี่ยวไป๋ แน่นอนว่าถ้านางเข้าใจ นางคงไม่แค่ตกใจหนีไป แต่อาจจะตบเขาตายคาที่
"แม่นางหลิงเอ๋อร์ ในบรรยากาศเช่นนี้ จู่ๆ ข้าก็เกิดแรงบันดาลใจ นึกเพลงขึ้นมาได้เพลงหนึ่ง"
"โอ้?" หลิงหลิงประหลาดใจมาก มังกรขาวน้อยผู้นี้จะแต่งเนื้อร้องและทำนองสดๆ เลยหรือ?
หลงเสี่ยวไป๋แกล้งทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จริงๆ แล้วเขากำลังนึกเนื้อเพลงและหาวิธีดัดแปลงมันต่างหาก สักพักเขาก็เดินไปที่ต้นไม้ที่มีดอกไม้บานสะพรั่ง เด็ดดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ออกมาดอกหนึ่งอย่างทะนุถนอม เขาสูดดมกลิ่นหอมด้วยความรักใคร่ แล้วมองลึกเข้าไปในดวงตาของหลิงหลิง ก่อนจะเริ่มร้องเพลง
นกยวนยางเกาะคอนคู่ ผีเสื้อบินคลอเคลียคู่
ทิวทัศน์วสันต์ในไพรพนาชวนให้คนหลงใหล
ข้าจ้องมองโฉมงามอย่างลึกซึ้ง
หลิงเอ๋อร์ช่างงดงามเหลือเกิน
หลิงเอ๋อร์ช่างงดงามเหลือเกิน...
หัวใจของหลิงหลิงกระตุกอีกครั้ง ใบหน้างามขึ้นสีแดงระเรื่อ ที่แท้เพลงนี้แต่งให้ข้าหรือนี่
จะกลัวเกรงอันใดกับศักดิ์ฐานะของเง็กเซียน?
จะสนอันใดกับกฎเกณฑ์และศีลธรรม?
ข้าขอเพียงชั่วนิจนิรันดร์
ได้อยู่เคียงคู่กับหลิงเอ๋อร์ยอดดวงใจ
รักของข้าเพื่อหลิง รักของข้าเพื่อหลิง...
ในเวลานี้ ใบหน้าของหลิงหลิงเดี๋ยวแดงเดี๋ยวซีดขณะฟัง แดงเพราะความหมายของคำร้องช่างโจ่งแจ้งเหลือเกิน และซีดเพราะเขากล้าเอ่ยถ้อยคำกบฏเช่นนี้! ไม่เพียงแต่พาดพิงถึงเง็กเซียนฮ่องเต้และเหล่าเทพเซียน แต่ยังกล้าประกาศก้องว่าไม่เกรงกลัวกฎเกณฑ์ใดๆ!
หลงเสี่ยวไป๋มองใบหน้างามที่เดี๋ยวแดงเดี๋ยวซีด แฝงแววตื่นตระหนกจางๆ ในความเขินอาย เขายิ้มบางๆ แล้วค่อยๆ ยื่นดอกไม้ในมือส่งให้หลิงหลิง
"วูบ..." แสงแห่งจิตวิญญาณวาบผ่าน ดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์กลับกลายเป็นสีชมพูระเรื่อดูเย้ายวนใจยิ่งนัก
"โจวซิงซิง หวังว่าสิ่งที่แกพูดจะได้ผลนะ"
หลิงหลิงมองดอกไม้ที่ถูกยื่นมาตรงหน้า แล้วมองสบตาเขาที่เปี่ยมด้วยความรักอันเร่าร้อน หัวใจของนางเต้นแรงแทบทะลุอก ใบหน้าร้อนผ่าว ก้มหน้าลงด้วยความขัดเขิน
"หลิงเอ๋อร์ เจ้ารู้ไหม? ตั้งแต่วินาทีแรกที่ข้าเห็นเจ้า ข้ารู้ทันทีว่าเจ้าคือนางฟ้าของข้า คือยอดดวงใจของข้า หากขาดเจ้าไป ข้าคงไม่รู้วิธีหายใจ ข้ารักเจ้า! มาฝึกวิชากับข้าเถอะ!"
"อะ... อะไรนะเจ้าคะ ฝึกวิชาอะไร?" ใบหน้าของหลิงหลิงแดงก่ำจนแทบจะหยดเป็นเลือด
"ดมสิ ดอกไม้นี้หอมไหม?" หลงเสี่ยวไป๋ตอบไม่ตรงคำถาม ถือดอกไม้ไปจ่อที่จมูกโด่งรั้นของนาง สีหน้าของเขาดูรักใคร่ทนุถนอม แต่ในใจกลับเหมือนตาแก่ลามกที่กำลังวางยาเด็กสาว
ภูตสวรรค์เชียวนะ! ถ้าได้แอ้มจริงๆ เขาคงคุยโวไปได้อีกสามชาติ!