- หน้าแรก
- บัญชาสวรรค์หมื่นลี้
- บทที่ 515 เอี้ยนซวงเฉิง เจ้าสำนักแผนกธุรการ
บทที่ 515 เอี้ยนซวงเฉิง เจ้าสำนักแผนกธุรการ
บทที่ 515 เอี้ยนซวงเฉิง เจ้าสำนักแผนกธุรการ
"ศิษย์เสวียนอวี้ ขอพบท่านอาจารย์!" หนึ่งเค่อต่อมา หลิวอวี้เหาะกระบี่มาถึงหน้าประตูถ้ำของอาจารย์จางหยวนเจิน เขาทำความเคารพและตะโกนเรียกเข้าไปในถ้ำ
"เสวียนอวี้เองหรือ! เข้ามาสิ!" สิ้นเสียงของโจวอวี่ถงผู้เป็นภรรยาอาจารย์ ประตูหินก็เลื่อนเปิดขึ้น
"ศิษย์เสวียนอวี้ คารวะท่านอาจารย์หญิง คารวะท่านอาจารย์ปู่!" หลิวอวี้เดินเข้ามาในถ้ำ นอกจากโจวอวี่ถงแล้ว ยังเห็นโจวลู่ถง ภรรยาของ "นักพรตเสวียนมู่" นั่งอยู่ด้วย จึงรีบทำความเคารพ
"ไม่ต้องมากพิธี! เสวียนอวี้ มานั่งสิ ลองชิมชาใหม่ที่พี่สาวเอามาฝากหน่อย" โจวอวี่ถงยิ้มแย้ม เชิญหลิวอวี้นั่งลง รินชาสีเขียวหยกควันฉุยให้
"ขอบคุณท่านอาจารย์หญิงครับ! ท่านอาจารย์ไม่อยู่หรือครับ?" หลิวอวี้ร้อนใจ ไม่มีอารมณ์จิบชา อีกอย่างมีผู้อาวุโสอย่าง "นักพรตเสวียนเจ้า" อยู่ด้วย จะให้นั่งลงก็เกรงใจ จึงได้แต่ประสานมือถาม
"มีข่าวร้ายมาจากเมืองเป่ยหลวน อาจารย์เจ้าถูกเรียกไปหารือเรื่องนี้!" โจวอวี่ถงขมวดคิ้วตอบ แล้วถามต่อ "มีธุระอะไรกับอาจารย์หรือ?"
"ศิษย์ก็ได้ยินข่าวนี้มาเหมือนกัน ได้ยินว่าศิษย์ที่สำนักส่งไปเก็บสมุนไพรใน 'แดนลึกลับขาวดำ' แทบไม่มีใครรอดกลับมา ไม่ทราบว่าเป็นความจริงหรือเท็จครับ?" ได้ยินว่าอาจารย์ถูกเรียกไปหารือ หลิวอวี้ก็ยิ่งสังหรณ์ใจไม่ดี
"ข่าวลือเป็นความจริง ทีมศิษย์หัวกะทิสองทีมที่ส่งไป มีคนรอดชีวิตกลับมาแค่สามคน" โจวอวี่ถงพยักหน้า
"แล้วศิษย์น้อง..." หลิวอวี้ใจเต้นรัว รีบถามทันที
"วางใจเถอะ! จือเอ๋อร์เป็นหนึ่งในสามคนที่รอดชีวิต" โจวอวี่ถงเห็นหลิวอวี้รีบร้อนมา ก็เดาออกว่ามาเรื่องอะไร จึงยิ้มตอบ
นางเอ็นดูถังจือที่เฉลียวฉลาดซุกซนต้องชะตากับนาง ครั้งที่ถังจือจะไป "แดนลึกลับขาวดำ" นางก็ห้ามปรามอยู่นานแต่ไม่สำเร็จ พอได้ยินข่าวร้ายจากเมืองเป่ยหลวน นางก็ตกใจแทบแย่ โชคดีที่มารู้ทีหลังว่าถังจือเป็นหนึ่งในผู้รอดชีวิต ถึงได้โล่งอก
"ดีจัง!" หลิวอวี้ถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก
"สบายใจแล้วใช่ไหม! มานั่งสิ ชานี้เพิ่งเก็บมาใหม่ๆ ลองชิมดู" โจวอวี่ถงเชิญอีกครั้ง แล้วหันไปแนะนำกับโจวลู่ถง "พี่สาว นี่เสวียนอวี้ ศิษย์ใหม่ที่หยวนเจินรับไว้เมื่อไม่กี่ปีก่อน!"
"ศิษย์คารวะท่านอาจารย์ปู่!" หลิวอวี้ทำความเคารพอีกครั้งอย่างนอบน้อม
"นั่งเถอะ!" โจวลู่ถงมองหลิวอวี้อย่างพินิจพิเคราะห์ แล้วพยักหน้า นางเคยได้ยินชื่อเสียงของเด็กคนนี้มาบ้าง เดิมเป็นศิษย์สายตรงของถังฮ่าวศิษย์น้อง ตอนนี้มาอยู่กับจางหยวนเจิน สร้าง "จื่อฝู่" สำเร็จด้วยรากวิญญาณสามสาย หากถังฮ่าวยังอยู่คงภูมิใจมาก
นางกับถังฮ่าวเป็นศิษย์ "นักพรตเสวียนมู่" เหมือนกัน สนิทกันดี นางรู้ดีว่าศิษย์ที่ถังฮ่าวรับไว้ส่วนใหญ่ไม่ได้เรื่องได้ราว การที่เด็กคนนี้สร้างฐานสำเร็จ ก็ถือว่ากู้หน้าให้ถังฮ่าวได้บ้าง
"ขอบคุณครับท่านอาจารย์หญิง!" หลิวอวี้ถึงได้นั่งลง รับถ้วยชาจากโจวอวี่ถง จิบเบาๆ รสชาติหอมสดชื่น แฝงกลิ่นไอฝนบริสุทธิ์ของชาใหม่ ทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า
ชานี้หลิวอวี้เคยได้ดื่มสองสามครั้ง ชื่อว่า "เข็มเงินจวินซาน" นับเป็นชาคุณภาพดีที่สุดเท่าที่เขาเคยดื่มมา
ขณะเดียวกัน ณ ห้องประชุมหลังตำหนักหยกเหลือง ผู้ดูแลสำนักบรรพชนศักดิ์สิทธิ์ทั้งหกท่าน ได้แก่ "นักพรตเสวียนหนาน" จางหยวนเจิน, "นักพรตราชสีห์คลั่ง" เซียวจิ้นเถิง, "นักพรตจี้เฟิง" เซี่ยโหวไห่, "นักพรตชิวรื่อ" หวงเหว่ย, "นักพรตเฮ่าอี้" ไป๋ยู่เฉิง และ "นักพรตหงอี้" เอี้ยนซวงเฉิง ต่างมากันพร้อมหน้า
"ข่าวจากเมืองเป่ยหลวน ทุกท่านคงได้ยินกันแล้ว รายละเอียดเป็นอย่างไร ศิษย์น้องจี้เฟิง ช่วยเล่าให้ทุกคนฟังหน่อย!" เมื่อทุกคนนั่งลง เอี้ยนซวงเฉิง เจ้าสำนักแผนกธุรการ ก็เปิดประเด็น
เอี้ยนซวงเฉิงเป็นศิษย์เอกของเจ้าสำนัก "นักพรตเซิ่งอี้" กิจการงานน้อยใหญ่ในสำนักบรรพชนศักดิ์สิทธิ์ ยกเว้นเรื่องสำคัญที่เจ้าสำนักต้องออกหน้าเอง ล้วนผ่านมือเอี้ยนซวงเฉิงทั้งสิ้น ถือเป็นรักษาการเจ้าสำนัก สถานะในสำนักเป็นรองเพียงห้าปรมาจารย์ระดับแก่นทองคำเท่านั้น
"ครั้งนี้ใน 'แดนลึกลับขาวดำ' ศิษย์สำนักเราบาดเจ็บล้มตายอย่างหนัก นอกจากทีมหัวกะทิสองทีมที่รอดมาแค่สามคนแล้ว ยังมีศิษย์ที่ประจำการอยู่เมืองเป่ยหลวนรวมกลุ่มกันเข้าไปเก็บสมุนไพรอีกจำนวนหนึ่งก็เสียชีวิต รวมผู้เสียชีวิตทั้งสิ้นห้าสิบสี่คน" เซี่ยโหวไห่กล่าวด้วยสีหน้าหมองหม่น
"'แดนลึกลับขาวดำ' แม้จะเป็นที่อันตราย เคยมีศิษย์บาดเจ็บล้มตายบ้าง แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่แทบจะละลายทั้งทีมแบบนี้ รอ 'ศิษย์น้องวั่วเฟิง' กลับมา ต้องถามหน่อยว่าทำหน้าที่หัวหน้าทีมยังไง?"
"แล้วศิษย์ที่คัดเลือกไปเก็บสมุนไพรคราวนี้ ตบะช่างอ่อนด้อยนัก แค่แดนลึกลับระดับเหลืองขั้นสูง กลับตายกันเกลื่อนขนาดนี้?" หวงเหว่ย นักพรตวัยกลางคนรูปร่างผอมสูงในชุดนักพรต แสร้งทำเป็นโมโห
"เจ้าหมายความว่าไง?" เซี่ยโหวไห่หน้าเปลี่ยนสี ถามด้วยความโกรธ
หัวหน้าทีมครั้งนี้คือน้องชายคนที่สองของเขา เซี่ยโหวชวน ฉายา "วั่วเฟิง" และในทีมเก็บสมุนไพรสองทีมนั้น เกินครึ่งเป็นลูกหลานตระกูลเซี่ยโหว หัวหน้าศิษย์ ชีหลิงอวี่ ก็เป็นศิษย์ในสังกัดเขา ครั้งนี้ตระกูลเซี่ยโหวสูญเสียอย่างหนัก
คู่กัดเก่าอย่างหวงเหว่ยดันมาพูดจาถากถางซ้ำเติมในเวลานี้ ทำให้เซี่ยโหวไห่ที่เจ็บปวดอยู่แล้วยิ่งเดือดดาล สีหน้าดูไม่ได้
"เอาล่ะ! ศิษย์น้องชิวรื่อ พูดให้น้อยลงหน่อย เหตุการณ์ใน 'แดนลึกลับขาวดำ' ครั้งนี้ ไม่เกี่ยวกับตบะของศิษย์ที่คัดเลือกไปหรอก ได้ยินว่ามนุษย์กิ้งก่าในแดนลึกลับเกิดความผิดปกติ บางเผ่ามี 'หัวหน้าเกราะทอง' สองถึงสามตัวพร้อมกัน พลังรบเพิ่มขึ้นมาก ทำให้ศิษย์ที่ไปเก็บสมุนไพรรับมือไม่ทัน" เอี้ยนซวงเฉิงเห็นหวงเหว่ยจะหาเรื่องต่อ จึงรีบขัดจังหวะ
"อ้อ! งั้นหรือ?" โดนศิษย์พี่หงอี้เบรก หวงเหว่ยก็แค่นเสียงเบาๆ ไม่หาเรื่องเซี่ยโหวไห่อีก
ครั้งนี้ตระกูลเซี่ยโหวแย่งตำแหน่งผู้ดูแลภารกิจนี้ไป ยัดเยียดลูกหลานตัวเองเข้าไปในทีมเก็บสมุนไพรหวังจะโกยผลงาน แต่กลับกลายเป็นเนื้อเข้าปากเสือ ไม่เพียงเสียลูกหลานไปกว่ายี่สิบคน แม้แต่ศิษย์เอกที่มี "กายาอสนีบาตพิรุณ" อนาคตไกลอย่างชีหลิงอวี่ก็ต้องมาจบชีวิต
เห็นเซี่ยโหวไห่หน้าดำหน้าแดง หวงเหว่ยก็สะใจลึกๆ เซี่ยโหวไห่ เอ๋ย เซี่ยโหวไห่! คราวนี้หน้าแหกหมอไม่รับเย็บเลยนะ!
"มนุษย์กิ้งก่าในแดนลึกลับผิดปกติจริงๆ ครั้งนี้ไม่ใช่แค่สำนักเราที่สูญเสียหนัก ตำหนักน้ำแข็งวิญญาณและหุบเขาหมื่นโอสถก็เหลือรอดกลับมาไม่กี่คน สายข่าวรายงานว่านิกายเทียนหลัวมี่และสำนักสัตว์วิญญาณก็เจอชะตากรรมเดียวกัน" ไป๋ยู่เฉิงเสริม
"ทำไมถึงเป็นแบบนี้?" จางหยวนเจินขมวดคิ้วถาม
"นั่นสิ! มนุษย์กิ้งก่าพวกนี้โง่เขลาโดยกำเนิด แต่ละเผ่ารบราฆ่าฟันกันเอง ต่อให้มี 'หัวหน้าเกราะทอง' เพิ่มขึ้นมา ศิษย์ที่ส่งไปล้วนเป็นหัวกะทิ มีอาวุธและยันต์ป้องกันตัว ไม่น่าจะเพลี่ยงพล้ำขนาดนี้! ทำไมถึงตายกันเยอะนัก?" เซียวจิ้นเถิง เจ้าสำนักแผนกคุมกฎ ร่างสูงใหญ่ ผมแดงยุ่งเหยิง ก็สงสัยเช่นกัน
"จากปากคำศิษย์ที่รอดชีวิตและผู้ฝึกตนอิสระที่หนีออกมาได้ คาดว่าในหมู่มนุษย์กิ้งก่าน่าจะกำเนิด 'ผู้ทรงปัญญา' ขึ้นมา!" ไป๋ยู่เฉิงอธิบายต่อ
"ศิษย์น้องเฮ่าอี้ 'ผู้ทรงปัญญา' คืออะไร?" เซียวจิ้นเถิงถามเสียงดัง
"ข้าค้นคว้าตำราโบราณมามาก ในตำรากล่าวว่ามนุษย์กิ้งก่าเป็นชนพื้นเมืองใน 'แดนลึกลับขาวดำ' เดิมทีทุกเผ่าอยู่ภายใต้การปกครองของเผ่าเงาจันทร์ มีราชาชื่อ เงาจันทร์·วายุคลั่ง พลังรบเทียบเท่าระดับแก่นทองคำ ในอดีตสำนักต่างๆ ต้องร่วมมือกันส่งศิษย์พร้อมสมบัติวิเศษเข้าไปปราบปรามหลายครั้ง ผ่านการนองเลือดนับครั้งไม่ถ้วน ถึงจะสังหารราชาและทำลายเผ่าเงาจันทร์ลงได้"
"หลังเผ่าเงาจันทร์ล่มสลาย เผ่าต่างๆ ก็แตกแยก ทำสงครามกันเอง 'แดนลึกลับขาวดำ' จึงกลายเป็นแหล่งเก็บสมุนไพรของสำนักต่างๆ แต่ในรอบหลายหมื่นปี นานๆ ครั้งจะมีผู้แข็งแกร่งถือกำเนิดขึ้น รวบรวมเผ่าต่างๆ สร้างความเสียหายแก่ศิษย์ที่เข้าไปเก็บสมุนไพรอย่างหนัก ผู้นั้นถูกเรียกว่า 'ผู้ทรงปัญญา'" ไป๋ยู่เฉิงค่อยๆ อธิบาย
"มีเรื่องแบบนี้ด้วยหรือ? แล้วจะทำยังไงดี?" จางหยวนเจินถึงกับอึ้ง 'แดนลึกลับขาวดำ' เป็นแหล่งสมุนไพรของสำนักมาตลอด ไม่นึกว่าจะมีความลับเช่นนี้ซ่อนอยู่ หลังสงคราม สำนักต้องการ "หญ้าทลายมิติ" และ "บุปผาเจ็ดดาว" อย่างมาก ดันมาเกิดเรื่องแบบนี้อีก
"ศิษย์พี่เสวียนหนานไม่ต้องกังวล เรื่อง 'ผู้ทรงปัญญา' ยังต้องตรวจสอบให้แน่ชัด หากเป็นจริงตามตำรา ก็แค่ส่งศิษย์หัวกะทิจำนวนมากเข้าไปสังหาร 'ผู้ทรงปัญญา' ผู้นั้น เผ่ามนุษย์กิ้งก่าก็จะกลับไปแตกแยกเหมือนเดิม" ไป๋ยู่เฉิงกล่าวอย่างมั่นใจ
"ถ้าเป็นเรื่องจริง คราวหน้าตระกูลเซี่ยโหวขอยอมเสียสละเพื่อสำนัก!" เซี่ยโหวไห่กัดฟันพูด
"เอาล่ะ เรื่องนี้ต้องหารือกับตำหนักน้ำแข็งวิญญาณและหุบเขาหมื่นโอสถก่อน ค่อยว่ากันทีหลัง เฮ่าอี้! 'โอสถแขกเขียว' จากวัดสาขาต่างๆ รวบรวมกลับมาครบหรือยัง?" เอี้ยนซวงเฉิงขมวดคิ้ว ตัดบทเซี่ยโหวไห่
"รวบรวมกลับมาครบแล้วครับ ครึ่งปีนี้ได้ทั้งหมด 484 เม็ด!" ไป๋ยู่เฉิงรีบตอบ การรวบรวมโอสถจากวัดสาขาเป็นหน้าที่เขา ทำทุกครึ่งปี ไม่เคยล่าช้า
"ศิษย์น้องเสวียนหนาน ครึ่งปีนี้มีศิษย์สร้างฐานสำเร็จกี่คน?" เอี้ยนซวงเฉิงพยักหน้า หันไปถามจางหยวนเจิน
"เรียนศิษย์พี่ ครึ่งปีนี้มีศิษย์เข้า 'ห้องหินสร้างฐาน' 29 คน มี 2 คนที่สำเร็จเปิดจื่อฝู่ได้" จางหยวนเจินประสานมือตอบ
"จากรายงานสายลับที่ส่งเข้าไปในนิกายเทียนหลัวมี่และสำนักสัตว์วิญญาณ ทั้งสองสำนักยังไม่มีความเคลื่อนไหวผิดปกติ ส่วนศิษย์สำนักหลี่รุ่ยจงที่ประจำการอยู่วัดซีอัน ทำผิดกฎสำนัก ข่มขืนหญิงชาวบ้านหลายราย แล้วหนีเข้าเทือกเขาซีอัน ถูกศิษย์คุมกฎตามล่าสังหารเมื่อวานซืนแล้ว" เซียวจิ้นเถิงรายงานเมื่อเอี้ยนซวงเฉิงหันมามอง
"ปัจจุบันสำนักมีศิษย์อย่างเป็นทางการ 9,632 คน ระดับรวบรวมลมปราณ 9,150 คน ระดับสร้างฐาน 477 คน"
"ครึ่งปีจ่ายเบี้ยเลี้ยงพื้นฐาน 1,800,000 หินวิญญาณ ค่าตอบแทนภารกิจและเงินเดือนตำแหน่งต่างๆ 11,270,000 หินวิญญาณ ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด เช่น อาหาร การหลอมศาสตรา การเขียนยันต์ การเลี้ยงสัตว์วิญญาณ รวม 110,000,000 หินวิญญาณ" หวงเหว่ยหยิบสมุดบัญชีเล่มหนาขึ้นมารายงานละเอียด
"สำนักมีเหมืองแร่ต่างๆ 323 แห่ง สายแร่หินวิญญาณ 24 สาย (กำลังขุด 16, พักฟื้น 6, ยังไม่เปิด 2) รายได้จากการขุดแร่ครึ่งปี 65,000,000 หินวิญญาณ"
"รายได้จากร้านค้าและหอการค้าวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ทั่วภูมิภาค 60,000,000 หินวิญญาณ รายได้จากนาวิญญาณและสวนสมุนไพร 30,000,000 หินวิญญาณ"
"หักลบรายจ่ายแล้ว ครึ่งปีนี้คลังสำนักมีกำไรสุทธิประมาณ 30,000,000 หินวิญญาณ" หลังจากหวงเหว่ยรายงานจบ เซี่ยโหวไห่ ซึ่งเป็นผู้ดูแลอีกคนของหอสรรพกิจ ก็หยิบสมุดบัญชีมารายงานบ้าง
"สั่งการลงไป ตั้งแต่วันนี้ ค่าตอบแทนภารกิจสำนัก ทั้งหินวิญญาณและแต้มผลงาน ให้เพิ่มเป็นสองเท่า" หลังจากฟังรายงานจบ เอี้ยนซวงเฉิงก็ออกคำสั่ง
"ศิษย์พี่! ถ้าทำแบบนั้น รายรับรายจ่ายสำนักแต่ละเดือนแทบจะเท่าทุน คลังสำนักจะเหลือเก็บไม่เท่าไหร่นะครับ" เซี่ยโหวไห่ตกใจ รีบเตือน
"นี่เป็นคำสั่งกำชับจากท่านเจ้าสำนัก แจ้งลงไปเถอะ" เอี้ยนซวงเฉิงสูดหายใจลึก กล่าว เจตนาของท่านเจ้าสำนักลึกซึ้ง ผ่านการไตร่ตรองมาอย่างดีแล้ว
สงครามที่ทะเลหมอกครั้งนี้ สำนักสูญเสียศิษย์ไปกว่าสามพันคน ส่วนใหญ่เป็นระดับรวบรวมลมปราณขั้นกลางและปลาย สำนักจึงต้องเปิดรับศิษย์ใหม่ตามเมืองต่างๆ ถึงสี่พันคน เจ็ดส่วนเป็นลูกหลานชาวบ้านยากจน ไม่มีตระกูลหนุนหลัง การฝึกฝนในวันข้างหน้าย่อมยากลำบาก
การเพิ่มค่าตอบแทนภารกิจเป็นสองเท่า ผู้ได้ประโยชน์โดยตรงคือศิษย์ระดับรวบรวมลมปราณ โดยเฉพาะศิษย์ยากจนเหล่านี้ เพราะตำแหน่งงานส่วนใหญ่ในสำนักถูกศิษย์ระดับสร้างฐานและลูกหลานตระกูลใหญ่จับจองไปหมดแล้ว แม้ค่าตอบแทนภารกิจเพิ่ม แต่เงินเดือนประจำตำแหน่งไม่ได้เพิ่มตาม
ภารกิจจิปาถะต่างๆ มักตกถึงมือศิษย์ยากจน งานหนัก ได้น้อย ไม่คุ้มค่าเหนื่อย แต่ก็ไม่มีทางเลือก
ท่านเจ้าสำนักจงใจเพิ่มสวัสดิการให้ศิษย์ระดับล่าง เพื่อฟื้นฟูจำนวนศิษย์ระดับรวบรวมลมปราณขั้นกลางและปลายที่ลดฮวบจากสงคราม และหวังจะผลักดันให้มีศิษย์ก้าวขึ้นสู่ระดับสร้างฐานมากขึ้น เพราะสัญญาสงบศึกพันปีกับสามสำนัก เมื่อครบกำหนด ไฟสงครามย่อมปะทุขึ้นอีกครั้ง