เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 195 บิดาตายตามบุตร

บทที่ 195 บิดาตายตามบุตร

บทที่ 195 บิดาตายตามบุตร


องครักษ์สังสารวัฏสองคนสบตากัน กระบี่เหินอันคมกริบสองเล่ม พุ่งเข้าใส่สวินจวีด้วยความโกรธ

สวินจวีใช้วิชาอาคมโล่แก่นวิญญาณ ป้องกันกระบี่เล่มหนึ่งไว้ได้ ส่วนอีกเล่มแทงเข้าใส่เกราะทองคำกำเนิดถูกสลายไปเช่นกัน

สวินจวีขวางอยู่เบื้องหน้าคนทั้งสอง ทำให้องครักษ์สังสารวัฏสองคนนี้ ไม่มีเวลาไล่ตามหลินซือถง

ชิงฮวาขับเคลื่อน “กระบี่แก่นแท้ซ่างชิง” ป้องกัน “กระบี่หยกผยอง” ของสวินเหยียน จากนั้นใช้ออกซึ่งวิชาอาคมระดับห้าขั้นกลางกระบวนท่าหนึ่ง “จันทราสามซ้อน”

เพลงฟันพลังปราณแท้รูปจันทร์เสี้ยวสามสาย แบ่งเป็นสามช่วงหน้าหลัง ซัดเข้าใส่สวินเหยียนอย่างรวดเร็ว

สายหนึ่งทำลาย “เกราะแสงทองคำ” ที่เดิมทีใกล้จะพังทลายลงอยู่แล้ว สายหนึ่งถูกโล่แก่นวิญญาณที่สวินเหยียนปล่อยออกมาป้องกันไว้ได้ ส่วนสายสุดท้ายถูกสวินเหยียนหลบหลีกผ่านไป

หลิ่วเจินเมี่ยวฉวยโอกาส ใช้วิชาตัวเบาข้ามผ่านสวินเหยียน พุ่งลงไปยังหลินซือถง

สวินเหยียนใช้วิชาตัวเบา คิดจะสกัดกั้น แต่ “กระบี่แก่นแท้ซ่างชิง” ตามติดราวกับเงา เปิดฉากโจมตีต่อเนื่องอย่างรวดเร็วระลอกหนึ่ง สวินเหยียนถูกบังคับให้หลบหลีกซ้ายขวา ไม่มีเวลาแยกตัว ถูกชิงฮวาพันธนาการไว้อย่างแน่นหนา

ทำได้เพียงมองดูหลิ่วเจินเมี่ยวไล่ตามหลินซือถงไปอย่างรวดเร็ว

ในตอนนี้ หลินซือถงกอดเสี่ยวสวินเซียนน้อยที่กำลังร้องไห้จ้าแน่น มาถึงริมฝั่งแม่น้ำเหล็กบุปผาที่เชี่ยวกราก ผิวน้ำไหลเชี่ยว โขดหินขรุขระตั้งเรียงราย

หลินซือถงร่ายอาคมกระตุ้น “ยันต์กันวารี” ม่านแสงสีวารีสายหนึ่งห่อหุ้มสองแม่ลูกไว้

ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย ทะยานร่างกระโดดลงไปในแม่น้ำที่คลื่นซัดสาด หายลับไปในผิวน้ำที่คลื่นลมแรง

“บุ๋งบุ๋ง” เสียงน้ำในแม่น้ำปั่นป่วน ดังเต็มหู หลินซือถงมี “ยันต์กันวารี” คุ้มครองอยู่ จมลงสู่ก้นแม่น้ำ รอบด้านใต้น้ำลึกมืดสนิทไปหมด

หลินซือถงขับเคลื่อนพลังวิญญาณสุดกำลัง ล่องไปตามกระแสน้ำ ราวกับปลาใหญ่ที่รวดเร็วตัวหนึ่ง หนีตายอย่างสุดชีวิต

...

อีกด้านหนึ่ง “ค่ายกลห้าเต่าพิทักษ์วิญญาณ” ของตระกูลสวินยังคงทำงานอยู่ ถึงแม้เกราะอาคมจะหม่นหมองไร้แสง แต่ยังไม่ถูกทำลายลง

หลังจากหลินซือถงฝ่าวงล้อมออกไปแล้ว ตำหนักสังสารวัฏจึงละทิ้งการโจมตีต่อ “ค่ายกลห้าเต่าพิทักษ์วิญญาณ” ค่ายกลอาคมจึงทำงานต่อไปตามธรรมชาติเช่นนี้ จนกระทั่งใช้พลังวิญญาณสายสุดท้ายที่เก็บไว้ในศาสตราค่ายกล “เต่าหิน” จนหมดสิ้น

ในเรือนไผ่ที่ถูกปราการพลังวิญญาณปกคลุมไว้ เหลือเพียงหญิงชราที่ใกล้จะหมดลมคนหนึ่งเท่านั้น

หญิงชรามองดูซากศพไร้ศีรษะบนพื้นดินโคลนที่ชุ่มฝนนอกค่ายกลอย่างเหม่อลอย เดินไปยังหน้าเต่าหินขนาดมหึมาอย่างชาชิน

โขกศีรษะเข้าใส่เต่าหินที่แข็งแกร่งอย่างแรง จากนั้นล้มลงกับพื้น เลือดไหลทะลักออกมาจากหน้าผากไม่หยุด ย้อมพื้นดินผืนใหญ่จนกลายเป็นสีแดง

นอกค่ายกลอาคม คนในตระกูลสวินที่อาศัย “โอสถห่วงทองคำ” ฝืนทนอยู่ ขณะที่จำนวนองครักษ์สังสารวัฏเพิ่มขึ้น ค่อยๆ พังทลายลง ถูกสังหารไปทีละคน

...

หลิ่วเจินเมี่ยวบินมาถึงเหนือน้ำ ราวกับลูกกระสุนปืนใหญ่ซัดเข้าใส่แม่น้ำโดยตรง น้ำกระจายเต็มท้องฟ้า

แม่น้ำเชี่ยวกรากมาก ขุ่นมัวไปหมด ประกอบกับเป็นเวลากลางคืน เบื้องหน้าหลิ่วเจินเมี่ยมืดสนิทไปหมด คิดจะอาศัยตาเปล่าค้นหาเงาของหลินซือถง แทบจะเป็นไปไม่ได้

หลิ่วเจินเมี่ยวถูกฟองอากาศก้อนหนึ่งห่อหุ้มไว้ เปล่งแสงระยิบระยับจางๆ ออกมา หยกรูปปลาสีน้ำเงินแผ่นหนึ่งลอยอยู่ข้างกายนาง

หยกแผ่นนี้เป็นศาสตราอาคมระดับสามขั้นสูงชิ้นหนึ่ง สร้างขึ้นจากหยกอ่อนระดับสองเป็นพื้นฐาน หลอมรวมผงกระดูกของสัตว์วิญญาณระดับสาม “ปลาทวนเหิน” เข้าไป ผ่านฝีมืออันประณีตของนักหลอมศาสตรา หลอมขึ้นมา มีนามว่า “หยกปลาเขียว” เป็นศาสตราอาคมเสริมชนิดหนึ่ง

หลังจาก “หยกปลาเขียว” ถูกกระตุ้นแล้ว สามารถทำให้คนแหวกว่ายอยู่ในน้ำได้เป็นเวลานาน และมาพร้อมกับวิชาอาคมระดับสามขั้นกลาง “ปลาแหวกว่ายพันลี้” สามารถเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ในน้ำของผู้บำเพ็ญเพียรได้อย่างมาก

ศาสตราอาคมประเภทนี้ที่ใช้สำหรับแหวกว่ายในน้ำ ที่แคว้นเมฆานับว่าหายากยิ่งนัก

แต่ในทะเลสายลมโรยกลับพบเห็นได้ทั่วไปมาก ผู้บำเพ็ญเพียรที่มีฐานะอยู่บ้าง ต่างพยายามทุกวิถีทางเพื่อซื้อหามาสักชิ้น การใช้ชีวิตบนเกาะทะเล ศาสตราอาคมที่ใช้เดินทางในน้ำขาดไม่ได้

หลิ่วเจินเมี่ยวอัดพลังวิญญาณเข้าไป ใช้ออกซึ่งวิชาอาคม “ปลาแหวกว่ายพันลี้” ความเร็วในการแหวกว่ายใต้น้ำเดิมทีเร็วมากอยู่แล้ว ตอนนี้กลับยิ่งรวดเร็วมากขึ้น

ขณะเดียวกัน หลิ่วเจินเมี่ยวแผ่สัมผัสวิญญาณออกไป ตรวจสอบรอบด้านใต้น้ำ สังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวต่างๆ ในแม่น้ำ ราวกับฉลามตัวหนึ่ง ว่องไวรวดเร็ว กำลังตั้งใจจับเหยื่อ

สวินจงสูญเสียแขนไปข้างหนึ่ง บาดเจ็บไม่เบา ทั้งยังได้รับการโจมตีอย่างรุนแรงจากฝูเถียน ตกอยู่ในอันตรายร้ายแรง

หลบไปข้างหลังหนึ่งครั้ง หลบการโจมตีของ “กระบี่วารีคราม” ได้หนึ่งครั้ง หยิบ “ยันต์เกราะทองแดง” ระดับสี่ขั้นกลางแผ่นสุดท้ายออกมาแล้วกระตุ้น สวินจงพลันสวมเกราะแสงพลังวิญญาณชุดหนึ่ง ปล่อยให้กระบี่วารีครามโจมตี

สวินจงโคจรพลังวิญญาณที่ไม่มากนักในตันเถียน ขับเคลื่อน “กระบี่เงาเหิน” พุ่งเข้าใส่ฝูเถียนอย่างแรง หวังจะใช้พลังวิญญาณสุดท้ายที่มี สังหารทาสอสูรสังสารวัฏห้าดาวผู้นี้

“กระบี่เงาเหิน” ของสวินจง เมื่อเทียบกับกระบี่เหินระดับสี่เล่มอื่น ลักษณะพิเศษเพียงอย่างเดียวคือ “เร็ว”

กระบี่เงาเหินวนรอบกายฝูเถียนเคลื่อนที่ไปมาอย่างรวดเร็ว โจมตีไม่หยุด

“ฝูเถียน” ป้องกันผ่านวิชาอาคมโล่แก่นวิญญาณ สุดท้ายตามความเร็วของกระบี่เงาเหินไม่ทันอยู่บ้าง ล้วง “โล่แสงเหลือง” ระดับสี่ขั้นต่ำแผ่นหนึ่งออกมาแล้วกระตุ้น โล่วิญญาณครึ่งวงกลมสีเหลืองดินแผ่นหนึ่งปรากฏขึ้นกลางอากาศ ร่วมมือกับโล่แก่นวิญญาณป้องกันการโจมตีจากทุกมุมของ “กระบี่เงาเหิน”

สวินเหยียนเห็นสวินจงสูญเสียแขนไป ในใจเจ็บปวดอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ อยากจะกลับไปอยู่ข้างกายสวินจงอย่างเร่งด่วน แต่ชิงฮวาป้องกันเขาไว้อย่างสุดกำลัง ไม่เปิดโอกาสให้สองพ่อลูกสวินเหยียนได้ร่วมมือกันอีกครั้ง

“กระบี่แก่นแท้ซ่างชิง” กลายเป็นลำแสงกระบี่เต็มท้องฟ้า ขวางอยู่หน้าสวินเหยียน สวินเหยียนสวมโล่แก่นวิญญาณ คิดจะฝ่าเข้าไปตรงๆ หลายครั้ง

แต่ชิงฮวาใช้วิชาอาคม “จันทราสามซ้อน” ออกมาอย่างเหมาะสม ทั้งยังโยนยันต์อาคมออกมาหลายแผ่นเป็นครั้งคราว บีบให้สวินเหยียนถอยกลับไปติดต่อกัน

ในตอนที่สวินเหยียนร้อนใจอย่างมาก ถูกชิงฮวาขวางกั้นจนจนปัญญา “กระบี่วารีคราม” ของฝูเถียนปล่อย “เพลงฟันคลื่นวารี” ออกมาไม่หยุด ใช้เกราะแสงพลังวิญญาณบนร่างของสวินจงจนหมดสิ้นก่อน

สวินจงมุ่งมั่นขับเคลื่อน “กระบี่เงาเหิน” โจมตีฝูเถียน เกราะแสงพลังวิญญาณบนร่างหมดฤทธิ์ก็ยังไม่ทันได้สังเกต

เมื่อกระบี่วารีครามพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วอีกครั้ง สวินจงจึงได้สติกลับคืนมา คิดจะร่ายอาคมเรียกโล่แก่นวิญญาณออกมา แต่ในตอนนี้พลังวิญญาณในตันเถียนหมดสิ้นแล้ว ไม่สามารถป้องกันกระบี่นี้ได้อีกต่อไป

กระบี่วารีครามทะลุผ่านช่องท้องของสวินจง เปิดรูเลือดขนาดใหญ่บนร่างของสวินจง จากนั้นภายใต้การควบคุมของฝูเถียน ตัวกระบี่หมุนอย่างรวดเร็ว กลายเป็นลำแสงกระบี่สายหนึ่ง ยิงทะลุศีรษะของสวินจงจนระเบิด

ซากศพของสวินจงพร้อมกับฝนเลือดที่เต็มท้องฟ้า ร่วงหล่นลงสู่พื้นดินอย่างรวดเร็ว

“ไม่” สวินเหยียนคำรามลั่นหนึ่งครั้ง ใบหน้าเหี้ยมเกรียม สวมโล่แก่นวิญญาณ ไม่สนใจสิ่งใด พุ่งเข้าใส่ฝูเถียน

ส่วนชิงฮวาใช้วิชาอาคม “จันทราสามซ้อน” ออกมาอีกครั้ง เพลงฟันพลังปราณแท้รูปจันทร์เสี้ยวสามสาย แบ่งเป็นสามช่วงหน้าหลัง บินไปยังสวินเหยียนอย่างรวดเร็ว

ครั้งนี้สวินเหยียนไม่ได้หลบหลีก แต่เลือกที่จะรับตรงๆ

สายแรกทำลายโล่แก่นวิญญาณของสวินเหยียน สายที่สองทำลายเกราะอาคมที่ก่อตัวขึ้นจากการกระตุ้นโดยอัตโนมัติของ “ยันต์คุ้มกาย” ส่วนสายสุดท้ายฟันถูกสวินเหยียน ตัดขาทั้งสองข้างของเขาไป

สวินเหยียนฝืนทนความเจ็บปวดรุนแรง หลังจากเข้าใกล้ “ฝูเถียน” แล้ว กระบี่หยกผยองลากปราณกระบี่ที่สว่างไสว พุ่งไปยัง “ฝูเถียน”

ความเร็วของกระบี่หยกผยองเร็วเกินไป ฝูเถียนหลบหลีกไม่ได้ ทำได้เพียงยกโล่แก่นวิญญาณขึ้นสุดกำลัง ป้องกันกระบี่นี้ตรงๆ

กระบี่หยกผยองกระแทกเข้ากับโล่แก่นวิญญาณของ “ฝูเถียน” เสียงดัง “ครืน” สนั่นหวั่นไหว ระเบิดกลุ่มแสงบาดตาออกมา ส่องสว่างทั่วทั้งคืนฝนตก อานุภาพน่าสะพรึงนัก

แท้จริงแล้วคือสวินเหยียนกระตุ้นอักขระจารึก “ระเบิดศาสตรา” ในกระบี่หยกผยอง ศาสตราอาคมระดับห้ากระบี่หยกผยอง ระเบิดตัวเองออก เกิดการระเบิดของพลังวิญญาณ พร้อมกับเศษกระบี่เหินกระจายออกไป ทำลายโล่แก่นวิญญาณของ “ฝูเถียน” และโล่แสงเหลืองที่ก่อตัวขึ้นจากยันต์อาคมในพริบตา

“ยันต์คุ้มกาย” ระดับห้าที่ “ฝูเถียน” พกติดตัวกระตุ้นโดยอัตโนมัติ ป้องกันพลังทำลายล้างที่เหลืออยู่จากการระเบิดตัวเองของกระบี่หยกผยองไว้ได้ จึงรอดชีวิตมาได้

แต่ยังคงมีเศษกระบี่เหินสามชิ้น ทะลุผ่านเกราะอาคม แทงเข้าไปในร่างของฝูเถียน แต่ไม่ได้ทำร้ายจุดตาย ยังไม่ทันที่ฝูเถียนจะได้สติกลับคืนมาแล้วรู้สึกโชคดี

สวินเหยียนอัดพลังวิญญาณทั่วร่างเข้าไปในฝ่ามือขวา ฝ่ามือหนึ่งตีทะลุเกราะวิญญาณคุ้มกายที่เหลืออยู่ ประทับลงบนหน้าอกของฝูเถียนอย่างแรง

เสียงดัง “ปัง” ทึบขึ้น ร่างทั้งร่างของฝูเถียนระเบิดออก เลือดเนื้อกระจายไปทั่ว ระเบิดกลายเป็นหมอกเลือดเต็มท้องฟ้า

หลายลมหายใจต่อมา มองเห็น “กระบี่แก่นแท้ซ่างชิง” ฟันมาที่ตนเอง สวินเหยียนกลับเลือกที่จะหลับตาทั้งสองข้างลง ฝ่ามือนั้นเมื่อครู่ใช้พลังวิญญาณส่วนใหญ่ทั่วร่างของเขาจนหมดสิ้น

สวินเหยียนรู้ตัวดีว่าป้องกันกระบี่นี้ไม่ได้ การตายของจงเอ๋อร์ ทำให้เขาสิ้นหวังหมดอาลัยตายอยาก ปล่อยให้ “กระบี่แก่นแท้ซ่างชิง” ฟันเขากลายเป็นสองท่อน

(จบตอน)

======

เนื่องจากผู้แปลติดงานด่วน คาดว่าวันที่ 31 ตุลาคม - 1 พฤศจิกายน จะกลับมาลงอีกครั้งเป็นปกติครับ

จบบทที่ บทที่ 195 บิดาตายตามบุตร

คัดลอกลิงก์แล้ว