เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12: จับ... ไม่ได้ ถ้าไม่เสียสละมีอา

บทที่ 12: จับ... ไม่ได้ ถ้าไม่เสียสละมีอา

บทที่ 12: จับ... ไม่ได้ ถ้าไม่เสียสละมีอา


บทที่ 12: จับ... ไม่ได้ ถ้าไม่เสียสละมีอา

"ส่งกลับมาจริงๆ ด้วยแฮะ"

จนเมื่อกี้ อันหรานยังกังวลว่านี่อาจจะเป็นกับดักส่งเขาไปขังในห้องมืดบนสวรรค์ แต่เขาก็กลับมาถึงโลกมนุษย์โดยสวัสดิภาพจริงๆ

ที่แปลกยิ่งกว่าคือ เสื้อผ้าของเขาก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม ไม่ใช่ชุดคลุมสไตล์โรมันของนางฟ้า แต่เป็นชุดกีฬา Nike ที่เขาใส่ก่อนหน้านี้

เมื่อจิตสำนึกของเขาไหลเวียน ลมหายใจแห่งปัญญา ก็ปรากฏขึ้นข้างกายอย่างเงียบเชียบ วนเวียนรอบตัวเขาราวกับองครักษ์ผู้ซื่อสัตย์

ทุกอย่างเป็นเรื่องจริง

ในขณะนี้ อันหรานรู้สึกเหมือนผ่านชีวิตมาอีกชาติหนึ่ง การเปลี่ยนแปลงในจิตใจทำให้เขามองโลกด้วยสายตาที่ต่างออกไป

เมื่อความกังวลในใจจางหาย เขาค่อยๆ สงบสติอารมณ์และเริ่มคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไป

พลังของบันทึกสามารถชำระล้างคำสาปกลืนกินวิญญาณ และมอบพลังพิเศษให้เขาได้แทบไม่จำกัด สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เหนือสามัญสำนึกแม้แต่สำหรับสวรรค์เอง

เขาคงไม่สามารถทำตัวลอยตัวเหนือปัญหาได้อีกต่อไป เขาเข้าใจดีว่าตอนนี้ตัวเขาเปรียบเสมือนก้อนหินที่ถูกโยนลงไปในบึง น้ำที่กระเพื่อมออกไปนั้นไม่อาจถูกเพิกเฉยได้

ตามคำบอกเล่าของเฟอร์ช่า มีระนาบเทพเจ้าอยู่หลายแห่ง ซึ่งหมายความว่าระนาบเหล่านั้นก็น่าจะมีสิ่งมีชีวิตอย่างนางฟ้าที่สามารถถูกบันทึกโดยสมุดเล่มนี้ได้เช่นเดียวกับสวรรค์

แต่อย่างที่เฟอร์ช่าบอกไว้ แม้เธอจะยินดีทำตามกฎศาสนาและปล่อยเขาหลับมา แต่ระนาบอื่นอาจไม่ใจดีแบบนี้ ปัจจุบันเขามีแค่ทักษะอ่านใจ ซึ่งไม่เพียงพอแน่นอน

บันทึกวิญญาณพิศวง คือทรัพย์สินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขา เปรียบเสมือนคัมภีร์ลับที่สะเทือนวงการยุทธภพ หากถูกเปิดเผย เขาคงถูกผู้คนรุมทึ้งแย่งชิงจนร่างแหลกเหลวแน่

ดังนั้น จนกว่าเขาจะแน่ใจในท่าทีของพวกนั้น ทางที่ดีที่สุดคืออย่าเพิ่งเป็นฝ่ายเริ่มติดต่อก่อน

สวรรค์คงยังไม่ทำอะไรเขาในตอนนี้ แต่เขาก็ต้องรอดูสถานการณ์ และต้องรวบรวมข้อมูลจากพวกนั้นให้มากขึ้น เพื่อไขความลับพลังที่แท้จริงของบันทึก

มันก็เหมือนเกม RPG นั่นแหละ เก็บเลเวลก่อน พอมีกำลังมากพอหรือรวบรวมข้อมูลได้เพียงพอแล้วค่อยคิดเรื่องออกจาก "หมู่บ้านเริ่มต้น"

เขาเงยหน้ามองท้องฟ้า จ้องมองไปยังระนาบที่ดำรงอยู่เหนือผืนนภานั้น แล้วถอนหายใจ "ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้ายจริงๆ"

...นิรเซียน, ประตูเชื่อมเขตแดน

เฟอร์ช่ามองดูพื้นที่ภายในแกนหมุนที่อันหรานหายตัวไป สายตาของเธอหลุบต่ำลงอย่างเงียบงัน

ร่างหนึ่งเดินเข้ามาจากด้านหลัง คือลั่วเมี่ยวผมเงิน

"เธอปล่อยเขากลับไปจริงๆ เหรอ? ไม่คิดถึงความเห็นของสภาสิบสองวิหารบ้างหรือไง?" ลั่วเมี่ยวถามเสียงเรียบขณะยืนอยู่ข้างเธอ

"ฉันจะอธิบายให้กาเบรียลฟังเอง ตอนนี้เรื่องของอันหรานจะยังไม่ถูกเปิดเผย" เฟอร์ช่ากล่าว

"ยังไงซะ เขาก็เป็นคนช่วยไฮเดลี นางฟ้าจะไม่กระทำการอยุติธรรมต่อผู้มีพระคุณ"

"ฉันพยายามรั้งเขาไว้แล้ว แต่จิตใจของเขาเข้มแข็งเกินคาด การข่มขู่หรือชักจูงทั่วไปใช้กับเขาไม่ได้ผล ในเมื่อเป็นแบบนั้น ก็ปล่อยเขาไปเถอะ"

"เธออาจจะถือตัวว่าเป็นคนดีทำตามกฎศาสนา แต่คนอื่นเขาไม่คิดแบบนั้นหรอก" ลั่วเมี่ยวแย้ง "เขาได้ติดต่อกับระนาบเทพเจ้าแล้ว อีกไม่นาน 'ทวีปสวรรค์ห้าศาล' ก็ต้องเจอเขา ถ้าถึงตอนนั้นเขาโดนแย่งตัวไป จะมาเสียใจทีหลังไม่ได้นะ"

เฟอร์ช่าถอนหายใจ "ลั่วเมี่ยว เธอเคยได้ยินเรื่องเล่าของ 'ลีโอ ผู้ซ่อมแซมกาลเวลา' ไหม?"

"นิทานหลอกเด็กนั่นน่ะเหรอ?" ลั่วเมี่ยวจำได้ เธอเคยเล่านิทานพื้นบ้านของนิรเซียนเรื่องนี้ให้มีอฟัง

เฟอร์ช่าพยักหน้า "ลีโอเป็นแค่มนุษย์ธรรมดาที่ได้รับของวิเศษที่เทพแห่งกาลเวลาทิ้งไว้ในโลกมนุษย์ เขาเดินทางข้ามเวลาอย่างบ้าคลั่ง เปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ไปทั่ว พอสภาแห่งนิรเซียนรู้เรื่อง ก็ตราหน้าว่าเขาเป็นคนบ้า เพื่อป้องกันไม่ให้เขาทำลายความก้าวหน้าของประวัติศาสตร์ พวกเขาจึงรีบออกคำสั่งพิพากษาเขา"

"แต่ในตอนนั้น เจตจำนงของโลกได้ส่งคำพยากรณ์ลงมา: ลีโอคือผู้ซ่อมแซมเส้นเวลาที่แท้จริง การเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ของเขานั่นแหละที่นำมาสู่เส้นโลกปัจจุบัน หากเข้าไปแทรกแซง กลับจะทำลายเส้นทางประวัติศาสตร์ที่ถูกต้อง ดังนั้น พวกเขาจึงไม่อาจขัดขวางความปรารถนาใดๆ ของเขาได้"

"นั่นมันนิทาน แม้แต่ในระนาบเทพเจ้า เวลาก็เดินไปข้างหน้าเสมอ เราไม่เคยเห็นเทพแห่งกาลเวลาที่ไหน ถ้ามีคนแบบนั้นอยู่จริง โลกคงปั่นป่วนไปนานแล้ว" ลั่วเมี่ยวแย้ง

เรื่องเล่าแบบนี้ก็เหมือนนิทานซินเดอเรลล่าของโลกมนุษย์ มีไว้หลอกเด็กอย่างมีอาเท่านั้นแหละ

"ประเด็นของฉันคือ หากมีตัวตนที่เราคาดเดาไม่ได้ปรากฏขึ้น ทางเลือกที่ดีที่สุดคือปล่อยให้เขาทำตามใจชอบ ในเมื่อเขาปรากฏตัวขึ้นที่นี่ ย่อมมีเหตุผล ไม่ว่าการกระทำในอนาคตของเขาจะเป็นอย่างไร นั่นคือการจัดสรรที่ดีที่สุดของเจตจำนงของโลก" เฟอร์ช่ากล่าว

ลั่วเมี่ยวกุมขมับ

"ความคิดหัวโบราณของเธอนี่ยิ่งกว่ากาเบรียลอีก... ฉันไม่เข้าใจเลยจริงๆ"

เฟอร์ช่าเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ

"แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราจะทำอะไรไม่ได้เลย ในเมื่อเราขัดความต้องการของเขาไม่ได้ เราก็แค่ทำให้เขายอมมาร่วมกับเราด้วยความสมัครใจ"

ลั่วเมี่ยวจ้องมองด้านข้างของใบหน้าเฟอร์ช่า เธอดูสงบนิ่ง แต่กลับให้ความรู้สึกน่าขนลุกชอบกล

"เธอจะทำอะไร?"

"ทวีปสวรรค์ห้าศาลต้องรู้แน่ๆ ว่าเขาติดต่อกับระนาบเทพเจ้า แล้วจะตามหาเขาในไม่ช้า งั้นเราชิงลงมือก่อนดีกว่า เราจะส่งไฟล์ข้อมูลของเขาไปที่ 'สำนักงานประภาคาร' ในนามของนิรเซียน ถ้าพวกเขาถาม เราก็บอกว่าเป็น 'อัครสาวก' หน้าใหม่ในสังกัดเรา"

"ถึงการบรรจุมนุษย์ธรรมดาเข้าในรายชื่ออัครสาวกจะเป็นเรื่องผิดปกติมาก แต่ตาม 'สนธิสัญญาศาลาพันธมิตรใหม่' พวกเขาไม่มีสิทธิ์ก้าวก่ายกิจการภายในของนิรเซียน นี่จะช่วยซื้อเวลาให้เราได้ ช่วงเวลานั้นเราจะทำให้เขาเลือกอยู่กับเราจากใจจริง" เฟอร์ช่าอธิบาย

"แล้วเธอจะจัดการกับการไต่สวนสาธารณะของสำนักงานประภาคารยังไง?" ลั่วเมี่ยวถามพลางขมวดคิ้ว

รอยยิ้มค่อยๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเฟอร์ช่า

"เขายอมรับปากจะร่วมมือกับเราแล้วนี่ เราก็แค่ส่งไฟล์ไปที่สำนักงานประภาคาร พอมีการบันทึกข้อมูลและเรามอบหมายภารกิจให้เขาทำสักสองสามอย่าง การไต่สวนสาธารณะก็จะผ่านไปเองโดยอัตโนมัติ เท่านี้สำหรับคนภายนอก เขาจะกลายเป็นอัครสาวกสังกัดนิรเซียน ด้วยสถานะนี้ ทวีปสวรรค์ห้าศาลก็จะไม่มายุ่งกับเขาอีก"

ริมฝีปากของลั่วเมี่ยวตระตุก

"แต่เธอไม่คิดเผื่อตัวแปรอื่นบ้างเหรอ? ถ้าเขาไปเจอกับคนของทวีปสวรรค์ห้าศาลหรือสำนักงานประภาคารเข้าล่ะ? ถ้าเขาเผลอหลุดปากพูดอะไรออกไปจนความแตกจะทำยังไง?"

"นั่นแหละคือจุดที่เราต้องเข้าไปแทรกแซง" เฟอร์ช่าพูดเสียงเรียบ "เราแค่ต้องจัดให้นางฟ้าไปอยู่ข้างกายเขา"

"เธอจะส่งใครไป?"

เฟอร์ช่าหันมามองลั่วเมี่ยว

ลั่วเมี่ยวชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะปฏิเสธทันควัน "ไม่มีทาง! จะให้ฉันไปอยู่กับมนุษย์? แถมยังเป็นผู้ชายแบบนั้นเนี่ยนะ?"

เธอยังรู้สึกกระอักกระอ่วนตรงบั้นท้ายไม่หาย ไม่มีทางที่เธอจะญาติดีกับอันหรานได้

"ฉันไม่ได้จะให้เธอไป ฉันต้องการซื้อใจเขา ไม่ใช่ไปขู่เขา" เฟอร์ช่าถอนหายใจ

"ตัวเลือกเดียวคือ มีอา"

"นั่นยิ่งแย่เข้าไปใหญ่!" ลั่วเมี่ยวโวย "มีอายังเด็กและไม่ประสีประสา แล้วอีกฝ่ายเป็นผู้ชายนะ! เธอไม่กลัว..."

"ไม่ต้องห่วง ฉันดูแววตาของผู้ชายคนนั้นแล้ว เขาไม่ใช่คนที่จะทำอะไรบุ่มบ่าม และ... พูดตามตรง เขาอาจจะสนใจเธอมากกว่าด้วยซ้ำ..."

"..."

"สรุปคือ ยิ่งคนรู้น้อยยิ่งดี ในบรรดาคนที่รู้เรื่องตอนนี้ มีแค่มีอาที่ไปได้ ประจวบเหมาะกับพรของมีอาสะดวกมาก และถึงเวลาที่เธอต้องไปฝึกงานที่โลกมนุษย์พอดี ฉันจะคอยจับตาดุสถานการณ์ของเธอแบบเรียลไทม์ และจะเข้าไปช่วยทันทีที่มีปัญหา"

"หวังว่ามีอาจะพึ่งพาได้ในเรื่องนี้นะ..." ลั่วเมี่ยวถอนหายใจ

"แต่ว่า หลังจากนี้อาจมีเรื่องที่ฉันต้องขอให้เธอช่วยหน่อยนะ" เฟอร์ช่ากล่าว

"ทำอะไร?"

"ความปลอดภัยของเขาก็เป็นปัญหา แม้การมีอยู่ของทวีปสวรรค์ห้าศาลจะช่วยปกป้องแผ่นดินจีนจากการโจมตีของพวก 'ผู้ร่วงหล่น' มายาวนาน แต่อุบัติเหตุย่อมเกิดขึ้นได้ ถึงตอนนั้น ฉันต้องพึ่งเธอแล้วล่ะ"

"บอดี้การ์ดเหรอ?"

"ประมาณนั้น"

ลั่วเมี่ยวถอนหายใจยาว "ก็ได้ ตอนนี้ฉันก็ว่างอยู่แล้ว ตราบใดที่เธอช่วยเคลียร์เรื่องของฉันกับสภาและยกเลิกโทษพักงานได้ ฉันจะฟังเธอ ฉันสังหรณ์ใจว่าการปรากฏตัวของเขาจะก่อเรื่องวุ่นวายไม่ใช่น้อยแน่ๆ"

เฟอร์ช่ามองไปยังนครลอยฟ้าอันวิจิตรตระการตาเบื้องบนแล้วกระซิบแผ่วเบา:

"ไม่ใช่แค่เรื่องวุ่นวายหรอกค่ะ แต่มันจะเป็นพายุที่กวาดล้างไปทั่วทั้งโลกเลยต่างหาก..."

จบบทที่ บทที่ 12: จับ... ไม่ได้ ถ้าไม่เสียสละมีอา

คัดลอกลิงก์แล้ว