เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 ดวงตาของไป่เฉียนเฉียนแดงก่ำด้วยความริษยา

บทที่ 7 ดวงตาของไป่เฉียนเฉียนแดงก่ำด้วยความริษยา

บทที่ 7 ดวงตาของไป่เฉียนเฉียนแดงก่ำด้วยความริษยา


บทที่ 7 ดวงตาของไป่เฉียนเฉียนแดงก่ำด้วยความริษยา

ทว่ากลับทำอะไรไม่ได้เลย เธอเดินเตร็ดเตร่อยู่บนท้องถนนอย่างไร้จุดหมาย ในอกอัดแน่นไปด้วยความเคียดแค้น

เธอสาปแช่งเกาซือชิงในใจ ภาวนาให้พ่อแม่ของเกาซือชิงกีดกันไม่ให้ทั้งคู่ได้คบกัน

ต่อให้เกาซือชิงจะเป็นดั่งเจ้าหญิงผู้สูงส่ง แต่ถ้าต้องสูญเสียความรักที่ปรารถนาที่สุดไป อย่างน้อยจิตใจของไป่เฉียนเฉียนก็คงจะพอมีความสมดุลขึ้นมาบ้าง

ไป่เฉียนเฉียนเฝ้ารอด้วยความขุ่นเคืองวันแล้ววันเล่า ในขณะที่หลินอีอีได้เริ่มคบหากับเวินหรูเหิง คุณชายรองตระกูลเวินอย่างเป็นทางการ

หลังจากทำงานหนักติดต่อกันมาตลอดทั้งสัปดาห์ ลู่เจ๋อก็กลับมาถึงห้องพัก เขาหัวถึงหมอนก็หลับเป็นตายทันทีและตื่นขึ้นมาอีกทีหลังจากผ่านไปหนึ่งวันเต็มๆ

เมื่อลืมตาขึ้น ก็พบกับแสงแดดที่สวยงามและคนรักที่อยู่ข้างกาย ช่างเป็นช่วงเวลาที่วิเศษเหลือเกิน

ลู่เจ๋อคว้ามือเล็กของซือชิง ดึงเบาๆ เพียงครั้งเดียว ร่างบางก็ร้องอุทานด้วยความตกใจก่อนจะถูกพลิกตัวลงไปอยู่ใต้ร่างของเขา

"อะ... อาเจ๋อ?" เกาซือชิงตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูก ขนตายาวงอนสั่นระริก เธอสบตากับลู่เจ๋อ แววตาของเขาเต็มไปด้วยไฟปรารถนาที่ลุกโชน ราวกับจะแผดเผาและหลอมละลายเธอให้เป็นจุณ

เธอกำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่น หัวใจเต้นรัวแรงราวกับกลองรัว

บทที่ 11: หนุ่มบ้านนาผู้ย้อนแย้ง (11)

"ซือชิง"

"หือ?"

"สองสามวันมานี้ ผมคิดถึงคุณตลอดเลย"

พวงแก้มของเกาซือชิงขึ้นสีระเรื่อ "แต่เราก็วิดีโอคอลหากันทุกคืนไม่ใช่เหรอคะ?"

นิ้วเรียวยาวของลู่เจ๋อไล้ไปตามกรอบหน้าสวยได้รูปของเกาซือชิงอย่างแผ่วเบา สายตาของเขาลุ่มลึก "ถึงอย่างนั้น ผมก็ยังคิดถึงคุณอยู่ดี"

"อื้อ~"

คำพูดของเกาซือชิงถูกปิดผนึกก่อนที่จะได้เอื้อนเอ่ยออกมา

เขารุกไล่ครอบครองเธออย่างดุดัน เกาซือชิงขยุ้มเสื้อของเขาแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว

ผ่านไปเนิ่นนาน ลู่เจ๋อจึงยอมผละออก พร้อมเอ่ยเสียงแหบพร่า "หายใจสิ"

แฮ่ก~

เมื่อได้รับออกซิเจน เกาซือชิงที่หน้าแดงก่ำก็เริ่มหายใจได้คล่องขึ้น

"พร้อมหรือยัง?"

"อื้อ" เกาซือชิงพยักหน้าด้วยความขวยเขิน

"งั้นต่อเลยนะ ครั้งนี้อย่าลืมหายใจล่ะ"

สิ้นเสียง จูบที่ดูดดื่มก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง

เสื้อผ้าของทั้งคู่เริ่มหลุดลุ่ยไม่เป็นระเบียบ

ทันใดนั้นเอง ปัง ปัง ปัง! เสียงเคาะกะละมังและหม้อไหดังสนั่นหวั่นไหวมาจากนอกประตู

"กินข้าวได้แล้ว! อย่ามัวแต่อุดอู้อยู่แต่ในห้อง!" หวังซิ่วเจินตะโกนสุดเสียง

ลู่เจ๋อ: "ไม่ต้องไปสนใจ"

หวังซิ่วเจินยังคงเคาะส่งเสียงดังต่อไป เธอไม่เชื่อหรอกว่าพวกเขาจะไม่ออกมา

ลู่เจ๋อที่กำลังอารมณ์ค้างรู้สึกอึดอัดจนแทบบ้า "ยืนยันแล้ว แม่แปรพักตร์ไปแล้วจริงๆ"

ทั้งสองรีบจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วเดินออกจากห้อง ลู่เจ๋อเดินนำหน้า โดยมีเกาซือชิงเดินตามหลังต้อยๆ เหมือนภรรยาตัวน้อยที่ขี้อาย หน้าแดงก่ำราวกับกุ้งต้ม

หวังซิ่วเจินถลึงตาใส่ลู่เจ๋ออย่างดุเดือด ก่อนจะลากเกาซือชิงแยกไปอีกทาง

ตกเย็น ทั้งสองเดินกลับมหาวิทยาลัยพร้อมกับเดินเล่นรับลมไปด้วย

ลู่เจ๋อถามขึ้น "แม่คุยอะไรกับคุณบ้าง?"

เกาซือชิงก้มหน้างุด ตอบด้วยความเขินอาย "อย่าถามเลยน่า"

"แม่บอกว่าห้ามลึกซึ้งก่อนแต่งงานหรือเปล่า?"

"คุณพูดตรงขนาดนี้ได้ยังไงคะเนี่ย?" เกาซือชิงค้อนขวับ

"งั้นเราแต่งงานกันเถอะ"

คำพูดของลู่เจ๋อช่างน่าตกใจ!

เกาซือชิงมองเขาด้วยความเคืองขุ่น ผู้ชายคนนี้... ทำไมถึงเป็นคนแบบนี้! ขอแต่งงานเพียงเพราะอยากทำ เรื่องอย่างว่า เนี่ยนะ!

แล้วเรื่องแต่งงานจะมาพูดพล่อยๆ ง่ายๆ แบบนี้ได้ยังไง?

ลู่เจ๋อหันหน้าหนีไม่กล้าสบตาเกาซือชิง แล้วใช้ไหล่กระแซะเธอเบาๆ อย่างเก้ๆ กังๆ "ตกลงคุณจะยอมแต่งไหม?"

ผู้ชายทื่อมะลื่อ! ผู้ชายขวานผ่าซาก! ฉันเกลียดผู้ชายทื่อๆ แบบนี้ที่สุด!

เกาซือชิงโกรธจนพูดไม่ออก

สายลมหนาวพัดหวีดหวิว

"ถ้าคุณไม่ตกลง งั้นก็ลืมที่ผมพูดไปซะเถอะ"

"จะมาบอกให้ 'ลืมที่พูด' ง่ายๆ แบบนี้ได้ยังไงคะ?!" เกาซือชิงเริ่มร้อนรน รีบคว้าตัวคนกะล่อนที่ทำท่าจะเดินหนี "ลู่เจ๋อ คุณเป็นลูกผู้ชายหรือเปล่า?! ใครเขาขอแต่งงานกันแบบนี้ แหวนก็ไม่มีสักวง!"

"คุณพูดเองนะ ถ้ามีแหวน คุณจะตกลง" ลู่เจ๋อมองเกาซือชิงราวกับแมวที่ตะปบหางหนูได้

"ไม่เอาแหวนจากหูกระป๋อง หรือแหวนหญ้าถักนะ เข้าใจไหม?"

เธออยากจะรู้นักว่าเขาจะไปหาแหวนมาจากไหน

เงินทั้งหมดอยู่ที่เธอ เขาไม่มีเงินเก็บส่วนอื่นที่จะไปซื้อแหวนได้หรอก

ในขณะที่เกาซือชิงกำลังย่ามใจ จู่ๆ ลู่เจ๋อก็คุกเข่าลงข้างหนึ่ง คว้ามือเธอไปกุมไว้ แล้วสวมคำมั่นสัญญาชั่วชีวิตลงบนนิ้วของเธอ

แหวนทับทิมขนาดใหญ่กว่า 10 กะรัต

ความคิดแรกของเกาซือชิงคือผู้ชายคนนี้หลอกเธออีกแล้ว และความคิดที่สองคือ... เขาแอบซ่อนเงินส่วนตัวไว้จริงๆ ด้วย

เธอถลึงตาใส่ คิ้วขมวดมุ่น "ไปเอาแหวนมาจากไหน?"

"หลอกเขามาได้ในราคา 2,000 หยวน"

เกาซือชิง: "..."

ผู้ชายของเธอช่างเป็นคนเปิดเผยและตรงไปตรงมาเสมอ เล่นเอาเธอโกรธไม่ลงเลยจริงๆ

เมื่อทำให้ว่าที่ภรรยาหายโกรธได้แล้ว ลู่เจ๋อก็ถือโอกาสจูบที่มุมปากเธอเบาๆ "เดี๋ยวเราคงได้จดทะเบียนสมรสกัน ก่อนหน้านั้น ว่าที่คุณนายลู่ คุณจะพาผมไปเปิดตัวกับ 'นายทะเบียน' ของคุณเมื่อไหร่ดีครับ?"

"ก็ได้ๆ พรุ่งนี้วันหยุด ฉันจะกลับไปคุยกับพ่อกับแม่ดู"

วันรุ่งขึ้น ณ คฤหาสน์ตระกูลเกา

ช้อนของคุญนายเกากระทบกับขอบถ้วยกาแฟจนเกิดเสียงดังบาดหู เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย "ลูกว่าอะไรนะ?"

ดวงตาของเกาซือชิงเป็นประกายระยิบระยับราวกับดวงดาว เต็มไปด้วยความคาดหวังถึงอนาคต "แม่คะ อาเจ๋อขอหนูแต่งงาน แล้วหนูก็ตอบตกลงไปแล้วค่ะ"

ขณะพูด เกาซือชิงก็อวดแหวนทับทิมบนนิ้วมือ

สายตาอันเฉียบคมของคุณนายเกาจับจ้องไปที่แหวนวงนั้น—แหวนทับทิมฟิโอน่า ของสะสมของตระกูลเจิ้ง ราคาประมูลครั้งล่าสุดอยู่ที่ 3.5 ล้านหยวน

การที่สามารถเอาแหวนจากตระกูลเจิ้งมาได้ แสดงว่าเขาต้องเป็นคนที่ไม่ธรรมดา

ทว่าการแต่งงานไม่ใช่การทำธุรกิจ แค่เก่งกาจอย่างเดียวนั้นไม่พอ

ยิ่งไปกว่านั้น คุณนายเกายังจำสิ่งที่หลินอีอีเคยพูดใส่ร้ายลู่เจ๋อตอนมาเยี่ยมคราวที่แล้วได้ ทำให้ความประทับใจที่มีต่อลู่เจ๋อไม่สู้ดีนัก

แต่เรื่องความรักของหนุ่มสาว ยิ่งกีดกันก็ยิ่งเหมือนเอาน้ำมันราดกองไฟ

อีกอย่าง การให้ลูกสาวได้มีประสบการณ์ความรักสักครั้งสองครั้งในวัยเยาว์ ก็ถือเป็นเรื่องดีสำหรับการเติบโตของซือชิง

เธอแค่คาดไม่ถึงว่าเด็กคนนี้พอมีความรักครั้งแรก ก็ทุ่มเททั้งใจจนถึงขั้นจะแต่งงาน!

คุณนายเกาครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วยิ้ม "ชวนเขามาทานข้าวเย็นนี้สิ เรื่องแต่งงานไม่ต้องรีบร้อนหรอก"

เธอต้องตรวจสอบผู้ชายคนนี้ให้ละเอียดถี่ถ้วนเสียก่อน

หลังจากตกลงกับเกาซือชิงแล้ว คุณนายเกาก็โทรเรียกคุณพ่อเกาให้รีบกลับบ้านทันที

จากนั้นคุณนายเกาก็ดึงตัวเกาซือชิงไปซักถามเกี่ยวกับลู่เจ๋อ พอพูดถึงลู่เจ๋อ เกาซือชิงก็พรั่งพรูออกมาไม่หยุด มีเรื่องเล่าเป็นร้อยแปด

ในคำบอกเล่าของเกาซือชิง ลู่เจ๋อเปรียบเสมือนไข่มุกเม็ดงามจากสวรรค์ ทั้งหล่อเหลา เสียงไพเราะ มีหลักการในการดำเนินชีวิต คอยตามใจเธอเสมอ หาเงินเก่ง และสิ่งแรกที่ทำเมื่อได้เงินคือซื้อของให้เธอ ไม่เพียงแค่นั้น แม้จะหาเงินเก่งแต่เขาก็ประหยัดมาก ไม่มีนิสัยแย่ๆ ของวัยรุ่นที่พอมีเงินก็ชอบอวดรวย แต่เขากลับทำตัวเรียบง่าย มั่นคง ติดดิน และพึ่งพาได้

ในทางกลับกัน เกาซือชิงรู้สึกว่าตัวเองเป็นแค่กาฝากที่ทำเป็นแต่กินแล้วก็นอนรอวันตาย ทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง ต้องให้ลู่เจ๋อคอยดูแลทุกเรื่อง แถมบางครั้งยังชอบเหวี่ยงวีนเอาแต่ใจอีกต่างหาก

หลังจากฟังเกาซือชิงบรรยายสรรพคุณจบ คุณนายเกาก็โอดครวญในใจ: "จบกัน จบเห่แล้วจริงๆ! ผู้ชายคนนี้มีลูกล่อลูกชนที่ร้ายกาจเหลือเกิน"

คุณนายเกาถ่ายทอดคำพูดของเกาซือชิงให้คุณพ่อเกาฟังทุกถ้อยคำด้วยความเศร้าใจ

คุณพ่อเกาทำหน้างง "เขาก็ดูเป็นคนดีไม่ใช่เหรอ?"

"คุณจะไปรู้อะไร! ตาแก่หัวโบราณอย่างคุณจะรู้อะไร!" คุณนายเกามองลูกสาวด้วยสายตา 'ผิดหวังในตัวเธอ' "ผู้ชายที่ไหนตอนจีบจะไม่พะเน้าพะนอ อยากได้เดือนได้ดาวก็แทบจะหามาประเคนให้? แต่พอแต่งงานไปแล้ว พอได้ครอบครองแล้ว ลูกก็จะเป็นแค่หญ้าปากคอก ไร้ค่าทันที"

คุณพ่อเกาได้ยินดังนั้นก็ไม่พอใจ "พูดแบบนี้หมายความว่ายังไง? ผมไม่ใช่ผู้ชายหรือไง?"

คุณนายเกาแค่นเสียงหัวเราะและปรายตามองสามีด้วยความดูแคลน "คุณนั่นแหละตัวอย่างที่มีชีวิต"

คุณพ่อเกา: "..."

ไอ้เจ้าลู่เจ๋อนี่มันน่ารังเกียจจริงๆ! ตัวยังมาไม่ถึงก็ก่อวิกฤตครอบครัวร้าวฉานระหว่างเขากับภรรยาสุดที่รักเสียแล้ว คอยดูเถอะ เขาจะต้องจัดหนัก 'ต้อนรับ' มันอย่างสาสม!

"เธอเองเหรอ ลู่เจ๋อ?"

ในห้องรับแขก คุณนายเกานั่งอยู่บนโซฟา พินิจพิเคราะห์ลู่เจ๋อตั้งแต่หัวจรดเท้า

สะอาดสะอ้าน ดูดี มีพลังของคนหนุ่มสาว แววตาใสกระจ่างดุจน้ำพุบริสุทธิ์ สร้างความประทับใจแรกพบได้ดีทีเดียว

แถมหน้าตายังหล่อเหลา คิ้วพาดเฉียงดั่งกระบี่ นัยน์ตาหงส์ มิน่าล่ะยัยลูกสาวหัวดื้อถึงได้หลงหัวปักหัวปำ ที่แท้ก็แพ้คนหล่อก็นี่เอง

"สวัสดีครับคุณน้า" พูดจบลู่เจ๋อก็ยื่นของขวัญที่เตรียมมาให้ "นี่เป็นชุดกี่เพ้าจากคอลเลกชันสไตล์จีนของสตูดิโอเราครับ หวังว่าคุณน้าจะชอบ"

"เหอะ!" คุณพ่อเกาแค่นเสียงเย็นชา

ลู่เจ๋อรีบนำเสนอต่อทันที "คุณอาครับ นี่ใบชาที่ผมเตรียมมาให้ ชาต้าหงเผาจากเขาอู่อี๋ของแท้ ได้ยินว่าคุณอาชอบดื่มที่สุด"

"เหอะ!" คุณพ่อเกาไม่รับและไม่พูดอะไร

ลู่เจ๋อไม่เข้าใจ เขาไปทำอะไรให้คุณอาเกาขุ่นเคืองตอนไหน?

"พ่อคะ!" เกาซือชิงเรียกพ่อด้วยความไม่พอใจ คุณพ่อเกาถึงได้ยอมรับชามาอย่างเสียไม่ได้ ทำตัวเหมือนเด็กเอาแต่ใจไม่มีผิด

คุณนายเกาแอบหยิกสามี ส่งสายตาดุๆ ไปให้ที่สื่อความหมายชัดเจนว่า: รักษาภาพพจน์หน่อย!

คุณพ่อเกายิ่งหน้าบึ้งหนักกว่าเดิม ทั้งเมียทั้งลูกเข้าข้างคนนอกกันหมด เขาเศร้า เขาเจ็บปวด!

"ได้ยินว่าเธอออกแบบชุดขายได้ราคาเป็นล้านเลยนี่?" สายตาของคุณนายเกาคมกริบราวกับใบมีดจ้องมองไปที่ลู่เจ๋อ รังสีอำมหิตแผ่ซ่านน่าเกรงขาม "เงินล้านเดียว สำหรับตระกูลเกาถือเป็นเรื่องเล็กน้อยมาก"

บทที่ 12: หนุ่มบ้านนาผู้ย้อนแย้ง (12)

"แน่นอนครับ" ลู่เจ๋อยิ้มละไมราวกับสายลมฤดูใบไม้ผลิที่กลั่นตัวเป็นหยาดฝน ไม่ถ่อมตัวจนต่ำต้อยและไม่เย่อหยิ่งจนเกินงาม "ตระกูลเกาเป็นหนึ่งในตระกูลมหาเศรษฐีระดับแนวหน้าของเมือง S ย่อมไม่ขาดแคลนเรื่องเงินทอง กำไลข้อมือนั่นเป็นเพียงเครื่องแสดงความจริงใจของผมที่มีต่อซือชิงครับ"

"เข้าใจพูดดีนี่" ความเย็นชาบนใบหน้าของคุณนายเกาคลายลงเล็กน้อย "ถ้าฉันจะขอให้เธอเลิกกับซือชิงล่ะ..."

"แม่คะ!"

"เงียบเดี๋ยวนี้!" เวลาคุณนายเกาปล่อยของ แม้แต่คุณพ่อเกายังต้องเกรงใจ แล้วนับประสาอะไรกับเกาซือชิง?

"ฉันให้เวลาสามนาที บอกเหตุผลมาว่าทำไมฉันถึงไม่ควรคัดค้านพวกเธอ" คุณนายเกาเอ่ยเสียงเรียบ

ลู่เจ๋อครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมา "ผมสามารถปกป้องเธอไปได้ตลอดชีวิต"

"ตระกูลเกาก็ทำได้"

"ผมสามารถทำให้เธอมีความสุขไปได้ตลอดชีวิต"

คุณนายเกาเลิกคิ้ว "ว่าต่อสิ"

"ที่สำคัญที่สุด เธอรักผม และผมก็รักเธอ"

"นี่คือเหตุผลของเธอเหรอ? ไร้เดียงสาจริง" สายตาหนักอึ้งของคุณนายเกากดดันลู่เจ๋อ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความห่างเหิน "คำสัญญา บางครั้งก็หนักแน่นดั่งขุนเขา แต่บางครั้งก็เบาหวิวดุจขนนก"

ลู่เจ๋อหยิบเอกสารฉบับหนึ่งออกมาแล้วยื่นให้คุณนายเกา เป็นเชิงบอกให้เธอดู

คุณนายเกาเปิดอ่าน แววตาของเธอฉายแววประหลาดใจ

ที่แท้พ่อหนุ่มคนนี้ก็มีความสามารถโดดเด่นตั้งแต่อายุยังน้อยขนาดนี้เชียวหรือ

เขาร่วมก่อตั้งสตูดิโอกับคุณชายรองตระกูลเจิ้ง และที่น่าทึ่งคือเขาถือหุ้นถึงหกสิบเปอร์เซ็นต์ทั้งที่ตระกูลเจิ้งเป็นผู้ลงทุนแต่เพียงผู้เดียว

ไม่นานมานี้ เขาประสบความสำเร็จในการก้าวเข้าสู่ฮอลลีวูดโดยอาศัยโอกาสที่เจียงซานซานไปแสดงในงานออสการ์ และยังได้ร่วมงานกับ 'ท่านศาสดา' แห่งวงการแฟชั่นอีกด้วย

ถัดลงมาคือแผนการสร้างแบรนด์โดยละเอียดของพวกเขา

อาจกล่าวได้ว่าหากแผนงานนี้สำเร็จ แบรนด์ Sq ที่ลู่เจ๋อก่อตั้งขึ้นจะกลายเป็นแบรนด์หรูน้องใหม่ที่น่าจับตามอง

การสร้างแบรนด์หรูมูลค่านับแสนล้าน—หากเป็นแค่ลู่เจ๋อคนเดียว คุณนายเกาคงคิดว่าเป็นเรื่องตลก

ทว่าเมื่อมีคุณชายรองตระกูลเจิ้งผู้เป็นที่รักใคร่ 'ท่านศาสดา' แห่งวงการแฟชั่น และเจียงซานซาน ดีว่าสาวที่ในที่สุดก็ได้โกอินเตอร์มาร่วมทัพด้วย ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป นี่คือแผนงานที่เป็นไปได้จริง

และในตอนท้ายของแผนงานนี้ คือข้อตกลงการโอนหุ้น โดยเขายินดีโอนหุ้นทั้งหมดของเขาให้กับลูกสาวของเธอโดยไม่มีเงื่อนไข

คุณนายเกาต้องยอมรับว่าเธอตกใจ และรู้สึกตื้นตัน

ผ่านไปเนิ่นนาน ในที่สุดเธอก็ทำลายความเงียบขึ้น "เธอคิดดีแล้วเหรอ?"

ลู่เจ๋อยิ้มบางๆ "ผมบอกกับซือชิงบ่อยๆ ว่า เธอเป็นของผม ดังนั้นของของเธอก็คือของผมครับ"

แน่นอนว่ายังมีประโยคครึ่งหลังที่ละไว้: ตัวเขาเองก็เป็นของเธอเช่นกัน ดังนั้นของของเขาก็คือของซือชิง

ซือชิงไม่เข้าใจความหมายแฝง แต่ลู่เจ๋อเชื่อว่าคุณนายเกาเข้าใจ

คุณนายเกาปิดแฟ้มเอกสารลง "ฉันอนุญาตให้พวกเธอแต่งงานกันได้"

เกาซือชิงที่นั่งลุ้นด้วยความกังวล ในที่สุดก็ยิ้มแก้มปริ "แม่คะ เอกสารนั่นคืออะไรเหรอ? ทำไมแม่ถึงเปลี่ยนใจเร็วจัง?"

คุณนายเกามองลู่เจ๋อ พร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน "คำสัญญา มันต้องมีน้ำหนักแบบนี้แหละจ้ะ"

จบบทที่ บทที่ 7 ดวงตาของไป่เฉียนเฉียนแดงก่ำด้วยความริษยา

คัดลอกลิงก์แล้ว