- หน้าแรก
- เส้นทางเซียนข้ามมิติ
- บทที่ 6 ภารกิจใหม่…จะรับดีหรือไม่
บทที่ 6 ภารกิจใหม่…จะรับดีหรือไม่
บทที่ 6 ภารกิจใหม่…จะรับดีหรือไม่
บทที่ 6 ภารกิจใหม่…จะรับดีหรือไม่
ในที่สุด…ก็สามารถกลับบ้านได้แล้ว
ฉินกวนไม่ได้รังเกียจโลกโบราณเลย ตรงกันข้าม ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา แม้จะไม่มีโทรศัพท์ ไม่มีไวไฟ แต่ชีวิตที่นั่นกลับสงบ สบาย และชวนผ่อนคลายอย่างน่าประหลาด แถมยังเต็มไปด้วยความสดใหม่
“อวิ๋นเซียง เจ้าออกไปก่อนเถอะ ข้าขอพักสักครู่” ฉินกวนกล่าว
“คุณชาย ให้ข้าพัดให้ไหมเจ้าคะ” สาวใช้น้อยเอ่ยอย่างเอาใจใส่
อายุแค่สิบสี่สิบห้าปี แต่รู้หน้าที่ขนาดนี้ ถ้าเป็นยุคปัจจุบันจะไปหาได้จากที่ไหนกัน
“แต่นี้ก็เดือนสี่แล้ว ไม่ต้องพัดหรอก เจ้าออกไปหาเจวี๋ยเซียง อิ๋งเซียง พวกนั้นเล่นเถอะ” ฉินกวนกล่าว
“เจ้าค่ะคุณชาย” สาวใช้น้อยหน้าตาสะสวยยิ้มร่า ก่อนจะวิ่งออกไปอย่างร่าเริง
ก็ยังอยู่ในวัยชอบเล่นชอบซนนั่นเอง
เเละทันทีที่อวิ๋นเซียงออกไป ฉินกวนก็เด้งตัวลุกขึ้นทันที พลางพึมพำกับตัวเอง “ในเมื่อกลับได้แล้ว อย่างน้อยก็ต้องเอาของติดมือไปบ้างสิ เเล้วจะเอาอะไรดีล่ะ…”
สองวันนี้เขาแทบไม่ได้ออกจากจวนฉิน เอาแต่เดินวนไปมาอยู่ข้างใน จึงไม่รู้เลยว่าควรหยิบอะไรกลับไปดี จะออกไปหาซื้อข้างนอกก็ไม่เหมาะ สุดท้ายสายตาของเขาจึงเริ่มกวาดมองสิ่งของในห้องตัวเอง
เก้าอี้เอนนอนว่ากันว่าเป็นไม้จันทน์ เขาลองยกดู…ไม่ขยับเลย
กระจกทองแดงบนโต๊ะ เขาก็ไม่ค่อยถูกใจ
สุดท้าย สายตาก็ไปหยุดอยู่ที่ชั้นวางของโบราณ มองเห็นแจกันกระเบื้องคู่หนึ่ง
แจกันทรงสูงราวสามสิบเซนติเมตร รูปทรงเรียบโบราณ แต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือรอยแตกลายงาแน่นเต็มผิว ฉินกวนจำได้ลาง ๆ ว่าเคยได้ยินใครพูดถึงเครื่องเคลือบลักษณะนี้ ว่าราคาค่อนข้างแพง ส่วนรายละเอียดอื่นๆ เขาไม่รู้จริง ๆ
“ระบบ ขอแค่ของที่ฉันถืออยู่ในมือ ก็เอากลับไปได้ใช่ไหม” ฉินกวนถามในใจ
“ใช่แล้ว โฮสต์” ระบบตอบ
ฉินกวนคว้าแจกันขึ้นมาข้างละใบ ก่อนจะพึมพำคำว่า “กลับไป”
พรึ่บ—
เพียงพริบตาเดียว ภาพตรงหน้าก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
เมื่อมองให้ชัด หัวใจของฉินกวนก็สั่นสะท้าน นี่มัน…ห้องของเขาเองไม่ใช่หรือ?!
ฉินกวนเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยครูหางโจว ปีนี้เป็นนักศึกษาปีสี่ คณะเศรษฐศาสตร์และการจัดการ แม้บ้านจะอยู่ในตัวเมืองหางโจว แต่เพื่อความสะดวก แม่ของเขาจึงซื้อคอนโดใกล้มหาวิทยาลัยให้หนึ่งห้อง กลายเป็นรังเล็ก ๆ ของเขา
พูดกันตามตรง ฉินกวนถือว่าเป็น “ทายาทตระกูลใหญ่” รุ่นที่สาม
ปู่ของเขา ฉินป๋อเหนียน ทำงานปฏิวัติมาทั้งชีวิต เกษียณจากตำแหน่งรองเลขาธิการพรรคระดับมณฑล ความสัมพันธ์ในเจ้อเจียงฝังรากลึกแน่นหนา
ลุงใหญ่ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการรัฐบาลมณฑล ระดับรองอธิบดี ถือเป็นเสาหลักของตระกูลในตอนนี้
ลุงรองเป็นนายอำเภอระดับอำเภอ มีลูกสาวคนเดียว อายุมากกว่าฉินกวนสองปี
ส่วนพ่อของฉินกวน…ค่อนข้างน่าอายอยู่บ้าง สมัยหนุ่มไม่เอาไหน เที่ยวเตร่จนได้ฉายา “ฉินซานเย่”
แต่แม่ของเขากลับเป็นคนมีฝีมือ แม้สามีจะเจ้าสำราญ แต่ก็ยังอยู่ในกำมือ ไม่เคยทำเรื่องนอกลู่นอกทาง อีกทั้งยังสร้างกิจการร้านเสริมความงามเป็นเครือข่ายทั่วมณฑลเจ้อเจียง ทรัพย์สินนับร้อยล้าน
ฉินกวนก้มมองตัวเอง ยังสวมชุดลำลองชุดเดิมตอนจากมา หากไม่ใช่เพราะในมือยังถือแจกันคู่นั้นอยู่ เขาคงคิดว่าทั้งหมดเป็นแค่ความฝัน
วางแจกันลง เขาเดินเข้าไปในห้องน้ำ ส่องกระจกดูหน้าตาตัวเองอย่างละเอียด ยังหล่อเหมือนเดิม…แค่ผมกลับเป็นทรงสั้นแบบเดิม หน้าผากยังบวมอยู่เล็กน้อย แตะดูแล้วถึงกับสูดลมหายใจ เจ็บจริงแฮะ
ฉินกวนหัวเราะออกมา
หัวเราะอย่างโล่งใจและมีความสุข
นี่พิสูจน์ได้ชัดเจนว่า…เขาไม่ได้ฝันไป
เขาหยิบชาสมุนไพรเย็นจากตู้เย็น เปิดดื่มอึกใหญ่ ความเย็นสดชื่นไหลผ่านร่างกาย เอนตัวลงบนโซฟา ก่อนจะดึงจิตเข้าสู่ระบบ
บนแผงระบบปรากฏข้อความหนึ่ง
“ช่วงทดลองสิ้นสุดแล้ว กรุณายืนยันว่าต้องการรับภารกิจอย่างเป็นทางการหรือไม่”
ฉินกวนเรียกระบบในใจ
“ระบบ ยังอยู่ไหม”
“อยู่”
“ตอนนี้ก็มีภารกิจใหม่แล้วหรือ ภารกิจอะไร”
“ข้ามภพสู่โลกโบราณ สอบเข้าระบบขุนนาง ภารกิจแรก: สอบผ่านระดับซิ่วไฉ”
ฉินกวนอึ้ง “อย่าบอกนะ…ว่ายังเป็นโลกโบราณเดิมนั่นนะ”
“ถูกต้องเเล้ว”
ฉินกวนแทบพูดไม่ออก สอบซิ่วไฉไม่ใช่เรื่องง่ายเลย นักศึกษามหาวิทยาลัยยุคปัจจุบันไปสอบในยุคโบราณ ยังไงก็ไม่ง่าย
ยิ่งเป็นเขา…ยิ่งไม่ต้องพูดถึง
เขากลอกตาคิด แล้วถาม “ถ้าอย่างนั้น ฉันยังไม่รับภารกิจได้ไหม”
“ได้ โฮสต์มีเวลาสูงสุดสามเดือนในการเตรียมตัว”
หัวใจฉินกวนกระตุก “สามเดือน…หมายความว่ายังไง”
“ทุกภารกิจ โฮสต์จะมีเวลาตัดสินใจสามเดือน หากครบกำหนดแล้วยังไม่รับภารกิจ ระบบจะถือว่าโฮสต์สละระบบ”
“ถ้าสละแล้วจะเป็นยังไง”
“ระบบจะถอนตัวออกจากโฮสต์”
ลางร้ายเริ่มก่อตัว
“แล้วถอนตัว…จะเกิดอะไรขึ้น”
“เพื่อความปลอดภัยของข้อมูล ระบบจะลบความทรงจำทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับระบบออกจากสมองโฮสต์ ขอเตือน หากถอนตัวตอนนี้ จะไม่ส่งผลต่อร่างกาย แต่หากโฮสต์รับภารกิจแล้ว ความทรงจำเกี่ยวกับระบบจะถูกเสริมความแข็งแรง การลบออกโดยบังคับ มีโอกาสสูงที่จะก่อให้เกิดความเสียหายถาวร”
“พร้อมกันนั้น ระบบจะเรียกคืนรางวัลและทักษะทั้งหมด”
ฉินกวนถามเสียงแผ่ว “ความเสียหายถาวร…หมายถึงอะไรเหรอ?”
“กลายเป็นคนปัญญาอ่อน”
“แต่ไม่ถึงแก่ชีวิต”
ฉินกวนแทบอยากด่าออกมาดัง ๆ
ปัญญาอ่อนแล้วยังจะเรียกว่าไม่เป็นอันตรายได้อีกหรือ!
ตอนนี้เขาเข้าใจแล้ว นี่คือโอกาสสุดท้ายในการถอย หากรับภารกิจไปแล้ว ต่อให้วันหนึ่งไม่อยากเล่น ก็ไม่มีทางถอยได้
จะรับระบบนี้ดีหรือไม่…นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กอีกต่อไป
ความคิดสับสนวุ่นวายไปหมด
“สามเดือนใช่ไหม งั้นฉันขอคิดดูก่อน ขอถามเป็นคำถามสุดท้าย หากฉันทำภารกิจไม่สำเร็จ…จะกลับมาไม่ได้จริง ๆ ใช่ไหม”
“ใช่”
ระบบตอบอย่างหนักแน่น
ฉินกวนถอนจิตออกจากระบบ จุดบุหรี่หนึ่งมวน เดินออกไปที่ระเบียง มองแสงไฟนีออนของเมือง แม้จะเกือบห้าทุ่มแล้ว แต่เมืองก็ยังไม่หลับ
เขาหยิบจี้หยกจากอกเสื้อออกมา หยกเล็ก ๆ ที่แกะสลักลายไผ่ วางแนบริมฝีปากแล้วพึมพำ “อวี้จู เธอว่าฉันควรเลือกทางไหนกัน…”
ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน
ติ๊ง—ติ๊ง—
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ดึงสติของฉินกวนกลับมา
ใครโทรมาป่านนี้กัน
เขารับสาย เสียงคุ้นเคยดังขึ้น “พี่รอง มีคนอยากพบพี่”
เป็นเสียงของโจวซวี่ เพื่อนสนิทหลายปี “ใครกัน ดึกขนาดนี้”
“อู๋ฉี่หมิง”
“อู๋ฉี่หมิง? ไอ้นั่นไม่ใช่ไปเรียนมหาวิทยาลัยห่วย ๆ ที่อเมริกาหรอกหรือ กลับมาแล้วหรือ” ฉินกวนถาม
“กลับมาได้พักหนึ่งแล้ว คืนนี้พวกเราอยู่แถวถนนชุนซาน ไอ้นั่นขับรถหรูมาหลายคัน อวดเบ่งไม่หยุด ชนะไปสองรอบ แล้วยังปากดีว่าพวกเราไม่มีใครสู้ แถมยังเรียกชื่อพี่ออกมา” โจวซวี่พูดอย่างเดือดดาล
ฉินกวนเงียบไปครู่หนึ่ง “บอกมันไปว่าข้าเลิกเล่นรถแล้ว”
“ฉันบอกแล้ว แต่มันพูดจาเสียดสี บอกว่าพี่เพราะผู้หญิงคนเดียวถึงได้หมดสภาพ มันดูถูกพี่ พวกเรานี่เกือบจะลงไม้ลงมือกันแล้ว” โจวซวี่กล่าว
เพียงได้ยินคำพูดนั้น ไฟโทสะก็ปะทุขึ้นในใจของฉินกวนทันที