- หน้าแรก
- ทะลุมิติ แฟนฉันเป็นคนขี้เหงา
- บทที่ 20: จอมเผด็จการไร้รัก 20
บทที่ 20: จอมเผด็จการไร้รัก 20
บทที่ 20: จอมเผด็จการไร้รัก 20
หลังจากช่วงเวลาพักฟื้นหลังคลอดสิ้นสุดลง การเดินทางกลับบ้านก็ไม่เงียบเหงาอีกต่อไป บรรยากาศเต็มไปด้วยชีวิตชีวา แม้แต่คนขับรถที่ทำงานให้ตระกูลฟู่มาหลายปียังอดไม่ได้ที่จะอมยิ้มตาม
"ทำตัวตามสบายหน่อยน่า!"
"ลูกชายคุณไม่ใช่ระเบิดมือสักหน่อย"
จื่อซีหยิกกล้ามแขนที่เกร็งแน่นของเขาด้วยความขบขัน เมื่อเห็นท่าทีราวกับกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจของสามี
"อืม เขาคือเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของผม"
ฟู่เซินหรานก้มมองเธอแล้วยิ้มออกมา อย่างน้อยที่สุด เมื่อไหร่ที่จื่อซีคิดจะทิ้งเขาไป เธอก็คงจะนึกถึงลูกบ้าง
แต่ไม่นานนัก ฟู่เซินหรานก็เปลี่ยนความคิด เครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจงั้นเหรอ? เรียกว่าระเบิดเวลาเดินได้น่าจะถูกต้องกว่า
เมื่อประตูรั้วคฤหาสน์ค่อยๆ เปิดออก จื่อซีที่อุ้มทารกน้อยซึ่งกำลังหลับสนิทอยู่ในอ้อมแขนถึงกับเบิกตากว้างขณะมองทิวทัศน์ที่เคลื่อนผ่านหน้าต่างรถ
"นี่มัน... นี่คือเซอร์ไพรส์ที่คุณพูดถึงเหรอคะ?"
"ไหนบอกว่าหมดตัวแล้วไง! พูดมาตามตรงนะ คุณซุกเงินส่วนตัวไว้เท่าไหร่กันแน่?!"
ปลายนิ้วของฟู่เซินหรานลูบหลังมือเธอเบาๆ "คุณเข้าใจผิดแล้วครับภรรยา ผมไม่มีเงินซุกซ่อนที่ไหนหรอก ทั้งหมดนี้เป็นของคุณ คฤหาสน์หลังนี้ซื้อไว้นานแล้ว และตอนนี้มันเป็นชื่อของคุณเรียบร้อยแล้ว"
จื่อซีแตะจมูกตัวเองแก้เก้อ ถ้าเขาไม่พูดขึ้นมา เธอก็คงลืมไปจริงๆ ว่าตอนนี้ตนเองคือกุมอำนาจทางการเงินและเป็นประมุขของบ้านตัวจริง
ขณะที่เธอกวาดสายตาชื่นชมทิวทัศน์งดงามภายในคฤหาสน์ จู่ๆ ก็ฉุกใจคิดขึ้นมาได้... ทำไมสถานที่เหล่านี้ถึงดูคุ้นตานักนะ?
มันเหมือนกับการจัดวางในเกมจำลองชีวิตที่เธอชอบเล่นไม่มีผิดเพี้ยน!!!
น้ำพุกลางสวนถูกถอดแบบออกมาแบบหนึ่งต่อหนึ่ง สายน้ำสะท้อนแสงแดดเป็นประกายรุ้งระยิบระยับ
เรือนกระจกที่เต็มไปด้วยดอกกุหลาบพันธุ์โปรดของเธอ มีระบบควบคุมอุณหภูมิคงที่เพื่อให้ดอกไม้ชูช่อสดสวยอยู่เสมอ
เก้าอี้ชิงช้าตรงระเบียงห้องนอนใหญ่ ก็เหมือนกับที่เธอจัดวางไว้ในเกมเป๊ะๆ!
"คุณทำตั้งแต่เมื่อไหร่คะ...?"
เสียงของจื่อซีสั่นเครือเล็กน้อย ตอนที่เธอเล่นเกมนั้น เธอยังไม่น่าจะมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับฟู่เซินหรานด้วยซ้ำ!
ถ้าจะมี ก็คงเป็นเพียงความสัมพันธ์แบบเจ้านายกับลูกน้องเท่านั้น
ฟู่เซินหรานก้มลงจูบกระหม่อมของเธอ "ตั้งแต่วินาทีที่ผมเห็นคุณตั้งอกตั้งใจตกแต่งบ้านในเกมด้วยความกระตือรือร้น... คุณจะรังเกียจไหม ที่ผมแอบมองคุณแบบนั้น?"
เจ้าหนู 'คูเป่า' ในอ้อมแขนของจื่อซีจู่ๆ ก็ส่งเสียงอ้อแอ้ กำปั้นน้อยๆ คว้าเนกไทของฟู่เซินหรานไว้แน่น การเคลื่อนไหวที่ชะงักกึกของผู้เป็นพ่อทำให้จื่อซีหลุดขำ "เห็นไหมคะ? พวกเราแม่ลูกไม่กลัวคุณสักหน่อย แล้วคุณล่ะ กลัวอะไร?"
"ผมกลัวมาก... กลัวว่าเขาจะแย่งความสนใจทั้งหมดของคุณไป เขาเพิ่งจะขโมยเวลาที่คุณเคยมองผมไปหยกๆ"
ฟู่เซินหรานไม่เก็บงำความรู้สึกเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว เขาพูดถึงความหวาดกลัวในใจออกมาตรงๆ
จื่อซีแนบมือลงบนแก้มของเขาและสัญญากับเขาว่าจะจ้างพี่เลี้ยงมาช่วยดูแลคูเป่าตัวน้อย
ไม่อย่างนั้น เธอก็กลัวเหมือนกันว่าตอนที่เธอไม่อยู่ ฟู่เซินหรานผู้เป็นดั่งเด็กโข่งคนนี้อาจจะแอบตีตีก้นลูกชายตอนที่เขาควบคุมอารมณ์ไม่อยู่
จื่อซีไม่คาดคิดเลยว่าคำพูดของเธอจะเป็นจริง
กลางดึกคืนนั้น เครื่องเฝ้าระวังเด็กส่งเสียงร้องไห้จ้าบาดหูดังลั่น
ฟู่เซินหรานดีดตัวผลุงขึ้นจากเตียง มือหนึ่งกดไหล่จื่อซีที่กำลังจะลุกขึ้นไว้ "ที่รัก อย่าขยับ! ผมไปเอง!"
ห้านาทีต่อมา จื่อซีที่งัวเงียได้ยินเสียงกุกกักดังมาจากห้องเด็ก ด้วยความอดรนทนไม่ไหวจึงลุกไปดู แล้วก็เห็นฟู่เซินหรานเดินกลับมาด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับ
"เป็นอะไรคะ?"
"เขาหิว... คุณนอนเถอะ เดี๋ยวผมไปชงนมเอง"
จื่อซีทิ้งตัวลงนอนอย่างว่าง่าย มองฟู่เซินหรานด้วยสายตาเปี่ยมด้วยความเชื่อมั่นและเทิดทูน
"ความสามารถที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของผู้ชายคือการแก้ปัญหา! สามี คุณหล่อที่สุดเลย!!"
ยิ่งไปกว่านั้น ในโลกใบนี้ฟู่เซินหรานคือลูกรักของสวรรค์ เธอเชื่อว่าเขาต้องรับมือกับเจ้าหนูคูเป่าได้สบายมาก!
เมื่อได้รับคำชมจากภรรยา ฟู่เซินหรานที่ตอนแรกหูอื้อไปหมดเพราะเสียงร้องไห้ กลับไม่รู้สึกรำคาญอีกต่อไป มิหนำซ้ำยังรู้สึกเหมือนมีพลังวังชาเปี่ยมล้นไปทั้งร่าง
เขาเดินกลับเข้าไปในห้องเด็กอีกครั้งพร้อมกับสายตาชื่นชมของภรรยาที่ส่งตามหลังมา
ฟู่เซินหรานหยิบตาชั่งดิจิทัลออกมาตวงผงนม คิ้วขมวดมุ่นขณะจ้องมองหน้าจอแสดงผล "น้ำสามสิบมิลลิลิตรต่อผงสี่จุดสามกรัม..."
ผลปรากฏว่ามือสั่นจนเทนมผงเกินไปหน่อย แต่เขาก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แล้วเติมน้ำตามลงไป
เมื่ออุณหภูมิได้ที่ เขาก็ป้อนนมเข้าปากคูเป่าตามขั้นตอนที่เรียนมาจากศูนย์พักฟื้น
คิดว่าพอกินอิ่มแล้วทุกอย่างจะเรียบร้อย แต่ฟู่เซินหรานเพิ่งจะล้มตัวลงนอนข้างจื่อซีได้ไม่นาน เครื่องเฝ้าระวังก็ส่งสัญญาณเตือนภัยอีกครั้ง
พอฟู่เซินหรานเข้าไปดู ก็พบเจ้าหนูคูเป่าร้องไห้หน้าดำหน้าแดง ท่าทางตอนเขาจับข้อเท้าลูกยกขึ้นดูเหมือนกำลังกู้ระเบิดไม่มีผิด
สรุปแล้วคืนนั้น เขาใช้ผ้าอ้อมเปลืองไปหลายชิ้นกว่าจะจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น
แต่พอล้มตัวลงนอนได้ไม่นาน เสียงร้องก็ดังขึ้นอีก
เช้าวันรุ่งขึ้น จื่อซีบิดขี้เกียจและหาววอดอยู่บนเตียง ก่อนจะมองที่ว่างข้างกายด้วยความงุนงง
สามีตัวโตของเธอหายไปไหน?
วันหยุดแท้ๆ คงไม่ได้หนีไปทำงานที่บริษัทหรอกนะ!
เธอเดินตามสัญชาตญาณเข้าไปในห้องเด็ก
ภาพที่เห็นคือชายหนุ่มขายาวนอนขดตัวหลับปุ๋ยอยู่บนพรมข้างเปล และเจ้าหนูคูเป่าในเปลก็นอนหลับตาพริ้มเช่นกัน
จื่อซีกลั้นขำจนปวดท้อง รีบหยิบโทรศัพท์มือถือออกมารัวชัตเตอร์ถ่ายรูปเก็บไว้ และยังอัดวิดีโอไว้อีกหลายคลิปเพื่อเป็นที่ระลึกถึงฉากแห่งความสุขนี้
ในวันงานเลี้ยงฉลองครบเดือนของ 'ฟู่ไอ้ซี' หรือเจ้าหนูคูเป่า เรือนกระจกในคฤหาสน์ถูกเนรมิตให้เป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงแสนอบอุ่น แสงแดดสาดส่องผ่านโดมกระจก ทอดเงากระทบลงบนโต๊ะอาหารที่ปูด้วยผ้าลินินสีขาวสะอาดตา
จื่อซีอุ้มคูเป่าที่ถูกห่อตัวด้วยผ้าสีฟ้าอ่อน ยิ้มทักทายเพื่อนร่วมห้องสมัยมหาวิทยาลัย
"น่ารักจัง! น่ารักที่สุด!! ดวงตาเหมือนแกเลย ส่วนจมูกเหมือนท่านประธานฟู่! นี่มันส่วนผสมที่ลงตัวของยีนที่ดีที่สุดชัดๆ!"
เมื่อได้รับอนุญาต เสี่ยวซวงก็ใช้นิ้วจิ้มแก้มยุ้ยๆ ของคูเป่าเบาๆ
"ผมดกมากเลย!"
"เพิ่งจะเดือนเดียวทำไมผมดกขนาดนี้? ฉันไปดูรูปตอนเด็กของตัวเองยังไม่มีผมเยอะขนาดนี้เลยนะ!"
เพื่อนร่วมห้องอีกคนอุทาน
"ได้แม่มาเต็มๆ ไงล่ะ!"
จื่อซียักคิ้วอย่างภูมิใจ พลางตบหน้าอกตัวเองเบาๆ
ฟู่เซินหรานยืนอยู่ไม่ไกล สวมชุดสูทเนี้ยบกริบไร้ที่ติ แต่ในมือกลับถือขวดนมที่มีเทอร์โมมิเตอร์เสียบคาทิ้งไว้... ช่างดูขัดตาสิ้นดี
ผู้ช่วยมู่ยวี่พยายามกลั้นขำขณะยื่นของขวัญให้ เนื่องจากเป็นเด็กผู้ชาย เขาจึงซื้อชุดรถบังคับวิทยุมาให้
แน่นอนว่านายน้อยคูเป่าไม่ได้ขาดแคลนอะไร แต่มู่ยวี่ยังคงมอบให้ตามมารยาท
"ขอบใจ วางไว้ตรงนั้นแหละ แล้วไปหาอะไรกินก่อน"
ฟู่เซินหรานไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองเลยด้วยซ้ำ เขาจดจ่ออยู่กับขีดวัดระดับบนขวดนมอย่างตั้งอกตั้งใจ โดยไม่รับรู้ถึงสีหน้าตกตะลึงของมู่ยวี่ที่อ้าปากกว้างจนยัดไข่ไก่เข้าไปได้
แค่ท่านประธานฟู่เชิญเขามาร่วมงานเลี้ยงครบเดือนก็ดีถมเถแล้ว ไม่นึกเลยว่าจะสุภาพขนาดนี้แถมยังกล่าวขอบคุณเขาอีก
ท่านประธานฟู่เปลี่ยนไปแล้วจริงๆ!
"คุณฟู่ครับ ความรู้สึกของการได้เป็นพ่อคนเป็นยังไงบ้าง?"
หมอว่านเดินถือแก้วแชมเปญเข้ามาทักทาย แววตาภายใต้กรอบแว่นเต็มไปด้วยรอยยิ้มอบอุ่น
"ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เมื่อคืนเขาเพิ่งฉี่รดตัวผมไปหมาดๆ"
ฟู่เซินหรานเงียบไปสองวินาที ก่อนจะตอบความในใจออกมาตามตรง
ชายหนุ่มทั้งสองชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกัน