เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

[Rewrite,อ่านฟรี] Special District 9 ตอนที่ 14 คุณหม่า

[Rewrite,อ่านฟรี] Special District 9 ตอนที่ 14 คุณหม่า

[Rewrite,อ่านฟรี] Special District 9 ตอนที่ 14 คุณหม่า


ตอนที่ 14 คุณหม่า

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น

เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น แมวแก่สะดุ้งตื่นขึ้นรับโทรศัพท์ตอนหกโมงเช้า เขาได้รับแจ้งว่ามีงานในทีม จึงรีบรุดไปที่กองกำกับการตำรวจแต่เช้าตรู่ ขณะที่ฉินหยู่กำลังคิดถึงอาหารเช้าราคาถูก จู่ๆ หลินเนี่ยนเหล่ยก็นำแท่งแป้งทอดร้อนมาให้เขาอย่างมีน้ำใจ

“ฉันเพิ่งซื้อมา กินนะคะ” หลินเนี่ยนเหล่ยแขวนถุงแท่งแป้งทอดไว้ที่ประตูหน้าห้องแล้วตะโกนบอก

“อ๊ะ ครับ ขอโทษที่รบกวนจริงๆ” ฉินหยู่ผงะทั้งที่กำลังล้างถ้วยชามของเมื่อคืนอยู่

“ไม่เป็นไรค่ะ เป็นเพื่อนบ้านก็ต้องช่วยเหลือกัน” หลินเนี่ยนเหล่ยนำอาหารเช้ามาให้เพื่อเป็นการขอบคุณสำหรับน้ำร้อนเมื่อคืนนี้ เธอจึงตอบด้วยรอยยิ้ม “ฉันจะไปทำงานละ”

“……ออกเช้าจัง?” ฉินหยู่ออกมาคุยกับเธอหน้าประตูบ้าน

“ก็ฉันมีงานถ่ายทอดสดข้างนอก ฉันเลยต้องไปเตรียมอุปกรณ์เครื่องมือให้พร้อมก่อน” หลินเนี่ยนเหล่ยโบกมือให้ฉินหยู่ด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าของเธอ “เจอกันคืนนี้”

“ดีครับ!”

“ลาก่อน พี่สาว” หลินเนี่ยนเหล่ยหันหลังเดินจากไปพร้อมกับกระเป๋าเป้สะพายไว้ที่หลัง

ฉินหยู่อึ้งไปเป็นเวลานาน “พี่สาว? แล้วจะเริ่มจากตรงไหนดีละเนี่ย ไปไม่เป็นเลยเรา?”

ห้านาทีต่อมา

หลินเนี่ยนเหล่ยรอเพื่อนร่วมงานหญิงของเธอที่ประตูใหญ่หน้าบ้านเช่าสักครู่ แล้วรีบวิ่งไปที่หน่วยรถถ่ายทอดสดที่เพื่อนร่วมงานของเธอขับมารับ เธอพูดแบบทีเล่นทีจริงว่า “ฉันไม่อยากเชื่อเลย เพื่อนบ้านชายที่ฉันได้รู้จักดูเป็นแมนมาก…แต่สงสัยจะเป็นเกย์...”

“จริงอ่ะ?”

“ดูเหมือนจะเป็นนะ ฉันเห็นด้วยตาของฉันเองเลย”

“มายก๊อด น่าเสียดายจัง”

“...!”

ฉินหยู่กินอาหารเช้าที่หลินเนี่ยนเหล่ยซื้อมาฝาก และทำความสะอาดห้องแบบลวกๆ ก่อนจะรีบไปที่กองกำกับการทันที

เมืองซงเจียงนั้นเพิ่งก่อตั้งขึ้นในเวลาไม่นานในช่วงการขาดแคลนทรัพยากร การบริการสาธารณะยังไม่เพียบพร้อม ไม่มีรถไฟใต้ดิน ไม่มีรถเมล์ และแท็กซี่ล้วนเป็นสิ่งหายาก คนธรรมดาๆ อาศัยขาเดินทางเป็นส่วนใหญ่ หรือถ้ามีปัญญาก็ซื้อรถไฟฟ้าใช้เอง แต่ค่าชาร์จไฟสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าก็ค่อนข้างแพงทีเดียว ผู้ที่สามารถจ่ายได้คือนักธุรกิจที่มีงานและรายได้มั่นคง และผู้นำหน่วยราชการเล็กๆ เท่านั้น

ฉินหยู่เป็นคนตระหนี่มาก เขามีเป้าหมายในการใช้เงินอื่นที่สำคัญกว่า รถยนต์ไฟฟ้าจึงไม่ใช่สิ่งที่เขาจะควักกระเป๋าซื้อมันในตอนนี้ เขาสามารถเอารถของกองปราบมาใช้ได้ แต่ค่าใช้จ่ายเขาต้องแบกภาระเอง เขาจึงแค่เดินไปทำงานโดยไม่คิดอะไรให้วุ่นวายอีก

ห้านาทีของการเดินเท้า ฉินหยู่มาหยุดหน้าร้านสะดวกซื้อ กำลังจะเข้าไปหาซื้อบุหรี่ไฟฟ้า ชายร่างกำยำสองคนเดินเข้ามาประกบเขาไว้ทางซ้ายและขวา

ฉินหยู่ถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณเมื่อพิจารณาท่าทางจากฝ่ายตรงข้าม มือเขาเข้ากุมไว้ที่เอวแสร้งทำเป็นเตรียมชักปืน แม้ในความจริงเขาไม่มีปืนพกซักกระบอกอยู่กับตัว

“ไม่ได้มาร้าย เราแค่ต้องการคุยกับคุณ” คนหัวหน้าก้มหัวให้เล็กน้อยพร้อมพูด

ฉินหยู่เงียบไปสองสามวินาที “คุณเป็นใคร?”

“คุณไม่จำเป็นต้องรู้จักฉัน แค่รู้จักนี่ก็พอ” คนหัวหน้ายกชายเสื้อขึ้นเผยให้เห็นปืนมันเลื่อมที่เอว และชักมันออกมา

ฉินหยู่ยืนอยู่ตรงนั้นไม่ขยับเขยื้อนด้วยใบหน้าเย็นชา

คนหัวหน้าปลดล็อกเซฟตี้ปืน “เราคุยกันได้ไหม?”

ฉินหยู่พยักหน้าตอบอย่างไม่มีทางเลือก จำได้ดีว่าเขาเคยทำให้ใครหลายคนขุ่นเคืองหลังจากมาถึงซงเจียง “งั้นไปกันเลย”

...

ไม่กี่นาทีต่อมาในซอยเล็กๆ แห่งหนึ่ง

ชายวัยกลางคนสี่คนยืนอยู่ทั้งสองด้านของฉินหยู่ และชายชราคนหนึ่งนั่งอยู่ในรถออฟโรดไฟฟ้า ฉินหยู่พิจารณามองดูคนกลุ่มนี้และพบว่า พวกเขาแต่งกายเรียบง่าย สวมแจ็กเกตหนังหนาๆ และหมวกขนสัตว์ แก้มของพวกเขาดูสกปรกราวกับมันเต็มไปด้วยคราบน้ำมัน

ที่จริงฉินหยู่ไม่เกรงกลัวพวกคนที่ดูเป็นหัวหน้าใหญ่ ที่ชอบสวมเสื้อผ้าเรียบๆ พูดเบาๆ และมักจะปรากฏตัวด้วยภาพลักษณ์เฉพาะตัวในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ แต่เขากลับรู้สึกเกรงกลัวกลุ่มชายกลางคนกับชุดเรียบง่ายเหล่านี้มากกว่าอย่างไร้ที่มา เพราะคนที่อยู่ข้างหน้าทำให้เขานึกถึงแก๊งโจรมัตสึชิตะ ที่ถูกจับตายเมื่อไม่กี่วันก่อน

“นายจับหมาเหล่าเอ้อและต้าหมินไปใช่ไหม?” ชายชรากับเสื้อโคตพันรอบไหล่ในรถยนต์ไฟฟ้าถามขึ้น

เหตุผลใหญ่ที่สุดที่ฉินหยู่ไม่เลือกที่จะขัดขืนต่ออีกฝ่ายในตอนนี้ แต่ตามมาอย่างเชื่อฟัง เขาคาดเดาว่าคนกลุ่มนี้มาที่นี่เพื่อคดีมากกว่าส่วนตัว ฉินหยู่มาที่ซงเจียงแล้วรุกรานผู้คนไปจนนับไม่ถ้วน พี่สามก็นับเป็นหนึ่งในนั้น แต่ความขัดแย้งนั้นยังห่างไกลจากการบันดาลโทสะและเข่นฆ่ามากนัก และถ้าอีกฝ่ายมาเพราะเรื่องคดี มันก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าเรื่องธุรกิจและการเงิน ด้วยเหตุนั้นทำให้ฉินหยู่รู้สึกว่า อีกฝ่ายไม่จำเป็นต้องแข็งกร้าวกับเขา

ฉินหยู่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็พยักหน้าตอบ “ใช่ ฉันจับพวกเขาได้”

“นายเคยได้ยินนามสกุลหม่าไหม? ฉันเป็นลุงของลูกชายคนที่สองของตระกูลหม่า” ชายชราก้มลงหยิบมวนยาสูบรมควันออกจุดสูบ

ฉินหยู่กะพริบตา ทันใดนั้นการแสดงออกของเขาเปลี่ยนเป็นคลุมเครือและพูดด้วยอารมณ์เย็นลงอย่างมาก

“สวัสดีครับ สวัสดีเถ้าแก่หม่า”

ชายชราหันมองออกไปนอกรถ พูดด้วยเสียงแหบแห้ง “น้องชาย นายเพิ่งมาที่ซงเจียงใช่ไหม?”

“ใช่ ฉันเพิ่งมาที่นี่ ฉันใช้เงินเพื่อให้ได้งานนี้” ฉินหยู่พูดตรงไปไม่อ้อมค้อม “เฮะเฮะ ทุกคนในแผนกนี้ฉันสามารถสั่งได้”

“อืมม นายมีคอนเน็กชัน และตอนนี้นายได้เป็นหัวหน้าทีมทั้งที่เพิ่งมา?” ผู้เฒ่าหม่าสูบบุหรี่เฮือกใหญ่พร้อมมองฉินหยู่ด้วยความครุ่นคิด

“มันไม่มีอะไรสำคัญหรอกครับ” ฉินหยู่พูดด้วยใบหน้าที่ขมขื่น “ฉันค่อนข้างโชคดี บังเอิญได้ทำคดีบางอย่างแล้วสามารถปิดคดีได้อย่างง่ายดาย ผู้กำกับยินดีมาก เขาเลยเลื่อนตำแหน่งให้ฉันเป็นการตอบแทนนะครับ”

ผู้เฒ่าหม่าพ่นควันบุหรี่ออกมาระหว่างความเงียบที่ยาวนาน และเอ่ยขึ้นว่า “ปล่อยคนของฉันไป น้องชาย นายรับผิดชอบคดีนี้ ฉันรู้ว่านายช่วยฉันได้”

“เหะเหะ เรื่องนี้...” ฉินหยู่ยิ้มแหยๆ “เรื่องนี้... ฉันจัดการเองไม่ได้!”

“ฉันไม่เคยใช้ใครทำงานให้ฟรีๆ”

หลังจากพูดจบ ผู้เฒ่าหม่าก็โบกมือให้ชายร่างกำยำที่ยืนอยู่ทางด้านซ้ายของฉินหยู่ และอีกฝ่ายก็หยิบเงินสด 20,000 ดอลลาร์เอเชียออกมาจากแขนของเขาและยื่นให้ฉินหยู่พร้อมพูด “รับไป”

“นี่... นี่มันไม่ดีแน่” ฉินหยู่ปฏิเสธด้วยรอยยิ้มที่มาพร้อมกับความเครียดที่เริ่มก่อตัวขึ้น

“เงิน หรือปล่อยทายาทตระกูลหม่าฟรีๆ” ชายร่างกำยำถามสั้นๆ “คุณต้องการอย่างไหน?”

เหงื่อบนหน้าผากของฉินหยู่สะท้อนความรู้สึกกระวนกระวายยากเกินควบคุม สัญชาตญาณของเขาบอกว่า ถ้าคนกลุ่มนี้ไม่พอใจ พวกเขาสามารถกำจัดฉินหยู่ได้ทุกนาที

“น้องชาย นายเป็นผู้นำทีมทำคดีนี้ นายสามารถเข้าถึงได้ทุกส่วนของคดีนี้ ถ้านายทำให้หลักฐานหายไป สมาชิกสองคนในครอบครัวฉันจะไม่ถูกปล่อยตัวหรือ?” ผู้เฒ่าหม่าพูดด้วยรอยยิ้ม “ช่วงเวลานี้ มีพวกที่ชอบพูดแต่เรื่องกินและเรื่องดื่มเหล้าอยู่ทุกวี่ทุกวัน และพวกที่พูดแต่เรื่องเอาตัวรอด แต่ฉันไม่เคยได้ยินใครพูดถึงเรื่องหลักการ อาชีพตำรวจคงทำอยู่ได้ไม่นาน แต่ถ้านายมีเงินอยู่ในมือ นายใช้มันได้ทุกเมื่อที่ต้องการ”

เมื่อฉินหยู่ได้ยินเช่นนั้น เขาเอื้อมมือไปแตะเงิน 20,000 ดอลลาร์เอเชียในมือของชายกำยำ และตอบกลับด้วยรอยยิ้มที่มีเลศนัย “ผู้เฒ่าหม่า ให้ฉันบอกอะไรคุณบางอย่างด้วยความสัตย์จริง ฉันอยากรับเงินนี้ แม้ว่ามันจะเป็นแค่ความฝันก็ตาม 20,000 ดอลลาร์เอเชีย ฉันซื้อสามารถตำแหน่งนายอำเภอและแต่งเมียได้อีกหลายคน แต่ว่า... ฉันต้องเก็บมันเป็นความลับตลอดไป”

ชายชรานิ่งฟังเงียบๆ

“หัวหน้าแผนกเลื่อนตำแหน่งให้ฉัน และเสนอชื่อฉันให้แก้ปัญหาคดีลักลอบค้ายาเสพติด” ฉินหยู่เล่าเหตุการณ์ด้วยน้ำเสียงเบาและราบเรียบ “ถ้าคนที่ถูกจับตอนนั้นไม่ได้ถูกพากลับไปที่กองกำกับการก่อน ไม่ต้องให้ผู้เฒ่าหม่าเอาเงิน 20,000 ดอลลาร์เอเชียมาให้ฉันหรอก แม้ท่านไม่ให้ฉันซักอีแปะ แต่ถ้าฉันได้ยินชื่อเสียงของท่าน ฉันก็จะปล่อยพวกท่านไปแน่นอน แต่ตอนนี้พวกเขาถูกควบคุมตัวกลับไปที่กองกำกับการแล้ว และได้รวบรวมหลักฐานต่างๆ ทั้งหมดเสร็จแล้ว ถ้าฉันสั่งปล่อยเขาโดยกะทันหัน จะทำให้คนเห็นความผิดปกติ และเท่ากับว่า ฉันได้ทรยศต่อหัวหน้าของฉันเองไม่ใช่

หรือ? ผู้เฒ่าหม่า ฉันอาศัยอยู่ในพื้นที่โครงการพัฒนามาหลายปี และในที่สุดฉันก็ได้มีโอกาสกินอาหารทุกวันครบมื้อ ฉันไม่สามารถขัดใจผู้บังคับบัญชาของฉันได้... เรื่องนี้ ฉันช่วยไม่ได้จริงๆ...”

“ให้ตายเถอะ นายมันน่าละอายจริงๆ!”

ชายร่างกำยำที่ยืนทางด้านขวา หยิบมีดเนปาลออกมาจากเสื้อคลุมทหารของเขา และควงมีดไปรอบๆ พร้อมกับวิ่งเข้าไปหาฉินหยู่ แล้วสับมันลงไปที่หัวของเขา!

เสียงลมปะทะใบมีดที่ฟันลงมาเชือดเฉือนอย่างรวดเร็ว

………………………………………………………….

จบบทที่ [Rewrite,อ่านฟรี] Special District 9 ตอนที่ 14 คุณหม่า

คัดลอกลิงก์แล้ว