เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 265 พี่ชาย หนีเร็ว

ตอนที่ 265 พี่ชาย หนีเร็ว

ตอนที่ 265 พี่ชาย หนีเร็ว


ตอนที่ 265 พี่ชาย หนีเร็ว

ทะเลสาปโอสถราชันย์ สืบถอดอำนาจที่น่าอัศจรรย์มาหลายพันปี ภายในสำนักเต็มไปด้วยยอดฝีมือแห่งนักปรุงยา พวกเขาส่วนใหญ่ล้วนเป็นนักปรุงยาที่มีชื่อเสียง

ทะเลสาปโอสถราชันย์เป็นสำนักที่ไม่แข็งแกร่งมากเท่าใด พวกเขาเป็นเพียงสำนักชั้น 2 เท่านั้น พลังแห่งการต่อสู้ของพวกเขาห่างชั้นจากสำนักชั้น 1 อย่างมากมายมหาศาล

แต่อิทธิพลของพวกเขาไม่ว่าสำนักใดก็มิอาจเทียบเคียง

หากเป็นผู้ฝึกยุทธุ์ ในขณะที่ยังอยู่ในช่วงฝึกตนล้วนต้องกลืนโอสถบางอย่าง และโอสถเหล่านี้ ล้วนเป็นโอสถที่ถูกปรุงกลั่นจากนักปรุงยาที่แข็งแกร่ง

สำหรับนักปรุงยาในโลกนี้ ทะเลสาปโอสถราชันย์ถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในใจของพวกเขา

ไม่ว่าจะเป็นนักปรุงยาคนใด ในขณะที่กล่าวถึงทะเลสาปโอสถราชันย์ พวกเขาล้วนชื่นชมและเคารพเป็นอย่งยิ่ง มีผู้คนจำนวนมากที่ต้องการฝากตัวเป็นศิษย์แห่งทะเลสาปโอสถราชันย์ นักปรุงยาศักดิ์สิทธิ์ที่เก่งกาจที่สุดในใต้หล้าล้วนเป็นเป้าหมายสูงสุดในชั่วชีวิตของพวกเขา

นักปรุงยาศักดิ์สิทธิ์ บรมจารย์ผู้ก่อตั้งทะเลสาปโอสถราชันย์ เขาตายไม่รู้กี่ปี แต่ระยะเวลาที่ผ่านไปกลับไม่สามารถลบล้างตำแหน่งนักปรุงยาที่ศักดิ์สิทธิ์และสูงส่งที่สุด จากตำนาน หัวใจสำคัญแห่งการปรุงยา เป็นสิ่งที่นักปรุงยาศักดิ์สิทธิ์ถ่ายทอดให้แก่ชนรุ่นหลัง โดยที่เขาได้สร้างสถานที่การปรุงยาโดยใช้ทะเลสาปโอสถราชันย์เป็นจุดศูนย์กลางในการรักษาผู้ฝึกยุทธุ์ทีได้รับบาดเจ็บ โดยที่พวกเขาจะได้รับโอสถวิเศษในขณะที่พวกเขากำลังบ่มเพาะพลังและฝึกฝนวิชายุทธุ์

ในขณะที่นักปรุงยาศักดิ์สิทธิ์ด้ยังมิไถ่ายทอดเทคนิคการปรุงยา ผู้ฝึกยุทธุ์ในใต้หล้าเข้าใจแต่การค้นหาสมุนไพร และกลืนกินมันเท่านั้น

ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเพียงคำบอกเล่าที่ร่ำลือกันมานาน แต่ว่าตำนานล้วนแล้วแต่ถูกปรุงแต่งจนเกินจริง ไม่ควรเชื่อทั้งหมด

แต่ในตำนานมีบางอย่างที่เป็นความจริง นักปรุงยาศักดิ์สิทธิ์มีตัวตนอยู่จริง ! และในตอนนี้รูปปั้นของเขาถูกเก็บไว้ในสถานที่ต้องห้ามแห่งทะเลสาปโอสถราชันย์ มันยืนหยัดทนต่อระยะเวลาหลายพันปีโดยไม่ล้มลง และยังไม่มีร่องรอยของการถูกทำลายจากสายลมที่พัดผ่านไปทุกวัน มันเป็นความน่าอัศจรรย์อย่างแท้จริง

แม้ว่าทะเลสาปโอสถราชันย์จะมีคำว่าทะเลสาป แต่ว่าสำนักแห่งนี้กลับไมไ่ด้ตั้งอยู่ในบริเวณของทะเลสาป

รอบบริเวณที่ตั้งของสำนักถูกล้อมรอบด้วยเทือกเขากว่าหลาย 10 เทือก เทือกเขาทุกแห่งล้วนสูงเสียดฟ้ามากกว่า 1000 จ้าง เทือกเขาเหล่านี้ได้ล้อมเป็นรูปวงกลม โดยครอบคลุมระยะบริเวณกว่า 100 ลี้

รอบบริเวณกว่า 100 ลี้ ล้วนเป็นการดำรงอยู่ของสำนักแห่งทะเลสาปโอสถราชันย์

ทุกๆเทือกเขา ล้วนมีนักปรุงยาที่มีความแข็งแกร่งในระดับสูงอาศัยอยู่ มีบางสำนักที่รับศิษย์ใหม่ๆ และสอนสั่งวิชาต่างๆในการปรุงยา มีบางคนที่อาศัยอยู่เพียงคนเดียว ฝึกฝนด้วยตนเององย่างยากลำบาก เพือค้นหาเทคนิคการปรุงยาด้วยตนเอง ในหุบเขามีสวนโอสถแห่งหนึ่ง ในส่วนโอสถล้วนมีต้นหญ้าแห่งจิตวิญญานและยาสมุนไพรชนิดต่างๆที่น่าอัศจรรย์

ในบริเวณทะเลสาปโอสถราชันย์ เต็มไปด้วยวัตถุดิบในการปรุงยาและโอสถวิเศษที่ไม่มีวันหมดไป

ใจกลางที่เทือกเขาเหล่านี้ล้อมรอบเอาไว้ เดิมทีเป็นการดำรงอยู่ของหุบเขาแห่งหนึ่ง แต่มันมีความสงบที่แตกต่างจากเทือกเขาทั้ง 10 หุบเขาแห่งนี้เต็มไปด้วยความเหน็ดเหนื่อยตลอดทั้งปี ทุกๆวันของมันเต็มไปด้วยความคึกคัก ผู้ฝึกยุทธุ์เข้ามาเยือนอย่างไม่ขาดสาย และไม่มีวันหมดสิ้น

ไม่มีเหตุผลอื่นใด เพราะหุบเขาแห่งนี้ได้ก่อตั้งเป็นเมืองเล็กๆ บริเวณแห่งนั้นเป็นสถานที่แลกเปลี่ยนของคนภายในทะเลสาปโอสถราชันย์

หากว่าผู้ฝึกยุทธุ์ต้องการที่จะปรุงกลั่นยาหรือโอสถวิเศษ พวกเขาจะนำวัตถุดิบที่เพียงพอเข้ามา และหาศิษย์แห่งทะเลสาปโอสถราชันย์เพือให้พวกเขาปรุงกลั่นให้ ศิษย์แห่งทะเลสาปโอสถราชันย์ที่ปรุงกลั่นยาและโอสถวิเศษจะไม่รับเงินทอง แต่พวกเขาจะรับยาและโอสถวิเศษที่ปรุงกลั่นจนสำเร็จในจำนวน 1 ส่วนของ 3 ส่วนทั้งหมด

ไม่ว่าเจ้ามาถึงทะเลสาปโอสถราชันย์เพื่อปรุงกลั่นยาและโอสถชนิดใดจะเป็นขั้นสามัญหรือขั้นฟ้าสวรรค์ หากการปรุงยานั่่นไม่ประสบความสำเร็จ พวกเขาจะไม่กล่าวพูดสิ่งใด แต่หากมันสำเร็จ ยาแวิเศษ 10เม็ด จะเป็นของพวกเขา 3 เม็ด

การเก็บเกี่ยวเช่นนี้ราวกับสิงโตที่อ้าปากรับเหยื่อของมันโดยไม่ต้องทำสิ่งใด โอสถวิเศษในขั้นฟ้าสวรรค์ล้วนมีค่าอย่างมาก ตนเองค้นหาวัตถุดิบในการปรุงกลั่นมันด้วยความลำบาก ไม่เพียงต้องกังวลว่าการปรุงกลั่นจะล้มเหลว หากมันปรุงกลั่นจนสำเร็จ ยังต้องเป็นให้พวกเขาถึง 3 ส่วน ซึ่งเป็นค่าตอบแทนของพวกเขา

ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ไม่สามารถปิดกั้นจิตใจที่ร้อนรนของผู้ฝึกยุทธุ์จนพวกเขาต้องเดินทางมายังทะเลสาปโอสถราชันย์

เพราะในสถานที่แห่งนี้ นักปรุงยามีความล้มเหลวในการปรุงโอสถวิเศษค่อนข้างน้อย นอกจากนั้นหากโอสถวิเศษปรุงกลั่นจนสำเร็จ คุณภาพของมันจะดีกว่านักปรุงยาที่อยู่ด้านนอก

ดังนั้นแม้ว่าจะมีข้อเสนอที่โหดร้าย ผู้ฝึกยุทธุ์ล้วนยินยอมที่จะมาหานักปรุงยาในทะเลสาปโอสถราชันย์

มันดีกว่าให้นักปรุงยาที่อยู่ด้านนอกปรุงกลั่น หากพวกเขาไม่ระวังและไม่เก่งพอก็อาจจะทำลายวัตถุดินที่ล้ำค่าก็เป็นได้

ชื่อเสียงของทะเลสาปโอสถราชันย์ดังก้องไปทั่วปฐพี ไม่เพียงแต่ดึงดูดผู้ฝึกยุทธ์ุแห่งอาณาจักรฮั่น แม้แต่ผู้คนแห่งอาณาจักรอื่นๆยังเดินททางมาเข้ามาเยี่ยมเยียน เพื่อให้ผู้อาวุโสแห่งทะเลสาปโอสถราชันย์

ปรุงกลั่นโอสถวิเศษให้แก่พวกเขา

ผู้อาวุโสจะไม่ยินยอมโดยง่าย หากต้องการเชิญให้พวยกเขาปรุงกลั่นให้ อย่างน้อยต้องเป็นวัตถุดินขั้นฟ้าสววรรค์จนถึงจิตวิญญานศักดิ์สิทธิ์ นอกจากรางวัลที่พวกเขาจะเก็บเกี่ยวยังมากกว่าศิษย์สาวกผู้ปรุงยาทั่วๆไป

ทะเลสาปโอสถราชันย์มีผู้อาวุโสทั้งหมด 10 คน พวกเขาต่างควบคุมหุบเขาทั้ง 10 แห่งที่รายล้อม พวกเขาแต่ละคนล้วนมีความสามารถที่สูงส่ง เทคนิคการปรุงยาที่พวกเขาฝึกฝนน่าอัศจรรย์ แม้แต่ภูิตผีวิญญานก็มิอาจคาดเดาได้

คนสามัญทั่วไปหรือแม้แต่ศิษย์แห่งทะเลสาปโอสถราชันย์ก็พบเจอพวกเขาได้ไม่บ่อย ผู้อาวุโสเหล่านี้ต่างมีอายุขัยที่มาก พวกเขาปิดกั้นตนเองเพื่อฝึกฝนและค้นคว้าเทคนิคการปรุงยาโอสถวิเศษตลอดทั้งปี มีเพียงการปรากฏของวัตถุดิบที่ล้ำค่า พวกเขาจึงยอมที่จะปรุงกลั่นให้

ภายในเมืองเล็กๆที่ตั้งอยู่ในหุบเขามีร้านค้าจำนวนมากมาย ร้านค้าเหล่านี้มิใช่ร้านค้าของทะเลสาปโอสถราชันย์ทั้งหมด ร้านค้าทั้งหมดกว่า 9 ส่วนล้วนอยู่ในการครอบครองของสำนักเล็กใหญ่ในใต้หล้า

สถานที่แห่งนี้เป็นศูนย์การแห่งนักปรุงยา การที่สำนักเหล่านี้ตั้งร้านค้าของตนเอง เพราะต้องการซื้อขายวัตถุดิบในการปรุงกลั่นโอสถวิเศษ สืบค้นข่าวคราวในใต้หล้าโดยที่มันเต็มไปด้วยคุณประโยชน์ที่มากมาย

ทะเลสาปโอสถราชันย์ตั้งตนอย่างโดดเดี่ยวโดยไม่ยุ่งเกี่ยวกับอำนาจความแค้นของสำนักอื่นๆ และไม่ได้ปรองดองหรือเป็นมิตรกับสำนักที่แข็งแกร่งในใต้หล้า หลายพันปีที่ผ่าน ทำให้พวกเขาสามารถรักษาฐานะและตำแหน่งของพวกเขาเอาไว้อย่างมิเสื่อมคลาย

ภายในเมืองทะเลสาปโอสถราชันย์ เป็นสถานที่ต้องห้ามในการต่อสู้ ดังนั้นผู้ฝึกยุทธุ์ที่เข้ามาจะกลับออกโดยยังมีชีวิต โดยภายในเมืองแห่งนี้ไม่เคยมีใครกล้าฝ่าฝืนกฏที่ตั้งเอาไว้แม้แต่หนเดียว

หากมีคนต่อสู้ภายในเมืองทะเลสาปโอสถราชันย์ ไม่ต้องรอให้คนแห่งทะเลสาปโอสถราชันย์ลงมือ คนอื่นๆจะฆ่าทั้ง 2 ฝ่ายที่ริเริ่มการต่อสู้ตั้งแต่ตอนแรก

แต่หากออกจากทะเลสาปแห่งนี้ แล้วยังมีความแค้นเคือง ทะเลสาปโอสถราชันย์จะไม่สนใจเรื่องของพวกเขา

ดังนั้นบริเวณที่ใกล้เคียงกับเทือกเขาที่ครอบคลุมระยะบริเวณกว่าหลายพันลี้จึงเหมือนสองโลกที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ภายในหุบเขาที่ถูกรายล้อมด้วยเทือกเขา เต็มไปด้วยความคึกคัก แต่รอบนอกทะเลสาปโอสถราชันย์ที่ห่างออกไปหลาย 10 ลี้กลับมองเห็นการต่อสู้ที่น่าหวาดกลัวในทุกหนทุกแห่ง คนเหล่านี้ล้วนเกิดความโกรธแค้นในทะเลสาปโอสถราชันย์ พวกเขาไม่กล้าที่จะลงมือในเมืองแห่งทะเลสาปโอสถราชันย์ ดังนั้นจึงนัดกันมายังด้านนอกเมืองทะเลสาปโอสถราชันย์เพื่อทำการต่อสู้ที่ชี้ชะตาแห่งความเป็นความตาย

ในวันนี้ รถม้าคันหนึ่งได้วิ่งมาจากสถานที่ห่างไกล มันได้หยุดลงในบริเวณที่ห่างจากทะเลสาปโอสถราชันย์ประมาณ 50 ลี้

ชายชราที่ขับรถม้าได้เก็บแส้ของเขา เขากล่าวตะโกนต่อหยางไค่ : คุณชาย ถึงทะเลสาปโอสถราชันย์แล้ว!!

ถึงแล้ว ? หยางไค่ที่นั่งปิดกั้นตนเองได้ลืมตาด้วยความดีใจ เขาได้เปิดม่านรถม้าและเดินออกไป เขาจ้องมองไปทางซ้ายและขวา และกล่าวด้วยความตื่นตะลึง : สถานที่แห่งนี้คือที่ใด ?

รอบบริเวณเต็มไปด้วยความว่างเปล่า มันจะใช่ทะเลสาปโอสถราชันย์ได้อย่งไร มองเห็นอย่างชัดเจนว่ามันเป็นดินแดนที่ถุรกันดาร

คนขับรถม้ากล่าวด้วยรอยยิ้ม : คุณชายมีสิ่งที่ไม่รู้ ทะเลสาปโอสถราชันย์เต็มไปด้วยความอันตรายทุกหนแห่ง พวกข้าที่เป็นคนสามัญทั่วไปไม่กล้าที่จะเข้าใกล้ แต่หากมีแขกที่ให้พวกเราส่งมาที่ทะเลสาปโอสถราชันย์ พวกเราจะส่งพวกเขาถึงตรงนี้ หากพวกเรายังเข้าไปอีก คงเป็นการเดินหาประตูแห่งความตาย

หยางไค่ขมวดคิ้วไว้แ่น่น เมือคนขับรถม้าสัมผัสได้ว่าสีหน้าของเขาไม่พอใจ เขาจึงกล่าวอธิบายสถานการณ์รอบบริเวณของทะเลสาปโอสถราชันย์อย่างละเอียด

หลังจากที่ฟังจนจบ หยางไค่ได้ผ่อนปรนคิ้วที่ขมวดเอาไว้แน่น ในใจของเขาทราบดีว่าการกล่าวของเขานั้นถูกต้อง เขาไม่ได้มีเจตนาที่จะทิ้งตนเองไว้ตรงนี้

ดังนั้นเขาจึงไม่ได้สอบถามอะไรเพิ่มเติม เพราะมันนั้น เหลือระยะทางเพียงไม่กี่ 10 ลี้เท่านั้น หยางไค่ได้นำเงินตำลึงออกมาจำนวนหนึ่งละมอบให้แก่เขา เขาเปิดใช้ท่าร่างแห่งการเคลื่อนไหว โดยได้วิ่งเข้าไปในเทือกเขาที่อยู่ใกล้ที่สุด

แม้ว่าจะได้ยินคนขับรถม้ากล่าวว่าทะเลสาปโอสถราชันย์เต็มไปด้วยภัยอันตรายทุกหนทุกแห่ง แต่เมื่อพบเจอกับตาตนเอง มันเกินกว่าการคาดเดาของหยางไค่อย่างยิ่ง

ระยะทางที่เขาเดินทางเข้าไปไม่ถึง 30 ลี้ เขามองเห็นรอบบริเวณที่เต็มไปด้วยการต่อสู้แห่งความตาย กลุ่มคนเหล่านี้ถูกกระตุ้นด้วยความเกลียดแค้น จากนั้นจึงออกมาจัดการความแค้นรอบนอกบริเวณทะเลสาปโอสถราชันย์

หนทางที่เดินผ่านไป เต็มไปด้วยซากศพที่กำลังอุ่นๆจำนวนมากมาย

หยางไค่เดินต่อไปโดยไม่กล่าวสิ่งใด

หลังจากที่เดินไปได้นาน ด้านหลังของเขามีการเคลื่อนไหวแห่งการต่อสู้ที่รุนแรง ราวกับมีเสียงของนายพรานที่กำลังล่าเหยื่อดังขึ้น

หยางไค่ขมวดคิ้ว เขาหันหน้ากลับไปมอง

เขามองเห็นสตรีนางหนึ่งที่สวมใส่ชุดกระโปรงสีคราม นางน่าจะมีอายุประมาณ 16 ปี มีใบหน้าที่งดงาม เพียงแต่ว่าในตอนนี้ดวงตาที่กลมโตของนางเต็มไปด้วยความหวาดกลัว นางโผบินหลบหนีอย่างสุดกำลัง

ด้านหลังของนาง ร่างเงา 6-7 ร่างกำลังไล่ล่าอย่างไม่หยุด ใบหน้าของคนเหล่านั้นเต็มไปด้วยความเกรี้ยวโกรธและความต้องการฆ่า พวกเขาแต่ละคนล้วนพกกระบี่ที่แหลมคม ดุดันและโหดเหี้ยมถึงขีดสุด

เจ้าเด็กน้อย หยุดเดี่ยวนี้น่ะ !! เสียงตะโกนด้วยความเกรี้ยวโกรธดังขึ้น

สตรีอายุน้อยวิ่งเร็วยิ่งกว่าเดิม

เร็ว อย่าให้นางเข้าไปหลบซ่อนในหุบเขา หากนางเข้าไปยังทะเลสาปโอสถราชันย์ พวกเราจะจับตัวนางไม่ได้อีกเลย ! เมื่อกลุ่มคนเหล่านั้นมองเห็นว่าสตรีอายุน้อยกำลังจะวิ่งเข้าไปยังทิศทางของทะเลสาปโอสถราชันย์ สีห้าของพวกเขาแปรเปลี่ยนอย่างฉับพลัน

ทะเลสาปโอสถราชันย์เป็นสถานที่ต้องห้ามในการต่อสู้ หากสตรีอายุน้อยพุ่งเข้าไป ทุกสิ่งทุกอย่างจะจบลงในทันที

เพียงพริบตา สตรีอายุน้อยได้พุ่งมาถึงด้านหน้าของหยางไค่

เมื่อเห็นว่าหยางไค่จ้องมองตนเองด้วยสายตาที่ระมัดระวัง นางเม้มปาก กล่าวด้วยเสียงหอบหายใจที่เหนื่อยล้า : พี่ชายรีบหนีเร็ว จะยืนอึ้งอยู่ทำไม ?

จบบทที่ ตอนที่ 265 พี่ชาย หนีเร็ว

คัดลอกลิงก์แล้ว