เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 238 ใครเป็นนาย

ตอนที่ 238 ใครเป็นนาย

ตอนที่ 238 ใครเป็นนาย


ตอนที่ 238 ใครเป็นนาย

จือโบนำพาสัตว์อสูรของตนเองมายังสถานที่จิงฮ่าวตายไป นางเข้าไปขุดคุ้ยเศษผงสีขาวของจิงฮ่าวเป็นเวลานาน โดยยังไม่พบแมลงควบคุมจิตวิญญานของตนเอง ทำให้สีหน้าของนางแสดงออกด้วยความตื่นตกใจอย่างเยือกเย็น

แมลงควบคุมจิตวิญญานของผู้ฝึกยุทธุ์แห่งอาณาจักรเทียนหล่าง ต่างล้ำค่ายิ่งกว่าสิ่งใด แต่ไม่ใช่เพราะแมลงเหล่านี้มีราคาที่สูง แต่เพราะแมลงทุกตัวต่างมีจิตวิญญาณของพวกเขาที่เชื่อมผสานกันมัน

แมลงควบคุมจิตวิญญานเหล่านี้มิใช่สิ่งที่จะสูญเสียมันไปได้ หากมันตกอยู่ในมือของศัตรู่หรือถูกแผดเผาทำลาย จิตวิญญาณของพวกเขาจะได้รับบาดเจ็บ เมื่ออยู่ในการต่อสู้แล้วพบเจอกับการโจมตีเช่นนี้ มีโอกาสที่จะทำให้พวกเขาพ่ายแพ้ แม้กระทั่งตายไปในที่สุด

ดังนั้นเมื่อสัตว์อสูรที่อยู่ในการควบคุมตายไป จือโบจะรีบไปยังตำแหน่งที่สัตว์อสูรตาย และนำแมลงควบคุมจิตวิญญานกลับมาด้วย

แต่ในครั้งนี้ เขากลับไม่พบมัน

เมื่อสัมผัสได้ถึงสีหน้าที่เปลี่ยนแปลงของจือโบ เหลิ่งซานที่ตามนางมาแอบหัวเราะเยาะอย่างเยือกเย็น ใบหน้าของนางแสดงออกอย่างมีความสุข

จือโบสบทด้วยเสียงที่เยือกเย็น นางหลับตา และค่อยสัมผัสถึงการดำรงอยู่ของแมลงควบคุมจิตวิญญานอย่างละเอียด

แม้ว่านางยังไม่ได้ฝึกฝนจนเกิดปราณจิตสัมผัสแห่งจิตวิญญาณ นางไม่สามารถที่จะค้นหาในบริเวณใกล้เคียง แต่แมลงควบคุมจิตวิญญานที่หายไปเชื่อมผสานกับจิตวิญญาณของนาง ในระยะที่ไม่ไกลมาก นางจะสามารถรับรู้ถึงการดำรงอยู่ของมัน

เพียงแค่เริ่มต้นการสัมผัสเพื่อตรวจสอบ สีหน้าของจือโบแสดงออกด้วยความประหลาดใจ นางหมุนตัวไปยังทิศทางหนึ่ง หัวเราะอย่างโหดเหี้ยม ดวงตาประกายด้วยแสงแห่งการฆ่าออกมาอย่างรุนแรง

สัตว์อสูรหลาย 10 ตัวได้กระจายตัวออกไปอย่างรวดเร็ว และล้อมรอบบริเวณนั้นเอาไว้

เหลิ่งซานตื่นตกใจด้วยความหวาดกลัว จากการกระทำของจือโบ นางรับรู้ในทันทีว่าเกิดเหตุการณ์ที่อันตรายขึ้น

นางเกลียดชังจือโบจนเข้ากระดูก เกลียดชังที่มอบร่างกายอันบริสุทธ์ให้แก่จิงฮ่าว และยิ่งเกลียดชัดที่นางล่วงเกินตนเองด้วยความต้อ้งการ เดิมทีนางคิดว่าในครั้งนี้จือโบต้องเสียเปรียบและได้รับความเดือดร้อน นางตั้งใจเฝ้ามองเหตุการณ์ขึ้นด้วยความโชคร้ายที่แฝงเอาไว้ความโชคดี แต่กลับไม่คิดว่าเหตุการณ์จะตาลปัตรเช่นนี้

ยอดฝีมือที่ฆ่าจิงฮ่าว ยังอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ? มันเป็นการรนหาที่ตายชัดๆ ?

ฮวาลาลา................เสียงการเคลื่อนไหวของใบไม้ได้ดังมาจากบริเวณป่าลึก ดวงตาของเหลิ่งซานมองเห็นเงาร่างหนึ่งที่กำลังวิ่งไปมาอย่างรวดเร็ว

จือโบโบกมือ สัตว์อสูรกว่าหลาย 10 ตัวได้วิ่งไปยังบริเวณที่ปรากฏเงาร่าง นางหัวเราะด้วยความหยิ่งยะโสและกล่าวตะโกน : อย่าหนีไปเลย เจ้าหนีไม่พ้น เจ้าถูกแมลงควบคุมจิตวิญญานของเข้าแทรกซึมเข้าไปในร่างกาย แม้จะจะหนีไปยังสุดขอบโลกข้าก็ค้นพบเจ้าจนเจอ ยอมจำนนต่อข้าโดยดี ข้าจะไม่ทำให้เจ้าต้องทนทุกข์ทรมาณ !!

บ้าเอ้ย ข้าว่าแล้วเชียวว่าแมลงพวกนี้ต้องมีอะไรแปลกซ่อนเร้นเอาไว !! มีเสียงแห่งอารมณ์ความโกรธที่ไม่พอใจดังขึ้น เมื่อเสียงนี้ดังขึ้น ทำให้จือโบยิ่งมีความสุข นางหัวเราะจนไม่เหลือเค้าความงามของนางเลย

เหลิ่งซานถอนหายใจ ความหวังที่ก่อกำเนิดขึ้นในหัวใจถูกทำลายในทันที

แท้จริงแล้ว ยอดฝีมือที่ฆ๋าจิงฮ่าว ถูกควบคุมโดยแมลแห่งจิตวิญญาณ !! เจ้าคนนี้เป็นคนโง่เขลาหรือคนเสียสติกันแน่น

คนที่อยู่ในป่าไม่คิดที่จะหนีไป เพียงระยะเวลาๆสั้นเขาได้ถูกล้อมโดยสัตว์อสูรกว่าหลาย 10 ตน เขาจึงค่อยหันกลับมาและเดินออกมาอย่างช้าๆ

เมื่อมองเห็นใบหน้าของผู้ที่ปรากฏตัวออกมา ร่างกายของเหลิ่งซานหดตัวลงอย่างกะทันหัน ดวงตาประกายด้วยความไม่เชื่อและความตื่นตะลึง

จิงฮ่าวรู้ว่าหยางไค่เป็นใคร แล้วทำไมเหลิ่งซานจะไม่รู้ ? แต่เพราะรู้ว่าหยางไค่เป็นใคร เหลิ่งซางยิ่งรู้สึกประหลาดใจ และความไม่เชื่อว่ามันจะเป็นความจริง นางจ้องมองหยางไค่อย่างลึกซึ้ง จิตใจของนางครุ่นคิดไปมา จนเกิดความรู้สึกที่พ่ายแพ้โดยปริยาย

ใบหน้าของหยางไค่แสดงออกด้วยความไม่ยินยอม เขาเดินออกมาโดยไม่เต็มใจ เขาหยุดลงในตำแหน่งที่ห่างจากจือโบประมาณ 30 จ้าง และกล่าวด้วยเสียงหัวเราะที่ขมขื่น : แม่นาง มันคือแมลงชนิดใดกันแน่ ?

แมลงควบคุมจิตวิญญาณแห่งอาณาจักรเทียนหล่าง เมื่อแมลงแห่งจิตวิญญาณแทรกซึมเข้าไปในร่างกายของเจ้า เจ้าจะเป็นทาสรับใช้ของข้าในทันที จือโบกล่าวอธิบายด้วยความยินดี นางจ้องมองหยางไค่อย่างละเอียด เมือนางพบว่าหยางไค่เป็นเพียงเด็กหนุ่ม ดวงตาของนางประกายด้วยความสงสัย นางคิดไม่ถึงเลยว่าจิงฮ่าวจะถูกเด็กหนุ่มคนนี้ฆ่าตาย

อั๊ย ไม่น่าเลย ไม่น่าไปยุ่งกับซากศพของจิงฮ่าวเลย !! หยางไค่ถอนหายใจ โดยสบทด้วยความเสียใจอย่างไม่หยุด ก่อนจะเผยรอยยิ้มที่มุมปาก : แม่นาง ตอนนี้ข้าเป็นคนของเจ้า เจ้าจะสั่งการให้ข้าทำสิ่ง ข้าต้องนวดให้เจ้าก่อนที่เจ้าจะขึ้นเตียงนอนใช่ไหม ?

จือโบหัวเราะอย่างมีความสุข : ได้สิ ข้ากลัว่าเจ้าจะติดในซะมากกว่า

ฝ่ายตรงข้ามไม่ห้ามปรามเขาไม่หวาดกลัวต่อภัยอันตรายที่เกิดขึ้น ทำให้หยางไค่งุนงงอย่างยิ่ง จือโบจ้องมองพฤติกรรมของหยางไค่และหัวเราะด้วยความสนุกอย่างไม่หยุด

หากข้ากล่าวข้อมูลบางอย่างให้แก่เจ้า เจ้าจะปล่อยข้าไปไหม ? เหลิ่งซานกล่าวออกมาอยางกะทันัน ในขณะที่กล่าวดวงตาที่ดงามจ้องมองไปยังหยางไค่อย่างไม่วางตา

ข้อมูลอะไร ? จือโบขมวดคิ้วไว้แน่น

เกี่ยวกับเขา เหลิ่งซานชี้ไปที่หยางไค่โดยใบหน้าที่ไร้ซึ่งอารมณ์

หยางไค่หัวเราะเบาๆ จิตใจของเขาสั่นไหวในทันที เขาค่อยหมุนเวียนพลังลมปราณเพื่อเตรียมตัว แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าสตรีแห่งสำนักทะเลสาปปีศาจจักรพรรดิจะกล่าวสิ่งใด แต่เขามั่นใจอย่างยิ่งว่าต้องเป็นเรื่องที่ไม่ดีต่อตัวเขา

รอบบริเวณมีสัตว์อสูรหลาย 10 ตนที่แตกต่างกัน หากพวกมันพุ่งเข้ามาพร้อมกัน ตัวเขาเองคงต้อ้งใช้เพลิงปีกอัคคีโลกันย์ในการหลบหนี

เจ้าตกลงกับข้อเสนอของข้าก่อน เหลิ่งซานกล่าวต่อรอง

ข้าไม่สามารถปลอ่ยเจ้าไปได้ จือโบส่ายศีรษะไปมา สีหน้าของเหลิ่งซานไม่เปลี่ยนแปลง นางยืนนิ่งอยู่กับที่ โดยไม่ได้คาดหวังกับข้อเสนอของตนเอง

แต่ว่า.............ข้าจะปฏิบัติต่อเจ้าให้ดียิ่งกว่านี้ หลังจากนี้ข้าจะไม่รังแกเจ้าอีก

จำคำของเจ้าเอาไว้ให้ดี ไม่เช่นนั้นแม้ว่าข้าจะต้องตายไปพร้อมกับเจ้าข้าก็ไม่ขอรับการเหยียดยามอย่างน่าอัปยศเช่นนั้นอีก ! เหลิงซานบรรลุเป้าหมายของตนเอง หลังจากนั้น นางได้ชี้นิ้วไปที่หยางไค่และกล่าวตะโกน : วิชายุทธุที่คนคนนี้ฝึกฝน เป็นวิชายุทธุ์ที่มีคุณสมบัติของพลังหยาง !!

ก่อนหน้านั้นเหลิ่งซานเคยปะทะกับหยางไค่ นางทราบว่าพลังลมปราณของหยางไค่เป็นพลังลมปราณเฉพาะ และพลังลมปราณเฉพาะเช่นนี้ เป็นดาวข่มของแมลงควบคุมจิตวิญญาณ !! ดังนั้นทันทีที่เหลิ่งซานมองเห็นหยางไค่ นางรู้ในทันทีว่าหยางไค่ไมได้ถูกแมลงควบคุมจิตวิญญาณควบคุมเอาไว้ แต่เขากำลังแกล้งทำว่าถูกควบคุม เพื่อวางแผนให้จือโบตกหลุมพราง

หยางไค่รู้สึกว่าความแข็งแกร่งของหยางไค่ไม่สามารถฆ่าจือโบได้ เมื่อมีสัตว์อสูรกว่าหลาย 10 ตัวล้อมเอาไว้ เมื่อใดที่หยางไค่ลงมือนั่นหมายความว่าหยางไค่ต้องตายในทันที การที่เขากล่าวบอกความจริงก่อนที่จะโดนฆ่ายังเป็นเรื่องที่ดีกว่า มันยังเป็นโอกาสที่จะทำให้ตนเองได้ผลพลอยได้ที่คุ้มค่า ดังนั้นในขณะที่ลังเล เหลิ่งซานจึงตัดสินใจกล่าวบอกแก่จือโบ

ใครจะตายนางไม่สนใจ สิ่งที่นางสนใจมีเพียงตัวนางเท่านั้น

รอยยิ้มของจือโบแข็งท่บนใบหน้าอย่างรวดเร็ว นางเอียงศีรษะไปมา ใช้สายตาที่เยือกเย็นจ้องมองหยางไค่ ดวงตายังประกายด้วยรังสีอำมหิตแห่งการฆ่าที่โหดเหี้ยม

ในชั่ววินาทีที่นางหันหน้ากลับมา หยางไค่ตัดสินใจบีบบังคับให้แมลงควบคุมจิตวิญญาณออกมานอกร่างกาย เขากำมันไว้ในมือและหัวเราะอย่างชั่วร้าย : ข้ารู้ว่าแมลงพวกนี้เชื่อผสานกับจิตวิญญาณของเจ้า หากเจ้าไม่อยากทำให้จิตวิญญาณของเจ้าถูกโจมตี โปรดเชื่อฟังคำสั่งของข้า ไม่เช่นนั้น ข้าจะแผดเผามันให้ตายในทันที

สีหน้าของจือโบเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน ความงดงามของนางได้หดหายไปอย่างมาก

หยางไค่หัวเราะอย่างเยือกเย็น โดยใบหน้าแสดงออกด้วยความสงบ

สีหน้ของเหลิ่งซานไร้ซึ่งอารมณ์อย่างไม่แยแส

หลังจากนั้น มุมปากของจือโบเผยรอยยิ้มออกมา : เจ้าควรทำลายไหมในขณะที่ข้ายังไม่ได้ตั้งตัว หากเป็นเช่นนั้นข้าที่มีชีวิตจะได้รับบาดเจ็บอย่างแน่นอน ไม่แน่ว่าเจ้าอาจจะมีหนทางในการมีชีวิตรอ แต่เจ้ากลับมันเอามาขู่ข้า จะตัดสินใจผิดอย่างมหันต์

โอ้ว? โปรดอธิบายให้ละเอียด หยางไค่หยักคิ้วขึ้นลง สีหน้ายังคงไม่เปลี่ยนแปลง

จือโบกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น : ในเมื่อเจ้าทราบว่าจิตวิญญาณของข้าเชื่อมผสานกับแมลงควบุคมจิตวิญญาน แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าข้าสามารถเก็บมันกลับไป ?

ในขณะที่กล่าว จิตวิญญาณของจือโบสั่งการออกไป ทันใดนั้นจิตวิญญานที่อยู่ในร่างกายของแมลงควบคุมจิตวิญญานได้เรียกกลับไปห้วงจิตวิญญานของนาง

หยางไค่ไม่เพียงไม่หวาดกลัว แต่กลับหัวเราะอย่างเสียงดัง เสียงหัวเราะของเขาดังขึ้นเรื่อยๆ ราวกับเสียงฟ้าผ่า

เสียงหัวเราะที่บ้าคลั่งและไร้มารยาทของหยางไค่ทำให้จือโบรู้สึกว่ามีบางสิ่งบางอย่างผิดปกติ เจ้าเด็กหนุ่มยังมีความสุขกับสถานการณ์ที่บีบเค้น หากเขาไม่มีการลงมือในทีหลัง นั่นหมายความว่าเขาได้กลายเป็นคนเสียสติ แต่ไม่ว่าอย่างไร การกระทำและพฤติกรรมของเขาก็แสดงออกอย่างชัดเจนว่าเขามีสติที่แจ่มชัด ไม่มีร่องรอยการเสียสติแม้แต่น้อย

หากเป็นผู้อื่น จือโบยังสามารถละเว้นความตายให้แก่พวกเขาได้ แต่ว่าเจ้าเด็กหนุ่มคนนี้กลับฝึกฝนวิชายุทธุ์ที่มีคุณสมบัติของพลังหยาง ไม่มีทางที่จะสามารถไว้ชีวิตเขาได้ ใบหน้าของจือโบเต็มไปด้วยรังสีอำมหิตแห่งการฆ่าที่ไร้ขีดจำกัด นางยกมือที่ขาวเนียนของนางขึ้น ในขณะที่นางกำลังจะสั่งการให้สัตว์อสูรพุ่งเข้ามาโจมตี หยางไค่กลับหัวเราะอย่างเย็นชา ดวงตาที่เยือกเย็นจ้องมองไปที่หยางไค่ และกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา : เจ้าฆ่าข้าได้ ?

อ๊า............ จือโบตะโกนด้วยเสียงที่โหยหวน สองมือกุมไปที่ศีรษะของนาง นางค่อยๆทรุดตัวลงไปที่พื้น ร่างกายของนางบิดไปมาด้วยความเจ็บปวดอย่างไม่หยุด

การเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันทำให้เหลิ่งซานตื่นตะลึง สีหน้าที่ประหลาดใจจ้องมองไปยังจือโบอย่างไม่หยุด นางค่อยๆเงยหน้าและจ้องมองไปที่หยางไค่ที่ยังมีสีหน้าที่เหมือนเดิม ทันใดนั้นจิตใจของนางไดก่อเกิดความรู้สึกที่ไม่เป็นความจริง

เกิดอะไรขึ้น ? ในร่างกายของพวกเขาทั้ง 2 เกิดอะไรขึ้นกันแน่? เหลิ่งซานมองไม่เห็นร่องรอยการต่อสู้ของพวกเขา เพียงแต่หัวเราะด้วยความดีใจ ในความโชคร้ายอย่างฉับพลันของจือโบ

โฮ่ง....... การเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันของจือโบทำให้สัตว์อสูรกว่าหลาย 10 จนมีการตอบสนอง พวกมันแต่ละตนต่างแสะเขี้ยวคำรามให้ก่าหยางไค่อย่างไม่หยุดนอกจากนั้นพวกมันยังค่อยๆเดินเข้าไปหาเขา

สั่งการให้สัตว์อสูรเหล่านี้ถอยออกไปให้หมด ไม่เช่นนั้นข้าจะทำลายจิตวิญญาณของเจ้าในตอนนี้ จนทำให้เจ้ากลายเป็นเสียสติที่ไร้ซึ่งประโยชน์ ! หยางไค่กล่าวกดดันด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น

จือโบอดทนต่อความเจ็บปวดที่อยู่ในหัวสมอง จิตใจของนางไม่กล้าที่จะลังเล นางรีบกสั่งการให้แก่สัตว์สอูรทั้งหมดอย่างรวดเร็ว

สัตว์อสูรกว่าหลาย 10 ตัวจ้องมองจือโบ พวกมันต่างเก็บความรู้สึกในการกระหายการต่อสู้ จึงแยกย้ายออกไปทั่วบริเวณ พวกมันวิ่งออกไปไกลกล่า 100 จ้างจึงหยุดลงในที่สุด โดยไร้ล้อมรอบ

เจ้ารู้จักกาลเทศะ !! หยางไค่หัวเราะอย่างเยือกเย็น หยางไค่ยื่นมือกุมเส้นผมของนางเอาไว้ จากนั้นจึงดึงนางให้ลุกขึ้น

การกระทำที่โหดเหี้ยมและทารุณ ทำใหจิตใจของเหลิ่งซานเต็นกระตุกไปมา ต้องก้าวถอยหลังอย่างช่วยไม่ได้

ทางทีดีเจ้าอย่าคิดเคลื่อนไหวหรือทำอะไร เดี่ยวข้าจะมาคิดบัญชีกับเจ้า !! หยางไค่จ้องมองเหลิ่งซานด้วยสายตาที่เยือกเย็น ในตอนนี้เหลิ่งซานยืนนิ่งอยู่กับที่ และจ้องมองหยางไค่ด้วยคววามหวาดกลัวและควาตื่นตะลึงอย่างสุดขีด

ครึ่งปีก่อน ในขณะที่พวกเขาทั้ง 3 ล้อมและโจมตีศิษย์แห่งหอประลองยุทธุ์คนนี้ เขามีความแข็งแกร่งเพียงเขตแดนผสานลมปราณขั้นที่ 3 ภายใต้การล้อมโจมตีของพวกเขาทั้ง 3 เขาสามารถหนีรอดออกไปได้อย่างหวดหวิด

ในตอนนี้เมื่อพบเจอกับอีกครั้ง เขาไม่ต้องออกแรงใดๆ แต่กลับสามารถควบคุมคนแห่งอาณาจักรเทียนหล่างเอาไว้

เหลิ่งซานทราบดีถึงความแข็งแกร่งและความเด็ดขาดของจือโบ เมื่อมีแมลงควบคุมจิตวิญญาณ นางสามารถควบคุมสัตว์อสูรที่มากมายรวมไปถึงผู้ฝึกยุทธุ์ ความแข็งแกร่งของนางไม่ธรรมดา คนที่มีความสามารถเช่นนี้ ทำไมถึงพ่ายแพ้ให้แก่หยางไค่ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ?

เมื่อสักครู่เหลิ่งซานต้องการแย่งชิงผลประโยชน์เพียงเล็กน้อย จึงไดกล่าวความลับของหยางไค่ออกมา แต่เมื่อครุ่นคิดอีกครั้ง ทำให้เหลิ่งซานหวาดกลัวอย่างยิ่ง

สถานการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

จือโบร้องโหยหวนอย่างไม่หยุด เหงื่ออันหอมหวานของนางไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง เมื่อเหงื่อของนางชโลมเสื้อผ้าของนางจนเปียกชุ่ม มันจึงได้เผยให้เห็นรูปร่างอันน่าเย้ายวนของนางต่อหน้าหยางไค่

นางเงยหน้าขึ้น ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่ยินยอมและความไม่พอใจ นางจ้องมองหยางไค่ด้วยสีหน้าที่เกลียดชัง ราวกับว่านางได้ประทับความเกลียดแค้นเข้าสู่ใบหน้าของหยางไค่เอาไว้แล้ว

ดูเหมือนว่า ..........จนถึงตอนนี้เจ้ายังไม่รู้ว่าใครเป็นนายของใคร !! หยางไค่ปล่อยมือและโยนนางไปที่พื้นดิน

จือโบร้องโหยหวนขึ้นมาอีกครั้ง ในครั้งนี้เสียงร้องของนางโหยหวนยิ่งกว่าครั้งก่อน ในขณะที่นางร้อยโหยหวน นางยังกลิ้งไปมาบนพื้นดิน ราวกับว่านางกำลังถูกทรมาณจากการลงทัณฑ์ที่โหดเหี้ยม เสียงร้องโหยหวนของนางดังไปยังหูของเหลิ่งซาน ทำให้ร่างกายของเหลิ่งซานสั่นเทาด้วยความกลัวโดยมิอาจควบคุมได้

ไม่..........ไม่เอา.............อย่า.........ทรมาณข้าอีกเลย......... จือโบดิ้นรนคลานลุกขึ้นมา นางคลานมาถึงข้างเท้าของหยางไค่ ยื่นมือกอดขาข้างหนึ่งของหยางไค่ โดยไม่ยอมปล่อย เส้นผมที่ยาวสลวยเปียกชุ่มด้วยเหงื่อของตนเอง นางเงยหน้ามองหยางไค่และกล่าวขอร้องอ้อนวานอย่างน่าเวทนา : ข้าจะเชื่อฟัง......ข้าจะเชื่อฟังเจ้าทั้งหมด อย่าทรมาณข้าอีกเลย ............

จบบทที่ ตอนที่ 238 ใครเป็นนาย

คัดลอกลิงก์แล้ว