เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 233 เจ้าหนีพ้น ?

ตอนที่ 233 เจ้าหนีพ้น ?

ตอนที่ 233 เจ้าหนีพ้น ?


ตอนที่ 233 เจ้าหนีพ้น ?

เมื่อไร้ซึ่งกระบี่ จี่เจี่ยนซิงสามารถใช้เงาร่างแห่งกระบี่ เมื่อความแข็งถึงขั้นเขตแดนลมปรารแท้จริง วิธีการเช่นนั้นสามารถทำได้ แตว่าพลังแห่งการฆ๋าของมันจะลงน้อยลง มากที่สุดมันจะมีความแข็งแกร่งเพียง 9 ส่วนของพลังทั้งหมดเท่านั้น

เมื่อความแข็งแกร่งลดน้อยลง 1 ขั้น ข้าก็สามารถเอาชนะเจ้าได้อย่างง่ายดาย !! จี่เจี่ยนซิงหัวเราะอย่างเยือกเย็น

ในขณะที่กำลังจะเคลื่อนไหวเพื่อลงมือ เขากลับมองเห็นหยางไค่กำลังเคลื่อนไหวฝ่ามือทั้ง 2 ท่ามกลางเสียงหัวเราะของเขา

เคล็ดวิชาแห่งจิตวิญญาณอสูร !! เมื่ออดทนต่อความเจ็บปวดเป็นเวลานาน ในที่สุดก็สามารถแสดงพลังความแข็งแกร่งของตนเองทั้งหมด หยางไค่ก็มิอาจที่จะรีรอต่อไป

ฝ่ามือพยัคฆ์ขาว ฝ่ามือเทพวัว ฝ่ามือแห่งเคล็ดวิชาจิตวิญญาณอสูรได้ถูกปลดปล่อยออกมา

เสียงคำรามแห่งพยัคฆ์ขาวสะท้านสวรรค์ เสียงคำรามแห่งเทพวัวทะลายปฐพี สีหน้าของจี่เจี่ยนซิงแปรเปลี่ยนอย่างกะทัน เขามองเห็นรูปร่างของสัตว์อสูรทั้ง 2 ตนกำลังพุ่งมายังทิศทางของตนเอง

ราวกับว่าสัตว์อสูรทั้ง 2 ตนมีชีวิต มันเคลื่อนไหวได้อย่างพลิ้วไหวและดุดัน ร่างกายสีแดงเพลิงดั่งปีศาจที่โหดเหี้ยม ดวงตาที่แดงก่ำเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งการฆ่าที่รุนแรง

จิตใจของจี่เจียนซิงเต็มไปด้วยความหวาดกัว เขาจะกล้ารอช้าได้อย่างไร ?

นิ้วของเขาเคลื่อนไหวไปมาจนเกิดเป็นรูปร่างของกระบี่ ทันใดนั้นเขากล่าวตะโกน : กระบี่เงาลวงสายฟ้า

แสงประกายที่ส่องสว่างแห่งกระบี่ได้พุ่งออกไป มันได้พุ่งแทงไปยังร่างหนึ่งของสัตว์อสูร แม้มันจะโจมตีไปยังร่างกายของสัตว์อสูรจนมันมีสีที่ดำมืด แต่มันก็ไม่สามารขัดขวางการพุ่งโจมตีเข้ามาของมัน

กระบี่ลมวายุ !! จี่เจี่ยนซิงถอยหลังออกไปอย่างเร่งรีบ เขาสะบัดข้อมือไปมา เคล็ดวิชากระบวนท่าการโจมตีแห่งกระบี่ลอยว่อนทั่วท้องฟ้า แต่มันก็ไม่สามารถทำให้สัตว์อสูรทั้ง 2 ถอยหนี

มันกำลังจะพุ่งมาถึงตัวเขา จี่เจียนซิงตื่นกลัวจนเข่าอ่อน เขากระโดดหลบหนีไปยังด้านข้างด้วยความรุนแรง

ในขณะที่กระโดดได้พียงครึ่ง จ้าง เหนือศีรษะของเขาได้มีกลิ่นอายแห่งการฆ่าที่รุนแรงพุ่งออกมา

เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง เขาพบเจอกับหยางไค่ที่ลอยตัวอยู่บนอากาศ เขาแสะยิ้มอย่างโหดเหี้ยมและพุ่งหมัดโจมตีตนเองอย่างไม่ปราณี

เขารับรู้ถึงสิงที่จะเกิดขึ้น จึงได้ปิดผนึกทุกเส้นทางหลบหนีของตนเอง

ในความตื่นตระหนก จี่เจี่ยนซิงกัดฟันไว้แน่น นิ้วมือของเขาพุ่งออกไปยังท้องฟ้า เงาร่างแห่งกระบี่ 3 เล่มได้พุ่งออกไป

หยางไค่ปล่อยหมัดออกมา 3 ครั้งอย่างรวดเร็ว เขาได้ทำลายกระบี่ทั้ง 3 เล่มจนแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ แต่ในช่วงเวลานี้ กลับทำให้จี่เจียนซิงมีโอกาสในการบิดร่างกายและหลบหนีทิศทางที่หยางไค่จะโจมตี มีเพียงฝ่ามือเดียวที่พุ่งโจมตีไปยังหัวไหล่ของจี่เจียนซิง

เสียงโหยหวนดังขึ้น จี่เจี่ยนซิงตกกระแทกไปที่พื้นดิน ช่วงเวลาแห่งความตายอยู่ตรงหน้า ศิษย์ระดับสูงแห่งสำนักกระบี่เก้าดวงดาราได้ปลดปล่อยพลังแห่งการต่อสู้ทั้งหมดออกมา สองมือของเขาร่ายไปมา จนก่อให้เกิดเงาร่างแห่งกระบี่ที่ลึกซึ้งและพุ่งโจมตีไปยังสัตว์อสูรทั้ง 2 จนเงาร่างของมันอ่อนลง จนแทนบพังทลาย

พยัคฆ์ขาวและเทพวัวพุ่งขย้ำผ่านไป โดยไม่สามารถทำอันตรายจี่เจี่ยนซิง เงาร่างแห่งกระบี่ของเขาพุ่งโจมตีไปอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดเป็นเกราะป้องกันแห่งกระบี่ที่มากมาย ทุกๆครั้งที่พยัคฆ์ขาวและเทพวัวพุ่งโจมตีเข้ามา มันจะถูกกระบี่เหล่านั้นทำลายจนเริ่มอ่อนกำลังลง

ระยะเวลาเพียงสั้น เงาร่างแห่งพยัคฆ์ขาวและเทพวัวได้พลันหายไปในทันที

พยัคฆ์ขาวและเทพวัวเป็นการโจมตีที่ก่อกำเนิดจาพลังลมปราณของหยางไค่ มันเป็นเพียงเงาร่างของสัตว์อสูร เมื่อพลังลมปราณถูกทำลายจนหมด มันจึงไม่สามารถดำรงอยู่ต่อไปได้

หึหึ............ จี่เจี่ยนซิงหัวเราะด้วยความสะใจ เขาจ้องมองหยางไค่ด้วยสีหน้าที่ได้ใจ ในความคิดของเขา การสูญเสียพลังลมปราณที่มากมายเพื่อสร้างเงาร่างของสัตว์อสูรเช่นนี้ มันช่างไม่คุ้มเสียเลย จากความสามารถแห่งเขตแดนลมปราณแท้จริงขั้นที่ 7 ไม่สามารถที่ก่อกำเนิดเงาร่างของสัตว์อสูรขึ้นมาอีก การเก็บพลังลมปราณเหล่านั้นไว้เพื่อต่อสู้กันตนเองจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

เสียงหัวเราะยังมิทันจางหายไป ภายใต้สายตาที่ดูถูกหยางไค่ เงาร่างแห่งพยัคฆ์ขาวและเทพวัวได้พุ่งออกมาอีกครั้ง มันคล้ายคลึงกับเงาร่างแห่งพยัคฆ์ขาวและเทพวัวเมื่อสักครู๋อย่างไม่ผิดเพี้ยน

เป็นไปได้อย่างไร !! จี่เจี่ยนซิงกล่าวตะโกนด้วยความตื่นตะลึงจนแทบจะสิ้นสติ

แม้ว่าข้าจะไม่ลงมือ เพียงการลงมือด้วยกระบวนท่านี้ก็สามารถทรมาณเจ้าจนตาย !! หยางไค่กล่าวและจ้องมองจี่เจียนซิงด้วยสีหน้าที่เยือกเย็นอย่างสุดขีด

สีหน้าของจี่เจี่ยนซิงแปรเปลี่ยนไปอย่างไม่หยุด ในเวลานี้สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความมืดมน เขารู้ดีว่าหยางไค่จะไม่กล่าวสิ่งใดที่มากไปกว่านี้ สัตว์อสูรจากพลังลมปราณยากต่อการรับมือ ความแข็งแกร่งของการโจมตีด้วยกระบี่ลดลงอย่างมาก หากถูกโจมตีอีกครั้ง เงาร่างแห่งกระบี่คงต้องพังทลาย ตัวเขาเองสูญเสียพลังลมปราณแท้จริงอย่างมาก มันไม่สามารถพุ่งโจมตีอย่างสง่างามเหมือนตอนแรก

นั้น.......ไม่ว่าอย่างไรข้าก็ต้องลงมือ !! ทันทีที่กล่าวจบ หยางไค่และเงาร่างแห่งพยัคฆ์ขาวและเทพวัวได้รวมตัวเป็นหนึ่ง และพุ่งโจมตีไปยังจี่เจี่ยนซิง แต่ไม่มีทางที่จี่เจียนซิงจะนั่งรอความตาย เขาตะโกนคำรามด้วยความโกรธ และร่ายฝ่ามือไปมาเพื่อให้กระบี่เคลือนไหวอีกครั้ง

ในครั้งนี้ ไม่ว่าใครก็ไม่ได้ซ่อนเร้นความแข็งแกร่งของตนเอง พวกเขาต่างระเบิดพลังออกมาอย่างสุดกำลัง การประมาทหรือการออมแรงล้วนส่งผลกระทบต่อพวกเขา

การต่อสู้รุนแรงอย่างสุดขีด และยังเต็มไปด้วยความดุดันความโหดเหี้ยมที่มิอาจควบคุม

สัตว์อสูร 2 ตนล่มสลายไปอีกครั้ง หยางไคเองถูกโจมจีจากกระบี่ของจี่เจี่ยนซิงจนได้รับบาดแผลถึง 2 แห่ง มันแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่กระบี่ได้พุ่งทะลุร่างกายของเขา โลหิตสีแดงพุ่งออกมา ย้อมเสื้อของเขาจนกลายเป็นสีแดง

จี่เจียนซิงเลวร้ายยิ่งกว่านี้ เมื่อเผชิญหน้าต่อศัตรูถึง 3 เงาร่างแห่งกระบี่ของเขาถูกทำลายจนหมดสิ้น พลังลมปราณแท้จริงในร่างกายใกล้จะหมดลง สีหน้าของอ่อนล้าและยังสูดลมหายใจเข้าอย่างหนักหน่วง แขนข้างหนึ่งห้อยลงมาข้างร่างกาย ด้านหนาของแขนเผยให้เห็นเนื้อหนังที่น่าสยดสยอง มันเต็มไปด้วยรอยเขี้ยวที่มากมาย นั้นคือบาดแผลแห่งการขย้ำของพยัคฆ์ขาว

ทรวงอกของเขาลดต่ำลง กระดูกในทรวงอกหักหลายท่อน บาดแผลนนี้เกิดจากการพุ่งชนของเทพวัว ศีรษะของเทพวัวมีเขา 1 คู่ โชคดีที่มันยังไม่ได้พุ่งแทงเข้าไป

ทั้งสองจ้องมองซึ่งกันและกันในระห่าง 10 จ้าง ดวงตาของหยางไค่ประกายด้วยความเยือกเย็น หนังหน้าของจี่เจี่ยนซิงกระตุกไปมาอย่างไม่หยุด แม้ว่าเขาจะไม่คิดว่าเขาจะพ่ายแพ้ให้แก่ผู้ฝึกยุทะู์แห่งเขตแดนผสานลมปราณขั้นที่ 7 แต่เขาต้องยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า

ความอับปยศและความไม่ยอมทำให้เขาบ้าคลั่งอย่างถึงขีดสุด !!

หยางไค่ไมไ่ด้พุ่งโจมตีเพื่อฆ่าจี่เจี่ยนซิงในทันที การตอบโต้ก่อนที่ผู้ฝึกยุทธุ์แห่งเขตแดนลมปราณแท้จริงทำให้เขาค่อนข้างหวาดกลัว เขากำลังรอให้ความแข็งแกร่งของจี่เจี่ยนซิงถดถอยจนถึงขีดสุด

หึหึ ... สีหน้าของจี่เจี่ยนซิงไร้ซึ่งความกังวล เขากำลังหัวเราะอย่างเยือกเย็นโดยไม่หยุด เขาสูดลมหายใจเข้าออกอย่างหนักหน่วงและกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉิย : ข้ายอมรับ ว่าเจ้าแข็งแกร่ง แข็งแกร่งยิ่งว่าผู้ฝึกยุทธุ์แห่งเขตแดนลมปราณแท้จริงทั่วไป แต่เม้ว่าเจ้าจะเอาชนะข้าได้แล้วจะอย่างไร ? ข้าเป็นผู้ฝึกยุทธุืแห่งเขตแดนลมปราณแท้จริง เจ้าไม่สามารถฆ่าข้าได้ หากข้าอยากจะหนีไป ไม่มีทางที่เจ้าจะรั้งข้าเอาไว้ !!

ในขณะที่เขาหัวเราะ สองขาของเขาย่อลง เขาได้พุ่งสูงขึ้นไปกว่า 30 จ้าง ร่างกายลอยเคว้งอยู่กลาางอากาศ มือหนึ่งห้อยอยู่ข้างตัว อีกมือหนึ่งกุมทรวงอกที่ได้รับบาดเจ็บ เขาจ้องมองหยางไค่ที่อยู่ด้านล่าง ใบหน้าแสดงออกด้วยอวดเก่ง : นี้ก็คือความแตกต่างระหว่างเขตแดนผสานลมปราณและเขตแดนลมปราณแท้จริง !!ข้าสามารถเหาะ ลอย บินกลางอากาศ แต่เจ้า ..ทำไม่ได้ ดังนั้นข้าสามารถหนีออกไปได้ตลอดเวลา !!

ในขณะที่กล่าว จี่เจี่ยนซิงยังได้กระอักโลหิตสีแดงออกมา เขาใช้มือของเขาเช็ดอย่างยากลำบาก สีหน้าที่บ้าคลั่งจ้องมองหยางไค่และกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ต่ำทุ้ม : ข้าจะจำความอัปยศในวันนี้ เจอกันคราวหน้า ข้าจะเอาชีวิตเจ้าจนได้ !! ทางทีดี เจ้าภาวนาอธิษฐานให้ตนเองสามารถมีชีิวิตรอดถึงวันนั้น !!

ทันทีที่กล่าวจบ เขาหลับตาไว้แน่น ราวกับว่ากำลังจดจำใบหน้าของหยางไค่เอาไว้

เบื้องล่าง สีหน้าของหยางไค่เรียบเฉิย เข้าจ้องมองจี่เจี่ยนซิงอย่างไม่แยแส

หลังจากนั้น จี่เจี่ยนซิงหมุนตัว เงร่างซวนเซพุ่งออกไป ใบหน้าเต็มไปด้วยความเกลียดชังและความอัปยศอย่างสุดขีด

ความแค้นในวันนี้ ข้าจะชำระมันด้วยตนเอง !! จี่เจี่ยนซิงกล่าวสาบานต่อตนเอง

จี่เจี่ยนซิงบินออกไปไม่ถึง 30 จ้าง ด้านหลังของเขากลับมีความร้อนระอุแผ่กระจายเข้ามาอย่างฉับพลัน ตามมาด้วยเสียงที่เยือกเย็น : เจ้าหนีข้าพ้น ?

หน้าของจี่เจี่ยนซิงแปรเปลี่ยนอยา่งกะทันหัน ในชั่ววินาทีนั้นเขาตื่นตกใจจนวิญญานไม่อยู่กับตัว เขาหันหน้ากลับไปอย่างช้าๆ เห็นเพียงแต่ศิษย์แห่งสำนักหลิงเซี่ยว ที่กำลังบินไล่ตามเขามา

ด้านหลังของเขา ..

ปีกคู่ใหญอันมหึมาที่กำลังโหมกระหนำด้วยเปลวเพลิงที่งดงาม !!

ปีกทั้ง 2 ข้างกำลังกระพือไปมา ราวกับพญาอินทรีที่น่าหวาดกลัว

เจ้า . จี่เจี่ยนซิงตื่นตกใจอย่างสุดขีด เขาไม่เคยเห็นด้านหลังของผู้ฝึกยุทธุ์สามารถก่อกำเนิดปีกอันมหึมาเช่นนี้

กล่าวออกมาเพียงคำเดียว หยางไค่ได้พุ่งบินมายังด้านหน้าของเขาอย่างรวดเร็ว ฝ่ามือของเขาพุ่งประทับไปยังช่องท้องของจี่เจียนซิง จากนั้นเขาได้ง้างฝ่ามือขนาดใหญ่และกุมขมับไปยังลำคอของเขา และพ่งลงไปยังเบื้องล่างด้วยความเร็วที่เสมือนแสงแห่งสายฟ้า

ในระยะห่างเพียงน้อยนิด จี่เจียนซิงมองเห็นเจตนาแห่งการฆ่าในสายตาของหยางไค่ สีหน้าของเขาไร้ซึ่งอารมณ์แต่มันเต็มไปด้วยความเยือกเย็นไร้ซึ่งความปราณี

ซวา

เงาร่างของพวกเขามั้งสองดั่งฝนดาวตาที่ตกลงมาจากฟากฟ้า เพียงพริบตาพวกเขาได้พุ่งลงไปยังเบื้องบ่างทันที

ะยะห่างระหว่างพื้นดินเบื้องล่างเหลือเพียง 10 จ้างหยางไค่ใช้พละกำลังทั้งหมด โยนร่างกายของจี่เจี่ยนซิงลงไปอย่างรุนแรง แต่ตนเองกลับยืนนิ่งในตำแหน่งเดิม

ปัง .

เศษดินทรายฟุ้งกระจาย ร่างกายของจี่เจี่ยนซิงกระแทกไปที่พื้นดินด้านล่างอย่างรุนแรง จึงก่อเป็นหลุมลึกขนาดเล็ก เสียงกระดูกหักและแตกกระจายดังแว่วขึ้นมาหลายครั้ง

ร่างกายของจี่เจี่ยนซิงราวกับผ้าที่เบาบาง มันหมุนตลบไปหลายครั้ง ก่อนจะหยุดลงในที่สุด

จี่เจี่ยนซิงลืมตาขึ้นมาด้วยความยากลำบาก ในชั่ววินาทีน้นเขามองเห็นปีกอันมหึมาของหยางไค่ที่กำลังกระพือไปมา และค่อยๆพุ่งเข้าใกล้ตนเองอย่างน่าหวาดกลัว

เมื่อบินลงไปถึงระยะห่างที่พอดี หยางไค่เก็บปีกเพลิงปีกอัคคีโลกันย์ และเหยียบย่ำลงไปที่พื้นดินอย่างสง่างาม เขาเดินไปยังตรงหน้าของจี่เจี่ยนซิง จ้องมองจี่เจี่ยนซิงด้วยสีหน้าที่เยือกเย็น ราวกับสายตาของจี่เจี่ยนซิงที่จ้องมองหยางไค่ในขณะที่ตนเองกำลังบินอยู่บนกลางอากาศ

จิตใจของจี่เจี่ยนซิงเปรียบดั่งเศษฝุ่่นที่ไร้ค่า จี่เจี่ยนซิงพยายามที่จะปลดปล่อยกระบวนท่าสุดออกไป แต่ไม่ว่าอย่างไร เขาก็มิอาจที่จะทำตามอย่างที่ใจต้องการ

ทำเช่นนี้ก็ยังไม่ตาย สมแล้วที่เป็นยอดฝีมือแห่งเขตแดนลมปราณแท้จริง !! หยางไค่แสะยิ้มอย่างเยือกยิ้ม เขายกเท้าขึ้นมาและเหยียบไปยังลำคอของจี่เจี่ยนซิง

อย่าฆ่าข้าเลย . จี่เจี่ยนซิงสบทดดิ้นรนด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา มุมปากมีโลหิตสีแดงไหลรวยรินออกมา : เจ้าอยากเรียนเคล็ดวิชาแห่งสำนักกระบี่เก้าดวงดาราไม่ใช่หรือไง ? ข้าสอนเจ้าได้ เจ้าอยากเรียน ..ข้าจะสอนเจ้า ...ในสำนักกระบี่เก้าดวงดารา ข้าถือว่าเป็นศิษย์อัจฉริยะที่มีพรสวรรคื ข้าเคยได้ร่ำเรียนเคล็ดวิชากระบวนท่าระดับสูงของกระบี่ ..แค่กแค่ก ..

ไม่จำเป็น ข้าไม่เชื่อ หยางไค่กล่าวด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย

เคล็ดวิชาแห่งสำนักระบี่เก้าดวงดารา เป็นความจริงที่หยางไค่ต้องการมัน แต่หยางไค่ไม่เชื่อว่าจี่เจี่ยนซิงจะสอนเขา จากนิสัยและวิธีการของเขา เมื่อเขาสามารถฟื้นฟูพลังลมปราณแท้จริง มันจะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ดังนั้นจึงไม่ควรไว้ชีวิตเขา

เมื่อได้ยินดังนี้ สีหน้าของจี่เจี่ยนซิงแสดงออดถึงความอาลัย ความเศร้าโศก และความืดมน

ทำไมต้องเป็นศัตรูกับสำนักกระบี่เก้าดวงดาราด้วย ? หากเจ้าฆ่าข้า ...แค่กแค่ก .ศิษย์พี่ใหญ่ของข้าจะรับรู้ในเวลาแรก เขาไม่มีวันปล่อยเจ้าไป เจ้าไม่สามารถต่อต้านเขาได้

หยางไค่หรี่ตาลง และกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา : หวู่เฉิงยี่ ? เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง แม้ว่าเขาจะไม่มาหาข้า ข้าจะไปหาเขาเอง

จำเป็นไหมที่เจ้าต้องทำเช่นนี้ ...

เป็นเจ้าที่คิดจะฆ่าข้าก่อน หยางไค่ยิ้มอย่างเยือกเย็น เขาไม่กล่าวพร่ำเพรื่ออีกต่อไป ฝ่าเท้าขนาดใหญ่ได้เหยียบลงไปอย่างรุนแรง และปลดปล่อยพลังลมปราณลงไป

กร๊อบ !! เสียงกระดูกคอที่ัหักไปของจี่เจี่ยนซิงดังขึ้น ศีรษะของเขาหันไปอีกทิศทางหนึ่ง โดยไม่มีโอกาสที่จะมีชีวิตรอดต่อไป

นชั่ววินาทีที่จี่เจี่ยนซิงตายไป คิ้วของหวู่เฉิงยี่ที่อยู่ห่างจากเขาไปประมาณ 10 ลี้ กระตุกไปมาอย่างรุนแรง สีหน้าของเขาประกายด้วยความประหลาดใจและจ้องมองไปยังทิศทางที่ห่างไกล

ศิษย์แห่งสำนักทะเลสาปปีศาจจักรพรรดิ์สามารถใช้วิิธีการที่พิเศษในการสัมผัสถึงความเป็นความตายของกันและกัน ศิษยืแห่งสำนักกระบี่เก้าดวงดาราก็เช่นกัน

แต่สิ่งที่ทำหให้หวู่เฉิงยี่ไม่เข้าใจ นั้นคือจี่เจี่ยนซิงตายได้อย่างไร ?

หรือว่าเขาพบเจอกับกลุ่มคนแห่งอาณาจักรเทียนหล่าง ? หากไม่ใช่เช่นนี้ เขาที่อยู่ในเขตแดนลมปราณแท้จริงขั้นที่ 3 ไม่มีเหตุผลที่เขาจะต้องพ่ายแพ้และถูกหยางไค่ฆ่าตาย

ใบหน้าของหวู่เฉิงยี่เผยให้เห็นความเจ็บปวด เขาไม่สนใจกับความเป็นความตายของหวู่เฉิงยี่ แต่เพราะร่างกายของหวู่เฉิงยี่มีสมบัติช้ินหนึ่ง มันเป็นสมบัติวิเศษที่พวกเขาค้นพบในสถานที่แห่งนี้ ดังนั้นจึงได้แบ่งให้แก่เขา 1 ชิ้น

จากการรับรู้ของหวู่เฉิงยี่ จี่เจี่ยนซิงยังไม่ใช้มัน

ศิษย์พี่หวู่ เป็นอะไรไป ? ผู้ฝึกยุทธุ์แห่งนิกายผลาญอัคคีคนหนึ่งได้กล่าวถาม ทันใดนั้นเขาหยุดนิ่งอยู่กับที่และกล่าวด้วยความตื่นตระหนก : เป็นเพราะว่ากลุ่มคนแห่งอาณาจักรเทียนหล่างอยู่ใกล้เคียง ?

มีความเป็นไปได้ หวู่เฉิงยี่เก็บสีหน้าที่เจ็บปวด เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา : พวกเราต้องเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น พวกเราต้องหาสถานที่ปลอดภัยให้เร็วที่สุด

เมื่อได้ยินดังนี้ สีหน้าของกลุ่มคนจำนวนมากแปรเปลี่ยนในทันที การกระทำของพวกเขาแปรเปลี่ยนเป็นความระมัดระวังในทันที หลายเดือนที่ผ่านมา พวกเขาต่างต้องทนทุกข์ทรมาณและประสบกับความยากลำบากจากลุ่มคนแห่งอาณาจักรเทียนหล่าง

จบบทที่ ตอนที่ 233 เจ้าหนีพ้น ?

คัดลอกลิงก์แล้ว