เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 210 พุ่งโจมตี

ตอนที่ 210 พุ่งโจมตี

ตอนที่ 210 พุ่งโจมตี


ตอนที่ 210 พุ่งโจมตี

เขตแดนผสานลมปราณ เขตแดนลมปราณแท้จริง แม้ว่าเขตแดนช่องว่างระหว่างเขตแดนของพวกเขาทั้งสองจะแตกต่างถึง 1 เขตแดนขนาดใหญ่ แต่ความสามารถของพวกเขาทั้งสองไม่แตกต่างกันแม้แต่น้อย

ภายในร่างกายของเด็กหนุ่มอายุน้อยคือพลังลมปราณ ภายในร่างกายของผู้อาวุโสกว่าคือพลังลมปราณแท้จริง

ผู้ฝึกยุทธุ์แห่งเขตแดนผสานลมปราณขั้นสูงสุด 10 คน ก็มิอาจที่สามารถเอาชนะยอดฝีมือแห่งเขตแดนลมปราณแท้จริงเพียง 1 คน พลังลมปราณแปรเปลี่ยนเป็นพลังลมปราณแท้จริง คือพลังของผู้ฝึกยุทธุ์ที่พุ่งทะยานเข้าสู่ความแข็งแกร่งอย่างแท้จริง

หากก่อนหน้านี้ มีคนเล่าเรื่องราวว่าผู้ฝึกยุทธุ์แห่งเขตแดนผสานลมปราณต่อสู้กับเขตแดนลมปราณแท้จริงอย่างสูสีไม่เป็นสองรองใครให้แก่เหล่ายอดฝีมือที่อยู่ในเขตแดนเทพสวรรค์ฟัง พวกเขาคงคิดว่ามันเป็นเรื่องตลก แต่ในตอนนี้เรื่องราวได้เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาของพวกเขา ทำให้พวกเขาไม่กล้าที่จะไม่เชื่อมันอีกต่อไป

แต่ มันถึงเวลาที่ต้องจบการต่อสู้นี้ลง สายตาของยอดฝีมือแห่งเขตแดนเทพสวรรค์เหล่านี้ประกายด้วยความหวาดกลัว พวกเขามองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าหยางไค่ใช้พลังทั้งหมดของเขาจนหมดสิ้น แต่ว่าไป๋ฟงหยุนยังคงเหลือพลังลมปราณแท้จริงอยู่บ้าง ช่องว่างความแตกต่างระหว่างทั้งสองยังมีให้เห็นอย่างชัดเจน

ในการต่อสู้ สีหน้าของไป๋ฟงหยุนแสดงดออกอย่างดุดัน เขาหัวเราะอย่างเยือกเย็น : เจ้าเด็กน้อย เจ้ามีความสามารถจริงๆ ข้าชอบเด็กหนุ่มเช่นเจ้าจริงๆ ข้าจะให้โอกาสครั้งสุดท้ายแก่เจ้า มาเป็นคนของตระกูลไป๋ ยอมให้ข้าเป็นายของเจ้า ข้าจะลืมเรื่องราวบาดหมางที่เกิดขึ้นจนหมดสิ้น !!

สีหน้าของหยางไค่ยังคงเรียบเฉย เขากล่าวตอบด้วยน้ำเสียงที่ไม่แยแส : ไม่มีทาง !!

เจ้าไม่ยอมเลือกหนทางที่ดีต่อเจ้าเอง เจ้าเด็กน้อย เจ้าหยิ่งยะโสเกินไป อย่าโทษผู้อื่นที่ไม่ตักเตือนเจ้าล่ะ !! ไป๋ฟงหยุนสูญเสียความอดทน เขาเป็นยอดฝีมืแห่งเขตลมปราณแท้จริง ในตอนแรกเขาคิดว่าเขาจะสามารถเอาชนะหยางไค่ได้อย่างง่ายดายและบีบบังคับให้เขามอบเคล็ดวิชาแห่งการต่อสู้นั้นให้แก่เขา โดยไม่ต้องการที่จะต่อสู้กับเขาอย่างยาวนานเช่นนี้ หากผู้อื่นพบเห็นคงจะกลายเป็นเรื่องเล่าที่น่าขำขันอย่างแน่นอน ในเมื่อเรื่องราวดำเนินมาถึงเพียงนี้ เขาไม่ต้องการที่จะเยื้อยื้อมันให้ยาวนานต่อไป

พลังลมปราณแท้จริงในร่างกายของเขาเริ่มหมุนเวียนอย่างพลุกพล่าน ร่ายกายด้านนอกของเขาประกายด้วยม่านแสงสีขาวจางๆ เขาเหินบินอีกครั้งและพุ่งเข้าสู่ทิศทางของหยางไค่ ความเร็วของเขาน่าตื่นตะลึง ทำให้ทุกคนที่อยู่ที่นี้มองไม่เห็นร่องรอยของเขาแม้แต่น้อย

ในขณะที่เขากำลังโบยบิน เขาได้เปิดใช่ตาข่ายตรึงฟ้าอีกครั้ง เส้นไหมที่แข็งแกร่งจากพลังลมปราณแท้จริงจำนวนมากมายได้ผสานกับเป็นตาข่ายขนาดใหญ่ และพุ่งล้อมไปยังหยางไค่

ช่องว่างระหว่างเขตแดนของฝ่ายตรงข้ามห่างชั้นกับเขาอย่างใหญ่หลวง นอกจากนั้นท่าร่างการเคลื่อนไหวของไป๋ฟงหยุนรวดเร็วดั่งสายฟ้า ท่าร่างแห่งการเคลื่อนไหวที่หยางไค่คิดค้นขึ้นมาไม่สามารถช่วยเขาได้ในการต่อสู้ที่รุนแรงในวันนี้

หยางไค่เข้าใจ ภายใต้สถานการณ์เช่นี้ การหลบหนีไม่ใช่ทางเลือกที่ดี มีเพียงการพุ่งไปข้างหน้าอย่างไม่ยอมแพ้เท่านั้น

มือข้างหนึ่งของเขาค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นดาบที่แหลมคม เขาค่อยถ่ายทอดพลังลมปราณทั้งหมดของร่างกายไปยังฝ่ามือของเขาเพื่อเฉือนตัดไปยังตาข่าวตรึงฟ้าที่แหลมคมนั้น

เส้นไหม้จากพลังลมปราณแท้จริงขาดกระจุยกระจาย มันยังมิทันเข้าใกล้ร่างกายของหยางไค่แต่กลับถูกหยางไค่ทำลาย

ค่ายกลไหมตรึงฟ้า ! ไป๋หยุนฟงยังคงไม่แยแส ปากของเขาเผยให้เห็นรอยยิ้มที่หยิ่งยะดส จากการเคลื่อนไหวของสองมือ ตราประทับจากฝ่ามือที่มีพลังมากมายมหาศาลได้พุ่งประทับไปยังทรวงอกของหยางไค่ การโจมตีของเขาเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ยังมิทันที่หยางไค่จะเปลี่ยนกระบวนท่ากับถูกฝ่ายตรงข้ามโจมตีเข้ามายังทรวงอกของตนเอง

ไค่หมุนเคว้งกลางอากาศ ในระหว่างที่อยู่บนกลางอากาศ เขากระอักโลหิตสีแดงสดออกมา ก่อนจะตกลงไปที่พื้นดิน จนใบหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็นสีขาวซีด

อ๊าก !!! ฝูงชนทื่ยืนมองเหตุการณ์กล่าวอุทานออกมาโดยมิอาจห้ามปราม พวกเขาจ้องมองหยางไค่ด้วยสีหน้าที่ตื่นตกใจ พวกเขาไม่คาดคิดว่าเขาจะอดทนได้ถึงเพียงนี้ ค่ายกลไหมตรึงฟ้าเป็นเคล็ดวิชาการต่อสู้ขั้นฟ้าสวรรค์ของตระกูลไป๋ มันมีพลังการโจมตีที่มากมายมหาศาล ร่างกายของเด็กหนุ่มผู้นี้ดูซูบผอมและอ่อนแอ แต่เมื่อเขาถูกโจมตีด้วยค่ายกลไหมตรึงฟ้า เขาไม่ได้ล้มลง แต่ยังมีเรี่ยวแรงในการต่อสู้ต่อ จะไม่ทำให้พวกเขาตื่นตะลึงด้วยความตกใจได้อย่างไร ?

ไป๋ฟงหยุนยังคงเคลื่อนไหว เขาไม่ต้องการที่จะให้โอกาสหยางไค่ ไม่ยอมให้หยางไค่มีเวลาในการสูดลมหายใจ ร่างกายของเขาประกายดั่งพายุก่อนจะพุ่งเข้าไปหาหยางไค่

หยางไค่ต่อต้านอย่างสิ้นหวัง เมื่อถูกโจมตีด้วยค่ายกลไหมตรึงฟ้าอีกครั้ง ทำให้เขาลอยกระเด็นออกไปในทันที

แต่ไป๋ฟงหยุนกลับตะโกนด้วยความตกใจ สิ่งที่คาดไม่ถึงได้เกิดขึ้น เขารีบถอยหลังอย่างรวดเร็ว ทรวงอกของเขามีเสียงระเบิดดังออกมาอย่างต่อเนื่อง มุมปากของเขายังมีโลหิตสีแดงไหลอาบออกมา ม่านแสงสีขาวที่ประกายออกมาเริ่มอ่อนลง ราวกับว่ามันกำลังจะหายไป

สีหน้าของไป่ฟงหยุนแสดงออกอย่างโหดเหี้ยม เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เกลียดชัง : เจ้าเด็กน้อย วันนี้จะเป็นวันตายของเจ้า !!

เขาไม่สนใจเคล็ดวิชาแห่งการต่อสู้ในขั้นจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ไป๋ฟงหยุนต้องอับอายต่อหน้าผู้คนที่มากมายเช่นนี้ ทำให้เจตนาแห่งการฆ่าของเขาแพร่กระจายออกมา เขาต้องการฆ่าหยางไค่ให้ตายคามือของเขา เพื่อทำลายความเกรี้ยวโกรธอันมากมายมหาศาลนี้

ศิษย์น้องไป๋ อย่าวู่วามจนทำให้ผู้อื่นต้องตาย !! ต่งชิงฮันขมวดคิ้วไว้แน่นและกล่าวตะโกน : ตอนนี้เราอยู่ในดินแดนของผู้อื่น

ฮึฮึ !! ไป๋ฟงหยุนยิ้มอย่างไม่สนใจ เขาไม่มีทางสนใจคำพูดของต่งชิงฮัน เขากางมือออก ฝ่ามือขนาดใหญ่ของเขาได้ก่อกำเนิดกลิ่นอายแห่งพลังการโจมตีที่เต็มไปด้วยเจตนาแห่งการฆ่า

ในเวลาน้ไป๋ฟงหยุนเกรี้ยวโกรธจนบ้าคลั่ง เขาบ้าคลั่งจนดังพลังลมปราณแท้จริงเข้าสู่ฝ่ามือของเขา พลังแห่งการโจมตีที่รวบรวมอยูในฝ่ามือของเขากำพุ่งทะยานอย่างแข็งแกร่งเรื่อยๆ

ดาราผลาญทะลาย !! สีหน้าของตงชิงฮันเปลี่ยนแปลงในทันที เขาไม่คาดคิดว่าไป๋ฟงหยุนจะใช้ดาราผลาญทะลายของตระกูลไป๋ เคล็ดวิชาแห่งการต่อสู้นี้มีพลังอำนาจแห่งการทำลายที่ยิงกว่าตาข่ายตรึงฟ้า ค่ายกลไหมตรึงฟ้าเสียอีก มิกล่าวอาจมิได้เพราะ ดาราผลาญทะลายเป็นมรดกลึกลับที่ถ่ายทอดเฉพาะคนแห่งตระกูลไป๋เท่านั้น

ในขณะที่เขากำลังจะกล่าวเตือนให้หยางไค่ระวัง เขากลับมองเห็นแสงแห่งดวงดาราที่ส่องสไสวจากทิศทางของหยางไค่ กลิ่นอายที่ทำให้จิตใจของผู้พบเห็นต้องกระวนกระวายในความงดงามของแสงแห่งดวงดาราได้แพร่กระจายออกมาจากร่างกายของหยางไค่

ราวกับว่าเขากำลังควบคุมอำนาจพลังที่มิอาจควบคุมพลังเหล่านี้ได้หลั่งไหลพลั่งพรูและระเบิดออกมาจากดินแดนสักแห่งหนที่มองไม่เห็น ทันใดนั้น ภาพแห่งห้วงมิติจักรวาลเต็มไปด้วยดวงดราที่งดงามได้ก่อกำเนิดขึ้นบนท้องฟ้าที่ยังคงสว่างไสว

ผนึกดวงดรา !!

ดวงตาของทุกคนต่างจ้องมองไปยังทิศทางของหยางไค่ พวกเขารับรู้ถึงพลังอำนาจอันมากมายมหาศาลของเคล็ดวิชานี้ ทำให้สีหน้าของพวกเขาแปรเปลี่ยนในทันที

พวกเขาได้ยิมาว่าภายในถ้ำสวรรค์แห่งมรดกฟ้าสวรรค์ หยางไค่ได้ใช้เคล็ดวิชาแห่งการต่อสู้โจมตีสัตว์อสูรขั้นที่ 6 จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ในวันนี้พวกเขากำลังพบเจอกับฉากเหตุการณ์เช่นนั้น แล้วพวกเขาจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าหยางไค่กำลังจะใช้เคล็ดวิชานั้นอีกครั้ง ?

ยอดฝีมือแห่งเขตแดนเทพสวรรค์ของตระกูลไป๋ ตะโกนด้วยความหวาดกลัว พวกเขาหวาดกลัวว่าไป๋ฟงหยุนจะเสียเปรียบในการปะทะกันในครั้ง พวกขารีบเคลื่อนไหวเพื่อจะพุ่งไปยังทิศทางของหยางไค่ พวกเขาต้องการที่จะจัดการเจ้าเด็กหนุ่มคนนี้เสียก่อน

แต่ในขณะที่พวกเขากำลังจะเคลื่อนไหว กลับมีสองมือขนาดใหญ่ได้กดทับไหล้ซ้ายและไหล่ขวาของพวกเขาเอาไว้

ทันใดนั้นร่างกายของพวกเขาแข็งทื่อในทันที ยอดฝีมือแห่งเขตแดนเทพสวรรค์ทั้งสองยื่นนิ่งอยู่กับที่โดยไม่อาจขยับเขยื้อนได้ พลังลมปราณของพวกเขาเคลื่อนไหว แต่ราวกับว่าไหล่ของพวกเขาทั้งสองถูกกดทับจากเทือกเขาอันมหึมา แม้แต่การกระดิกนิ้วพวกเขาทั้งสองยังมิอาจที่จะทำได้

สีหน้าของพวกเขาทั้งสองแปรเปลี่ยนเป็นสีขาวซีดในทันที เหงื่อเย็นไหลอาบหน้าผากของพวกเขาทั้งสอง พวกเขาหวาดกลัวจนจิตวิญญาณเกือบจะหลุดจากร่างของพวกเขา ราวกับว่าอัวยวะภายในของพวกเขาทั้งสองกำลังจะแหลกสลาย

แม้ว่าพวกเขาทั้งสองจะมีการบ่มเพาะพลังความแข็งแกร่งในเขตแดนเทพสวรรค์ขั้นที่ 4 และ 5 แต่ไม่ว่าอย่างไรพวกเขาก็ถือว่าเป็นยอดฝีมือที่แข็งแกร่งผู้หนึ่ง แต่ในตอนนี้พวกเขาถูกควบคุมด้วยมิอาจเคลื่อนไหวจากผู้ที่มองไม่เห็น ดูเหมือนว่าผู้ที่มาเยือนต้องมีความแข็งแกร่งที่สูงสูงอย่างแน่นอน !!

สถานที่ต้อยต่ำและถุรกันดารเฉกเช่นสำนักหลิงเซี่ยว ทำไมถึงมีบุคคลที่น่าหวาดกลัวเช่นนี้ ?

ศิษย์รุ่นหลังกำลังต่อสู้จากการทะเลาะเบาะแว้ง พวกเราที่เป็นผู้อาวุโสควรเฝ้าดูจากด้านหลังก็พอ ทำไมถึงต้องเข้าแทรกแซงการต่อสู้ของพวกเขา ? น้ำเสียงที่แผ่วเบาดังแว่วเข้ามา

ในเวลานี้ ทั้งสองพบว่าตนเองสามารถเคลื่อนไหว พวกเขาหันหลังกลับไป ซึ่งผู้เห็นชายชราผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ในท่วงท่าที่ผ่อนคลาย ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเป็นมิตร เขายิ้มอย่างอ่อนโยนให้แก่พวกเขาทั้งสอง

ชายชราผู้นี้...........พวกเขารู้จัก !! เขาก็คือเหรัญจากหอแลกเปลี่ยนวิเศษแห่งสำนักหลิงเซี่ยว

แม้ว่าในตอนแรกที่พวกเขามาถึงสำนักหลิงเซี่ยวพวกเขาจะสัมผัสได้ว่าเหรัญญิกผู้นี้ค่อนข้างที่แปลกประหลาด แต่พวกเขาทั้งสองไม่มีใคคิดว่าความแข้งแกร่งของเขาจะน่าสะพรึงกลัวถึงขั้นนี้ !!

ท่านทั้งสองเห็นว่าอย่างไร ? เม้งวู่หยาถามความเห็นพวกเขาด้วยรอยยิ้ม

ข้าน้อยคิดว่า.......เหตุผลนี้เหมาะสมอย่างยิ่ง !! ยอดฝีมือแห่งตระกูลไป๋ทั้งสองจะกล้าปฏิเสธเขาได้อย่างไร ? ฝ่ายตรงข้าที่มีพลังที่แข็งแกร่งถึงขั้นนี้ เพียงแค่เขากระดิกนิ้วมือก็สามารถจบชีวิตพวกเขาได้ หากพวกเขาปฏิเสธนั้นหมายถึงความตาย !!

ฉากเหตุการณ์ที่ไม่น่าเชื่อ ได้ประจักษ์ต่อายตาของยอดฝีมือแห่งตระกูลต่งและหุบเขาจื่อเหว่ย ยอดฝีมือทั้ง 4 ไม่มีใครทราบหรือสัมผัสได้ว่าเหรัญญิกเม้งมาถึงตอนไหน ในเวลาไหนที่เขาปรากกตัวอยู่ข้างยอดฝีมือของตระกูลไป๋ ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นในพริบตาเดียว

แม้ว่าผู้พิทักษ์เมฆาคู๋ของตระกูลต่งจะตื่นตะลึง แต่พวกเขาไม่กล้าที่จะเปลี่ยนสีหน้า พวกเขาทราบดีว่าคุณชายของพวกเขาและหยางไค่เป็นพี่น้องบุญธรรม พวกเขาจึงไม่ต้องหวาดกลัวสิ่งใด

แต่ยอดฝีมือแห่งเขตแดนเทพสวรรค์ของตระกูลจื่อเหว่ย กลับจ้องมองไปยังเม้งวู่หยา พวกเขากำลังคิดถึงใบหน้าและชื่อของยอดฝีมือในยุทธภพ แต่ไม่ว่าอย่างไร เม้งวู่หยาก็ไม่ได้อยู่ท่ามกลางยอดฝีมือเหล่านั้น

อืม การต่อสู้นี้คุ้มค่าที่มาดู !! ในขณะที่ผู้พิทักษ์ทั้งสองของหุบเขาจื่อเหว่ยยังคงเต็มไปด้วยความสงสัย พวกเขากลับได้ยินเสียงแปลกประหลาดดังแว่วอยู่ข้างหูของพวกเขา

สีหน้าของพวกเขาแปรเปลี่ยนอย่างกะทันหัน พวกเขาหันหน้าไปมองอย่างรวดเร็วและพบเห็นชายชราที่ไม่รู้ว่ามันปรากฏอยู่ด้านหลังของพวกเขาในตอนไหน

ชายชราผู้นี้มีร่างกายราวกับเซียนผู้นี้ หนวดเคราสีขาวของเขาบ่งบอกถึงอายุขัยที่ชราภาพของเขา เขาสวมใส่เสื้อผ้าที่เรียบง่าย และยื่นอยู่กลางระหว่างพวกเขาอย่างเงียบเชียบโดยที่พวกเขาทั้งสองไม่ล่วงรู้แม้แต่น้อย

เป็นยอดฝีมืออีกท่าน

แม้ว่าเขาจะยืนนิ่ง มือของเขาลูบเคราของตนเองเบาๆ สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเป็นมิตรและรอยยิ้มทีอ่อนโยน พวกเขากำลังจ้องมองศิษย์รุ่นหลังที่กำลังต่อสู้กันอย่างบ้าคลั่ง แต่ผู้พิทักษ์ทั้งสองของหุบเขาจื่อเหว่ยกลับสัมผัสได้ว่า กลิ่นอายของชายชราผู้นี้ไดพันธนาการการเคลื่อนไหวของพวกเขาเอาไว้แล้ว

เมื่อพวกเขามีการเคลื่อนไหว พวกเขาจะต้องพบเจอกับการฆ่าที่ไร้ความปราณี !!

สำนักเล็กเฉกเช่นสำนักหลิงเซี่ยว ทำไมถึงมีบุคคลที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ ? เมื่อมียอดฝีมือทั้งเป็นผู้นำแห่งสำนัก อาจจะกล่าวได้ว่าสำนักหลิงเซี่ยวมิใช่สำนักที่สามัญทั่วไป

ยอดฝีมือทั้งสองแห่งเขตแดนเทพสวรรค์จากหุบเขาจื่อเหว่ยต่างจ้องมองซึ่งกัน พวกเขาต่างมองเห็นร่องรอยความหวาดกลัวในสายตาของกันและกัน สายตาของพวกเขาหวาดกลัวราวกับว่าพวกเขากำลังจะร่ำไห้ออกมา

ซวก ซวก ซวก ...................

เงาร่าง 5 ร่างได้ปรากฏออกมา พวกเขาคือผู้อาวูโสทั้ง 5 แห่งสำนักหลิงเซี่ยว การที่พวกเขามาถึงสถานที่แห่งนี้เพราะพวกเขาสัมผัสได้ถึงการต่อสู้ในบริเวณแห่งนี้ พวกเขาต้องการมาตรวจสอบสิ่งที่เกิดขึ้น แต่เมื่อพวกเขามองเห็นชายชราที่มีหนวดเคราสีขาว สีหน้าของพวกเขาปะกายด้วยความตื่นตะลึงและความดีใจ พวกเขารีบเดินเข้าไปและกล่าวโค้งคำนับ : ท่านประมุข !!

ชายชราผู้นี้ก็คือประมุขแห่งสำนักหลิงเซี่ยวที่ซ่อนตัวโดยไม่มีใครเคยเห็นใบหน้าของเขา !!

สำนักที่ยิ่งใหญ่ทั้ง 3 เดินทางมาเป็นแขกให้แก่สำนักหลิงเซี่ยว ประมุขของสำนักหลิงเซี่ยวก็ไม่เคยพบเจอพวกเขา ยอดฝีมือและคุณชายเหล่านี้ยังเคยตำหนิประมุขแห่งสำนักหลิงเซี่ยวว่าการกระทำของเขาไม่สมวคร แต่ในตอนนี้พวกเขาสัมผัสได้ถึงความน่าสะพรึงกลัว พวกเขาจะกล้ากล่วตำหนิออกมาได้อย่างไร ?

เมื่อความแข็งแกร่งของเขาน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ ไม่จำเป็นที่เขาจะใส่ใจกับคุณชายแห่ง 3 ตระกูลที่เข้ามาเยือน เว้นแต่ว่าผู้อาวุโสของ 3 ตระกูลนี้่จะมาเยือนด้วยตนเอง

ฟางหงค่อนข้างฉลาดเขารีบวิ่งเข้ามาทำความเคารพ : ศิษย์แห่งหุบเขาจื่อเหว่ยทำความเคารพผู้อาวุโส

ประมุขยิ้มและพยักหน้าให้แก่เขา โดยไม่ได้กล่าวสิ่งใด สายตาของเขากำลังจับจ้องไปยังการต่อสู้ที่อยู่ตรงหน้า

ในช่วงเวลาสั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นผนึกดวงดาราของหยางไค่ หรือว่าดาราผลาญทะลายของไป๋ฟงหยุนกำลังรวบรวมพลังจนถึงขีดจำกัดสูงสุดของมัน เคล็ดวิชาแห่งการต่อสู้ของทั้งสองคล้ายคลึงกันมาก เพราะมันเต็มไปด้วยพลังแห่งการฆ่าที่มากมายมหาศาล และมันยังต้องใช้เวลาในการรวบรวมพลังทั้งหมดของมัน

ระยะเวลาสั้นๆเพียง 10 ลมหายใจ พลังของทั้งสองเคล็ดวิชาได้ถึงขีดจำกัดสูงสุดของมัน

หยางไค่ ไป๋ฟงหยุนตะโกนคำราม เขาจ้องมองหยางไค่ด้วยสายตาที่เกรี้ยวโกรธ

มา !! หยางไค่กล่าวตอบโดยไม่สะทกสะท้าน หลังมือของเขากระพริบด้วงแสงแห่งดวงดาราที่ดงดงาม เงาร่างกายของเคลื่อนไหว นำพาภาพเหตุการณ์แห่งห้วงจักราวาลที่งดงามไปด้วย

พลังที่น่าหวาดกลัวของทั้งสองเคล็ดวิชาได้เข้าใกล้อย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นเคล็ดวิชาทั้งสองได้ปะทะกันอย่างรุนแรง

เมื่อเคล็ดวิชาที่เต็มไปด้วยพลังจำนวนมากมายมหาศาลปะทะซึ่งกันและกัน มันทำให้หนังตาของยอดฝีมือแห่งเขตแดนเทพสวรรค์กระตุกไปมาอย่างไม่หยุด

ราวกับดวงอาทิตย์กำลังจะระเบิด แสงที่ส่องประกายทำให้ถูกคนต้องปิดตาอย่างช่วยไม่ได้ แต่ว่ายอดฝีมือแห่งเขตแดนเทพสวรรค์สามารถใช้ปราณจิตของพวกเขาตรวจสอบ พวกเขาสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นหยางไค่หรือไป๋ฟงหยุน พลังลมปราณภายในร่างกายของพวกเขาทั้งสองหมุนเวียนอย่างวุ่นวาย กลิ่นอายของพวกเขาเต็มไปด้วยความหนักหน่วง เมื่อเสียงปะทะที่ดังสนั่นดังขึ้น ทั้งสองต่างลอยกระเด็นออกไปในทิศตรงกันข้าม

เมื่อแสงประกายมลายหายไป ทั้งสองสูดลมหายใจอย่างรุนแรง พื้นดินปรากฏหลุมลึกขนาดใหญ่ที่ลึกกว่า 10 จ้าง และห่างออกไปอีก 30 จ้าง หยางไค่และไป๋ฟงหยุนค่อยๆลุกขึ้นด้วยร่างกายที่สั่นสะท้านไปมา

จบบทที่ ตอนที่ 210 พุ่งโจมตี

คัดลอกลิงก์แล้ว