เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 206 นกกาเหว่าแห่งตระกูลหยาง

ตอนที่ 206 นกกาเหว่าแห่งตระกูลหยาง

ตอนที่ 206 นกกาเหว่าแห่งตระกูลหยาง


ตอนที่ 206 นกกาเหว่าแห่งตระกูลหยาง

แซ่หยาง !! เป็นแซ่ที่ธรรมดาสามัญอย่างยิ่ง ตั้งแต่ราชวงศ์ ชนชั้นสูง ตระกูลของผู้ฝึกยุทธุ์ชาวบ้านทั่วไป หรือแม้แต่ขอทานตามข้างถนนล้วนแซ่หยางกันอย่างมากมาย

แต่ในใต้หล้าอันกว้างไกลมีเพียงตระกูลหยางเพียงตระกูลเดียว ที่ทำให้ต่งชิงฮานต้องกล่าวออกมาด้วยความตั้งใจเช่นนี้

นั่นคือ ตระกูลหยาง ตระกูลที่มีอำนาจอันใหญ่ในเมืองหลวง !! ตระกูลหยางที่ดำเนินแผนการต่างๆด้วยความลึกลับอย่างน่าอัศจรรย์ นอกจากนั้นตระกูลหยางยังเป็นตระกูลอันดับหนึ่งที่มีอำนาจความแข็งแกร่งที่ยิ่งใหญ่ในบันดาลตระกูลทั้ง 8 ในเมืองหลวง

แม้ว่าตระกูลต่งจะถูกยกย่องว่าเป็นตระกูลที่มีอำนาจและกองกำลังที่ยิ่งใหญ่ แต่ความยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งของพวกเขาต่างจากตระกูลทั้ง 8 ในเมืองหลวง และยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงตระกูลที่มีอำนาจอันดับหนึ่งเช่นตระกูลหยาง !

หากกล่าวว่ามีนายน้อยจากตระกูลที่มีอำนาจยิ่งใหญ่ ปิดบังชื่อเสียงเรียงนามที่แท้จริง เพื่อเดินทางมายังสถานที่ห่างไกล ในการเข้าฝากตัวเป็นศิษย์ในสำนักที่เล็กๆเช่นนี้ มันยากที่จะให้ผู้พิทักษ์เมฆาคู่เข้าใจกับตรรกะความคิดของเขา นายน้อยเหล่านั้นต่างมีผิวพรรณที่อ่อนนุ่มและเปราะบาง พวกเขาได้รับแต่ความมั่นคั่งความสุขสบายตั้งแต่เกิด พวกเขาไม่เคยประสบกับปัญหาหรือความลำบากใดๆ ทุกเส้นทางของพวกเขาถูกโรยด้วยกลีบกุหลาย พวกเขาอยากได้สิ่งใดก็จะได้รับสิ่งนั้นโดยไม่ต้องขวานขวายแม้แต่น้อย

แต่หากกล่าวว่าเด็กหนุ่มผู้นี้เป็นคนของตระกูลหยาง ผู้พิทักษ์เมฆาคู่มีความเชื่อลึกๆอยู่ภายในว่ามันเป็นเรื่องจริง

เพราะตระกูลหยางมีวิธีการฝึกฝนศิษย์สาวกของพวกเขาด้วยวิธีการที่แปลกประหลาด ผู้สืบเชื้อสายของศิษย์สาวกทุกรุ่นต่างเติบโตด้วยวิธีการฝึกฝนเช่นนี้ เมื่อถึงช่วงเวลาที่เหมาะสม ทายาทผู้สืบเชื้อสายโดยตรงจะถูกส่งออกไปจากตระกูลเพื่อหาสถานที่ฝึกฝนวิชายุทธุ์ตามโชคชะตาที่พวกเขาได้รับ จนถึงเวลาที่สมควรพวกเขาจะถูกเรียกตัวกลับไปอีกครั้ง

วิธีการฝึกฝนเช่นนี้เป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่ง เพราะในขณะที่ทายาทผู้สืบเชื้อสายของพวกเขาถูกส่งออกไปฝึกฝนในดินแดนที่ห่างไกล พวกเขาจะไม่สามารถใช้อำนาจของตระกูล หากพวกเขามีเรื่องขัดแย้งหรือถูกหมายปองเอาชีวิตจากผู้ใด พวกเขาจะถูกฆ่าในทันที ในความเป็นจริงเรื่องราวเช่นนี้เกิดขึ้นหลายครั้ง ทายาทผู้สืบเชื่อสายจากตระกูลหยางที่ถูกส่งออกไปฝึกฝนวิชายุทธุ์ ยังมิทันที่จะเติบโตเป็นผู้แข็งแกร่ง พวกเขาก็ต้องประสบกับความตายในวัยอันควร

แต่ในขณะที่มันมีจุดบกพร่อง มันก็มีข้อดีเช่นเดียวกัน

การฝีกฝนด้วยวิธีการเช่นนี้ ทำให้ทายาทผู้สืบเชื้อของพวกเขากลายเป็นผู้แข็งแกร่งที่ยิ่งใหญ่ พวกเขาจะนำพาตระกูลให้เป็นผู้แข็งแกร่งและมีอำนาจที่ยิ่งใหญ่เช่นเดียวกัน การฝึกฝนอยู่ภายนอกตระกูลที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรค์ความทุกข์ทรมาณที่มากมาย ทำให้พวกเขาได้ทราบว่าในโลกนี้มีเพียงสิ่งเดียวพวกเขาเชื่อใจได้ นั่นคือตัวของเขาเอง !!

ดังนั้นทายาทผู้สืบเชื้อสายของพวกเขา จึงไม่โอ้อวดและดูหมิ่นใครเช่นนายน้อยนายท่านของตระกูลอื่นๆ พวกเขาเยือกเย็นสุขุมดั่งมีดที่แหลมคม การลงมือของพวกเขาโหดเหี้ยมรุนแรงอย่างไร้ซึ่งความปราณี

นอกจากนั้น ตะกูลหยางที่ฝึกฝนทายาทผู้สืบเชื้อสายของพวกเขาด้วยวิธีนี้ ทำให้ตระกูลหยางสามารถเก็บรวบรวมเคล็ดวิชาทักษะการต่อสู้ของสำนักอื่นๆให้เป็นมรดกสืบทอดของตนเอง หากกล่าวว่าในใต้หล้าตระกูลได้เก็บรวบรวมเคล็ดวิชาทักษะการต่อส้และสิ่งลึกลับไว้มากที่สุด นั้นก็คือตระกูลหยาง

ในโลกนี้มีนกชนิดหนึ่งที่เรียกว่า นกกาเหว่า

นกกาเหว่าจะวางไข่ของพวกมันไว้ในรังของนกตัวอื่นๆ เพื่อให้นกตัวอื่นๆเหล่านั้นฟูมฟักเลี้ยงดูแทนพวกเขา มันทำให้นกน้อยที่ลืมตาดูโลกกลายเป็นนกที่โหดเหี้ยม มันคอยแย่งอาหารของนกตัวอื่นๆ และยังฆ่านกตัวอื่นๆที่เกิดจากนกที่เลี้ยงดูมันมา เพื่อให้มันกลายเป็นนกตัวเดียวที่รอดชีวิตและได้รับความรักจากนกที่เลี้ยงดูมันมาตั้งแต่เกิด

ชื่อเสียงของนกกาเหว่าไม่ดี เฉกเช่นชื่อเสียงของตระกูลหยาง เพราะการกระทำของตระกูลหยางไม่เป็นที่ชื่นชอบของตระกูล สำนัก นิกาย หรือพรรคต่างๆ

ทุกๆครั้งที่ตระกูลหยางกำลังจะส่งศิษย์สาวกทายาทผู้สืบทอดของพวกเขาออกไป สำนักต่างๆ นิกาย พรรค ตระกูลที่มีชื่อเสียงต่างพยายามที่จะหลีกเลี่ยงการรับทายาทของตระกูลหยางดั่งการหลบหนีการโจมตีของพยัคฆ์ร้าย หากพวกเขารับคนของตระกูลหยางโดยไม่ตั้งใจ เมื่อคนเหล่านี้เติบใหญ่เป็นผู้แข็งแกร่ง พวกเขาจะกางปีกและหนีออกไปจากพวกเขาในทันที

การปฏิบัติด้วยวิธีการเช่นนี้ของตระกูลหยาง สร้างความเดือดร้อนให้แก่สำนัก นิกาย หรือพรรคต่างๆที่เปี่ยมล้นด้วยอำนาจที่ยิ่งใหญ่อย่างรุนแรง แต่ไม่ว่าอย่างไร ใน 8 ตระกูลที่มีอำนาจยิ่งใหญ่ในเมืองหลวง ตระกูลหยางเป็นผู้ที่แข็งแกร่งและมีอำนาจมากที่สุด แม้ว่าคนเหล่านั้นจะได้รับความเดือดร้อน พวกเขาก็มิอาจที่จะล่วงเกินตระกูลหยาง

มีเรื่องกล่าวขานว่าเมื่อ 100 ปีก่อน มีทายาทผู้สืบเชื้อสายของตระกูลหยางคนหนึ่งได้เข้าไปยังสำนักชั้นหนึ่งที่ชื่อว่าสำนักฮุนเทียน ศิษย์ผู้นี้มีพรสวรรค์ที่วิเศษมีความสามารถที่แข็งแกร่ง ใน 100 ปี จะพบเจออัฉริยะเช่นเขาได้เพียง 1 คนเท่านั้น

ประมุขและผู้อาวุโสแห่งสำนักฮุนเทียนต่างรักและชื่นชมเขา พวกเขาจึงฝึกฝน บ่มเพาะเขาอย่างสุดความสามารถ และยังแต่งตั้งให้เขาเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งประมุขแห่งสำนักฮุนเทียน ความลับต่างๆของสำนักต่างเผยแพร่ให้แก่คนผู้นี้จนหมดสิ้น

เด็กคนนี้เป็นอัจฉริยะผู้มีความสามารถอย่างแท้จริง เขาใช้เวลาในการเรียนรู้เคล็ดวิชา ทักษะการต่อสู้ และกระบวนท่าต่างในการโจมตีไดอย่างยอดเยี่ยม ทำให้อาจารย์ของเขาชื่นชมและภาคภูมิกับศิษย์ผู้นี้อย่างยิ่ง

แต่ หลังจากที่ผ่านไป 10 ปี ศิษย์อัจฉริยะที่ถูกบ่มเพาะฝึกฝนด้วยของล้ำค่าต่างของสำนัก ศิษย์ที่เป็นดั่งความหวังของประมุขและผู้อาวุโส ได้ออกจากสำนักฮุนเทียนในค่ำคืนหนึ่ง

เมื่อถึงตอนนั้น สำนักฮุ่นเทยีนจึงทราบว่าศิษย์อัจฉริยะผู้ที่มีพรสวรรค์อันโดดเด่นเป็นทายาทผู้สืบทอดของตระกูลหยาง !!

ประมุขและผู้อาวุโสของสำนักฮุนเทียนเสียใจจนกระอักโลหิตออกมา !! ราวกับว่าพวกเขาตกอยู่ในอาการป่วยอย่างฉับพลัน พวกเขาใช้เวลาหลายสิบปีในการฝึกฝนสุนัขตาขาวที่เนรคุณผู้นี้ พวกเขายังได้ถ่ายทอดความลับที่มิอาจแพร่งพรายของสำนักหยุนเซี่ยให้แก่เขา จนมันกลายเป็นสมบัติของตระกูลหยาง สิ่งที่เกิดขึ้นจะไม่ทำให้พวกเขาไม่เศร้าเสียใจได้อย่างไร ?

การที่คนแห่งสำนักฮุนเทียนรวมตัวกันเพื่อไปยังตระกูลหยาง พวกเขาทำไปเพื่อแสวงหาความยุติธรรมและร้องขอการชดเชยจากตระกูลหยาง

จากโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้น ทำให้ทุกสำนัก ทุกนิกาย ทุกพรรคที่อยู่ในใต้หล้าเฝ้าระวังศิษย์สาวก ทายาทผู้สืบเชื้อสายจากตระกูลหยาง มันเป็นบทเรียนแห่งประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ หากพวกเขาพลาดพลั้งพวกเขาจะต้องสูญเสียสิ่งล้ำค่าในการเลี้ยงดู ฟูมฟัก ฝึกฝนศิษย์แห่งตระกูลหยางจนแข็งแกร่ง และมองดูเขาจากไปด้วยความอาลัย หากเป็นเช่นนั้นมันจะกลายเป็นเรื่องที่ซ้ำรอยกับประวัติศาสตร์ของสำนักฮุนเทียน และมันจะกลายเป็นเรื่องตลกที่แพร่กระจายไปทั่วอาณาจักร

แต่ไม่ว่าพวกเขาจะเฝ้าป้องกันเช่นไร เมื่อถึงเวลาที่ทายาทผู้สืบเชื้อสายจากตระกูลหยางต้องออกจากตระกูลของตนเองโดยมิอาจหลีกเลี่ยง ในขณะที่พวกเขายังไม่ถูกส่งออกไป ทายาทผู้สืบเชื้อสายจากตระกูลหยางจะถูกซ่อนเอาไว้ มีน้อยคนที่จะรู้จักชื่อของพวกเขา และมีน้อยคนนักที่จะได้เห็นหน้าพวกเขา

ดังนั้น พวกเขาจึงไม่ทราบว่าศิษย์สาวกที่เข้ามาฝากตนเป็นทายาทผู้สืบเชื้อสายของตระกูลหยางหรือไม่ !

เมื่อผู้พิทัษก์เมฆาคู่ครุ่นคิดไปมาอย่างละเอียด พวกเขาเริ่มมั่นใจในตัวตนของหยางไค่ เพราะประมาณ 4 ปีที่ผ่านมา ตระกูลหยางได้ส่งทายาทผู้สืบเชื้อสายรุ่นใหม่ของพวกเขาออกจากตระกูลหยาง

หากเป็นเช่นนี้ นั่นหมายความว่าเด็กหนุ่มผู้นี้เป็นบุตรชายคนเล็กของตระกูลหยาง ? มีคนกล่าวว่าร่างกายของเขาไม่เหมาะสมที่จะฝึกยุทธุ์ ? ทำไมในตอนนี้ความแข็งแกร่งของเขาอยู่ในเขตแดนผสานลมปราณ ? แม้ว่าความแข็งแกร่งเช่นนี้จะไม่โดดเด่น แต่มันก็ไม่เลว

แต่การที่นายน้อยของพวกเขารู้จักกับนายน้อยตระกูลหยาง มันก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกสำหรับผู้พิทักษ์เมฆาคู่ เพราะว่าตระกูลต่งและตระกูลหยางเคยมีลูกหลานของพวกเขาสมรสกับ ท่านอาแท้ๆของนายน้อยตระกูลต่งได้สมรสกับกับคุณชายสี่ของตระกูลหยาง ตอนนายน้อยยังเด็ก เขาเคยไปจวนของตระกูลหยางหลายครั้ง ก่อนหน้านั้นพวกเขาทั้ง 2 ต้องรู้จักกันอย่างแน่นอน

เข้ามาข้างในก่อน ดวงตาของต่งชิงฮันประกายด้วยความเกลียดชังที่ไม่เหมือนการเกลียดชัง และยังประกายด้วยความเหลือชื่อและแฝงด้วยความดีใจ

หยางไค่พยักหน้าเล็กน้อย

ทั้งสองเดินเข้าไปในกระท่อม ในกระท่อมไม้ยังคงว่างเปล่า แต่สิ่งที่เพิ่มเติมคือโต๊ะตัวหนึ่ง บนโต๊ะยังเต็มไปด้วยอาหารและเหล้า

"นั่ง!" ต่งชิงฮันกล่าวอย่างห้วนๆ

เจ้ารอข้าอยู่ที่นี้ ? หยางไค่นั่งลงและจ้องมองอาหารบนโต๊ะอย่างระวัง

ดวงตาของต่งชิงฮันประกายด้วยจริงจังเขาพยักหน้าเล็กน้อยและกล่าว : เจ้าอยู่นอกตระกูลหยางเพียงไม่กี่ปี ดูเหมือนว่าเจ้าเติบโตและก้าวหน้ามากขึ้น วิธีการฝึกฝนของตระกูลหยาง น่าทึ่งยิ่งนัก !!

ตราบใดที่มีชีวิต มนุษย์เราก็ต้องเติบโตก้าวหน้า หยางไค่ยกขวดเหล้าและเทให้ต่งชิงฮัน และเทให้ตนเองอีกถ้วย

ก่อนหน้านั้นเมื่อเจ้าเห็นข้าราวกับว่าเจ้าเป็นแมวที่พบเจอกับไม้เรียว ทำไมตอนนี้เจ้าไม่กลัวข้าแล้วล่ะ ? เจ้ายังกล้าทำร้ายข้าอีกด้วย จนถึงตอนนี้ต่งชิงฮันยังรู้สึกถึงกลิ่นคาวโลหิตที่อยู่ในปากของเขา มันแสดงให้เห็นว่าหมัดที่ต่อยเข้ามานั้นหนักหน่วงแค่ไหน

ข้าทำร้ายเจ้าแล้วจะทำไม ? ตอนเด็กเจ้ารังแกข้านับครั้งไม่ถ้วน ในตอนนี้ถึงคราวที่ข้าจะเอาคืนบ้าง หยางไค่ยิ้มที่มุมปาก พี่ชายบุญธรรมที่อยู่ตรงหน้าไม่ชอบตระกูลหยางของเขา ทุกครั้งที่เขามาถึงตระกูลหยางเขามักจะทุบตีทำร้ายตนเองเป็นประจำ มันน่าสงสารที่ในตอนนั้นตนเองยังไม่รู้จักวิชายุทธุ์ ตงซิฮันยังอายุมากกว่าหลายปี ตัวเขาจะเป็นคู๋ต่อสู้ของเขาไดอย่างไร ? ดังนั้นในทุกๆครั้ง ตัวเขาจะถูกต่งชิงฮันทุบตีสั่งสอนจนใบหน้าเขียวช้ำและบูดบวม

เมื่อคิดย้อนกลับไป หยางไค่รู้สึกหงุดหงิด เขารู้สึกว่าการต่อสู้ในเมื่อสักครู่ เขาลงมือเบาเกินไป

ตอนเด็ก.................... สีหน้าของต่งชิงฮันเรียบเฉย โดยมองไม่ออกว่าเขากำลังรู้สึกเช่นไร เขายกถ้วยดื่มเหล้าเข้าไปและกระแทกลงไปที่โต๊ะ โดยแสดงออกว่าเขาต้องการให้หยางไค่เติมมันอีก

พี่ชายและน้องชายทั้งสองดื่มเหล้ากันไปมา โดยไม่กล่าวสิ่งใดออกไป

หลังจากที่พวกเขาดื่มเหล้าไปหลายถ้วย พวกเขาจ้องมองซึ่งกันและกันและถอนหายใจออกมาอย่างลึกซึ้ง แม้ว่าในตอนเด็กความสัมพันธุ์ของพวกเขาทั้งสองไม่สู้ดีนัก แต่เขาทราบดีว่าพี่ชายบุตรธรรมของเขาผู้นี้ไม่ได้เกลียดชังเขา เพราะในตอนนี้ตัวเขาไม่เต็มใจที่จะฝึกฝนวิชายุทธุ์ เขาจึงต้องใช้หมัดในการบังคับให้เขาลุกขึ้นสู้

อาจจะกล่าวได้ว่า ต่งชิงฮันได้สร้างความทรงจำในวัยเยาว์ให้แก่หยางไค่อย่างมาก ทั้งหมดที่เขาทำไปเพราะความหวังดี แต่ว่าวิธีการของเขาค่อนข้างรุนแรง

ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะเดินทางมายังสถานที่เช่นนี้ !! ต่งชิงฮันหัวเราะเบาๆ : เมื่อข้ามาถึงสถานที่เช่นนี้ ข้าได้ยินชื่อของเจ้า มันทำให้ข้ามิกล้าที่จะเชื่อ แต่เมื่อข้าตรวจสอบและค้นหาข่าวคราวต่างๆ ข้าจึงมั่นใจว่าเป็นเจ้า

"ท่านพ่อให้ข้ามาที่นี้ "

โอ้ว ? หรือว่าอาเขยเคยฝึกฝนวิชายุทธุ์ในสถานที่แห่งนี้? ต่งชิงฮันกล่าวด้วยความประหลาดใจ

ข้าไม่แน่ใจ ท่านพ่อไม่ได้กล่าวบอก แต่เขาสั่งให้ข้ามายังสถานที่แห่งนี้ หยางไค่เองก็สงสัยในเรื่องนี้ เขาไม่เข้าใจความหมายและจุดประสงค์ที่แท้จริงของเขา

ท่านพ่อและท่านแม่ของข้าเป็นเช่นไร ? หลังจากที่เงียบไปชั่วครู่ หยางไค่จึงเงยหน้ากล่าวถาม

ต่งชิงฮันจ้องมองหยางไค่และกล่าว : ท่านอาคิดถึงเจ้ามาก นางซูบผมลงอย่างเห็นได้ชัด

หยางไค่แสดงสีหน้าด้วยความอึมครึม ในเวลานั้นในขณะที่เขาออกจากตระกูลหยาง เขาเป็นเพียงคนธรรมดาสามัญคนหนึ่ง หลายปีที่ผ่านมาเขาไม่ได้กลับไป ท่านพ่อและท่านแม่คงกังวลใจอย่างมาก

นอกจากนั้น........ท่านอาของเข้ายังถูกตระกูลหยางของพวกเจ้ากักขังเป็นเวลากว่าครึ่งปี อาเขยยังถูกลงโทษด้วยการถูกโบยถึง 30 ครั้ง

เพล้ง !! ถ้วยเหล้าที่อยู่ในมือของหยางไค่แตกเป็นเสี่ยงๆ สีหน้าของเขาแสดงออกอย่างโกรธเคือง เขากล่าวถามโดยที่กลิ่นอายแห่งความดุดันแพร่กระจายออกมา : เกิดอะไรขึ้น ?

ต่งชิงฮันหัวเราะอย่างเย็นชา : เพราะท่านอาคิดถึงเจ้า นางจึงแอบหนีออกมาเพื่อมาดูว่าเจ้าเป็นเช่นไร หลังจากนั้นนางถูกจับได้โดยตาเฒ่าที่ไม่ตายสักที เจ้าก็ทราบดีถึงกฎต้องห้ามของตระกูลหยาง เมื่อทายาทผู้สืบทอดฝึกฝนวิชายุทธุ์อยู่ภายนอกตระกูลหยาง ไม่ว่าใครก็ห้ามหาหนทางในการพบเจอพวกเขา หากละเมิดกฎข้อต้องห้ามจะถูกลงโทษอย่างหนัก !! หากว่าท่านอาเขยไม่อาสารับการโบย 30 ครั้งจากพวกเขา คงเป็นท่านอาที่ต้องถูกลงโทษจากการโบยที่รุนแรง

การโบย 30 ครั้ง มิใช่การโบยเฉกเช่นคนธรรมดาสามัญ !! ตระกูลหยางลงทัณฑ์โดยใช้สมบัติวิเศษชนิดหนึ่ง มันถูกขับเคลื่อนโดยพลังลมปราณ มันใช้สำหรับการโบยผู้ที่กระทำผิดโดยเฉพาะ แม้ผู้ที่ถูกโบยจะเป็นยอดฝีมือที่อยู่ในเขตแดนลมปราณแท้จริง ยังต้องนอนซมอยู่บนเตียงหลายวัน

เมื่อท่านอาเขยถูกโบย 30 ครั้ง ทำให้ท่านอาเขยนอนซมอยู่เตียงเป็นเวลากว่าหลายเดือน

หยางไค่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เขาค่อยๆ ปราบปรามโลหิตที่เดือดพล่านด้วยความโกรธ เขาคว้าถ้วยเหล้าที่อยู่ตรงหน้าของต่งชิงฮานและโยนออกไปอย่างรุนแรง

ไม่ช้าหรือเร็ว ตาเฒ่าเหล่านั้นต้องชดใช้ในสิ่งที่พวกเขาทำ !! หยางไค่กล่าวด้วยความเย็นเยือก

ในเวลานั้นร่างกายของเขาไม่เหมาะสมที่จะฝึกฝนวิชายุทธุ์ ตัวเขาเองก็ไม่ต้องการที่จะฝึกฝนวิชายุทธุ์ การเกิดเป็นมนุษย์สามัญคนหนึ่ง ยังถูกตาเฒ่าเหล่านั้นไล่ออกมาจากตระกูลหยาง

พวกเขาเหล่านั้นบีบบังคับให้เขาและศิษย์พี่คนอื่นๆ ต้องออกใช้ชีวิตอยู่ภายในตระกูลที่เต็มไปด้วยความลำบาก

เด็กน้อยอายุ 12 ปี เป็นเพียงคนธรรมดาสามัญคนหนึ่ง ที่ถูกบังคับให้เดินทางมายังสถานที่ห่างไกลกว่าหลายพันหลายหมื่นลี้เพื่อทนทุกข์ต่อความทรมาณและความยากลำบาก การกระทำเช่นนี้ไร้ซึ่งศีลธรรมแห่งจิตมนุษย์อย่างสิ้นเชิง

ข้าไม่ชอบตระกูลหยาง ข้าไม่ชอบคนของตระกูลหยาง คนของตระกูลหยางเย็นชาโหดเหี้ยมโดยไร้ซึ่งความเมตตา ต่งชิงฮันกล่าวด้วยความเหยียดหยาม

วิธีการฝึกฝนของตระกูลหยางค่อนข้างแตกต่างจากตระกูลอื่นๆ แม้ว่ามันจะสร้างคนคนหนึ่งให้โดดเด่นและแข็งแกร่ง แต่เพราะการฝึกฝนด้วยวิธีการเช่นนี้ จึงทำให้ความสัมพันธุ์ระหว่างครอบครัวของตระกูลหยางจืดจาง เพื่อสร้างชื่อเสียงให้แก่ตระกูลหยาง พวกเขาสามารถสละชีวิตของคนในครอบครัวตนเองโดยไม่ลังเล

คนแห่งตระกูลหยางไค่ต้องใช้ชีวิตอยู่ภายในตระกูลทั้งหมด 10 ปี จึงจะกลับไปยังตระกูลของตนเองได้ แต่ในตอนนี้เพิ่งผ่านไปเพียง 4 ปี ท่านอาต้องรออีก 6 ปีจึงจะพบเจ้าได้ ไม่รู้ว่านางจะทนรอได้อีกนานแค่ไหน . ต่งชิงฮันกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า

เมื่อเจ้ากลับไป ช่วยส่งข่าวของข้าให้ท่านพ่อและท่านแม่ กล่าวบอกเขาว่าข้าสบายดี ให้พวกเขาวางใจว่าข้าจะกลับไปยังตระกูลหยางได้อย่างปลอดภัย

ข้าจะทำเช่นนั้น ต่งชิงฮันพยักหน้า : นางเป็นอาแท้ๆของข้าเชียวน่ะ

หลังจากหัวข้อสนทนาที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าผ่านไป พวกเขาทั้งสองค่อยๆกล่าวเรื่องราวเล็กๆทั่วไปอย่างเรื่อยเปื่อย

เจ้ามาในสำนักหลิงเซี่ย เพราะเรื่องราวของถ้ำสวรรค์แห่งมรดกฟ้าสวรรค์ใช่ไหม ? หยางไค่กล่าวถาม

แน่นอน ไม่เช่นนั้นข้าจะเดินทางมายังสถานที่ห่างไกล แม้แต่ฝูงนกยังไม่ฟักไข่ได้อย่างไร ? ต่งชิงฮันเบ้ปาก และเปลี่ยนหัวข้อในการสนทนาทันที : แต่จริงๆแล้วสำนักของเจ้าก็มีอัจฉริยที่มีพรสวรรค์ถึงหลายคน โดยเฉพาะสตรีนางหนึ่งที่ชื่อว่าซู่เหยียน จากคำกล่าวที่ข้าได้ยิน ไม่เพียงแต่ความแข็งแกร่งของนางสูงส่ง นอกจากนั้นนางยังงดงามดั่งนางเซียนจากสรวงสวรรค์ แต่น่าเสียดายที่ข้ายังไมได้ยลโฉมนางแม้แต่ครั้งเดียว

จบบทที่ ตอนที่ 206 นกกาเหว่าแห่งตระกูลหยาง

คัดลอกลิงก์แล้ว